ครั้งนี้ิญญาของเฉินเฟิงถูกดึงกลับจากโลกคู่ขนานโดยไม่มีสัญญาณเตือนใดๆ ล่วงหน้าหลังจากร้องเพลงหลี่ป๋ายจบ
ในโลกล่าสุดนี้ เฉินเฟิงก็ยังอยู่ไม่ครบเจ็ดวัน พอลองคิดคร่าวๆ ก็แค่สามวันเท่านั้น
ดังนั้นเมื่อเฉินเฟิงตื่นขึ้นบนเตียงใหญ่ในบ้านของหลิ่วอีอีอีกครั้ง เขาก็ได้นำทักษะปรมาจารย์ศิลปะการป้องกันตัวและพร์ด้านการร้องเพลงและการแสดงกลับมาเพียงสามในเจ็ดส่วน
‘ระบบ ทำไมผมถึงตื่นตอนนี้? ผมอยากััชีวิตของเฉินเฟิงในมิติดาวเคราะห์ฟ้าครามแดนหลงให้ครบเจ็ดวันนะ!’
หลังจากตื่นขึ้นจากเตียง เฉินเฟิงก็รีบถามระบบััประสบการณ์ชีวิตรายสัปดาห์ในใจอย่างร้อนรน
[ทั้งหมดเป็เพราะเพลงที่โฮสต์ร้องในโลกคู่ขนาน
'ถ้าผมสามารถย้อนเวลากลับไปได้ ผมอยากเป็หลี่ป๋าย' ภายใต้ความหมายของเนื้อเพลงเช่นนี้ ระบบย่อย หรือก็คือ ระบบสร้างชื่อเสียงรอบด้านตัดสินใจโดยอัตโนมัติว่าคุณ้ากลับมายังโลกเดิม
ดังนั้น ตัวระบบจึงทำการจบประสบการณ์ชีวิตก่อนเวลากำหนดและให้คุณกลับสู่ความเป็จริงในปี 1995]
ระบบััประสบการณ์ชีวิตรายสัปดาห์ตอบกลับคำถามของเฉินเฟิงทันทีทันใด
ได้ยินเช่นนั้นเฉินเฟิงก็พยักหน้า แสดงท่าทางเข้าใจ
เขามองไปรอบๆ ตัว พบว่าตัวเขาเองยังอยู่ในห้องของหลิ่วอีอีห้องเดิม
แต่ครั้งนี้จ้าวฉินเสวียไม่ได้อยู่ด้วย
สาเหตุหลักก็คือ ร่างกายของเฉินเฟิงได้รับพลังของเทพเ้าามาแล้วสองในเจ็ดส่วน จึงไม่จำเป็ต้องได้รับการดูแลทุกวัน
เมื่อเขาเข้าสู่นิทรา ปราณบริสุทธิ์จะหมุนเวียนไปทั่วร่างด้วยตัวของมันเอง
เพียงแค่คอยให้น้ำและอาหารวันละสามครั้ง แค่นั้นก็เพียงพอแล้ว
เฉินเฟิงลุกขึ้นจากเตียง พบว่าร่างกายของเขาไม่มีอาการไม่สบายตัวใดๆ ทั้งสิ้น
ตรงกันข้าม เขากลับรู้สึกทรงพลังขึ้นเพราะได้นำพลังของปรมาจารย์นักสู้สามในเจ็ดส่วนกลับมาด้วย
พลังการต่อสู้ของเทพเ้าาในโลกคู่ขนานโลกแรกไม่ต่างอะไรกับพลังความสามารถของปรมาจารย์นักสู้ในโลกที่สอง
ดังนั้น เฉินเฟิงที่กลับมาในตอนนี้จึงเปรียบเสมือนมีพลังของเทพเ้าาราวห้าในเจ็ดส่วน
หลังจากเฉินเฟิงลองทำการสำรวจร่างกายตนเองดูอย่างละเอียด เขาก็หลุดหัวเราะ หึๆ ออกมา
"โลกคู่ขนานแบบนี้น่าลองไปััดูอีกสักหน่อย ไม่จำเป็ต้องอยู่ให้ครบเจ็ดวันทุกครั้ง แค่สองสามวัน เอาแค่พอให้สะสมทักษะความสามารถพิเศษได้ระดับหนึ่งก็พอ"
ระบบััประสบการณ์ชีวิตรายสัปดาห์รีบส่งข้อความแจ้งเตือนราวกับได้ยินเสียงพึมพำเบาๆ ของเฉินเฟิง
[หลังจากโฮสต์ััชีวิตในโลกคู่ขนานสองโลก แต่ไม่สามารถอยู่จนครบกำหนดเวลาได้อย่างสมบูรณ์
