พริมโรสพยักหน้าช้า ๆ แต่ดวงตายังแฝงความสับสน “แล้วข้ากับเขา…เราเคยสนิทกันไหม?”
บัวขมวดคิ้วเล็กน้อย ก่อนเอียงศีรษะคล้ายใช้ความคิด
“แต่ก่อนก็เคยเ้าค่ะ ตอนคุณหนูยังเล็ก คุณหลวงมักมาเรือนบ่อย คุณหลวงชอบพกสมุดตำรายามาให้คุณชายอ่าน แลเอาขนมฝีมือคุณหญิงปรางมาให้คุณหนูเสมอเ้าค่ะ...” บัวพยักหน้าพร้อมกับทำหน้าสับสน
“อ๋อ…เป็อย่างนั้นนี่เอง” พริมโรสพึมพำเบา ๆ
บัวมองอยู่นาน ก่อนเอ่ยขึ้นด้วยเสียงที่เปลี่ยนไปเล็กน้อย
“คุณหนูเ้าคะ…ยังมึนหัวอยู่หรือไหมให้ข้าไปตามหลวงอรรถรึไม่เ้าคะ” พี่บัวกล่าวอย่างเป็ห่วง
“ข้าดูยังมึนหัวอยู่เหรอพี่บัว...ข้าว่าข้าปกติดีนะ” พริมโรสเริ่มสงสัยว่าร่างกายนี้มันอ่อนแอมากขนาดนี้เลย แค่คิดอะไรบางอย่างก็ดูจะป่วยไปหมด
“หาไม่เ้าค่ะเพียงแต่...คำพูดคุณหนูดูแปลก ๆ ความจำบางอย่างก็ดูจะลืมสิ้น…ไม่เหมือนคุณหนูคนเดิมเลย”
พริมโรสหันมามองพี่บัว พลางพูดคิดในใจว่าจะเหมือนเดิมได้ยังไง ก็คนตรงหน้าเป็คนละคนน่ะสิ
บัวคลี่ยิ้มบาง ก่อนจะพูดขึ้น “บ่าวว่า บ่าวคงคิดเพ้อเจ้อ…ไปเองเป็แน่เ้าค่ะ”
หลังจากนั้นก็ไม่ได้พูดคุยอะไรกันต่อ พริมโรสทำได้เพียงแต่ยิ้มเท่านั้น เธอรู้ตัวเองดี หากเธอบอกว่าเธอย้อนอดีตมาคงคิดว่าผีเข้ากันทั้งเรือนแน่ ๆ
พริมโรสกลับมาตั้งสติรวบรวมความคิดอีกครั้งค่อย ๆ เรียบเรียงเหตุการณ์ว่าเกิดอะไรขึ้นบ้างก่อนที่จะย้อนมายังอดีต
“เรามาอยู่ที่นี่…ได้ยังไงกันแน่นะ…” เธอพึมพำกับตัวเอง ก่อนจะนึกได้ว่า
“วันนั้นเราหลงเข้าไปวัดแห่งหนึ่ง แล้วตอนนั้นเราก็ขอพรเื่ความรักไป…จะว่าไปวัดนั้นชื่อวัดอะไรนะ?” เธอขมวดคิ้ว นึกอย่างไรก็นึกไม่ออก
ดวงตาเธอสั่นไหวเล็กน้อยเมื่อคิดย้อนถึงตอนที่ยืนอยู่หน้าพระประธานกลางวิหาร เธอจำได้ดีว่าอธิษฐานจริงจังแค่ไหน มือที่จับธูปแน่นอย่างมุ่งมั่นราวกับใจของหญิงสาวที่ผิดหวังในรักซ้ำแล้วซ้ำเล่า
“วันนั้นเรา...ขอให้เจอรักแท้” ตลกกันไปใหญ่แล้วพริมโรส เนื้อคู่เราคงไม่มาอยู่ที่อดีตนี่หรอก แต่ไม่นานความคิดอีกข้อหนึ่งก็แทรกเข้ามา
“…ไม่ใช่สิ…มันไม่ใช่แค่เื่คำขอพร…” เธอเบือนหน้าช้า ๆ ไปยังมุมห้อง ที่ซึ่งมีหีบเสื้อผ้าเก่าและเครื่องใช้ที่เธอเริ่มชินตา
“หญิงชราคนนั้น…ที่เราพบเจอถึงสองครั้งก่อนที่จะเกิดเหตุการณ์พายุพัดแรง…เธอคือใคร?”
