ิหยวนเอ่ยเสียงเยือกเย็น “ผู้ดูแลเมืองหลวงมอบหมายให้ข้าดูแลจัดการเื่ผู้ลี้ภัย พวกเ้าไม่รู้หรือ?”
“รู้ขอรับ พวกข้าน้อยไม่กล้าปิดบัง คุณชายทั้งสองมา สองสามวัน ไม่สิ ห้าวันจะมาตรวจดูครั้งหนึ่งขอรับ”
“ข้าวต้มเหลวขนาดนี้ เป็วิธีของพวกเ้า หรือพวกเขาเป็คนสั่ง” ิหยวนเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง เยี่ยนหรงชิวกับคนอื่นๆ ที่อยู่ข้างๆ เห็นเขาโมโห ต่างพากันยืนตัวแข็งทื่อ ไม่กล้าส่งเสียง ส่วนพวกเ้าหน้าที่ก้มหน้ากราบลงกับพื้น ตัวสั่นเทาไม่กล้าพูดสิ่งใด
“พวกเ้ารู้หรือไม่ว่า หากกินไม่อิ่มท้อง คนเราอาจตายได้!” ิหยวนเน้นทีละคำ “ข้าบอกพวกเ้ากี่ครั้งกี่คราว่า เวลาต้มข้าวต้มต้องคนจนกว่าตะเกียบจะตั้งตรงได้ เอาผ้าขนหนูห่อแล้วต้องไม่มีน้ำซึมออกมา พวกเ้าดูสิ” ิหยวนยกชามข้าวต้มขึ้นมาถามพวกเขา “นี่เรียกว่าข้าวต้มอย่างนั้นหรือ! หากทุกวันพวกเ้าได้กินแต่อาหารแบบนี้ พวกเ้าจะทนได้หรือ!”
“คุณ คุณชายฟู่กล่าวว่า พวกผู้ลี้ภัยไม่มีอันจะกิน จะต้องกินดีอยู่ดีไปใย ขอแค่มีชีวิตรอดก็พอ กินอิ่มแล้วมีแรง ก็จะก่อเื่วุ่นวาย ต้มข้าวต้มให้เหลวหน่อย จะได้ประหยัดงบประมาณแผ่นดิน”
“เลวทรามต่ำช้า!” ิเยี่ยโกรธจนชักดาบข้างเอวออกมา แต่ิหยวนกลับคว้ามือเขาไว้เสียก่อน ใบหน้าเรียบนิ่ง ยืนนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะกัดฟันเอ่ยสั่ง “ไปต้มใหม่”
เ้าหน้าที่ทั้งหลายรีบวิ่งแจ้นไปทำตามคำสั่ง ิหยวนยกชามข้าวต้มขึ้น แล้วเอ่ยปลอบประชาชน “พี่น้องทั้งหลาย พวกท่านอดอยาก เป็ความผิดของพวกข้าเอง! ฝ่าาทรงเป็บุพการีของราษฎรทั่วหล้า ทรงทราบว่าพวกท่านต้องอพยพหนีภัยจากทางเหนือ จึงทรงเมตตาสั่งให้นำข้าวจากเมืองทางใต้หลายหมื่นซีก มาแจกจ่ายพวกท่าน! ทุกท่านโปรดวางใจ ข้าวต้มข้าให้คนไปต้มใหม่แล้ว กินให้เต็มที่ กินให้อิ่มท้อง!”
ทันทีที่เขาพูดจบ ทุกคนต่างคุกเข่าลงกับพื้น ร้องไห้ขอบคุณ “ขอบพระคุณใต้เท้า! ขอบพระคุณใต้เท้าิ!”
“ไม่ต้องขอบคุณข้า ขอบพระคุณฝ่าาเถิด ขอบพระคุณเซี่ยไท่ฟู่เถิด!”
ราษฎรที่อยู่บริเวณนั้นต่างเปล่งเสียง “ฝ่าาอายุยืนหมื่นปี! ฝ่าาอายุยืนหมื่นปี! ฝ่าาอายุยืนหมื่นปี!”
