ผู้ที่โก่งคอะโเสียงดังลั่นก็คือหวังต้าเหน่าไต้ ั้แ่วันนี้ไปคนผู้นี้ก็จะมีอายุสิบสี่ปีแล้ว ปีก่อนบ้านของเขาอาศัยบารมีของตระกูลหวัง อาศัยการขายพริกสับดองหาเงินเลี้ยงชีพ จากนั้นแม่สื่อก็มาคุยเื่แต่งงานกับเขาถึงหน้าบ้าน ยามนี้เขาหมั้นหมายแล้ว กลายเป็บุรุษที่มีคู่หมั้นเรียบร้อย
หวังต้าเหน่าไต้สวมเสื้อผ้านวมตัวใหม่สีฟ้า คู่กับกางเกงผ้านวมสีดำ รอยยิ้มคึกคักสว่างไสวฉายอยู่เต็มใบหน้า ะโเรียกหน้าประตูติดกันครั้งแล้วครั้งเล่า
คนที่ออกมาเป็คนแรกก็คือหวังจื้อ เขาเห็นผู้คนหลายสิบชีวิตมายืนอยู่หน้าประตูบ้านตนเองแน่นขนัดไปหมดเช่นนี้แล้ว ก็เข้าใจว่าพวกเขาต้องมาซื้อซาลาเปากันเป็แน่ นี่นับเป็สัญญาณที่ดีว่าการค้าขายจะต้องประสบความสำเร็จและเจริญรุ่งเรือง จึงหัวเราะฮ่าๆ แล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงแหลมสูง “สวัสดีปีใหม่ลูกค้าทุกท่าน ก่อนวันที่ยี่สิบเดือนแรก ทางบ้านข้าไม่รับจับจองซาลาเปา”
หวังต้าเหน่าไต้เกาศีรษะไปมา พลางเอ่ยตอบ “พี่จื้อ พวกเขาไม่ได้มาซื้อซาลาเปา พวกเขามาอวยพรวันปีใหม่แก่พี่สะใภ้เฮ่า ขอบคุณบุญคุณที่พี่สะใภ้เฮ่าช่วยชีวิตเอาไว้”
หวังจื้อถึงได้สติคืนมา ทว่าจำนวนคนเหล่านี้ออกจะเยอะเกินไปสักหน่อย เขาจึงรีบสับขาวิ่งไปยังทางเข้าลานบ้านส่วนที่สอง ทั้งเอ่ยด้วยน้ำเสียงแหลมสูง “ชิงชิง คนที่เ้าเคยช่วยชีวิตไว้มาอวยพรให้เ้าถึงหน้าเรือนแล้ว มากันตั้งหลายคน ทั้งบุรุษ ทั้งสตรี เด็กและคนแก่คนเฒ่าล้วนมากันหมด”
เสียงดังทำลายความสงบเช่นนี้ ทำให้คนทั้งครอบครัวหวังต้องใสะดุ้งตื่นขึ้นจากความฝันอันหอมหวาน คนตระกูลหวังทยอยลุกขึ้นจากเตียงนอน สวมใส่อาภรณ์ให้เรียบร้อยแล้วจึงเดินไปที่เรือนหน้า
หวังเลี่ยงเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว สืบถามได้ความชัดเจนแล้วจึงรีบวิ่งไปยังหน้าประตูห้องของหลี่ชิงชิง เอ่ยอย่างตื่นเต้นว่า “พี่สะใภ้สาม พวกเขามากันทั้งหมดหกสิบแปดคน เป็ชาวบ้านจากหมู่บ้านหู เมื่อวานพวกเขาทานอาหารส่งท้ายปีเสร็จก็รีบเดินทางมายังหมู่บ้านของพวกเราทันที บอกว่าทำเช่นนี้ถึงจะเป็การแสดงความจริงใจ”
“ที่แท้ก็คือคนจากหมู่บ้านหูนี่เอง” ก่อนหน้านี้หลี่ชิงชิงยังรู้สึกแปลกใจอยู่เลย นางช่วยชีวิตคนในหมู่บ้านหูไว้ร้อยกว่าชีวิต หลังจบเื่ก็ไม่มีคนในหมู่บ้านมาขอบคุณนางแม้แต่คนเดียว ที่แท้คนในหมู่บ้านหูล้วนรอมาพร้อมกันในวันแรกของเดือนที่หนึ่งนี่เอง