ภาพหญิงชราคนนั้นเริ่มเด่นชัดขึ้นมา ผิวพรรณที่ขาวสะอาด กลมกลือไปกลับชุดไทยสีขาวที่นางสวมใส่
“คุณยายคนนั้นต้องมีความเกี่ยวข้องกับเื่นี้แน่ ๆ หรือว่าเราต้องหาท่านให้เจออีกครั้ง ถึงจะได้กลับไป…” แต่แล้วความคิดนั้นก็หยุดชงักไป เพราะการที่เราจะหาคน คนหนึ่งในอดีตที่ไม่คุ้นเคย ไม่มีอินเทอร์เน็ตอะไรเลย คงเป็เื่ที่ยากเกินไปที่จะให้เจอโดยเร็ว ขณะนั้นเอง ความคิดสุดท้ายก็แล่นเข้ามารวดเร็ว
“หรือทั้งหมดทั้งมวล…มันเป็เพราะปิ่น ใช่ปิ่นนั่นต่างหาก…” เธอพูดขึ้นหลังจากที่พำพัมกับตัวเองมานาน ก่อนจะรีบลุกขึ้นเดินไปควานหาทุกกล่อง ทุกตู้ ทุกซอกของหีบอีกครั้ง จนในที่สุดเธอก็หยุดนิ่ง
“ไม่มี…มันไม่มีอยู่ที่นี่เลย…” เสียงเธอสั่น เธอกัดริมฝีปาก ก่อนจะรีบวิ่งไปที่ประตูห้องแล้วผลักเปิดออก
“พี่บัว!...พี่บัว!” เสียงเรียกของหญิงสาวทำให้บัวที่กำลังนั่งคุยกับบ่าวอีกคนในเรือนรีบหันขวับมา แล้วรีบวิ่งเข้ามาหา
“คุณหนูเป็อะไรไปเ้าคะ? เหตุใดจึงทำหน้าซีดเช่นนี้?” บัวกล่าวอย่างร้อนรน
“พี่บัว…ฉันรู้แล้วพี่ว่าฉันจะกลับบ้านได้ยังไง” พริมโรสจับแขนพี่บัวแน่น พรากเขย่าขึ้นลง
“คุณหนูกล่าวอะไรเยี่ยงนั้นเ้าคะ...นี่ก็บ้านของคุณหนูยังไงเ้าคะ” พี่บัวเริ่มกลัว และตัวสั่นไม่แพ้พริมโรส
“เพียงแต่ฉันจะกลับได้ฉันต้องหาปิ่นให้เจอก่อน...พี่เห็นปิ่นดอกพิกุลของฉันไหม ที่ฉันใส่ในวันที่เกิดพายุ ฉันหาเท่าไรก็ไม่เจอเลย” พริมโรสพูดอย่างตื่นเต้น พลางคิดในใจว่าในที่สุดเธอก็หาสิ่งที่อาจจะสามารถพาเธอกลับไปยังปัจจุบันได้ แม้เธอเองจะไม่มั่นใจเต็มอก
บัวขมวดคิ้วก่อนจะส่ายหน้าเบา ๆ
“ปิ่นลายดอกพิกุลหรือเ้าคะ? ข้าน้อยไม่เคยเห็นมาก่อน…ในวันที่คุณหนูเป็ลม ล้มไปวันนั้นคุณหนูมิได้ใส่เครื่องประดับหัวเลยนะเ้าคะ ตอนที่คุณหลวงพาคุณหนูกลับเรือนก็มิได้มีปิ่นเช่นนั้นอยู่กับคุณหนูเลยเ้าค่ะ”
“มันไม่อยู่…ปิ่นนั่น…ไม่มี” พริมโรสช๊อกเมื่อความหวังเดียวที่จะกลับโลกปัจจุบันของเธอพังลง เธอทรุดลงนั่งอย่างหมดแรง มือทั้งสองประสานเข้าหากันแน่น สายตาเต็มไปด้วยความกลัวและสับสน บัวและบ่าวอีกคนรีบเข้ามาพยุง และพัดให้เธอ
ปิ่นปักผมที่หญิงชรามอบให้ในวันที่พายุพัดแรง…สิ่งเดียวที่อาจเชื่อมโยงกับการย้อนเวลากลับมายังโลกอดีตนี้ กลับไม่อยู่กับเธอแล้ว เธอพึมพำซ้ำไปซ้ำมา
เธอนั่งอยู่ท่านั้นั้แ่ยามบ่ายจนยามสนธยา ทุกคนในเรือนต่างเป็ห่วงเธอ แต่ก็ในเวลาเดียวกันก็กลัวเธอด้วย ทำได้เพียงคอยดูอยู่ห่างๆ
เธอค่อย ๆ เรียบเรียงสติกลับมาอีกครั้ง ก่อนจะคิดได้ว่า...
“ถ้าหากปิ่นคือสิ่งที่ทำให้ย้อนมายังโลกอดีต แล้วอะไรล่ะที่เป็สิ่งที่จะพากลับโลกปัจจุบัน…” เสียงพึมพำของพริมโรสดังเบา เราต้องหาทางกลับ…แต่หากไม่มีปิ่น…แล้วจะกลับได้อย่างไรหรือว่าต้องอยู่ที่นี้ตลอดไป… ไม่นะ!
เสียงฝีเท้าแ่เบาดังขึ้นเรื่อย ๆ จากด้านหลัง ก่อนที่เสียงของบัวจะดังขึ้น
“คุณหนู…หากคุณหนูเป็เช่นนี้บัวปวดใจนักเ้าค่ะ?” พี่บัวเอ่ยเสียงสั่น
พริมโรสรีบเช็ดน้ำตา สูดหายใจเข้าลึก ๆ พยายามพูดเสียงปกติที่สุด
“ข้ามิเป็ไรพี่บัว...เพียงแต่ข้าเสียใจเฉย ๆ ”
