ภายหลังทั้งใต้เท้าเซิ่งและใต้เท้าหลีกลับไปถึงจวน ก็ได้รับรู้สาเหตุที่ฮูหยินของพวกตนให้คนไปตามกลับมา บุตรสาวที่ตนอุตส่าห์คาดหวังเอาไว้ว่า จะส่งพวกนางเข้าตำหนักของเหล่าองค์ชาย ยามนี้กลับเกิดเื่เสื่อมเสียมิใช่หญิงสาวบริสุทธิ์อีกแล้ว
เพียะ! “เ้าบอกมาเดี๋ยวนี้นะว่ามันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ ที่นั่นคือจวนท่านแม่ทัพใหญ่ที่ฮ่องเต้ทรงไว้วางพระทัย งานเลี้ยงครั้งนี้เป็งานสำคัญแต่เ้ากลับกล้าสร้างปัญหาให้ข้าเสียได้”
เซิ่งฟางเอินที่ได้สติกลับคืนมาแล้ว หลังจากเห็นว่าตนเองตกอยู่ในสภาพใด ก็ยิ่งทำให้ความโกรธเกลียดที่มีต่อหยางเฟิ่งเซียนระอุขึ้นอีกครั้ง “กรี๊ดดด!! ทำไม ๆ เื่นี้ต้องเกิดกับข้า ในห้องนั้นควรเป็นางจิ้งจอกหยางเฟิ่งเซียนสิ ข้าอยากให้มันอับอายผู้คนไปทั่วเมืองหลวง”
สองสามีภรรยาเมื่อได้ยินสิ่งที่ออกมาจากปากของบุตรสาว ก็ยิ่งกว่าใเพราะที่พวกเขากำลังรู้สึกในยามนี้ คือความกลัวขึ้นมาจับใจหากตระกูลหยางคิดเอาคืนมาถึงตน
ลู่ฮูหยินแทบอยากกัดลิ้นตายเสียตรงนี้ มีใครไม่รู้บ้างว่าบุตรหลานตระกูลหยาง เป็ที่โปรดปราณทั้งฮ่องเต้และรัชทายาทเพียงใด “เอินเอ๋อร์เ้ารู้ตัวหรือไม่ว่าทำอะไรลงไป แย่แล้วคราวนี้พวกเราแย่แน่ ๆ”
“ใช่! คราวนี้ตระกูลของเรารวมถึงตระกูลหลีต้องแย่แน่ ๆ ข้าเคยบอกเ้าไปกี่ครั้งแล้วว่าถึงจะเกลียดนางเพียงใด ก็ต้องเก็บมันเอาไว้อย่าได้สนใจเื่ของนาง
มีผู้ใดในเมืองหลวงไม่รู้บ้างว่า สองพี่น้องตระกูลหยางเป็ที่โปรดปราณเพียงใด แม้แต่องค์รัชทายาทยังไม่เข้าข้างบุตรของตน เ้าคิดว่าข้าที่เป็ขุนนางขั้นสามจะต่อกรกับฮ่องเต้ได้รึ หา!”
ใต้เท้าเซิ่งคิดไม่ตกว่าตนควรหาทางรับมือ ในสิ่งที่บุตรสาวคนนี้ได้กระทำลงไปอย่างไร เพื่อลดโทสะทั้งตระกูลหยางและตระกูลฟงลง ลู่ฮูหยินแม้จะรักบุตรสาวคนนี้ แต่สิ่งที่นางกระทำก็หนักหนาเอาการ
เซิ่งฟางเอินถึงกับหยุดชะงักทันทีเมื่อนึกขึ้นได้ว่าเื่ดังกล่าว อาจส่งผลกระทบต่อตำแหน่งของบิดาในราชสำนัก “ข้า...ท่านพ่อข้าขอโทษที่คิดน้อยและใช้อารมณ์มากเกินไป ท่านช่วยคิดหาวิธีให้ข้าด้วยนะท่านพ่อ”
ใต้เท้าเซิ่งนั่งกุมขมับนิ่ง ๆ อย่างใช้ความคิด จนในที่สุดก็คิดได้เพียงวิธีเดียวเท่านั้น ถึงจะรู้ดีว่าบุตรสาวย่อมไม่ยินยอม แต่ไม่มีวิธีอื่นที่ดีไปกว่านี้แล้ว “เฮ้อ ฮูหยินเ้าช่วยไปเตรียมของให้นาง พรุ่งนี้ต้นยามเหม่าให้ออกเดินทางไปยังบ้านบรรพบุรุษ นางต้องอยู่ที่นั่นจนกว่าผู้คนจะลืมเื่นี้ แล้วค่อยส่งคนไปรับนางกลับมาทีหลัง”
“ท่านพี่! /ท่านพ่อ!”
