ตอนที่ 10 เงาแก๊งค้ามนุษย์
น้ำตาแห่งความปีติยินดีที่ไหลรินในมิติหยกนั้น คือหยาดน้ำทิพย์ที่ชโลมจิตใจอันแห้งแล้งของหนิงหนิงให้กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง นางใช้เวลาเนิ่นนานอยู่ในนั้น ดื่มด่ำกับภาพสวนผักที่อุดมสมบูรณ์ราวกับสรวง์
แตงกวาแต่ละลูกเขียวสดอวบอิ่ม ผิวของมันเรียบตึงจนแทบจะสะท้อนเงาได้ พริกทุกเม็ดแดงฉานราวกับทับทิมที่ต้องแสงตะวัน ถั่วฝักยาวแต่ละฝักก็ยาวตรงสวยงามไร้ที่ติ ทุกสิ่งทุกอย่างสมบูรณ์แบบเกินกว่าที่ธรรมชาติภายนอกจะรังสรรค์ขึ้นมาได้ นี่คือผลลัพธ์ของดินวิเศษและน้ำทิพย์โดยแท้
หนิงหนิงรู้ดีว่านี่คือไพ่ตายที่สามารถพลิกชะตาชีวิตของนางได้ แต่ในขณะเดียวกัน มันก็คือความลับที่อันตรายที่สุด “ไม้เด่นในป่าย่อมถูกลมโค่นก่อน” หากนางนำของวิเศษเหล่านี้ออกไปโดยไม่มีคำอธิบายที่ดีพอ มันจะไม่ใช่ความโชคดี แต่จะเป็การเรียกหาหายนะมาสู่ตนเอง
หลังจากวางแผนในใจอย่างรอบคอบแล้ว นางจึงบรรจงเก็บผลผลิตชุดแรกอย่างทะนุถนอม แตงกวาสดๆ ห้าลูก พริกชี้ฟ้าแดงหนึ่งกำมือใหญ่ และถั่วฝักยาวอีกหนึ่งมัดใหญ่ นางนำมันใส่ลงในตะกร้าสานใบเก่า ก่อนจะนำฟางข้าวและใบไม้มาปิดทับอำพรางไว้อย่างแเี แล้วจึงนำจิตกลับคืนสู่ร่างในโลกแห่งความเป็จริง
รุ่งเช้า พายุลูกใหม่ในครัวไฟ
เมื่อแสงแรกของวันสาดส่องเข้ามาในบ้านตระกูลสวี หนิงหนิงก็ลุกขึ้นมาทำงานตามหน้าที่ของตนอย่างเงียบเชียบ นางหาบน้ำ กวาดลานบ้าน ให้อาหารสัตว์ ทุกอย่างดำเนินไปอย่างปกติสุขจนกระทั่งถึงเวลาเตรียมอาหารเช้า
นางเดินเข้าไปในครัวพร้อมกับตะกร้าที่นำออกมาจากห้องของตนเอง แล้วเทผลผลิต ที่เก็บมาเมื่อคืนลงบนโต๊ะไม้เก่าๆ
กึก! กึก! กึก!
เสียงแตงกวาอวบอ้วนกระทบกัน ดึงดูดทุกสายตาในบ้านให้หันมามองเป็ตาเดียว!
สวี่กังที่กำลังจะวิ่งออกไปเล่นถึงกับหยุดชะงัก ตาของเขาเบิกกว้างเท่าไข่ห่าน "นั่น นั่นมันแตงกวา! ใหญ่จังเลย! แล้วนั่น พริกทำไมมันแดงขนาดนั้นล่ะ!?"
จ้าวหลันที่กำลังจะก่อไฟก็ถึงกับมือไม้สั่น นางจ้องมองผักสดใหม่ตรงหน้าราวกับเห็นภูตผีปีศาจ "หนิงเอ๋อร์! ลูก ลูกไปเอาของพวกนี้มาจากไหนกัน!?"
