มหาสมุทรจิติญญาของเนี่ยเทียนกระเพื่อมขึ้นอย่างรุนแรง เกิดเป็ลูกคลื่นซัดโถมเข้าใส่กัน
มหาสมุทรจิติญญาเกิดจากการรวมตัวกันของกระแสพลังจิตหลายกลุ่ม ซึ่งในเวลาทั่วไปแล้วจะอยู่ในสภาพที่เรียบนิ่งสุขสงบไร้คลื่นลม
ทว่าเพียงแค่เสียงกระดิ่งของหลี่หลางเฟิงดังลอยมาครั้งเดียว กระแสจิตทั้งหมดที่รวมตัวกันอยู่ในมหาสมุทรจิติญญาก็ราวกับถูกมือหลายข้างที่มองไม่เห็นดึงกระชากหมายจะให้กระแสจิตทุกกลุ่มขาดออกจากกัน ทำให้สมองของเนี่ยเทียนเ็ปรวดร้าวคล้ายถูกฉีกทึ้ง
ความเ็ปที่เกินทนมากพอจะทำให้คนที่ปณิธานไม่แข็งแกร่งมากพอพลังจิตแตกทลายได้ทันที
แม้ว่าเนี่ยเทียนเองก็รู้สึกเ็ปจนแทบไม่อยากมีชีวิตอยู่ต่อ ทว่าเขาก็ยังกัดฟัน ฝืนยืนหยัดต่อไป
จากนั้นสะเก็ดดาวเจ็ดดวงที่ลอยสูงอยู่เหนือมหาสมุทรจิติญญาของเขาก็พากันเปล่งแสง
แสงดาวสุกสกาวสาดส่องลงมายังมหาสมุทรจิติญญา มีสรรพคุณคล้ายช่วยปลอบประโลมจิตใจให้สงบ
มหาสมุทรจิติญญาที่เกิดเป็ลูกคลื่นซัดสาดรุนแรง เมื่อได้รับการปลอบประโลมจากแสงดาวจึงกลับคืนสู่สภาพปกติอย่างรวดเร็ว
ความเ็ปรวดร้าวที่ทำให้จิตใจเนี่ยเทียนเกือบจะพังทลายก็เปลี่ยนมาเป็ความเจ็บในระดับที่ทนรับได้ เนี่ยเทียนสูดลมหายใจเข้าลึกหนึ่งครั้ง สีหน้าของเขามืดคล้ำ หมุนกายขวับกลับมาจ้องหลี่หลางเฟิงด้วยสายตาเ็า
การลงมือสังหารอย่างเหี้ยมโหดของหลี่หลางเฟิงกระตุ้นให้เนี่ยเทียนเดือดดาล ต่อให้เขาสามารถหนีไปได้ ทว่าตอนนี้เขายังไม่มีความคิดจะหนี
หลังจากที่ร้องอู้อี้หนึ่งครั้ง เผยฉีฉีที่เวลานี้บนใบหน้างดงามแดงก่ำน่าหลงใหลก็พลันแสดงความเกรี้ยวกราดออกมาทางดวงตาเช่นกัน
นางเองก็หมุนตัวกลับมาอย่างว่องไว กระบี่ไร้รอยหลายเล่มลอยออกมาอยู่ด้านหน้าแล้วเล็งไปที่หลี่หลางเฟิง
จนถึงกระทั่งบัดนี้ หลี่หลางเฟิงก็ยังคงยืนหันหลังให้แก่คนทั้งสอง ราวกับว่าในสายตาของเขาแล้วเผยฉีฉีและเนี่ยเทียนไม่มีฝีมือมากพอที่จะทำให้เขาหวาดกลัวได้ เขาจึงไม่จำเป็ต้องแบ่งสมาธิมารับมือมากนัก
เป้าหมายของเขามีเพียงผู้ที่มีขอบเขตต้น์เช่นกันทว่าด้อยกว่าเขาหนึ่งระดับอย่างสือชิงเท่านั้น
ตอนที่กระดิ่งนั้นส่งเสียง สือชิงก็เหมือนกับเผยฉีฉีและเนี่ยเทียนที่ก่อนหน้านี้ก็ถูกคลื่นเสียงโจมตี เวลานี้มุมปากเขาจึงมีคราบเืไหลออกมา
“หืม?”
