“พี่เหนียนอู่ ท่านแม่กำชับให้ท่านกวาดเรือนไม่ใช่หยิบไปขี่เล่น”
“ทำเช่นนั้นคิดว่ามันจะช่วยบินได้เช่นนั้นรึ?”
“...”
เช้าอีกวัน ที่ลานเล็กๆ ของบ้านโทรมๆ แซ่เฉิน
เฉินเหนียนอู่ไม่ได้ก่อเื่อะไร เพียงแต่นับั้แ่ฟื้นขึ้นมาได้สองวัน พี่สาวคนรองวัย 6 ขวบคนนี้ มักจะหยิบกิ่งไม้ชี้โบ้ชี้เบ้ไปทั่ว ปากเล็กๆ พึมพำคาถาเหมือนอยากร่ายอะไรสักอย่าง
นอกจากนี้ นางยังมีงานอดิเรกใหม่ คือชอบฝึกขี่ไม้กวาดและวาดเขียนอะไรก็ไม่รู้เต็มพื้น ราวกับว่าพี่สาวคนรองของเขามั่นใจมาก ว่าการทำอย่างนี้ทุกวัน มันจะทำให้นางบินขึ้นฟ้าด้วยไม้กวาดเน่าๆ ในมือได้จริงๆ
เฉินอวี๋ที่เห็น ก็ยืนมองฉากนี้อย่างท้อแท้ห่อเหี่ยว พ่อไม่ยอมทำอะไรที่สมกับเป็ผู้นำบ้าน แม่ก็ทำอาหารและงานเรือนไม่เป็ พี่ชายคนโตพึ่งจะสงบและยังคงมัดไว้ที่กลางเสา สองวันมานี้ พี่สาวคนรองของเขาก็ยังป่วง ริเริ่มคิดไปแล้วว่าตัวเองเป็แม่มดน้อยโดเรมี
เมื่อก้มมอง “เฉินอิงเอ๋อ” น้องสาวคนเล็กวัยสองขวบที่เขาจูงมืออยู่ ตอนนี้คนที่ปกติสุดในบ้าน เหลือแค่น้องสาวคนเล็กผู้น่ารักมัดผมจุกเท่านั้นที่ยังไม่พบโชคร้าย ไม่รู้เพราะทำเลบ้านหรือเพราะชะตากรรมของครอบครัว เฉินอวี๋จึงไม่อยากให้น้องสาวของเขาเป็อะไรไปอีกคน
“อิงเอ๋อ อยากไปเดินเล่นเพื่อเยี่ยมท่านตาที่ท้ายหมู่บ้านกับพี่หรือไม่?”
อย่างที่กล่าว วันๆ พ่อของเขาเอาแต่นั่งสมาธิ แม่ก็ออกไปล่าสัตว์หาอาหาร กลับมาอีกทีก็น่าจะตอนเย็นของวัน ตอนนี้ในบ้าน เขาจึงเป็คนเดียวที่ต้องดูแลน้องคนเล็ก ถึงปกติหน้าที่นี้จะเป็ของพี่สาวเฉินเหนียนอู่ แต่จากสภาพที่ไม่ยอมเลิกขี่ไม้กวาดวิ่งและะโไปรอบๆ เฉินอวี๋ก็ไม่กล้าปล่อยให้น้องสาวคนเล็กห่างจากตัวเขาเลยแม้แต่ก้าวเดียว
โชคดี ถึงเฉินอิงเอ๋อจะอายุแค่ 2 ขวบ แต่นางก็เริ่มพูดได้คำสองคำ สามารถเข้าใจอะไรบางอย่างได้แล้ว เฉินอิงเอ๋อที่ดูดนิ้วอยู่ก็เงยหน้าขึ้นมองพี่ชายตัวเล็กของตัวเอง ชั่วขณะที่เฉินอวี๋ไม่ทันสังเกต ั์ตาของเฉินอิงเอ๋อก็มีแสงสีขาวกะพริบ เกิดภาพบางอย่างที่เล่นอยู่ในม่านตาของนาง แต่ฉากนี้กินเวลาแค่ชั่วครู่เดียวเท่านั้นจึงไม่มีใครทันสังเกต ไม่รู้ว่านางเห็นหรือเข้าใจอะไร แต่ศีรษะเล็กๆ ของเฉินอิงเอ๋อก็พยักหน้า เห็นด้วยกับคำชักชวนของพี่ชาย
“ปะ..ไป”
“ข้า..ไปด้วย”
คำพูดของเฉินอิงเอ๋อไม่เป็ประโยคแต่ก็สามารถเข้าใจได้ ดังนั้น เด็กทั้งสองตัวน้อยสูงเพียงหัวเข่า ก็ค่อยๆ จูงมือกันและกัน เดินออกไปจากตัวเรือนเพื่อเยี่ยมท่านตา
ในความทรงจำเท่าที่มี ท่านตาผู้ชราคนนี้ ขอแยกตัวเพราะไม่ยากเป็ภาระของลูกๆ ซึ่งเป็เื่ปกติที่เข้าใจได้สำหรับคนมีอายุในยุคโบราณ ว่าการแยกตัวออกไปก็เพื่อเตรียมตัวใช้ชีวิตบั้นปลายที่เหลืออยู่
ถึงจะเป็สิ่งที่น่าเศร้า แต่ก็กลายเป็วัฒนธรรมที่ไม่ต้องพูดก็สามารถเข้าใจ ว่ามันเป็การแยกตัวเพื่อนอนรอความตายที่กำลังมาเยือน
ทางด้านหลัง เมื่อเฉินอวี๋และเฉินอิงเอ๋อจากไปไม่นานนัก พี่สาวคนรองเฉินเหนียงอู่ก็เลิกฝึกขี่ไม้กวาด จากนั้นก็หันมาร่ายคาถาของตัวเองต่ออีกรอบ คิ้วเล็กๆ ขมวด คล้ายว่านางจะจับเคล็ดอะไรได้สักอย่าง
“หืม..”