แม้แต่สวีเจี้ยนจวินที่กำลังนั่งลับมีดอยู่ก็ยังวางมือลง แล้วหันมามองอย่างเต็มตา
และแน่นอน ย่าหวังที่เพิ่งเดินออกมาจากห้องก็ถึงกับชะงักงันไปสามวินาทีเต็ม ก่อนที่ใบหน้าเหี่ยวย่นของนางจะแปรเปลี่ยนเป็บูดเบี้ยวด้วยความโกรธและความเคลือบแคลงสงสัย
"นังเด็กเหลือขอ!" นางตวาดลั่น "แกไปขโมยของใครมาอีกแล้ว!"
นี่คือปฏิกิริยาแรกที่หนิงหนิงคาดการณ์ไว้ไม่มีผิด “ใจคนคับแคบ ย่อมมองโลกในแง่ร้าย” สำหรับย่าหวังแล้ว ทุกสิ่งที่ดีเกินคาดที่หลานสาวคนนี้ทำได้ ย่อมต้องมาจากวิธีการที่สกปรกเสมอในความคิดของคนปากร้ายใจแคบเช่นแก
"หนูไม่ได้ขโมยค่ะท่านย่า" หนิงหนิงตอบกลับด้วยน้ำเสียงที่เตรียมพร้อมมาอย่างดี "หนูเจอมันมาต่างหาก"
"เจอเรอะ! จะไปเจอของดีๆ แบบนี้ได้จากที่ไหนกัน! แตงกวาสดๆ แบบนี้ พริกงามๆ แบบนี้ ขนาดของกองการผลิตยังไม่สวยเท่านี้เลย! แกอย่ามาโกหกฉันนะ!" ย่าหวังชี้หน้าด่า
"หนูก็เจอมันมาจากที่เดียวกับที่เจอผักป่าเมื่อวันก่อนนั่นแหละค่ะ" หนิงหนิงเริ่มกาง บทละครที่นางเตรียมไว้ "ตอนที่หนูเข้าไปเก็บเห็ดในป่าหลังเขา หนูบังเอิญไปเจอซอกเขาเล็กๆ ที่หนึ่ง มันเป็ที่ลับตาคน มีลำธารเล็กๆ ไหลผ่าน ดินตรงนั้นดีมาก แถมยังมีเถาแตงกวาป่ากับต้นพริกขึ้นอยู่เต็มไปหมด หนูเห็นว่ามันน่ากินดี เลยเก็บกลับมาด้วย"
คำอธิบายของนางสมเหตุสมผลพอที่จะทำให้คนอื่นเริ่มลังเล หมู่บ้านชิงเหอนั้นตั้งอยู่ติดกับูเาที่กว้างใหญ่ ใครจะไปรู้ได้ว่าในป่าลึกนั้นมีสมบัติอะไรซ่อนอยู่บ้าง
"โกหก!" ย่าหวังยังคงไม่ยอมเชื่อ "ถ้ามันมีที่ดีๆ แบบนั้นอยู่จริง ทำไมคนอื่นถึงไม่เคยเจอ!"
"ก็เพราะมันเป็ที่ลับตาคนยังไงล่ะคะ" หนิงหนิงจิกกัดกลับเบาๆ "บางที์อาจจะสงสารคนอาภัพที่ต้องทำงานหนักแต่ได้คะแนนแรงงานแค่วันละ 2 คะแนน เลยดลใจให้ไปเจอของดีๆ เข้าก็ได้กระมังคะ หรือท่านย่าคิดว่ายังไง?"
คำพูดนี้แทงใจดำย่าหวังเข้าอย่างจัง! นางเป็คนตั้งกฎบ้าๆ นั่นขึ้นมาเอง แล้วตอนนี้มันกลับกลายเป็เหตุผลที่์ต้องเข้าข้างหลานสาวคนนี้ไปเสียได้!