ระบบจะเข้าสู่โหมดพักฟื้นเป็เวลาหนึ่งสัปดาห์ โปรดรอหนึ่งสัปดาห์ก่อนค่อยลองััชีวิตในโลกคู่ขนานที่สาม]
เฉินเฟิงยักไหล่โดยไม่โต้แย้งคำแจ้งเตือนจากระบบ
ยังไงเขาก็นอนบนเตียงนี้ต่อกันยาวนานถึงห้าเดือนแล้ว คงเป็ไปไม่ได้ที่จะไปััชีวิตอื่นอีกทันที
เฉินเฟิงยัง้าดื่มด่ำกับชีวิตที่เขาได้ย้อนเวลากลับมาสู่ปี 1995 นี้อีกครั้ง
เขาจึงจัดการเสื้อผ้าหน้าผมให้เรียบร้อยแล้วเดินออกจากห้อง
ภายในบ้านอันกว้างใหญ่ของหลิ่วอีอีหลังนี้ไม่มีใครอยู่เลย
เห็นได้ชัดว่าหลิ่วอีอี จ้าวฉินเสวีย และคนอื่นๆ กำลังยุ่งอยู่กับการทำงาน
เพราะเฉินเฟิงนอนหลับต่อเนื่องเป็เวลากว่าห้าเดือน เวลาจึงล่วงเลยมาถึงวันที่ 25 พฤศจิกายน 1995
ซึ่งตรงกับฤดูหนาวพอดี ทำให้เฉินเฟิงััได้อย่างชัดเจนว่าอุณหภูมิในห้องต่ำลงจากครั้งก่อนเป็อย่างมาก
แต่ว่า
เฉินเฟิงมีพลังปราณบริสุทธิ์ปกป้องร่างกาย แม้ร่างกายยังสวมใส่เสื้อผ้าฤดูร้อน แต่กลับไม่รู้สึกหนาวแม้แต่น้อย
เฉินเฟิงพบว่าหิมะเริ่มตกแล้วเมื่อออกมาข้างนอกตัวบ้าน
เื่นี้ทำให้เฉินเฟิงรู้สึกประหลาดใจ เพราะเขาไม่เคยเห็นหิมะตกในโม๋ตูมาก่อน
ยิ่งไปกว่านั้นยังตกในเดือนพฤศจิกายนอีกด้วย!
เฉินเฟิงมองสำรวจรอบๆ เห็นคนเดินถนนต่างสวมเสื้อกันหนาวตัวหนา แต่ตนกลับใส่เพียงเสื้อแขนสั้นตัวบาง ทำให้เขารู้สึกเหมือนจะหนาวจนขนลุกขึ้นมานิดหน่อย
แต่มันก็เป็เพียงความรู้สึกเย็นเล็กน้อยเท่านั้น เมื่อเขากระตุ้นปราณบริสุทธิ์เพื่อปกป้องร่างกายตน ในไม่ช้าเฉินเฟิงก็รู้สึกอบอุ่นไปทั่วร่าง
การใช้ปราณบริสุทธิ์ปกป้องร่างกายในอากาศหนาวๆ แบบนี้ก็น่าจะเป็การขัดเกลาอย่างหนึ่งเช่นกัน
เฉินเฟิงเองอยากยกระดับวรยุทธ์ให้ถึงเจ็ดในเจ็ดแทนที่จะเป็เพียงห้าในเจ็ดโดยเร็ว
เขาเดินเล่นท่ามกลางหิมะที่โปรยปรายอย่างไร้จุดหมาย
ในโลกแห่งความฝัน เขาได้ััชีวิตของเฉินเฟิงในโลกคู่ขนานสองโลกเป็เวลาห้าวัน แต่ความเป็จริงของโลกภายนอกได้ผ่านไปนานถึงห้าเดือน เมืองโม๋ตูเองก็เกิดการเปลี่ยนแปลงไม่น้อย
เฉินเฟิงใช้โอกาสนี้เดินเล่นคนเดียวท่ามกลางหิมะ เพื่อทำความคุ้นเคยกับเมืองโม๋ตูในฤดูหนาวปี 1995 อีกครั้ง
น่าเสียดาย
เฉินเฟิงเดินได้ไม่นาน ก็มีรถสปอร์ตคันหนึ่งจอดลงตรงหน้า
ประตูรถสปอร์ตเปิดออก สาวสวยแต่งตัวทันสมัย สวมเสื้อขนเป็ดตัวบางยี่ห้อ Bosideng ลงจากเบาะนั่งข้างคนขับ
เฉินเฟิงตกตะลึงเล็กน้อย สาวสวยตรงหน้าไม่ใช่ใครอื่น เธอคือจ้าวฉินเสวีย
"เฉินเฟิง คุณตื่นแล้วเหรอ ฉันกำลังกลับมาดูคุณอยู่พอดี..."