หลี่หลางเฟิงที่เขย่ากระดิ่งหนึ่งครั้งหันกายกลับมาในที่สุด ใช้สายตาคลางแคลงใจมองมาที่ตัวของเนี่ยเทียน
“ไม่ตายรึนี่?” หลี่หลางเฟิงยกมือข้างที่ไม่ได้ถือกระดิ่งมาลูบคลำคางของตัวเอง มองประเมินเนี่ยเทียนด้วยความใคร่รู้ “แปลกจริง...”
การโจมตีเมื่อครู่นี้เขารวบรวมพลังจิตสามส่วน ซึ่งส่วนที่แข็งแกร่งที่สุดเขาได้ร่ายใช้บนตัวของสือชิง
สือชิงจึงกระอักเืออกมาทันที
การโจมตีของพลังจิตอีกสองกลุ่มแบ่งไปเล่นงานเผยฉีฉีและเนี่ยเทียน การโจมตีทางพลังจิตที่เขาใช้กับร่างของเผยฉีฉีนั้นอ่อนกำลังยิ่งกว่าที่เขาใช้ต่อเนี่ยเทียน
สาเหตุเป็เพราะเขาเองก็ไม่อยากจะล่วงเกินอาจารย์ของเผยฉีฉีมากเท่าใดนัก แค่อยากจะใช้การโจมตีครั้งนี้ทำให้เผยฉีฉีตระหนักได้ถึงความอันตรายแล้วถอยออกไปเอง
การโจมตีที่เขามีต่อเนี่ยเทียนนั้นรุนแรงยิ่งกว่าการโจมตีที่มีต่อเผยฉีฉีมากนัก ที่เขาทำเช่นนี้ก็เพราะหมายจะสังหารเนี่ยเทียนให้ตายในครั้งเดียว
เมื่อเนี่ยเทียนตาย เผยฉีฉีก็ไม่มีเหตุผลที่จะอยู่ต่อ และแน่นอนว่าย่อมทิ้งค่ายกลนำส่งของเดือนดับเอาไว้แล้วยอมจากไปแต่โดยดี
เขาดูออกแต่แรกแล้วว่าเนี่ยเทียนมีตบะแค่กลาง์่ต้นเท่านั้น ด้วยระดับความรุนแรงในการโจมตีทางพลังจิตที่เขาร่ายออกมา เขาเชื่อว่าเนี่ยเทียนมิอาจต้านทานและต้องตายอย่างไม่ต้องสงสัย
แต่เมื่อเขาหันมามองอย่างละเอียดกลับพบว่าเนี่ยเทียนยังคงสุขสบายดี แถมสภาพก็ดูไม่เลว
นี่ทำให้เขาแอบระวังไว้แล้ว
“ดูท่าเด็กคนนี้น่าจะเป็พวกที่มีพลังจิตยอดเยี่ยมเกินคนระดับเดียวกัน และก็มีเพียงเหตุผลนี้เท่านั้นเขาถึงต้านทานการโจมตีของข้าได้” หลี่หลางเฟิงวิเคราะห์ออกมาได้อย่างรวดเร็ว “ผู้ที่มีพร์ด้านพลังจิตมักจะมุ่งมั่นฝึกด้านพลังจิตแต่ละเลยด้านอื่น”
เมื่อคิดเช่นนี้ เขาจึงเปลี่ยนแนวความคิด
“ซี่ๆ!”
จุดลึกใต้ดินพลันมีควันสีเขียวเข้มหลายกลุ่มลอยขึ้นมา
ควันเ่าั้ระเหยออกมาจากในพื้นดินแล้วลอยวนขึ้นสูง
“ฟู่วๆ!”