“หลังจากกินข้าวต้มอิ่มท้องแล้ว ใต้เท้าเฉาผู้นี้จะจัดพวกท่านแบ่งออกเป็กลุ่มๆ ตามบ้านเกิดและจัดหาที่พักให้ หัวหน้าครอบครัวแต่ละบ้านโปรดไปลงทะเบียนกับใต้เท้าเฉาด้วย!”
ิหยวนสอบถามความเป็อยู่ของผู้ลี้ภัยอีกรอบ รอจนกว่าข้าวต้มหม้อใหม่จะเสร็จ จึงอนุญาตให้พวกเขาไปรับประทาน จากนั้นจึงหันไปถามิเยี่ย “พวกเขาทะเลาะกันแบบนี้ทุกวันหรือ?”
“ใช่ พวกเขาล้วนเป็ชายฉกรรจ์ พอทะเลาะกันทีก็เป็เื่ใหญ่ าเ็ล้มตายทุกครั้ง”
“แล้วพวกเ้าทำอย่างไร จับพวกเขาขังคุกหมดหรือ?”
“ก็ต้องทำเช่นนั้น ตอนนี้ในคุกไม่มีที่ว่างแล้ว”
“แบบนี้ไม่ดี มันอันตรายเกินไป” ิหยวนครุ่นคิด จู่ๆ เขาก็เหมือนนึกบางอย่างขึ้นได้ จึงหันไปถามหวงซื่อเหว่ย “ข้าจะหาคนงานให้พวกเ้า พวกเ้า้าหรือไม่?”
“เ้าหมายถึงผู้ลี้ภัยพวกนี้?”
“ใช่” ิหยวนพยักหน้า “พวกเขาเป็ชาวนาที่แข็งแรง แม้จะทำงานเอกสารไม่เป็ แต่พวกเขาก็สามารถขนของได้ ปล่อยให้พวกเขาอยู่ที่นี่ต่อไป อาจจะก่อเื่วุ่นวายไม่หยุดหย่อน แต่สำหรับพวกเ้าแล้ว พวกเขาคือแรงงานชั้นดี”
“ดีเลย! หากเป็เช่นนั้นก็ช่วยแก้ปัญหาใหญ่ให้พวกข้าได้” หวงซื่อเหว่ยลืมเื่กินข้าว รีบลากหนิงตวนเฉิงให้ไปกับเขา “ตอนนี้ข้าจะไปคุยกับใต้เท้าฝ่ายกิจการ ขอให้เขาประสานงานกับท่านผู้ดูแลเมืองหลวงเื่จัดสรรคนงาน”
หนิงตวนเฉิงกำชับ “ต้องเลือกคนที่ไว้ใจได้ ขยันขันแข็ง”
“วางใจเถิด ข้าเห็นพวกเขาทุกวัน ข้าจำได้หมด”
“เ้าจำได้ ไม่ได้หมายความว่าพวกเขาจะเป็คนดี”
“พอแล้วๆ รู้แล้วน่า ข้าจะเลือกคนที่เก่งกาจที่สุดให้พวกเ้าเอง”
“เดี๋ยวก่อน ทางที่ดีทางพวกเ้าควรจะจ่ายค่าแรงให้พวกเขาด้วย พวกเขาจะได้เอาเงินไปซื้อข้าว หรือจ่ายเป็ข้าวสารไปเลย ไม่ต้องแจกจ่ายข้าวต้มมากมายทุกวัน เป็การป้องกันไม่ให้พวกเขารู้สึกว่าตนเองมีกินแม้ไม่ต้องทำงาน”
“ตกลง!”
หวงซื่อเหว่ยกับหนิงตวนเฉิงรีบวิ่งออกไป เยี่ยนหรงชิวพลันคิดบางอย่างขึ้นได้ “ไจ้เฉิน ความคิดเ้าไม่เลวเลย เช่นนั้นเราสามารถรวบรวมสตรีมาเย็บเสื้อผ้าให้กองทัพได้หรือไม่ ข้าได้ยินมาว่าฝ่ายตัดเย็บประสบปัญหาเื่นี้ พวกเขาหาช่างเย็บผ้าไม่พอ”
ิเยี่ยส่ายหัว “ไม่ได้ๆ แล้วคนชราและเด็กๆ จะอยู่กับใคร?”
