วันเวลาผ่านไป ความกังวลของหลี่ชิงหลิงยิ่งทวีคูณมากขึ้น อากาศร้อนขึ้นเรื่อยๆ ดอกไม้ ต้นไม้ในป่ามีน้ำไม่เพียงพอ และค่อยๆ เหี่ยวเฉา
โดยเฉพาะแม่น้ำสายเล็ก ระดับน้ำลดต่ำลงอีกแล้ว หากยังเป็เช่นนี้ต่อไป แม่น้ำสายเล็กจะแห้งสนิทภายในครึ่งเดือนแน่
แม้ว่าจะมีอาหารกิน ครอบครัวของพวกเขาก็จะอดตายเพราะไม่มีน้ำใช้ทำอาหาร
หลี่ชิงหลิงรู้สึกว่าพวกเขาไม่สามารถนั่งรอความตายได้ หากยังนั่งรอความตายแบบนี้ต่อไปได้ตายจริงๆ แน่
"ไปขุดบ่อกันเถอะ!" หลังกินข้าวเสร็จ หลี่ชิงหลิงลังเลอยู่พักหนึ่งก่อนจะพูดกับหลิวจือโม่ "ระดับน้ำในแม่น้ำลดลงเรื่อยๆ อีกไม่กี่วันก็จะแห้งแน่ๆ ถึงตอนนั้นถ้าไม่มีน้ำ เราจะทำยังไง?” หากขุดบ่อน้ำแร่ออกมาได้ย่อมดีที่สุด นางจะได้ไม่ต้องกังวลว่าจะไม่มีน้ำดื่ม
หลิวจือโม่ก็รู้ถึงความร้ายแรงของปัญหาในตอนนี้ เมื่อน้ำในแม่น้ำหมดลง พวกเขาจะถูกบีบบังคับให้เริ่มเดินทางลี้ภัย หากไปจริงๆ โอกาสที่ครอบครัวของพวกเขาจะรอดชีวิตอย่างปลอดภัยมีน้อยมาก
เพื่อความอยู่รอด พวกเขาจำเป็ต้องขุดบ่อน้ำ
“ข้าไม่ค่อยรู้เื่การขุดบ่อน้ำเท่าไร เ้ารู้ไหม” หลิวจือโม่เงยหน้าขึ้นมองหลี่ชิงหลิง การขุดบ่อน้ำไม่ใช่เื่ง่าย ต้องดูว่าดินตรงตามเงื่อนไขสำหรับการขุดบ่อน้ำหรือไม่
หากไม่เป็ไปตามเงื่อนไข ขุดลงไปอาจพังทลายได้ ซึ่งเป็อะไรที่อันตรายมาก
เมื่อหลิงชิงหลิงได้ยินก็ส่ายหัวด้วยสีหน้าจริงจัง บอกว่าตนก็ไม่รู้เหมือนกัน
เมื่อก่อนตอนที่บ้านขุดบ่อ นางไม่ได้ไปดูและไม่มีความรู้ด้านนี้ หากให้นางทะเล่อทะล่าลงมือเองละก็ คงได้อันตรายแน่
แล้วจะยอมแพ้แบบนี้หรือ?
หลี่ชิงหลิงและหลิวจือโม่รู้สึกหนักใจเล็กน้อย ทั้งมองหน้ากัน ต่างคนต่างเงียบ
หากไม่มีทางขุดบ่อน้ำจริงๆ คงทำได้เพียงค้นหาแหล่งน้ำเท่านั้น
หากปราศจากน้ำ จะกระหายน้ำตายจริงๆ
ตอนนี้เอง เสียงของต้าเหอดังขึ้นอย่างเหนียมอาย “ข้า... ข้าขุดบ่อน้ำได้" คำพูดของเขาดึงดูดสายตาทั้งหมดมา ทำให้เขากังวลยิ่งกว่าเดิม เด็กชายหน้าแดง ถูมือพลางพูด “พ่อข้าขุดบ่อน้ำให้คนในหมู่บ้าน ข้าเคยตามไปดู พ่อเคยบอกวิธีดูคุณภาพของดินด้วย”
หลี่ชิงหลิงมองต้าเหอที่กระวนกระวายด้วยรอยยิ้ม "ได้ ข้าเชื่อเ้า" นางเชื่อว่าต้าเหอจะไม่หลอกพวกนาง
หากเขาไม่แน่ใจคงไม่กล้าพูด
คำพูดว่าเชื่อของหลี่ชิงหลิงทำให้ตาของต้าเหอเป็ประกาย เดิมทีเขาคิดว่าหลี่ชิงหลิงอาจไม่เชื่อก็เป็ได้ แต่เขาไม่คิดเลยว่านางจะเชื่อเขาทันทีที่เขาพูดจบ
สิ่งนี้เพิ่มความมั่นใจของเขาโดยไม่ได้ตั้งใจ
"ในเมื่อต้าเหอทำเป็ งั้นก็ไปหากันเลยเถอะ!" หลิวจือโม่ตบไหล่ต้าเหออย่างให้กำลังใจ ตอนแรกคิดว่าไม่มีความหวัง แต่จู่ๆ ความหวังก็มาอยู่ตรงหน้า สถานการณ์ดีขึ้นในพริบตา!