หวังเลี่ยงยิ่งพูดก็ยิ่งตื้นตัน “พี่สะใภ้สาม ท่านยังจำหูต้าไห่ได้หรือไม่? หูต้าไห่ก็คือพี่ชายที่เอายาของท่านไปหาท่านหมอเติ้งที่ตำบลไท่พร้อมกับหลงจู๊หม่า ยามนี้เขากลายเป็หัวหน้าหมู่บ้านหูแล้ว เขาบอกว่าตั้งป้ายอายุยืนไว้ในศาลบรรพบุรุษตระกูลหูแล้ว เพื่อปกปักรักษาให้ท่านมีอายุยืนยาวไม่แก่เฒ่า”
หลี่ชิงชิงหลุดเสียงหัวเราะดังพรืดออกมา อายุยืนยาวไม่แก่เฒ่า ไหนยังจะตะพาบอายุพันปี เต่าอายุหมื่นปีอีก นางไม่เชื่อเื่ป้ายอายุยืน ทว่านางรับความตั้งใจนี้ของคนในหมู่บ้านหูไว้แล้ว
ถึงอย่างไรก็เป็วันขึ้นปีใหม่ ทั้งยังต้องพบชาวบ้านมากมายเช่นนี้อีก หลี่ชิงชิงล้างหน้าและแต่งตัวให้เรียบร้อยก็ออกจากห้องนอน ไปยังเรือนหน้าพร้อมกับหวังเลี่ยงและหวังจวี๋
ครั้งนั้นมีชาวบ้านจากหมู่บ้านหูมาขอความช่วยเหลือถึงบ้านตระกูลหวังด้วยกันสิบสองคน มาครานี้นอกจากคนที่ตั้งครรภ์คนนั้นกับผู้เฒ่าท่านหนึ่งแล้ว อีกสิบคนที่เหลือล้วนมาด้วยกันหมด
ในสถานการณ์คับขันครั้งนั้น หูต้าไห่แสดงตนออกมาโดดเด่นที่สุด จึงถูกคนในหมู่บ้านเลือกให้เป็หลี่เจิ้ง และเป็ผู้นำตระกูลคนใหม่ของตระกูลหู
หูต้าไห่รวบรวมคนมาทั้งหมดห้าสิบแปดคน หอบหิ้วของขวัญเดินทางออกจากหมู่บ้านหูั้แ่เมื่อวาน และมาถึงหมู่บ้านหวังในเช้าวันนี้
“ท่านหมอเทวดาหลี่ ได้โปรดรับการคำนับจากพวกเราตระกูลหูด้วย” หูต้าไห่และอีกสิบคนสลักรูปร่างหน้าตาของหลี่ชิงชิงไว้ในหัวใจ ครั้นเจอนางแล้วจึงรีบคุกเข่าลงบนพื้น ก่อนโขกศีรษะด้วยความเคารพ คนอื่นๆ อีกห้าสิบแปดคนที่เหลือจึงพากันโขกศีรษะตาม
คนในหมู่บ้านหวังแค่ตื่นนอนก็ลุกขึ้นมาเดินกันแล้ว พวกเขาต่างพากันมาดูความครึกครื้น ก่อนหน้านี้ยังบ่นว่าคนของหมู่บ้านหูเป็พวกเนรคุณ ไม่รู้จักขอบคุณอยู่เลย ครั้นมาวันนี้ได้เห็นคนจากหมู่บ้านหูพากันมามากมายขนาดนี้ แม้ว่าของขวัญที่นำมาจะไม่ได้มากมาย แต่ความตั้งใจที่พากันเดินทางไกลมาตลอดคืนในวันปีใหม่เช่นนี้ ก็นับว่าเป็เื่ดี
เมื่อหลี่ชิงชิงประคองให้สตรีสองสามนางลุกขึ้น จึงได้เห็นว่าพวกนางสวมใส่เสื้อผ้าเก่าขาด อีกทั้งบริเวณใบหูและมือก็มีแผลจากความเย็น พวกเขาเดินทางมาตลอดทั้งคืนทั้งที่อากาศเย็นเช่นนี้ นางจึงเอ่ยด้วยความประทับใจว่า “พวกท่านมาคุกเข่าโขกศีรษะคำนับให้ข้าในวันปีใหม่เช่นนี้ ข้าไม่มีซองแดงให้พวกท่านหรอกนะเ้าคะ พวกท่านรีบลุกขึ้นมาเร็ว เดี๋ยวข้าจะให้คนในบ้านต้มโจ๊กร้อนๆ พวกท่านพักกันสักครู่ ทานโจ๊กกันสักหน่อยค่อยกลับไปฉลองปีใหม่กันที่บ้าน”