ม่านแสงพลังิญญาที่คุ้มกันกายสือชิง เผยฉีฉีและเนี่ยเทียนพอััเข้ากับควันสีเขียวเข้มเ่าั้ก็มีลางว่าจะหลอมละลาย
สือชิงและเผยฉีฉีมีสีหน้าเคร่งเครียด ต่างก็รีบร้อนเพิ่มพลังิญญาเข้าไปในม่านแสงหมายต้านทานควันสีเขียวเข้มที่มีพิษร้ายแรงเ่าั้
สือชิงและเผยฉีฉีต่างก็รู้ว่าหลี่หลางเฟิงมาจากอาณาจักรอั้นิ และก็ดูเหมือนว่าจะมีความสัมพันธ์ลึกลับกับวังิญญาด้วย
ที่ตั้งของวังิญญามีหมอกพิษหลากหลายชนิดปกคลุม ทำให้ผู้ฝึกลมปราณของวังิญญาต่างก็เชี่ยวชาญการใช้พิษร้าย
หลี่หลางเฟิงก็ยิ่งเป็เช่นนี้ ว่ากันว่าที่คนผู้นี้มีท่าทางเหมือนคนขี้โรคและไอค่อกแค่กทั้งวันก็เป็เพราะฝึกวิชาพิษร้ายที่แปลกประหลาดบางอย่าง
เขาดูดซับเอาสารพิษมากมายเข้ามาไว้ในร่าง ผลกลับเกิดปัญหาจนเกือบเอาชีวิตไม่รอด
โชคดีรอดตายมาได้ ทว่าเขาก็ยังไม่สามารถชุบหลอมสารพิษในร่างออกไปได้หมด จึงต้องทนทรมานกับการรุกเข้ากัดกินของพิษร้ายทั้งวันทั้งคืน
มีคนพูดกันมาตลอดว่าหลี่หลางเฟิงมีชีวิตอยู่ได้อีกไม่นานแล้ว ไม่ช้าก็เร็วเขาย่อมต้องตายเพราะพิษร้ายในร่าง
ที่เขาเคลื่อนไหวอยู่ในเทือกเขาฮ่วนคงและพักพิงอยู่ในพื้นที่ที่ถูกทิ้งร้างมาเป็เวลานานก็เหมือนว่ากำลังตามหาอะไรบางอย่างมาแก้ไขปัญหาของตัวเอง
คนอำมหิตที่ฝึกวิชาพิษร้ายจนพิษนั้นแว้งกลับมาโจมตีตัวเอง ควันพิษสีเขียวเข้มที่เขากระตุ้นออกมาก็ย่อมไม่ใช่สิ่งธรรมดา
พลังงานที่กระเพื่อมออกมาจากในกำไลหยกสีเขียวที่หลีเหย่มอบให้เพื่อปกป้องไม่ให้ร่างกายของเนี่ยเทียนถูกปราณิญญาสกปรกของเทือกเขาฮ้วนคงรุกเข้ากัดกินร่างกายนั้นไม่สอดคล้องกับธาตุในการฝึกของเนี่ยเทียน
เนี่ยเทียนจึงไม่สามารถรวบรวมพลังงานต่างๆ ในร่างกายกรอกเข้าไปในกำไลหยกสีเขียว ช่วยหยกสีเขียวต้านทานควันพิษเ่าั้ได้
ด้วยเหตุนี้ตอนที่ควันพิษสีเขียวเข้มเป็กลุ่มๆ ลอยขึ้นสูงและค่อยๆ ปกคลุมไปทั่วทั้งหุบเขา ม่านแสงพลังิญญาที่ห้อหุ้มร่างกายของเขาจึงพังทลายไปก่อนใคร
“มาหาข้า!” เผยฉีฉีตวาดเบาๆ
“ไม่จำเป็” เนี่ยเทียนส่ายหัว ไม่เพียงแต่ไม่ขยับเข้าไปใกล้นาง แถมยังถอยห่างออกไปด้วย
เขาจงใจรักษาระยะห่างกับเผยฉีฉี อีกทั้งยังใช้สายตาบอกเป็นัยกับเผยฉีฉีว่าไม่ต้องเข้ามาใกล้เขา
เผยฉีฉีไม่เข้าใจ
นาทีถัดมา
เนี่ยเทียนก็หันฝ่ามือสองข้างเข้าหากัน พลังงานต่างธาตุในร่างกายพลันะเิออก
สนามแม่เหล็กที่มีเขาเป็จุดศูนย์กลางขยายตัวออกไปอย่างรวดเร็ว พริบตาเดียวก็ขยายออกไปถึงเจ็ดแปดเมตร
“ซี่ๆๆ!”