"แก!" ย่าหวังโกรธจนตัวสั่น แต่ก็หาคำมาเถียงไม่ได้
"เอาล่ะค่ะ ไม่ว่ามันจะมาจากไหนก็ตาม" หนิงหนิงรีบตัดบท "ในเมื่อหนูเป็คนเจอมันมา มันก็ควรจะเป็สิทธิ์ของหนูในการจัดการใช่ไหมคะ? ตามข้อตกลงของเรา"
นางรีบยกข้อตกลงเดิมขึ้นมาเป็เกราะป้องกันทันที ย่าหวังอ้าปากค้าง นึกอยากจะตบปากตัวเองที่พลั้งปากไปเมื่อวันก่อน แต่ก็ทำอะไรไม่ได้ ได้แต่กระทืบเท้าปึงปังแล้วเดินกลับเข้าไปในห้องด้วยความเดือดดาล
เมื่อพายุลูกใหญ่สงบลง จ้าวหลันก็ถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก นางมองลูกสาวด้วยแววตาที่ทั้งชื่นชมและเป็ห่วง "ลูกฉลาดมาก แต่ก็เสี่ยงเกินไปนะ ถ้าท่านย่าของลูกจับได้ว่าโกหก"
"แม่คะ" หนิงหนิงเดินเข้าไปจับมือนาง "บางครั้ง ความจริงที่พิสูจน์ไม่ได้ ก็ไม่ต่างอะไรกับเื่โกหก และเื่โกหกที่ไม่มีใครจับได้ ก็คือความจริงค่ะ"
นางหยิบแตงกวาที่สดที่สุดลูกหนึ่งยื่นให้แม่ "แม่ลองชิมดูสิคะ หวานกรอบชื่นใจแน่นอน"
จากนั้นนางก็หันไปจัดการกับผลผลิตที่เหลือ นางตัดสินใจว่าจะใช้แตงกวาสองลูกกับพริกอีกเล็กน้อยมาทำอาหารเช้า ส่วนที่เหลือ นางมีแผนการที่ใหญ่กว่านั้น
ของขวัญชิ้นแรก และพันธมิตรคนสำคัญ
หลังจากมื้อเช้าที่ทุกคน (ยกเว้นย่าหวัง) ได้ลิ้มรสแตงกวาผัดพริก ที่หอมอร่อยจนแทบจะกลืนลิ้นตัวเองลงไปแล้ว หนิงหนิงก็เรียกแม่ให้เข้าไปคุยกับนางในห้องนอนตามลำพัง
นางปิดประตูลงกลอนอย่างแ่า ก่อนจะล้วงเข้าไปในอกเสื้อ แล้วหยิบของสิ่งหนึ่งออกมา กิ๊บติดผมเงินอันเล็กๆ ที่ดำคล้ำไปตามกาลเวลาที่นางเจอในหีบเมื่อวานนี้
"นี่ หนูให้แม่ค่ะ"
จ้าวหลันเบิกตากว้าง "นี่มัน ของเก่าของท่านย่าทวดไม่ใช่รึ! จะเอามาให้แม่ได้ยังไง!"