“ที่นี่ไร้ซึ่งพลังเวทย์ คาถาที่ร่ายจึงไม่บังเกิดผล ไม่รู้ว่ารูนโบราณจะสามารถใช้ในโลกนี้ได้หรือเปล่า?”
เมื่อคิดเช่นนั้น เฉินเหนียนอู่ก็เขียนอะไรบางอย่างลงพื้น เอาเศษเนื้อและกระดูกกระต่ายที่เหลือทิ้ง หยิบมากองวางไว้ที่้าสัญลักษณ์แปลกๆ ยืนอยู่ตรงกลางวงกลมที่เขียนแล้วหลับตาลง
บรรยากาศยังเงียบสงบไม่มีอะไรเกิดขึ้นใน่แรก แต่จากนั้นพอผ่านไปเท่ากะลาคว่ำน้ำ ก็เริ่มเกิดสายลมและคลื่นพัดอ่อนๆ โดยมีนางเป็จุดศูนย์กลาง ชั่วขณะเดียวกัน รอยแผลปานสายฟ้าหน้าผากข้างขวาก็เริ่มเรืองแสง จากนั้นอักขระรูนก็ตอบสนองที่ปลายกิ่งไม้ เกิดเป็แสงสีเขียวเท่าเมล็ดถั่ว
แสงมรกตเล็กๆ ก็พุ่งออกไปอย่างช้าๆ ห่อหุ้มกะโหลกกระต่ายให้ลอยค้างเหนือพื้นดิน แม้จะค้างอยู่กลางอากาศเพียงไม่กี่ลมหายใจ แต่ผลการทดสอบก็ทำให้เฉินเหนียนอู่เกิดรอยยิ้มเล็กๆ พึงพอใจกับความพยายามของตัวเอง
“เยี่ยม มันได้ผล”
“บางอย่างยังคงใช้ได้”
“แต่ไม่รู้ว่าโลกนี้จะมีวัตถุดิบพิเศษ ที่ทำให้ข้าวาดรูนและสร้างที่กักเก็บพลังเวทย์ได้หรือเปล่า?”
“หากมี มันคงทำให้ฝันในชีวิตก่อนของข้ากลายเป็จริง”
เฉินเหนียนอู่พูดกับตัวเอง ราวกับว่าสิ่งที่นางทำไม่ใช่สิ่งผิดปกติ แต่กระนั้นการทดสอบเล็กๆ นี้ ก็ส่งผลให้ร่างกายที่ยังไม่เติบโตของนางรับภาระหนักจนหน้าซีด ทำให้นางต้องเดินไปนั่งที่ใต้ต้นไม้เพื่อพักผ่อน
ระหว่างนั้น ก็มองเข้าไปที่ตัวบ้านในจุดที่พ่อใหม่ของนางชอบนั่งหลับตา ถึงจะไม่รู้ว่าพ่อใหม่ของนาง้าจะทำอะไร แต่นางก็ััได้ ว่ามันมีพลังที่ไม่รู้จักค่อยๆ ลอยอยู่รอบๆ บ้านคล้ายละอองฝุ่น
“เหมือนว่าครอบครัวใหม่ของข้าจะน่าสนใจมาก”
“ไม่เพียงแต่ท่านพ่อและท่านแม่ แต่พี่ชายคนโตก็สามารถะเิพลังสัตว์ร้ายที่ทำให้ผู้ใหญ่สู้ไม่ไหว ที่น่าทึ่ง คือเช้าวันนี้สายตาของน้องสาวคนเล็กเปลี่ยนไป คล้ายจะมองสิ่งที่ข้าและคนอื่นๆ ้าออก นางเป็คนแรกที่ส่งกิ่งไม้สำหรับใช้เป็คทาและชี้ไปหาไม้กวาดที่ข้า้า มีใคร้าใช้อะไร นางก็จะปรากฏที่ข้างตัวหาของให้ตลอดเวลา”
“แต่ที่แปลกที่สุดคือน้องสาม เขาดูปกติเกินไปในบรรดาคนทั้งหมด”
“ปกติจนมองทุกคนในบ้านด้วยสายตาที่ดูแคลนและเหลือใจ”
“เขาเหมือนจะรู้จักคำว่าเซียนและนักรบอวกาศรวมถึงยานที่พ่อแม่หลุดปากพูด แถมท่าทีของทุกคนที่แสดงใน่นี้ คล้ายว่าน้องสามจะเคยเห็นมาก่อน ทราบและรู้จักกระทั่งว่าไม้กวาดที่ข้าฝึกสามารถช่วยบินได้จริงๆ?”
