ท่าทางจะมีเื่ของจางเจียิทำให้ฮั่วต้าซานเดือดดาลมาก แต่ตอนนี้เขาต้องรีบกลับไปปรึกษากับแม่ก่อน ไม่มีเวลามาทะเลาะกับเขา
ก่อนจะไปเขาหันมาระบายความเดือดดาลใส่ฮั่วเสี่ยวเหวิน “นังเด็กไร้ยางอาย รอก่อนเถอะ”
ฮั่วต้าซานพูดพลางขยับตัวท่าทางเหมือนจะเข้าหา จางเจียินึกว่าเขาจะลงมือจึงรีบเอาตัวมาบังฮั่วเสี่ยวเหวินไว้ เพื่อจะรับการถูกฟาดนั้นแทนเธอ
แต่ฮั่วต้าซานกลับโยนไม้ตะบองทิ้งแล้วเดินกลับบ้านไป ไม่สนใจทั้งสองคนที่กำลังใ
“แม่ เมื่อครู่ผมเผลอฟาดไม้ใส่หลานของหัวหน้าหมู่บ้านไป จะทำอย่างไรดี?” หลังกลับถึงบ้าน ฮั่วต้าซานก็ร้อนรนจนอยู่ไม่เป็สุข
ยายแก่ฮั่วเคยผ่านชีวิตมามาก หล่อนฟังแล้วทำเหมือนไม่ได้ยิน นั่งแทะเม็ดแตงบนเตียงอิฐต่อไป
ฮั่วต้าซานนั่งลงตรงข้าม เห็นชัดว่าไม่พอใจกับท่าทีของยายแก่ เขาไม่พูดอะไรสักคำ ไม่กินเม็ดแตง และเอาแต่นั่งนิ่ง
“จะร้อนใจทำไมกัน” ยายแก่ฮั่วยกยิ้มมุมปาก ยิ่งรอยยิ้มเ้าเล่ห์เช่นนี้มาอยู่บนใบหน้าที่มีแต่รอยย่นก็ยิ่งดูหน้าตาน่าเกลียด
“คนในหมู่บ้านรู้จักกันทั้งนั้น” ยายแก่ฮั่วทิ้งจังหวะเล็กน้อยก่อนจะพูดต่อ “หากเป็เมื่อก่อน พวกเราคงไม่กล้าไปล่วงเกินเขา แต่ตอนนี้พวกเราไม่ได้ทำอะไรผิดสักหน่อย แกจะกลัวทำไม”
ได้ยินเช่นนี้ ฮั่วต้าซานก็เบาใจลง เขาเช็ดเหงื่อบนหน้าผากออก จากนั้นท่าทางน่าเกรงขามก็กลับคืนมา “อย่างมากก็แค่สู้กับเขาสักยก คิดว่าผมกลัวเขามากหรือไร”
“เห็นหรือไม่ว่าพวกเด็กนั่นนำเหยื่อที่ล่ามาได้ไปเก็บไว้ที่ใด?” ยายแก่ฮั่วเปลี่ยนเื่คุย หล่อนถามถึงเื่ที่ให้เขาไปทำวันนี้
“ไม่เห็น”
ฮั่วต้าซานหงุดหงิดเล็กน้อย เขามองเข้าไปในบ้านจากหน้าบ้านอยู่ครึ่งค่อนวันแต่ก็ยังไม่เห็นว่าเหยื่ออยู่ที่ใด และจากนั้นเขาก็เห็นเ้าอ้วนวิ่งออกมาอย่างกระทันหัน
เดิมทีเขารู้สึกโมโหั้แ่ตอนที่เห็นฮั่วเสี่ยวเหวินหัวเราะคิกคักกับจางเจียิแล้ว ต่อมาฮั่วเสี่ยวเหวินยังจะพูดจายั่วโมโหต่ออีก หล่อนกล้าถามเขาว่ามาทำอะไร ด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ
เขาจึงคว้าไม้มาเพื่อจะตีสั่งสอน อายุเพียงแค่นี้แต่กลับกล้าก้าวร้าวกับเขา ปล่อยไว้ต่อไปคงยิ่งแล้วใหญ่ อีกทั้งในหมู่บ้านก็มีข่าวลือเกี่ยวกับเขาแพร่สะบัดไปทั่ว บอกว่าเขา ‘ให้ลูกสาวแต่งออกไปทั้งที่อายุยังน้อย’
บางคนถึงขั้นหัวเราะเยาะต่อหน้าเขาด้วยซ้ำว่า “เอาลูกสาวอายุแค่นี้ไปขาย นายนี่มันเป็พ่อที่สุดยอดจริงๆ!”