จ้าวฉินเสวียพุ่งเข้าหาเฉินเฟิงพร้อมเสียงหัวเราะดีใจ
เฉินเฟิงเผลอคิดจะหลบไปวูบหนึ่ง แต่เมื่อเขาย้อนคิดถึงชีวิตของเฉินเฟิงในสองโลกคู่ขนาน
สุดท้ายเขายืนนิ่งอยู่ที่เดิม ปล่อยให้จ้าวฉินเสวียโถมตัวเข้าใส่
"เธอกลายเป็ดาราแล้วเหรอ?"
เฉินเฟิงลูบหลังจ้าวฉินเสวียอย่างแ่เบา พร้อมๆ กับเป็คนเริ่มถามคำถามก่อน
เพราะการแต่งตัวของจ้าวฉินเสวียในตอนนี้ไม่เหมือนสมัยอยู่ที่มหาวิทยาลัยแล้ว
แต่งเนื้อแต่งตัวสมเป็ดาราเต็มเปี่ยม
"ใช่แล้วจ้า ่สามเดือนที่คุณหลับไปรอบนี้ เพราะร่างกายคุณเปลี่ยนไปแล้ว ฉันเลยไม่จำเป็ต้องคอยดูแลอยู่ข้างๆ ทุกวัน แค่ไปเยี่ยมทุกๆ สามวันก็พอ
หลิ่วอีอีเลยช่วยผลักดันฉันให้เป็ดารา ตอนนี้ฉันเป็พรีเซนเตอร์ของบริษัทต่างๆ ให้บริษัทในเครือของเรา"
จ้าวฉินเสวียโอ้อวดผลงานให้เฉินเฟิงฟัง เพราะเธออยากได้ยินคำชมจากเขา
แต่เฉินเฟิงเพิ่งผ่านประสบการณ์ชีวิตของการเป็าาวงการบันเทิงมา ความสำเร็จของดาราหน้าใหม่ที่เพิ่งเข้าสู่วงการบันเทิงอย่างจ้าวฉินเสวียย่อมไม่เข้าตาเขาเลย
ด้วยเหตุผลข้างต้นนี้เอง เฉินเฟิงจึงทำเพียงแค่ยกยิ้มและพูดกับเธออย่างเรียบๆ
"ดีมาก พยายามได้ดี ก็แค่ พอดีผมได้เรียนรู้แิใหม่ๆ เกี่ยวกับวงการบันเทิงมา คงผลักดันเธอให้เข้าสู่วงการบันเทิงได้ดีขึ้น"
จ้าวฉินเสวียรู้สึกถึงท่าทีไม่แยแสของเฉินเฟิง ทำให้เธอคิดว่าเฉินเฟิงคงยังไม่ให้อภัย จนเธออดกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่
"เฉินเฟิง ฉันดูแลนายเป็อย่างดี พยายามอย่างหนักตลอดห้าเดือน ขนาดนี้แล้วยังไม่ยกโทษให้ฉันอีกเหรอ? ผู้หญิงหน้าขาวคนอื่นของนายต่างก็ยุ่งกับงาน มีฉันคนเดียวที่หาเวลามาดูแลนาย!"
ได้ยินเธอพูดแบบนี้ เฉินเฟิงถึงกับถอนหายใจเบาๆ จูบหน้าผากจ้าวฉินเสวียเบาๆ และพูดกับเธอด้วยรอยยิ้ม
"ที่ไหนละ ผมให้อภัยเธอนานแล้ว แค่รู้สึกว่าการเปลี่ยนแปลงแบบนี้ มันค่อนข้างปรับตัวตามยาก..."
เพราะยังไงเฉินเฟิงไม่เคยให้อภัยจ้าวฉินเสวียเลยในอดีตชาติ เป็ความเกลียดชังฝังรากลึกนานหลายสิบปี
"ดีแล้ว ฉันจะพานายไปดูสำนักงานใหญ่ของเฟิงฮวาเจว๋ต้ายกรุ๊ป เครือข่ายของเราพัฒนาไปมากใน่ห้าเดือนที่ผ่านมา ซื้อตึกออฟฟิศทั้งตึกเพื่อใช้เป็สำนักงานใหญ่ด้วยนะ"
จ้าวฉินเสวียเผยรอยยิ้มสดใสและปรี่เข้ากอดแขน พร้อมทั้งดึงเขาเข้าไปนั่งในรถหรู
"ก็แค่ซื้อตึกออฟฟิศนับเป็อะไรได้ อีกไม่นาน เราจะสร้างตึกสำนักงานใหญ่ของเราเอง!"
เฉินเฟิงพูดอย่างไม่ใส่ใจ ราวกับว่าสิ่งเหล่านี้เป็เื่ธรรมดาสามัญ
จากนั้น เฉินเฟิงนั่งลงที่เบาะรถพร้อมกับจ้าวฉินเสวียเพื่อมุ่งหน้าไปยังสำนักงานใหญ่ของเฟิงฮวาเจว๋ต้ายกรุ๊ป