หลิวซื่อเป็คนใจกว้างและโอบอ้อมอารีเป็ทุนเดิมอยู่แล้ว พอได้ยินคำพูดของหลี่ชิงชิง จึงให้บุตรชายบุตรสาวไปต้มโจ๊กทันที
โชคดีที่ในบ้านมีหม้ออยู่มาก ครู่ใหญ่โจ๊กเข้มข้นทั้งหมดก็ต้มออกมา อีกทั้งยังใส่ไข่ไก่สิบสองฟองลงไปในโจ๊ก
หูต้าไห่ก้าวมาด้านหน้าพร้อมกล่าวว่า “ขอบพระคุณท่านหมอเทวดาหลี่ นับั้แ่ครานั้น คนในหมู่บ้านของเราล้วนยังมีชีวิตอยู่เป็อย่างดี”
มีชีวิตอยู่ก็ใช่ เพียงแต่ชีวิตไม่ได้ดีเท่าไรนัก
หมู่บ้านหูเกิดเื่ใหญ่โตขนาดนั้น พอเื่ยุติลงแล้ว ชื่อเสียงของตระกูลหูก็ย่อยยับ ยามนี้หมู่บ้านอื่นไม่ยอมให้บุตรสาวแต่งมาเข้าตระกูลหู บุรุษตระกูลหูไม่อาจแต่งภรรยา เช่นเดียวกับที่สตรีตระกูลหูก็ไม่อาจแต่งออกไปได้
เพียง่ระยะเวลาสั้นๆ ไม่กี่เดือน ก็มีดรุณีในตระกูลหูถูกคู่หมั้นถอนหมั้นไปแล้วสามคน
ยามคนในตระกูลหูออกไปขายผักขายอาหารข้างนอก ล้วนไม่มีผู้ใดกล้าพูดความจริงออกไป ต่างต้องโกหกว่าเป็คนต่างแซ่ทั้งสิ้น
เื่ราวก็เป็เช่นนี้ หูต้าไห่ยังคงจดจำบุญคุณของหลี่ชิงชิงได้ไม่ลืม ต่อให้คนมากมายในตระกูลจะทานไม่อิ่มยามทานอาหารคืนสิ้นปี แต่ก็ต้องมอบของขวัญให้หลี่ชิงชิงให้ได้
“ยังไม่ตายก็ดีแล้ว ค่อยๆ ใช้ชีวิตกันไป เวลาเนิ่นนานแล้ว เื่อะไรก็ปล่อยให้มันผ่านไป” หลี่ชิงชิงสังเกตเห็นว่าหูต้าไห่หน้าตาดูซีดเซียวกว่าหนก่อนที่ถูกพิษ ดูท่าแล้วการเป็หลี่เจิ้งหมู่บ้านหูพร้อมกับการเป็ผู้นำตระกูลหูไปด้วยจะไม่ราบรื่นเท่าไรนัก
“ขอรับ ท่านหมอเทวดาหลี่กล่าวได้มีเหตุผล” หูต้าไห่แอบถอนหายใจยาวหนึ่งเสียงอยู่ในใจ
ยามที่เหตุการณ์ในหมู่บ้านหูเพิ่งยุติลง เมื่อคนในตระกูลหูไปซื้อเกลือที่ตำบลไท่ ก็มักจะถูกคนเข้ามามุงดู บางคนถึงกับจงใจถามว่าเหตุใดคนตระกูลหูถึงได้บีบบังคับแม่ม่ายให้จนตรอกเช่นนั้น ทั้งยังมีบางคนถึงกับสาดน้ำใส่คนจากตระกูลหู ไม่ยอมให้พวกเขาผ่านหน้าบ้าน
สถานการณ์เช่นนี้ดำเนินเรื่อยไปจนถึงเดือนสิบสองถึงจะเปลี่ยนแปลง ด้วยอากาศหนาวเหน็บแล้ว ผู้คนในตำบลไท่ล้วนหมกตัวอยู่ในบ้านไม่ออกไปไหน จึงไม่มีใครมาสร้างความลำบากให้แก่คนตระกูลหู
เวลาก็ผ่านมานานแล้ว ผู้คนในตำบลไท่คงจะลืมเลือนเื่นี้ไปแล้ว...