"ได้เลย..." ต้าเหอพยักหน้า หันหลังวิ่งกลับไปเอาจอบไปที่ริมแม่น้ำกับพวกหลิวจือโม่
ต้าเหอเดินไปรอบๆ ริมแม่น้ำก่อนที่จะตัดสินใจเลือกสถานที่ที่ไม่ไกลจากริมแม่น้ำ เขาบอกว่าตำแหน่งนี้ขุดบ่อได้
เมื่อได้ยินคำพูดของเขา หลี่ชิงหลิงก็เริ่มใช้จอบขุดโดยไม่พูดไม่จา
หลังจากขุดเป็เวลาครึ่งเดือน ในที่สุดก็ขุดน้ำออกมาได้ ทันทีที่หลี่ชิงหลิงเห็นน้ำพุ น้ำตาก็แทบรื้น
เป็่เวลาครึ่งเดือนที่ยากลำบากจริงๆ พวกเขาเหนื่อยทั้งกายและใจ
โชคดีที่พวกเขาไม่ยอมแพ้ ถ้าพวกเขาล้มเลิกไปกลางคัน พวกเขาจะไม่มีวันได้เห็นน้ำพุนี้เลย
หลังจากที่หลี่ชิงหลิงขึ้นจากบ่อน้ำก็ยกนิ้วให้ต้าเหอและชมเขาชุดใหญ่ นางรู้ว่าเขาอยู่ภายใต้แรงกดดันอย่างมาก กลัวว่าตนอาจตัดสินใจผิด
ในที่สุดวันนี้ก็มีน้ำพุออกมาแล้ว เขาสบายใจได้แล้ว
ต้าเหอเกาหัวและหัวเราะซื่อๆ ในที่สุดก็โล่งใจได้ เขาไม่ได้ทำให้ทุกคนผิดหวัง
ทุกคนทำงานร่วมกันเพื่อวางวงและปิดฝาบ่อน้ำ ทีนี้จึงนับว่าเสร็จสิ้น
หลี่ชิงหลิงทรุดนั่งบนพื้น แม้จะเหนื่อยมาก แต่ในใจมีความสุขมาก
นางไม่คาดคิดเลยว่าการแสดงความเมตตาเพียงชั่วครู่จะนำผลดีมาให้
ต้าเหอเด็กน้อยไม่เพียงรู้วิธีการขุดบ่อน้ำเท่านั้น แต่ยังวางวงบ่อน้ำเป็ ทำให้นางประหลาดใจมาก
ถ้าไม่ใช่เพราะมีเขา ในอีกไม่กี่วัน พวกเขาอาจเผชิญกับสภาพที่ไม่มีน้ำดื่มที่น่าลำบากใจ
ดวงตาเด็กสาวจับจ้องไปยังน้ำในแม่น้ำที่กำลังจะถึงจุดต่ำสุดอย่างเป็กังวล ไม่รู้ว่า่อากาศร้อนระอุแบบนี้จะฝนตกตอนไหน? ภัยแล้งนี้จะสิ้นสุดเมื่อใด?
มันร้อนจนนางทนไม่ไหวจริงๆ
"กลับบ้านกันเถอะ" หลี่ชิงหลิงยืนขึ้นและพูดเสียงดัง วันนี้ร้อนเกินไปจริงๆ นั่งตรงนี้ต่ออีกสักนาทีเหมือนจะโดนย่างสุก กลับไปที่ถ้ำที่เย็นกว่าเพื่อหลบร้อนจะดีกว่า
หลิวจือโม่หยิบจอบเดินกลับไปพร้อมนาง ข้างหลังตามด้วยเด็กชายสามคน
ทันทีที่กลับมาที่ทางเข้าถ้ำ หลี่ชิงหลิงก็รู้สึกถึงลมเย็นที่พุ่งออกมา ทำให้ร่างกายที่ร้อนระอุรู้สึกสบายขึ้นมากในทันที
นางดีใจจริงๆ ที่ตอนนี้นางอาศัยอยู่ในถ้ำ หากอยู่ในบ้านคงจะร้อนมาก
อุณหภูมินี้อย่างน้อยต้องแตะสี่สิบองศาแน่
ร้อนจริงๆ...
"พี่สาว..." หลี่ชิงหนิงเดินโยกเยกมาหาหลี่ชิงหลิงเหมือนนกเพนกวินตัวน้อย ปากพร่ำเรียกพี่สาวไม่หยุด
หลี่ชิงหลิงตอบรับ วางจอบในมือ คุกเข่าลงกับพื้น กางมือออกและรอให้หลี่ชิงหนิงเดินเข้ามา
หลี่ชิงหนิงหัวเราะคิกคักและทิ้งตัวเข้าไปในอ้อมแขน หลี่ชิงหลิงจูบแก้มเล็กๆ ถามว่านางสบายดีหรือไม่? เชื่อฟังพี่โหรวโหรวหรือเปล่า?