“ท่านพ่อข้าไม่ไปที่นั่นนะท่านพ่อ บ้านบรรพบุรุษอยู่ไกลเมืองหลวงนับพันลี้ ทั้งเป็บ้านในชนบทข้าจะใช้ชีวิตอยู่ที่นั่นได้อย่างไร ท่านคิดหาวิธีอื่นไม่ได้หรือเ้าคะท่านพ่อ”
ลู่ฮูหยินก็อยากช่วยพูดกับสามี เพื่อหาทางแก้ไขปัญหาด้วยวิธีอื่นที่ดีกว่านี้ แต่คนอย่างใต้เท้าเซิ่งได้ตัดสินใจอย่างเด็ดขาด เขาไม่มีวันเปลี่ยนใจอย่างแน่นอน
“ท่านพี่ข้าว่าพวกเรา...”
“ฮูหยินเ้าอย่าได้ตามใจให้นางให้มาก มิเช่นนั้นข้าจะให้เ้าไปอยู่ที่นั่นด้วยอีกคน ไปจัดการตามที่ข้าสั่งหากพรุ่งนี้ยามเหม่า ไม่มีเสียงรถม้าออกจากจวนข้าจะปลดเ้าเป็แค่อนุ หึ”
ลู่ฮูหยินรีบปิดปากตนเองอย่างรวดเร็ว และไม่กล้าเอ่ยคำใดออกมาอีกเมื่อถูกสามีข่มขู่เื่การปลดตนไปเป็อนุ เซิ่งฟางเอินได้แต่นั่งก้มหน้าร้องไห้อยู่เช่นนั้น
ในเมื่อเป็คำสั่งที่เด็ดขาดของบิดา เซิ่งฟางเอินต้องทำตามโดยไร้ข้อโต้แย้ง ลู่ฮูหยินจึงสั่งบ่าวไพร่เตรียมสัมภาระ ซึ่งมีจำนวนหลายหีบให้บุตรสาวที่ต้องเดินทางยามเช้ามืด แม้มีใจอยากช่วยแต่ตนเองก็จนใจ
ทางด้านจวนตระกูลหลีก็ไม่ต่างกันสักนิด ใต้เท้าหลีที่เพิ่งจะเอ่ยถึงการหมั้นหมาย ระหว่างบุตรสาวของตนกับบุตรชายของขุนนางคนหนึ่ง แต่แผนการก็ต้องพังทลายเมื่อเกิดเื่งามหน้าของบุตรสาว
ใต้เท้าหลีมีนิสัยรักหน้าตาและมีใจทะเยอทะยาน เขาไม่มีทางให้เื่ของหลีเยียนหรานทำลายชื่อเสียงของตนได้ ภายหลังที่ได้รับรู้ว่าบุตรสาวร่วมมือกับเซิ่งฟางเอินทำสิ่งใดในจวนแม่ทัพใหญ่
ใต้เท้าหลีจึงมีคำสั่งกับเจี่ยงฮูหยินเื่สินเดิมของหลีเยียนหราน เพราะใต้เท้าหลีจะส่งนางไปเป็ฮูหยินลูกน้องของตน ที่มีตำแหน่งเป็รองเ้าเมืองทางทิศประจิม โดยให้ออกเดินทางเวลาเดียวกับเซิ่งฟางเอิน
ส่วนจวนตระกูลฟงซึ่งเป็สถานที่เกิดเื่ หลังจากเหอฮูหยินจัดการเื่ที่เรือนรับรองเสร็จ ได้ร่วมสนทนากับแขกอยู่ไม่นาน พอถึงเวลาอันสมควรทุกคนจึงลากลับจวนของตน
มีเพียงซูอันกับหยางไท่ิที่ยังอยู่เพื่อมอบของขวัญให้หลานชายทั้งสอง ซึ่งเป็สิ่งที่นางมอบให้บุตรของตน สองพี่น้องตระกูลฟงรับของขวัญอย่างตื่นเต้นดีใจ
“ท่านน้าได้ยินเซียนเอ๋อร์บอกว่าท่านอยากพบพวกข้าหรือขอรับ”
“อืม เพราะน้ามีของขวัญเล็ก ๆ น้อย ๆ มามอบให้พวกเ้า”
