นางกำนัลรีบคุกเข่าลงกับพื้น เอาหัวโขกพื้นไม่หยุด “เพคะพระสนม บ่าวทราบแล้ว บ่าวจะทำตามที่พระสนมรับสั่งทุกอย่างเพคะ”
“เช่นนั้นก็ดี” ซูเฟยลูบผมนางกำนัลอย่างแ่เบา “ลุกขึ้นเถิด วันนี้ข้าจะไปที่ตำหนักเจินหลงสักหน่อย”
ซูเฟยพยายามปลุกความกล้าในตัวขึ้นมา นางตัดสินใจที่จะไปหาซีเยวี่ยที่ตำหนักเจินหลง เพื่อขอยาที่จะทำให้นางยังคงความสาวและมีรูปโฉมงดงามเช่นซีเยวี่ย
ไม่ว่าจะในวังหรือนอกวังล้วนคิดว่าองค์หญิงซีเยวี่ยได้รับความโปรดปรานจากฮ่องเต้จ้าวเจี้ยนเจินเป็อย่างมาก ทว่าองค์หญิงซีเยวี่ยในตอนนี้กลับรู้สึกว่าวันเวลาที่นางอยู่ในตำหนักเจินหลงยาวนานราวกับผ่านไปนับปี ทั้งๆ ที่ผ่านไปแค่ไม่กี่วันเท่านั้น ฮ่องเต้จ้าวเจี้ยนเจินคอยจับจ้องมาที่นางอยู่ตลอดเวลา ไม่ว่านางจะทำสิ่งไหนหรือเดินไปที่ใด ฮ่องเต้จ้าวเจี้ยนเจินก็มักจะจ้องมองมายังนางเสมอ
นางมองฮ่องเต้จ้าวเจี้ยนเจินอ่านฎีกาด้วยสีหน้าทุกข์ทรมาน
“เ้ามานี่ มาช่วยฝนหมึกให้ข้าที” ฮ่องเต้จ้าวเจี้ยนเจินตรัสด้วยน้ำเสียงทุ้มหนัก เต็มไปด้วยความน่าเกรงขามอย่างคนเป็ฮ่องเต้ เพียงแค่น้ำเสียงก็กดข่มให้ผู้คนยอมทำตามที่สั่งได้แล้ว
องค์หญิงซีเยวี่ยวในชุดสีม่วงอ่อนค่อยๆ ก้าวเดินเข้าไปหาอย่างเชื่องช้า เมื่อไปถึงโต๊ะทรงอักษร หยิบแท่นหมึกขึ้นมาค่อยๆ ฝนหมุนเป็วงกลม เวลานี้เองนางได้ยินเสียงขันทีน้อยเอ่ยรายงานว่า “ท่านอ๋องเป่ยเยียนขอเข้าเฝ้าพ่ะย่ะค่ะ”
ได้ยินเช่นนั้นนางย่อกายทำความเคารพ “ฝ่าา หม่อมฉันขอตัวก่อนนะเพคะ”
ฮ่องเต้จ้าวเจี้ยนเจินไม่แม้แต่จะเหลือบมองนาง เอ่ยออกมาว่า “เ้าอยู่ต่อเถิด ไม่เป็ไร”
“แต่ว่าสนมในวังหลังไม่ควรยุ่งเกี่ยวกับงานราชการบ้านเมือง…” องค์หญิงซีเยวี่ยมีสีหน้าลำบากใจ มองฮ่องเต้จ้าวเจี้ยนเจินอย่างลังเล
แต่เมื่อเห็นฮ่องเต้จ้าวเจี้ยนเจินไม่อนุญาต นางจึงไม่กล้าเดินออกไป ยังคงฝนหมึกให้ฮ่องเต้จ้าวเจี้ยนเจินอย่างเงียบๆ ไม่กล้าเอ่ยวาจาใดออกมาอีกแม้แต่คำเดียว ขณะที่หูได้ยินเสียงฝีเท้าของท่านอ๋องก้าวเดินเข้ามาในตำหนัก
ฮ่องเต้จ้าวเจี้ยนเจินลุกขึ้นยืน ยิ้มพร้อมกับเดินเข้าไปหาท่านอ๋อง “ท่านอา เหตุใดวันนี้จึงมีเวลาว่างมาหาเราได้”
ท่านอ๋องเหลือบมององค์หญิงซีเยวี่ยที่ยืนอยู่ด้านข้างฮ่องเต้จ้าวเจี้ยนเจินอย่างอ่อนใจผาดหนึ่ง ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงเป็กังวลออกมา “ฝ่าา กระหม่อมมีเื่จะพูดกับพระองค์ ผู้ใดที่ไม่ควรอยู่ก็ให้ออกไปก่อนเถิดพ่ะย่ะค่ะ”
ฮ่องเต้จ้าวเจี้ยนเจินยิ้มอย่างไม่ใคร่ใส่ใจนัก ก่อนจะหันไปผงกศีรษะให้องค์หญิงซีเยวี่ย