"ตอนนี้มันเป็ของหนูแล้วค่ะ" หนิงหนิงกล่าว "หนูเป็เด็กผู้หญิงตัวเล็กๆ จะใช้กิ๊บเงินอันใหญ่ขนาดนี้ก็ดูไม่เหมาะ แต่ถ้าแม่อยู่ในครัว แล้วใช้มันเหน็บผมขึ้นไป มันก็จะดูดีและทะมัดทะแมงมากเลยนะคะ"
นางไม่ได้บอกความจริงว่ากิ๊บเงินนี้สามารถนำไปขายได้ราคาดีที่ตลาดมืด นางเลือกที่จะมอบมันให้กับแม่ เพื่อซื้อใจและสร้างพันธมิตรที่แข็งแกร่งที่สุดในบ้านหลังนี้
จ้าวหลันมองกิ๊บเงินในมือสลับกับใบหน้าของลูกสาว น้ำตาก็รื้นขึ้นมาอีกครั้ง ตลอดหลายปีที่ผ่านมา นางไม่เคยได้รับของขวัญอะไรจากใครเลย นางเป็เพียงวัวงานในบ้านที่ถูกสามีเมินเฉยและถูกแม่สามีกดขี่ แต่มาวันนี้ ลูกสาวที่นางคิดว่าอ่อนแอที่สุด กลับเป็คนแรกที่มองเห็นคุณค่าและมอบของขวัญให้นาง
นางดึงลูกสาวเข้ามากอดแน่น "ขอบใจนะ ขอบใจนะลูกแม่"
"แม่คะ" หนิงหนิงกอดตอบ "จำที่หนูเคยพูดได้ไหม? เราจะรอดไปด้วยกัน นี่เป็แค่การเริ่มต้นเท่านั้น"
นางปล่อยแม่ให้อยู่กับความซาบซึ้งใจ ส่วนตัวเองก็หยิบตะกร้าที่ใส่แตงกวาและถั่วฝักยาวที่เหลืออยู่ขึ้นมา "หนูจะออกไปข้างนอกสักพักนะคะ"
"จะไปตลาดผีอีกแล้วรึ?" จ้าวหลันถามเสียงสั่นด้วยความเป็ห่วง
"ค่ะ" หนิงหนิงพยักหน้า "เราจะอดตายไม่ได้ และเราจะรอความเมตตาจากใครก็ไม่ได้เช่นกัน “คนเราต้องพึ่งตนเอง ์จึงจะช่วยเหลือ” แม่ไม่ต้องห่วงนะคะ หนูจะระวังตัว"
เสียงกระซิบในตลาดมืด
หนิงหนิงเดินทางไปยังตลาดมืดด้วยเส้นทางเดิม แต่ครั้งนี้นางมีความมั่นใจมากขึ้น สินค้าในตะกร้าของนางคือของชั้นดีที่หาที่ไหนไม่ได้ และนางก็มีเป้าหมายที่ชัดเจน แลกมันกับน้ำมันหมู เกลือเพิ่ม และที่สำคัญที่สุดคือ ผ้า
การปรากฏตัวของนางในครั้งนี้พร้อมกับแตงกวาที่เขียวสดและถั่วฝักยาวที่ยาวสวยงาม ได้สร้างความฮือฮาไปทั่วทั้งตลาด!
"์! นั่นมันแตงกวาฤดูไหนกัน! ทำไมมันถึงได้ดูสดขนาดนี้!"
"ถั่วฝักยาวนั่นอีก! ยาวกว่าแขนข้าอีกมั้ง!"
สินค้าของนางกลายเป็ของร้อนแรงในทันที มีคนเข้ามารุมล้อมเพื่อขอแลกเปลี่ยนมากมาย หญิงชราคนเดิมที่ได้ข้อมูลเื่ผักป่าไปก็รีบเข้ามาหานางเป็คนแรก "แม่หนู! ยายบอกแล้วว่าเ้ามันของจริง! แตงกวานี่ ยายขอแลกด้วยมันเทศสามหัวเลย เอ้า!"
การแลกเปลี่ยนเป็ไปอย่างคึกคัก หนิงหนิงใช้ทักษะการเจรจาต่อรองที่เคยใช้กับลูกค้าระดับ CEO ในชาติก่อน มาปรับใช้กับชาวบ้านในยุค 70 ได้อย่างแเี นางสามารถแลกแตงกวาและถั่วฝักยาวทั้งหมดกับน้ำมันหมูก้อนใหญ่ เกลืออีกสองห่อ ข้าวสารจำนวนหนึ่ง และเศษผ้าฝ้ายสีน้ำเงินเข้มผืนใหญ่พอที่จะตัดเสื้อได้หนึ่งตัว!
นางกำลังจะเก็บของกลับด้วยความดีใจ แต่แล้วบทสนทนาจากมุมหนึ่งของตลาดก็ลอยเข้าหูของนาง
"นี่เ้าได้ยินข่าวรึยัง? หมู่บ้านต้าหวังที่อยู่ถัดไปน่ะมีเด็กหาย!"