“เื่นี้ง่ายนิดเดียว” เฉาเหอเสนอ “จัดกระโจมไว้สำหรับเด็กๆ หาคนแก่สักสองสามคนมาช่วยดูแลก็พอแล้ว และข้ากำลังจะไปลงทะเบียนจัดสรรที่อยู่พอดี จะได้ทำเื่นี้ไปพร้อมกัน”
“เยี่ยมมาก!” ิหยวนตบมือด้วยความยินดี “ทุกท่านช่างเป็อัจฉริยะจริงๆ สหายเฉา อย่าลืมจดรายชื่อผู้ป่วยด้วย ผู้คนมากมายอยู่รวมกันแบบนี้ อาจเกิดโรคระบาดได้ง่ายๆ ต้องระมัดระวังให้มาก วันนี้ข้าพาหมอหลายคนไปดูแล้ว พรุ่งนี้ตอนแจกจ่ายข้าวต้ม ให้นำผงยานี้ไปแจกจ่ายด้วย พรุ่งนี้หลังจากที่ทุกคนย้ายเข้าไปอยู่ในกระโจมแล้ว ให้หาผ้าใบมากั้นเป็ที่รักษาพยาบาลชั่วคราว ข้าแจ้งท่านผู้ดูแลเมืองหลวงแล้ว ให้หมอผลัดกันมาตรวจคนไข้”
“เช่นนั้นก็เยี่ยมเลย!”
พี่น้องตระกูลเฉาและเยี่ยนหรงชิวผู้รับผิดชอบเื่กระโจมที่พักพากันออกไป ิหยวนจึงหันไปถามิเยี่ย “วันนี้มีข่าวใหม่ใดบ้าง?”
“เ้ารู้ได้อย่างไรว่าข้ามีเื่จะบอก?”
“ก็เ้าทำท่าทางเหมือนอยากจะบอกว่า ‘ข้ามีเื่สำคัญ รีบถามข้ามาสิ’ อยู่แบบนั้น”
ิเยี่ยไม่สนใจคำพูดเหน็บแนมของิหยวน เขายิ้มกว้าง “รู้ใจข้าจริงๆ เอียงหูมา”
“มีเื่อันใดกัน ทำท่าลึกลับแบบนี้”
“ได้ยินมาว่าจะส่งพวกเราไปทางเหนือ”
------
เชิงอรรถ
[1] เตียนจง(殿中)หมายถึงหน่วยงานที่ปรึกษาใกล้ชิดฮ่องเต้
[2] ลี่ปู้(吏部)หมายถึงกระทรวงฝ่ายบุคคล มีหน้าที่ดูแลเื่การแต่งตั้ง โยกย้ายเลื่อนขั้น ลดขั้น และปลดขุนนาง
[3] เจียบู้(驾部)หมายถึงกระทรวงคมนาคม
[4] จินปู้(金部)หมายถึงกระทรวงแร่ทองคำ
[5] ยู๋เฉา(虞曹)หมายถึงหน่วยงานที่ดูแลรับผิดชอบเกี่ยวกับการบริหารจัดการที่ดิน
[6] ปี่ปู้(比部)หมายถึงกระทรวงพิธีการ
[7] หนานจู่เค่อ(南主客)หมายถึงหน่วยงานที่ดูแลชาวต่างชาติทางใต้
[8] ชู๋ปู้(初部)หมายถึงกระทรวงยุติธรรม
[9] ตู้จือ(度支)หมายถึงหน่วยงานที่รับผิดชอบด้านการเงินและภาษี
[10] คู่ปู้(库部)หมายถึงท้องพระคลัง
[11] หนงปู้(农部)หมายถึงกระทรวงเกษตร
[12] สุ่ยปู้(水部)หมายถึงกระทรวงชลประทาน
[13] เฉา(曹)หมายถึงหน่วยงานย่อยๆ