องค์หญิงซีเยวี่ยยอบกายทำความเคารพก่อนจะเดินหลบออกไปอีกด้าน ก่อนเดินออกไปนางเห็นสายตาที่ท่านอ๋องมองมายังนางเต็มไปด้วยความหวาดระแวง ในใจนางรู้สึกดูแคลนยิ่ง
“ฝ่าา กระหม่อมมีเื่จะทูลกับพระองค์” สีหน้าของท่านอ๋องเต็มไปด้วยความเคร่งเครียด แววตาที่มองฮ่องเต้จ้าวเจี้ยนเจินเต็มไปด้วยความไม่พอใจ ทันใดนั้นเองท่านอ๋องก็คุกเข่าลงกับพื้น
“ท่านอารีบลุกขึ้นมาเถิด ระหว่างพวกเราอาหลานไม่จำเป็ต้องมีพิธีรีตองเช่นนี้” ฮ่องเต้จ้าวเจี้ยนเจินคาดไม่ถึงว่าท่านอ๋องจะทำเช่นนี้กับตัวเอง จึงรู้สึกตื่นตระหนกขณะพยุงท่านอ๋องให้ลุกขึ้นยืน
ทว่าท่านอ๋องยังคงมีสีหน้าเด็ดเดี่ยว ส่ายหน้าพร้อมกับเอ่ยอย่างแน่วแน่ว่า “ฝ่าา กระหม่อมอยากขอให้พระองค์มีรับสั่งให้พระสนมซีเยวี่ยย้ายออกจากตำหนักเจินหลงพ่ะย่ะค่ะ”
องค์หญิงซีเยวี่ยมองนกตัวน้อยที่อยู่นอกหน้าต่างอย่างเหม่อลอยขณะที่หูได้ยินเสียงสนทนาจากด้านนอก นางยกยิ้มมุมปาก มองเวลาพลางคิดในใจ ป่านนี้อาการป่วยของซูเฟยน่าจะแสดงอาการอีกแล้ว และนานแล้วที่นางไม่ได้ส่งจดหมายกลับไปหาเสด็จพี่ที่ต่างแคว้น อยู่ที่นี่ช่างลำบากเหลือเกิน
ฮ่องเต้จ้าวเจี้ยนเจินได้ยินประโยคของท่านอ๋องสีหน้าพลันเปลี่ยนไปทันที รอยยิ้มที่เคยประดับบนใบหน้าหายไปในชั่วพริบตา ทว่าน้ำเสียงยังคงอ่อนอยู่ “ท่านอา...ท่านรีบลุกขึ้นก่อนเถิด”
ฮ่องเต้จ้าวเจี้ยนเจินพยุงท่านอ๋องให้ลุกขึ้นยืน ก่อนจะพาไปนั่งบนเก้าอี้ไท่ซือ[1] ซึ่งทำจากไม้ของต้นสาลี่ เขาถอนหายใจ มองไปยังทิศทางที่องค์หญิงซีเยวี่ยยืนอยู่ด้วยสายตาไม่สงบนัก เสียงที่เอ่ยเบาลงหลายส่วน “ท่านอาคงไม่เข้าใจความลำบากของเรา”
“การกระทำของฝ่าาทำให้ขุนนางหลายคนไม่พอใจเป็อย่างมาก กระหม่อมกลัวว่าหากปล่อยให้เป็เยี่ยงนี้ต่อไป เหล่าขุนนางจะเอาใจออกห่างได้ ตอนนี้ข้างนอกล้วนลือกันว่าพระสนมซีเยวี่ยคือว่าที่เ้านายคนใหม่ของวังหลัง พระองค์ทำเช่นนี้เพื่อความสัมพันธ์กับต่างแคว้นใช่หรือไม่พ่ะย่ะค่ะ” ท่านอ๋องเอ่ยอย่างร้อนใจจนทำให้ไอออกมาหลายครา
ฮ่องเต้จ้าวเจี้ยนเจินรีบยื่นแก้วชาให้ท่านอ๋อง “ท่านอารีบดื่มน้ำชาก่อนเถิด ท่านอาโปรดระวังสุขภาพด้วย” ก่อนจะทำสายตาเป็สัญญาณประมาณว่า ท่านอา ไปกับเราที่หนึ่ง ด้วยสีหน้าเคร่งขรึม
ท่านอ๋องพยักหน้า ก่อนจะเดินตามฮ่องเต้ออกจากตำหนักเจินหลงไป ฮ่องเต้จ้าวเจี้ยนเจินพาท่านอ๋องไปยังสถานที่เงียบสงบแห่งหนึ่ง ก่อนจะไล่บรรดาขันทีและนางกำนัลรอบกายให้ถอยห่างออกไป จากนั้นตรัสว่า “ท่านอารู้เหตุผลที่องค์หญิงซีเยวี่ยอยู่ที่นี่ต่อหรือไม่”
ท่านอ๋องส่ายหน้า “กระหม่อมไม่ได้ยุ่งเกี่ยวกับต่างแคว้น แต่กระหม่อมรู้ดีว่าหน้าตาขององค์หญิงผู้นี้คล้ายกับหรงเอ๋อร์ในอดีต กระหม่อมกลัวพระองค์จะปล่อยวางไม่ได้”