ฮั่วต้าซานเคยถูกถากถางขนาดนี้เสียที่ไหน แม้จะเคยขายลูกสาวมาก่อน แต่อย่างไรก็มีการแต่งงานบังหน้า และรับเงินมาแบบลับๆ
ฮั่วเสี่ยวเหวินไปอยู่กับจางเจียิั้แ่อายุยังไม่ถึงสิบขวบดี เื่นี้เป็ความอัปยศของฮั่วต้าซาน ทำให้เขาอับอายไปทั่วหมู่บ้าน
เป็เหตุให้เขาคิดลงมือทำโทษสถานหนัก คิดแต่จะตีเธอให้ตาย แต่ใครจะไปคิดเล่าว่าจู่ๆ เ้าอ้วนจะโผล่ออกมาเสียก่อน
“พรุ่งนี้ไปหาอีกรอบซะ บ้านหลังแค่นั้นจะเอาไปซ่อนไว้ที่ไหนได้กัน?” ยายแก่ฮั่วพูดพลางหยิบเม็ดแตงเม็ดหนึ่งขึ้นมาแทะด้วยท่าทางสบายใจ
“แต่ว่า หากถูกคนในหมู่บ้านเห็นเข้าคงดูไม่ดีกระมังครับ!”
ความกังวลของฮั่วต้าซานไม่ได้ไร้เหตุผลเสียทีเดียว เขาอายุสี่สิบแล้ว บุกไปแย่งของจากเด็กสองคนครั้งแล้วครั้งเล่า ไม่แน่ว่าวันใดวันหนึ่งอาจจะถูกคนในหมู่บ้านนินทาลับหลังเอาได้
ยายแก่ฮั่วหน้านิ่ง แสร้งทำเป็ด่าด้วยความโมโห “แกนี่มันไม่ได้เื่จริงๆ ฮั่วเสี่ยวเหวินเป็ใคร? เป็ลูกสาวของแกไม่ใช่หรือ ของของหล่อนก็คือของของแกนั่นแหละ”
ได้ยินดังนั้น ฮั่วต้าซานมีสีหน้าดีใจทันที เขาหัวเราะร่า “คุณแม่พูดมีเหตุผล”
หากจะพูดถึงเื่ ‘อุบาย’ ฮั่วต้าซานสู้ยายแก่ฮั่วไม่ได้เลยแม้แต่น้อย โบราณเคยกล่าวไว้ว่า ‘ขิงแก่ย่อมร้อนกว่าขิงใหม่’ เห็นทีจะเป็เช่นนั้นจริงๆ
ไม่ต้องพูดถึงเื่อื่น เอาแค่เื่ชิงของจากบ้านของจางเจียิ มีครั้งไหนที่ไม่ใช่ความคิดของยายแก่ฮั่วบ้าง? ส่วนแผนนี้แน่นอนว่าหล่อนวางแผนมาได้ระยะหนึ่งแล้ว
ก่อนหน้านี้จางเจียิกับฮั่วเสี่ยวเหวินแบกของใบเล็กใบใหญ่กลับมาไม่ใช่หรือ ยายแก่ฮั่วรู้ว่าต้องจับฮั่วเสี่ยวเหวินกลับมาให้ได้ แต่ก็ต้องเอาเงินของสองคนนั้นกลับมาด้วยเช่นกัน
ด้วยเหตุนี้หล่อนจึงหยุดฮั่วต้าซานที่จะไปลงมือ หลังจากสอบถามโดยละเอียดแล้ว จึงรู้ว่าพวกฮั่วเสี่ยวเหวินได้เงินมาจากการล่าสัตว์ แต่อันที่จริงไม่ต้องสอบถามก็รู้ได้ เพราะแม่อู๋ป่าวประกาศไปทั่วหมู่บ้านนานแล้ว
ยายแก่ฮั่วจึงส่งลูกชายไปดูก่อนว่าทั้งสองเก็บเหยื่อไว้ที่ใด จากนั้นจึงค่อย ‘ขน’ ของกลับมาก่อน ถัดมาถึงค่อยไปจับฮั่วเสี่ยวเหวิน และต่อจากนั้นก็ขายเธอไปเป็ภรรยาของคนอื่น เรียกได้ว่ายายแก่ฮั่ววางแผนมาไว้ดีมาก
ทว่าฮั่วต้าซานหายไปนานเป็ครึ่งค่อนวันแต่กลับไม่ได้อะไรกลับมาเลย ยายแก่ฮั่วไม่ยอมลดละ ยุยงให้ลูกชายไปบ้านนั้นอีกรอบ
“เอาแบบนี้ แกไปตกลงกับทางตำรวจให้เรียบร้อยก่อน นำเงินไปติดสินบนซะ ไม่จำเป็ต้องเสียดายเงิน เมื่อถึงเวลาจะได้ไม่มีปัญหา” ยายแก่ฮั่วสั่ง ฮั่วต้าซานพยักหน้ารับอย่างเชื่อฟัง
“ฮั่วต้าซาน ออกมาเดี๋ยวนี้” ในขณะที่สองแม่ลูกกำลังหารือ ‘เื่สำคัญ’ หัวหน้าหมู่บ้านก็มาถึงแล้ว
สีหน้าของยายแก่ฮั่วเปลี่ยนไป หล่อนพูดด้วยสีหน้าจริงจังว่า “พวกเราออกไปดูกันเถอะ”
“ฮั่วต้าซาน แกไปกินดีหมีหัวใจเสือมาหรืออย่างไร ดูสิ เหตุใดจึงทำร้ายหลานชายฉันถึงขนาดนี้”
หัวหน้าหมู่บ้านโกรธเป็ฟืนเป็ไฟ ยกแขนที่เต็มไปด้วยรอยช้ำของเ้าอ้วนให้ฮั่วต้าซานดู
ขณะเดียวกันเขาก็หยิบจอบบนพื้นมาชี้หน้าฮั่วต้าซาน ด่าทอว่า “วันนี้แกกล้าทำร้ายหลานฉัน พรุ่งนี้คงฉี่รดหัวฉันใช่ไหม?”