และเวลานี้เอง หลี่หลางเฟิงก็ใช้จิตควบคุมให้ส่วนหนึ่งของควันพิษสีเขียวที่ลอยอยู่กลางอากาศทั่วหุบเขารวมตัวกันแล้วพุ่งเข้าโจมตีเนี่ยเทียน
หลังจากที่ควันพิษสีเขียวรวมตัวกันก็แปลงกายมาเป็สัตว์ที่มีพิษร้ายมากมายไม่ว่าจะเป็งู ตะขาบ แมงป่อง ฯลฯ พวกมันเคลื่อนไหวราวกับมีชีวิตและคล้ายจะแฝงเร้นไว้ด้วยกระแสจิตอีกหลายกลุ่มของหลี่หลางเฟิง
“ฟู่วๆๆ!”
ใต้ฝ่าเท้าที่เนี่ยเทียยืนอยู่ยังมีควันพิษสีเขียวเข้มลอยขึ้นมาด้วย ทว่าพอควันพิษเ่าั้เข้าไปอยู่ในสนามแม่เหล็กยุ่งเหยิงก็ถูกบิดเบือนจนแตกกระจายออกเป็ชิ้นเล็กชิ้นน้อย
สัตว์พิษที่แปลงกายออกมาตามการควบคุมของหลี่หลางเฟิงเมื่อเข้ามาอยู่ในสนามแม่เหล็กยุ่งเหยิงของเนี่ยเทียนก็พลันถูกบิดเบือนเช่นกัน
สัตว์ร้ายที่เกิดจากการรวมตัวกันของควันพิษซึ่งแฝงเร้นไว้ด้วยพลังจิตของหลี่หลางเฟิงนั้นแตกกระจายออกเป็เสี่ยงๆ อย่างรวดเร็ว คล้ายถูกบีบให้ต้องแยกตัวออกจากกันจนกลับมาเป็เพียงควันพิษเป็กลุ่มๆ ที่ลอยล่องอีกครั้ง
ควันพิษหลายกลุ่มยังคงได้รับผลกระทบจากสนามแม่เหล็กยุ่งเหยิงจึงกระจายตัวออกเป็เส้นเล็กๆ ล่องลอยไปทั่ว
ควันพิษที่กลายมาเป็เส้นเล็กๆ เ่าั้ถูกสนามแม่เหล็กยุ่งเหยิงพันธนาการให้ลอยอยู่รอบนอกของสนามแม่เหล็กเท่านั้น มิอาจเข้ามาใกล้เนี่ยเทียนที่อยู่ตรงกลางได้แม้แต่นิดเดียว
“เ้าเด็กประหลาด”
หลี่หลางเฟิงยิ่งตะลึงระคนใ สายตาที่เขามองมายังเนี่ยเทียนเต็มไปด้วยความฉงนสนเท่ห์
แม้แต่ร่างกายของเขาที่ยืนอยู่ด้านหน้าสือชิงก็ยังเดินเข้ามาใกล้เนี่ยเทียนทีละก้าวโดยไม่รู้ตัว
เวลานี้ควันพิษสีเขียวเข้มที่ลอยออกมาจากพื้นดินได้กระจายไปทั่วทั้งหุบเขานานแล้ว ซึ่งควันพิษสองกลุ่มใหญ่ที่เป็สีเขียวหม่นได้ปกคลุมสือชิงและเผยฉีฉีไว้จนมิด
เผยฉีฉีและสือชิงก็ได้แต่พยายามต้านทาน ไม่กล้ากระทำการบุ่มบ่าม