ผู้เฒ่าหวังเอ่ยกับหูต้าไห่ว่า “ทางการไม่ได้ปลดตำแหน่งหลี่เจิ้งของพวกเ้าออก ทั้งยังยินยอมให้คนตระกูลหูเช่นเ้าดำรงตำแหน่งนี้ด้วย ดูแล้วทางการก็ยังไม่ได้ละทิ้งพวกเ้าตระกูลหูโดยสิ้นเชิง”
เมื่อคนในหมู่บ้านมีจำนวนเกินสองร้อยคน ถึงจะมีการแต่งตั้งตำแหน่งหลี่เจิ้ง
หมู่บ้านต่างๆ ในเมืองเซียงนั้น ขอเพียงไม่ได้อยู่ในพื้นที่หลังเขาอันห่างไกลความเจริญเกินไป ก็ล้วนมีประชากรเกินสองร้อยคนทั้งนั้น
“ขอรับ” หูต้าไห่เอ่ย “เมื่อปีก่อน ข้ายังได้ไปฟังโอวาทของนายอำเภอที่ศาลาว่าการในตัวอำเภอด้วยขอรับ”
ปกติทุกครึ่งปี นายอำเภอจะเรียกรวมตัวหลี่เจิ้งที่อยู่ภายในเขตอำเภอที่ตนดูแลไปประชุม ถ่ายทอดสาส์นจากราชสำนักและเื่สำคัญภายในอำเภอ
หูต้าไห่มีตำแหน่งเป็หลี่เจิ้งของหมู่บ้านหู มีคุณสมบัติเพียงพอสำหรับการเข้าร่วมประชุม
หลี่ชิงชิงส่งกล่องไม้หนึ่งใบให้หูต้าไห่ “ในนี้เป็ยาทาแผลที่ถูกกัดจากความเย็น พวกท่านนำกลับไปเถิด ล้างทำความสะอาดาแบนร่างกายให้เรียบร้อยก่อนค่อยทายาลงไป”
ร้านยาในอำเภอเหอมียาทาาแจากความเย็นขายอยู่ ทว่าผลของยานั้นห่างไกลจากยาทาแผลความเย็นของหลี่ชิงชิงไกลลิบ อีกทั้งยังราคาแพง ขนาดขวดเท่านิ้วชี้เพียงหนึ่งขวดยังราคาตั้งหนึ่งร้อยเหรียญทองแดงแล้ว คนยากคนจนที่ไหนจะไปซื้อไหว
หูต้าไห่กอดกล่องไม้ไว้แน่น พร้อมกับเอ่ยด้วยความตื้นตัน “ขอบพระคุณท่านหมอเทวดาหลี่มากขอรับ”
“โจ๊กเสร็จแล้ว รีบมากินตอนร้อนๆ เถิด” หลิวซื่อ หวังจื้อพร้อมกับคนอื่นๆ ยกหม้อใบใหญ่ออกมา เนื่องจากชามและตะเกียบในบ้านตระกูลหวังมีจำนวนไม่พอ จึงต้องไปยืมมาจากที่บ้านคนในวงศ์ตระกูล
หูต้าไห่ยัดกล่องไม้เข้าในอ้อมแขน มือทั้งสองยกชามโจ๊กไข่ไก่ขึ้นมา เอ่ยด้วยสีหน้าละอายใจ “วันปีใหม่แท้ๆ ยังต้องให้บ้านพวกท่านไปยืมข้าวของอีก ต้องอภัยด้วยจริงๆ ขอรับ”
การฉลองวันปีใหม่ของที่นี่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเดือนแรกของปีเช่นนี้มีข้อห้ามมากมาย หนึ่งในนั้นก็คือห้ามมิให้ยืมเงินหรือยืมของจากบ้านผู้อื่น หากหยิบยืมจะทำให้ปีนั้นทั้งปีอาจจะต้องมีแต่การยืม ฐานะการเงินในบ้านก็จะขัดสน
หลี่ชิงชิงเอ่ยถาม “พวกท่านเองก็คงไม่ได้พกอาหารแห้งมาด้วยกระมัง อีกประเดี๋ยวต้องเดินทางกลับไปไกลเช่นนั้น จะกินสิ่งใดระหว่างทาง?”