ได้ยินเช่นนั้นฮ่องเต้จ้าวเจี้ยนเจินชะงักไปครู่หนึ่ง แววตาเปลี่ยนเป็ลึกล้ำ “ท่านอา เื่นี้เรามีแผนในใจเอาไว้อยู่แล้ว เพียงแต่เรามีเื่สงสัยอยู่เื่หนึ่ง นับั้แ่องค์หญิงซีเยวี่ยเข้าไปอยู่ในตำหนักิฉือ ซูเฟยก็เปลี่ยนแปลงไปไม่เหมือนเมื่อก่อน”
ท่านอ๋องทำท่าครุ่นคิด “หรือนาง้าทำให้วังหลังวุ่นวาย เมื่อวันก่อนกระหม่อมได้ยินจ้าวซีเหอเล่าให้กระหม่อมฟังว่า พระสนมซูเฟยในตอนนี้จิตใจไม่ปกติเท่าใดนัก อีกทั้งวันนี้ยังกรีดหน้านางกำนัลจนเป็แผล”
“ใช่ ทั้งเรายังสงสัยอีกว่า ในวังแห่งนี้มีคนไม่ภักดีต่อเรา น่ากลัวว่าเื่ของแม่ทัพหนิงจะเกี่ยวข้องกับคนผู้นี้ด้วยเช่นกัน”
“ฝ่าามีคนที่สงสัยอยู่ในใจหรือไม่พ่ะย่ะค่ะ” ท่านอ๋องเอ่ยถามอย่างระมัดระวัง เขาเข้าใจฮ่องเต้ดี เื่การตายของแม่ทัพหนิงเป็เื่ที่จนปัญญาจริงๆ
“เื่นี้เรายังบอกให้ผู้ใดรู้ไม่ได้” ฮ่องเต้จ้าวเจี้ยนเจินเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะรีบเดินกลับไปที่ตำหนักเจินหลง ท่านอ๋องมองตามพร้อมกับถอนหายใจออกมา
ครั้นฮ่องเต้ไปถึงตำหนักเจินหลง พบว่าเฉินอวี้ได้มารออยู่นานแล้ว ไม่เพียงมาคนเดียว ยังมาพร้อมกับขุนนางอีกสองคน นั่นก็คือเสนาธิบดีกรมพิธีการและแม่ทัพใหญ่เจียง เขาเห็นเช่นนั้นก็ขมวดคิ้วอย่างสงสัย
เมื่อขุนนางทั้งสามเห็นฮ่องเต้จ้าวเจี้ยนเจิน ตรงเข้าไปหาอย่างร้อนใจทันที “ฝ่าา!”
“พวกท่านทั้งสามมาหาเราที่ตำหนักมีเื่ใดหรือ” ฮ่องเต้จ้าวเจี้ยนเจินเงยหน้ามองทั้งสามคน พบว่าใบหน้าของทั้งสามคนเต็มไปด้วยความกระวนกระวาย
เฉินอวี้ก้าวเดินไปข้างหน้า ก่อนจะแสดงความเคารพ “ทูลฝ่าา ที่กระหม่อมมาหาพระองค์วันนี้ด้วยเื่ที่พระสนมซีเยวี่ยพักอยู่ในตำหนักเจินหลง กระหม่อมคิดว่าเื่นี้เป็เื่ที่เหลวไหลอย่างยิ่งพ่ะย่ะค่ะ!”
สีหน้าฮ่องเต้จ้าวเจี้ยนเจินเปลี่ยนไปทันที จ้องมองเฉินอวี้ที่บอกว่าเขาทำเื่เหลวไหลพลางกระตุกยิ้มมุมปากอย่างไม่พอใจ ใบหน้าฉายแววล้ำลึก “ท่านอัครมหาเสนาบดีบอกว่าเื่นี้มันเหลวไหล เช่นนั้นท่านมีความเห็นว่าอย่างไร”
เสนาบดีกรมพิธีการหรือใต้เท้าไซหันไปมองเฉินอวี้แวบหนึ่ง เมื่อได้รับสัญญาณทางสายตาก็ก้าวเดินขึ้นไปข้างหน้าพร้อมกับเอ่ย “ทูลฝ่าา นับั้แ่โบราณมา ใช่ว่าไม่เคยเกิดเื่ที่สาวงามนำเภทภัยมาให้ เื่เช่นนี้มีตัวอย่างให้เห็นมาแล้วหลายตัวอย่าง สำหรับวังหลัง พิรุณหยดพรมทุกหย่อมหญ้าถึงจะถูกต้อง แต่ไหนแต่ไรมาไม่เคยปรากฏว่ามีพระสนมคนใดได้รับอนุญาตให้เข้ามาพักในตำหนักเดียวกับฮ่องเต้มาก่อนพ่ะย่ะค่ะ!”
[1] เก้าอี้ไท่ซือ เก้าอี้ไม้แบบโบราณของจีน ด้านหลังมีพนักพิง ด้านข้างมีที่เท้าแขน นิยมใช้ในหมู่ขุนนางและในราชวงศ์