คนทั้งสองล้วนััได้ว่าในควันพิษสีเขียวเข้มเ่าั้ปะปนไปด้วยปราณิญญาที่สกปรกของเทือกเขาฮ่วนคงส่วนหนึ่ง ซึ่งปราณิญญาเ่าั้คล้ายถูกหลี่หลางเฟิงชุบหลอมให้กลายมาเป็ส่วนหนึ่งของพลังเขา
หลี่หลางเฟิงที่เดิมทีก็เชี่ยวชาญด้านพิษร้ายอยู่แล้ว สามารถใช้ปราณิญญาสกปรกส่วนหนึ่งได้จึงทำให้เมื่ออยู่ในเทือกเขาฮ่วนคง ความคุกคามของเขาจึงเพิ่มระดับขึ้นสูง
“ฟู่วๆๆ!”
หลังจากที่สร้างสนามแม่เหล็กยุ่งเหยิง เนี่ยเทียนก็ค่อยๆ ถอยออกไปช้าๆ ไม่นานสนามแม่เหล็กก็ััเข้ากับม่านน้ำสีเขียวเข้มด้านหลัง
เมื่อััเข้ากับสนามแม่เหล็กยุ่งเหยิง ม่านน้ำที่ขัดขวางการจากไปของเขาและเผยฉีฉีก็ถูกบิดเบือนให้แยกตัวออกจากกันอย่างรวดเร็ว
เผยฉีฉีที่จับจ้องเนี่ยเทียนอยู่ตลอดเวลาดวงตาพลันเปล่งประกาย กล่าวว่า “หัวเทียน ทำลายการแบ่งแดนชั้นนั้นซะ พวกเราจะได้หนีไปโดยเร็วที่สุด”
นางอยากทำลายเขตแดนนั้นแล้วอาศัยรอยแยกห้วงมิติมาเพิ่มความได้เปรียบให้กับตัวเอง ทว่าก่อนหน้านั้นที่นางหมายจะลงมือกลับถูกกระดิ่งของหลี่หลางเฟิงโจมตีจิติญญาจึงจำต้องหยุดชะงักไปก่อน
นางมองไม่ออกว่ารอบกายเนี่ยเทียนมีสนามแม่เหล็กประหลาดอะไรอยู่กันแน่ แต่กลับพบว่าหลังจากที่เนี่ยเทียนเสียกำไลหยกสีเขียวไปก็ไม่ถูกพิษร้ายกัดกินร่างกาย
แม้แต่สัตว์ร้ายหลายตัวที่ก่อตัวขึ้นจากควันพิษซึ่งเกิดจากการชุบหลอมจากหลี่หลางเฟิงก็ยังทำอะไรเนี่ยเทียนไม่ได้ นี่ทำให้นางทั้งตะลึงและทั้งแปลกใจ
เวลานี้นางถึงไพล่นึกไปถึงตอนที่นางและไช่โยวตกอยู่ในอันตราย เนี่ยเทียนมาปรากฏตัวอยู่ตรงทางออกของหุบเขาอย่างเงียบเชียบ ทั้งยังบอกกับนางว่าเขาจัดการผู้รบกวนสิบกว่าคนของเดือนดับไปเรียบร้อยแล้ว
คิดมาถึงตรงนี้ดวงตาของเผยฉีฉีก็ยิ่งเปล่งประกายแวววาว
“นายน้อยคิดถูกจริงๆ ด้วย เ้าหัวเทียนผู้นี้...ไม่ธรรมดาอย่างแท้จริง”
สือชิงที่พยายามต้านทานควันพิษสีเขียวอย่างยากลำบากก็สังเกตเนี่ยเทียนอย่างเงียบเชียบเช่นกัน