ฟงเสวี่ยหลินและฟงเหยาเหวินหันมามองหน้ากัน ก่อนจะยื่นมือออกไปรอรับของขวัญที่ผู้เป็น้าสาวกล่าวถึง เมื่อกล่องไม้เล็ก ๆ วางลงบนฝ่ามือของทั้งสองคนแล้ว ก็ได้รับสัญญาณให้เปิดดูด้านในได้
“ขอบคุณท่านน้าขอรับ /ขอรับ”
แกร่ก “ว้าว อาหลินเ้าดูสิแหวนหยกงดงามมาก”
“อื้อ ข้าเห็นด้วยมันดูงดงามและดูลึกลับ เพียงแต่ว่ารูปร่างแหวนของพวกเรา เหมือนข้าจะเคยเห็นที่ไหนมาก่อนหรือไม่นะ” ฟงเสวี่ยหลินมองแหวนในมือที่เพิ่งได้รับและเกิดข้อสงสัย
ซูอันยกยิ้มบางหันไปหาบุตรสาวที่ยืนทำสีหน้าเ้าเล่ห์ จึงได้สั่งให้นางเฉลยข้อสงสัยของฟงเสวี่ยหลิน รวมถึงกำชับเื่ที่ควรบอกทั้งสองให้รู้ เกี่ยวกับสิ่งที่อยู่ในแหวนหยกทั้งหมดแทนตนเอง
“เซียนเอ๋อร์เ้าจะไม่เฉลยหน่อยหรือ ว่าเหตุใดถึงได้คุ้นตาแหวนหยกที่แม่มอบให้นัก อีกเื่ที่ต้องบอกเ้าคงรู้นะว่าควรทำอย่างไร”
“ลูกทราบแล้วเ้าค่ะท่านแม่”
หยางไท่ิใช่ว่าจะไม่เห็นเื่ที่บุตรสาวของตน แอบชำเลืองไปทางประตูบ่อย ๆ นั่นหมายความว่า นางกับพี่ชายต้องคิดลงมือทำอันใดบางอย่างเป็แน่
“ท่านลุง ท่านป้า ข้ากับอันอันขอตัวกลับก่อนนะขอรับ ไว้ว่าง ๆ จะแวะมาเยี่ยมพวกท่าน วันนี้ยืนรับแขกอยู่หลายชั่วยาม ท่านป้าคงอยากพักผ่อนแล้วกระมังขอรับ”
“ใช่เ้าค่ะ ท่านลุง ท่านป้าอย่าลืมแช่เท้าในน้ำอุ่นก่อนนอนนะเ้าคะ ไม่เช่นนั้นพวกท่านคงนอนไม่หลับแน่ ๆ เ้าค่ะ”
แม่ทัพฟงและเหอฮูหยินยิ้มรับความห่วงใยจากทั้งสองคน และเหอฮูหยินก็รู้สึกได้ว่าการแช่น้ำอุ่นเป็เื่ที่ควรทำ “ขอบใจพวกเ้าสองคนมากนะที่ห่วงใยลุงกับป้า ทั้งสองคนก็อย่าลืมพักผ่อนบ้างล่ะ อย่าเอาแต่ทำงานปล่อยให้คนของพวกเ้าทำบ้างเถิด”
“เ้าค่ะท่านป้า เช่นนั้นข้ากับท่านพี่ขอตัวก่อนนะเ้าคะ”
หยางซิวหรงและน้องสาวรีบเอ่ยกับบิดามารดาอย่างห่วงใย “ท่านพ่อท่านแม่ค่อย ๆ เดินนะขอรับ /เ้าคะ”
ซูอันกำลังจะเดินผ่านบุตรทั้งสอง จึงเอ่ยเตือนเื่บางอย่างกับพวกเขาเบา ๆ ‘ลงมือทั้งทีอย่าให้พวกนางมีโอกาสกลับมาอีก คนจำพวกเ้าคิดเ้าแค้นไม่เคยหยุดคิดหาทางจัดการพวกเ้า’
‘ลูกเข้าใจแล้วเ้าค่ะ รับรองว่าพวกนางจะไม่มีวันกลับมาอีกแน่’
‘ท่านแม่วางใจเถิด พวกเราจะลงมือให้เร็วและเงียบที่สุดขอรับ’
ซูอันทำเพียงพยักหน้าก่อนจะเดินต่อไป ส่วนหยางไท่ิส่งยิ้มอันอบอุ่นให้บุตรสาว และใช้มือตบไปที่บ่าของบุตรชายหนึ่งครั้ง แล้วเดินตามซูอันไปขึ้นรถม้ากลับจวน