ต้องยอมรับว่าเวลาหัวหน้าหมู่บ้านอ้าปากด่าทอ ฝีปากของเขาไม่ได้ด้อยไปกว่าสตรีปากจัดในหมู่บ้านเลย
“บ้านเมืองยังมีขื่อมีแปหรือไม่ อีกสองวันหลานชายอีกคนของฉันจะกลับมาแล้ว ฉันจะให้เขาจับนายเข้าคุกเสีย” เสียงด่าทอที่ดังไปทั่วหมู่บ้านทำให้มีชาวบ้านจำนวนมากแห่เข้ามามุงดูเื่วุ่นวายนี้ หัวหน้าหมู่บ้านจึงเลิกใช้คำหยาบ และนำหลานชายที่ทำงานอยู่สำนักสันติบาลออกมาขู่
คราวนี้ฮั่วต้าซานไม่เหลือท่าทีอวดเก่งอีกต่อไป เขายอมเอ่ยขอร้อง “หัวหน้าหมู่บ้าน เื่นี้ผมผิดเองครับ”
“หัวหน้าหมู่บ้าน จะโทษต้าซานทั้งหมดไม่ได้ แม้เขาจะทำร้ายเ้าอ้วนโดยไม่ตั้งใจ แต่นั่นเป็เพราะนังแพศยาฮั่วเสี่ยวเหวินที่ไปหลบอยู่หลังของเ้าอ้วนต่างหาก” รู้ว่าหัวหน้าหมู่บ้านคงไม่ยอมรามือไปง่ายๆ ยายแก่ฮั่วจึงพูดบทที่คิดมาหลายรอบออกมา
เ้าอ้วนจะโต้แย้ง แต่หัวหน้าหมู่บ้านกลับเชื่อไปแล้ว แต่กระนั้นก็ยังไม่มีท่าทีจะปล่อยฮั่วต้าซานไปอยู่ดี “ลูกไม้หล่นไม่ไกลต้นโดยแท้ พ่อเป็เช่นไร ลูกสาวก็เป็เช่นนั้น งั้นเอาเช่นนี้ นายจ่ายค่ารักษาพยาบาลมา”
ฮั่วต้าซานเคยเห็นความร้ายกาจของหัวหน้าหมู่บ้านมาก่อน ได้ยินว่าจะให้จ่ายเงินชดใช้ เขาจึงตอบตกลงโดยไม่ต้องคิด “ผมจ่ายเองครับ”
เสียเงินเล็กน้อยย่อมดีกว่ากินข้าวคุก น่าเสียดายที่เขาไม่รู้ว่าต่อให้เป็คนของสำนักสันติบาลก็ไม่กล้าจับคนสุ่มสี่สุ่มห้า ยิ่งไม่มีทางจับคนเพื่อเื่ยิบย่อยแค่นี้
แม้ยายแก่ฮั่วจะฉลาดมาก แต่เธอไม่ค่อยรู้เื่การทำงานของสำนักสันติบาลเช่นกัน หลังจากฟังหัวหน้าหมู่บ้านพูดแล้วก็รู้สึกกลัวขึ้นมา หล่อนไม่กล้าจะปฏิเสธ มีแต่ต้องก้มหน้ายอมอย่างเดียว
“เช่นนี้ค่อยดีหน่อย” หัวหน้าหมู่บ้านไม่ปิดบังความรู้สึกพึงพอใจบนใบหน้า เขาดึงเ้าอ้วนเดินไปทางสถานีอนามัยของหมู่บ้าน ขณะเดียวกันก็พูดเสียงดังว่า “เ้าอ้วน พวกเราไปรักษาแขนให้หายดีกันเถอะ คุณอาฮั่วออกเงินให้เ้าแล้ว”