เสียงที่พูดนั้นเป็เสียงของชายร่างผอมที่กำลังต่อรองราคาปลาอยู่กับอีกคน
"เด็กหายรึ? หายไปไหน? หนีออกจากบ้านรึ?"
"ไม่ใช่! หายไปเฉยๆ เลย!" ชายคนนั้นลดเสียงลงจนแทบเป็เสียงกระซิบ "แม่ของเด็กบอกว่า ตอนบ่ายยังเห็นลูกชายวิ่งเล่นอยู่ท้ายหมู่บ้านอยู่เลย พอตกค่ำเรียกกินข้าวก็หาไม่เจอแล้ว ออกตามหากันทั้งคืนก็ไม่พบร่องรอย เหมือนหายตัวไปในอากาศเลย!"
"น่ากลัวจริง หรือว่าจะโดนหมาป่าคาบไป?"
"ไม่ใช่หรอก" ชายร่างผอมส่ายหน้า สีหน้าเต็มไปด้วยความหวาดกลัว "มีคนตาดีแอบเห็น เขาว่าเห็นรถจี๊ปสีดำคันหนึ่งที่ไม่ใช่ของคอมมูน ขับวนเวียนอยู่แถวๆ นั้นใน่บ่าย พอตกค่ำ รถคันนั้นก็หายไปพร้อมกับเด็ก"
คำว่ารถจี๊ปสีดำ ทำให้หัวใจของหนิงหนิงกระตุกวูบ!
"พวกเขาว่ากันว่า เป็แก๊งค้ามนุษย์" เสียงนั้นเบาลงอีกจนแทบจะจมหายไปกับเสียงลม "พวกมันจะจับเด็กผู้ชายไปขายให้พวกไม่มีลูก ส่วนเด็กผู้หญิง ก็จะถูกส่งไปยังที่ที่น่ากลัวกว่านั้น"
บทสนทนานั้นจบลงแค่นั้น แต่ข้อมูลที่หนิงหนิงได้รับกลับหนักอึ้งราวกับูเาถล่มทับ
แก๊งค้ามนุษย์
ความทรงจำของสวีหนิงคนเดิมนั้นคลับคล้ายคลับคลาว่าเคยได้ยินเื่ราวทำนองนี้อยู่บ้าง แต่ไม่เคยคิดว่ามันจะอยู่ใกล้ตัวขนาดนี้
นี่คือภัยคุกคามที่แตกต่างออกไป มันไม่ใช่ความอดอยาก ไม่ใช่การกดขี่ในครอบครัว แต่มันคือความชั่วร้ายที่จับต้องได้ คืออันตรายถึงชีวิตที่สามารถเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ
หนิงหนิงรีบเก็บของแล้วเดินออกจากตลาดทันที ในใจของนางไม่ได้มีแต่ความยินดีกับผลกำไรที่ได้มาอีกต่อไป แต่มันกลับเต็มไปด้วยความรู้สึกเย็นเยียบที่สันหลัง
โลกใบนี้ มันไม่ได้มีแค่การทำนาหาเลี้ยงชีพ แต่มันยังมีเงาของอสูรร้ายที่ซ่อนตัวอยู่ในความมืด คอยจ้องจะขย้ำเหยื่อที่อ่อนแอ
นางกำตะกร้าในมือแน่น นางจะต้องแข็งแกร่งขึ้น แข็งแกร่งให้เร็วที่สุด ไม่ใช่แค่เพื่อตัวเองและแม่ แต่เพื่อที่จะปกป้องทุกสิ่งทุกอย่างให้รอดพ้นจากเงื้อมมือของปีศาจในคราบมนุษย์เ่าั้ให้ได้
าการเอาชีวิตรอดของเธอ เพิ่งจะเข้าสู่สมรภูมิที่แท้จริง