“...”
เฉินเหนียนอู่ครุ่นคิดอย่างสับสน เมื่อสองวันก่อนที่นางฟังจากคนอื่นๆ นางหมดสติเพราะได้รับาเ็จากการอาละวาดของพี่ชายคนโต ซึ่งอาการของเฉินต้าสงบลงได้ ก็เพราะน้องสามะโให้แม่ปิดตาพี่ชายและบอกพ่อให้เอาของกลิ่นฉุนหรือกระเทียมยัดใส่จมูก ไม่ให้อีกฝ่ายได้เห็นและได้กลิ่นคาว จนส่งผลทำให้อาการของเฉินต้าค่อยๆ สงบลง
โดยที่ไม่มีใครรู้ สาวน้อยเฉินเหนียนอู่คนนี้ ในคืนก่อนที่เหมือนจะหมดสติในสายตาคนอื่นๆ แต่แท้จริงแล้ว เฉินเหนียนอู่เสียชีวิตจากสภาวะขาดเืในยามค่ำคืน ก่อนที่ิญญาของเฉินเหนียนอู่คนใหม่อย่างนางจะเข้ามาอยู่แทน
นางที่ฟื้นขึ้นกลางดึกก็ใ ที่ตัวเองกลายมาเป็เด็กในโลกใหม่ที่ไม่รู้จัก แต่จากความทรงจำ กลับทำให้นางค้นพบบางอย่าง เหมือนว่าเร็วๆ นี้จะไม่ใช่แค่นางเท่านั้น แต่ทุกคนในบ้านล้วนมีพฤติกรรมไม่ปกติ แตกต่างออกไปจากครอบครัวเดิมตามความทรงจำที่ร่างเก่ามี
พ่อผู้ขยันและรับผิดชอบในอดีต กลายเป็พ่อเ้าสำอางและี้เี แม่ผู้อ่อนโยนและใจดี เปลี่ยนเป็แม่ห้าวหาญและใจกล้าถืออาวุธ พี่ชายคนโตที่ใส่ซื่อ ก็อาละวาดและเริ่มแสดงพฤติกรรมดุร้าย น้องสามที่เคยปกติและเงียบที่สุด ตอนนี้กลับเอาใจใส่ทุกคน ชอบพูดและถามตลอดเวลาๆ ส่วนน้องสาวคนเล็กนั้นยิ่งลึกลับเข้าไปใหญ่ เพราะอาจพึ่งค้นพบการเปลี่ยนแปลงเมื่อตอน่เช้าของวันนี้ อิงเอ๋อไม่ร้อง ไม่โวยวาย และอยู่นิ่งๆ ดูไม่เหมือนเด็กสองขวบเลย
ในความเห็นของเฉินเหนียนอู่ หากมีใครมาเพิ่มอีกคนแล้วมีพฤติกรรมประหลาดๆ นางก็แทบจะไม่ต้องสงสัยอะไรให้ปวดหัว ว่าต้องมีิญญาจากโลกอื่นเหมือนนางมาเกิดใหม่อยู่ที่ครอบครัวนี้อย่างแน่นอน
“หืม..ข้าง่วงแล้ว”
“ร่างเด็กช่างลำบากและไม่ไหวจริงๆ ทำอะไรนิดหน่อยก็เหนื่อยง่ายและอยากนอนตลอดเวลา” เฉินเหนียนอู่ถอนหายใจและเลิกคิดเื่ครอบครัว ตอนนี้ ร่างกายที่เล็กและไร้พลังพลังเวทย์สนับสนุน ส่งผลให้นางไม่สามารถทำอะไรในวันนี้ต่อได้มาก นางจึงค่อยๆ เดินเข้าไปในบ้านเพื่อนอนพักผ่อน ปล่อยร่างกายที่เหน็ดเหนื่อยฟื้นตัวตามวัย
เฉินเหนียนอู่ไม่รู้ว่าพลังรอบๆ ตัวพ่อคืออะไร แต่ละอองพลังที่เบาบางนี้ทำให้นางผ่อนคลายและััพลังเวทย์ที่ปะปนอยู่รอบๆ ได้ดีกว่าเดิม ก่อนที่นางจะปืนขึ้นไปนอนบนตักของพ่อแล้วหลับทันที
ในห้วงจิตของเฉินอ่าว
“อั๊ก!! เหตุใดตัวข้าถึงอึดอัดนัก”
“หรือเพราะกายหยาบร่างนี้ไม่มีพร์ ถึงทำให้การกลั่นปราณในตันเถียนลำบาก ค่อนข้างทรมานแน่นหน้าอกและต้นขา?”
“ไม่ได้ นี่เป็เพียงอุปสรรคเล็กๆ เท่านั้น อัจฉริยะเช่นข้าไม่มีทางอิดโรย สู้ตายโว้ยยยยยย!!~~”
“...”