มาถึงเวลานี้ เขาจำต้องยอมรับในความฉลาดและดวงตาที่มีแววของไช่โยว และก็ตระหนักได้ว่าที่ก่อนหน้านี้เนี่ยเทียนไม่ได้ลงมือสังหารผู้แข็งแกร่งของเดือนดับย่อมไม่ใช่เพราะความหวาดกลัวอย่างแน่นอน
---แต่เป็เพราะเขารู้สึกว่าไม่มีความจำเป็
การต่อสู้ที่รู้อยู่แก่ใจว่าต้องชนะ เนี่ยเทียนจึงไม่คิดที่จะแสดงความสามารถของตัวเองออกมา ที่เขามองดูดายก็แค่ไม่อยากแย่งค่าความดีมาจากสมาชิกของกะโหลกเืก็เท่านั้น
เนี่ยเทียนที่ใช้สนามแม่เหล็กไปทำลายม่านน้ำสีเขียวเข้มพอได้ยินคำพูดของเผยฉีฉีก็ไม่ได้ตอบรับทันที
“อู้ๆๆ!”
เขายกมือข้างหนึ่งขึ้นสูง เรียกรวมปราณิญญาฟ้าดินที่สกปรกของเทือกเขาฮ่วนคงให้กลายมาเป็ลูกปราณิญญา
หลังจากที่เหยียบย่างเข้าสู่กลาง์ ความเร็วในการรวบรวมลูกปราณิญญาฟ้าดินของเขาก็เพิ่มขึ้นสูงมาก
ไม่นานนักลูกปราณิญญาสีเทาขมุกขมัวลูกหนึ่งที่ด้านในมีคลื่นกระเพื่อมอย่างบ้าคลั่งก็ถูกเขาสร้างขึ้นมาได้สำเร็จ
“ไป!”
ลูกปราณิญญาพลันบินออกมา พลังงานมากมายที่มาจากนอกอาณาจักรซึ่งอยู่ด้านในเมื่อผ่านการชุบหลอมก็ยิ่งเปลี่ยนมาเป็พลุ่งพล่านบ้าคลั่ง
“ตูมๆๆ!”
ขณะที่ลูกปราณิญญาใกล้จะถึงตัวหลี่หลางเฟิงก็พลันะเิออก สะเก็ดแสงสีเขียว สีน้ำเงิน สีดำ สีม่วงอ่อนมากมายสาดกระเซ็นไปแปดทิศ กลบทับร่างของหลี่หลางเฟิงให้อยู่ภายใน
“อู้ๆ!”
เห็นว่ายังไม่ได้ผล เนี่ยเทียนจึงรวบรวมพลังจิตสร้างลูกปราณิญญาขึ้นมาอีกครั้งโดยไม่พูดไม่จา
สิ่งเจือปนจากนอกอาณาจักรและสะเก็ดแสงมากมายที่สาดกระเซ็นออกมาจากลูกปราณิญญาสีเทาขมุกขมัวลูกแรกยังไม่ทันจางหาย ลูกปราณิญญาลูกที่สองก็ก่อตัวสำเร็จแล้วบินเข้าหาหลี่หลางเฟิงอีกครั้ง
“ตูมๆๆ!”
“ตูมๆๆ!”
“ตูมๆๆ!”
เนี่ยเทียนใช้วิธีการเดิมรวบรวมลูกปราณิญญาขึ้นอย่างต่อเนื่อง แล้วขว้างลูกปราณิญญาลูกแล้วลูกเล่าเข้าไปยังพื้นที่ที่สะเก็ดแสงห้าแสงหกสีสาดกระจายปะปนไปกับหมอกพิษตามอำเภอใจของตัวเอง
-----