สองพี่น้องตระกูลหยางมองตาย่อมรู้ใจ พวกเขายกยิ้มร้ายกาจขึ้นพร้อม ๆ กัน ภายหลังยืนส่งบิดามารดาออกจากเรือนใหญ่ จึงหันกลับมาหาญาติผู้พี่ฝาแฝดของตน ที่ยามนี้กำลังรอให้ญาติผู้น้องอธิบายเกี่ยวกับแหวนหยก อย่างที่ท่านน้าของพวกเขาได้กำชับหยางเฟิ่งเซียนไว้ก่อนกลับ
เมื่อแขกคนสุดท้ายเอ่ยขอตัวกลับจวน แม่ทัพฟงกับเหอฮูหยินจึงขอกลับเรือนของตนบ้าง ส่วนฟงเฉิงฮ่าวและเยี่ยนหลิงพูดคุยกับบุตรหลานอีกเล็กน้อย ก่อนจะถูกบุตรชายทั้งสองบอกให้กลับไปพักผ่อน
“เอาล่ะ อาหลิน อาเหวิน พวกเ้าดูแลน้องให้ดีพูดคุยกันเสร็จ จงพาน้อง ๆ ไปส่งให้ถึงจวนเข้าใจหรือไม่”
“ขอรับท่านพ่อ”
เยี่ยนหลิงไม่ลืมเื่ชุดของหยางเฟิ่งเซียน รวมถึงเื่ที่หลานทั้งสองต้องไปรับผ้าไหมยังเมืองผู่เถียน “เซียนเอ๋อร์ของป้าเื่ชุดของเ้าที่สาวใช้ทำให้สกปรก ไว้ป้าจะซักให้สะอาดแล้วให้พี่ชายเอาไปคืนเ้าที่จวนวันหลังนะ อย่าลืมพักผ่อนกันด้วยล่ะอีกสองสามวันต้องไปเมืองผู่เถียน เพื่อรับผ้าไหมชุดใหม่กลับมาเมืองหลวงแล้ว”
“ขอบคุณท่านป้าเ้าค่ะ ยามเดินทางกลับเซียนเอ๋อร์จะพาท่านตากับท่านยายมาด้วย พวกเราจะได้อยู่กันพร้อมหน้า ทำอาหารกินร่วมกันดีไหมเ้าคะ”
“ดี ๆ ๆ ป้าจะเตรียมของชอบไว้ให้เซียนเอ๋อร์เยอะ ๆ เป็อย่างไร”
“ท่านแม่ท่านจะทำให้เซียนเอ๋อร์คนเดียวไม่ได้นะ พวกข้าสามคนก็อยากกินของอร่อยเช่นกันนี่นา”
ฟงเสวี่ยหลินแสร้งเอ่ยเข้าข้างน้องชาย “อาเหวินพูดถูกท่านแม่จะลำเอียงรักแต่เซียนเอ๋อร์ไม่ได้ ท่านต้องรักพวกเราด้วยสิขอรับแค่น้อยกว่าเซียนเอ๋อร์หนึ่งส่วนก็ยังดีขอรับ”
ฟงเฉิงฮ่าวทนดูสีหน้าอันเสแสร้งของบุตรชายไม่ไหว จึงรีบเอ่ยเข้าข้างฮูหยินของตนทันที “ฮ้าย พวกเ้าสองคนนี่จะมาน้อยใจอันใด มารดาเ้าทำถูกแล้วเซียนเอ๋อร์เป็สตรีเพียงคนเดียว จะรักนางมากกว่าไม่เห็นแปลกตรงที่ใด ไป ๆ ๆ พาน้อง ๆ ไปนั่งพูดคุยกันให้เรียบร้อย พ่อจะพาแม่ของพวกเ้าไปพักผ่อนก่อน”
ความลำเอียงที่ฟงเสวี่ยหลินพูดกับมารดา ก็แค่การหยอกล้อั้แ่เด็ดจนโตเท่านั้น พวกเขาย่อมรู้ดีว่าญาติผู้น้องสตรีเพียงหนึ่งเดียว ย่อมสำคัญกับมารดาและตระกูลหยาง แม้นางจะเก่งกาจฉลาดหลักแหลมเพียงใด แต่ทุกคนก็มองว่านางเป็สตรีที่ควรถูกปกป้องอยู่ดี