หลี่ชิงหนิงยื่นมือเล็กๆ ไปกอดคอของหลี่ชิงหลิง พยักหน้าพูดตะกุกตะกักว่าตนเชื่อฟังพี่โหรวโหรวและพี่ซี
เมื่อได้ยินเช่นนี้ หลี่ชิงหลิงก็ลูบหัวน้อยๆ บอกว่าเก่งจริงๆ จากนั้นก็ชมหลิวจือโหรวและเสี่ยวซีอีกสองสามคำ ทำให้ทั้งคู่หน้าแดงก่ำ
หลี่ชิงหนิงเป็เด็กที่เชื่อฟังมาก ดูแลนางจึงเป็เื่ง่าย
“พี่เสี่ยวหลิง กินข้าวเถอะ ต้มเสร็จแล้ว” เสี่ยวซีที่หน้าแดงพูดเสียงเบา
หลี่ชิงหลิงรู้สึกทันทีว่ามีเสี่ยวซีอยู่ช่วยได้มาก นางสามารถอยู่บ้านดูแลเด็กๆ สองคน แถมยังสามารถทำอาหาร พอพวกเขากลับมาก็มีข้าวและโจ๊กกินทันที ประหยัดแรงนางไปได้มากนัก
"ลำบากแล้วนะ”
เสี่ยวซีส่ายหัวบอกไม่ได้ลำบากเลย
พี่เสี่ยวหลิงเป็ผู้ช่วยชีวิตนางและน้องชาย หากไม่ใช่เพราะพี่เสี่ยวหลิงพามาที่นี่ พวกเขาคงอดตายไปนานแล้ว
นางสมควรช่วยงานอยู่แล้ว
หลี่ชิงหลิงยิ้มและถามพวกเขาว่ากินข้าวหรือยัง
“กินแล้ว” ก่อนที่เสี่ยวซีจะได้อ้าปาก หลี่ชิงหนิงก็พยักหน้าและบอกว่าตนกินแล้ว แถมยังเอื้อมมือไปตบท้องเล็กๆ ด้วย
เมื่อเห็นท่าทางไร้เดียงสานี้ หลี่ชิงหลิงก็จุ๊บนางหลายครั้ง "เ้าเด็กน้อย" นางวางหลี่ชิงหนิงลงบนเตียง ปล่อยให้นางเล่น ส่วนตนเองเตรียมไปกินข้าว
กินข้าวยังไม่ทันเสร็จ อาหวงก็รีบร้อนวิ่งกลับมา นางยังไม่ทันได้อ้าปากเรียกมันกินก็ถูกมันกัดขากางเกงแล้วลากออกไป
หลี่ชิงหลิงที่หัวใจเต้นสะดุด รีบกินข้าวที่เหลืออีกสองคำจนหมด ถามอาหวงด้วยเสียงอู้อี้ว่าเกิดอะไรขึ้น?
อาหวงร้อนรนแต่พูดไม่ได้ มันหมุนตัวเป็วงกลม ใช้หัวใหญ่ดุนคันธนูและมองหลี่ชิงหลิงอีกครั้ง
เห็นอาหวงเป็แบบนี้ หลี่ชิงหลิงก็สังหรณ์ใจไม่ดีขึ้นมา
เด็กสาวรีบเดินไปหยิบธนู "อยู่ที่บ้านอย่าเสียงดัง ข้าจะตามอาหวงไปดูว่าเกิดอะไรขึ้น" หลังจากนั้นนางก็หยิบธนูและลูกศรตามอาหวงออกไป
อาหวงพานางไปตามเส้นทางที่ห่างไกล นางถือธนูและลูกธนูตามไปอย่างเงียบ ๆ
อาหวงไม่หยุดจนกว่าเขาจะมาถึงบริเวณพุ่มไม้เตี้ยที่มีหนาม มันมองนางแล้วมองข้างนอก
หลี่ชิงหลิงไม่้าคำเตือนจากอาหวงแล้ว นางได้ยินใครบางคนพูดอยู่ข้างนอก
เด็กสาวมองผ่านพุ่มไม้และเห็นชายกลุ่มหนึ่งในชุดทหารกำลังนั่งคุยกันอยู่บนพื้น
“ไม่รู้ว่าการรบครั้งนี้จะกินเวลานานแค่ไหน ถ้าสู้ต่อไปแบบนี้ ไม่ใช่เราโดนขวานจามคาที่ ก็คงอดตาย”
“ท่านาาไม่รีบฏ ดันมาฏใน่ที่แห้งแล้ง เราจะไปทำยังไงได้”
“่นี้ข้ากินโจ๊กจนหมดความอยากอาหารแล้ว ไม่รูู้เานี้มีสัตว์ให้ล่าไหม?”
"พักสักหน่อยแล้วไปดูกัน!"
หลี่ชิงหลิงตกตะลึงเมื่อได้ยินสิ่งที่พวกเขาพูด มือที่ถือคันธนูสั่นเทิ้ม
คนเหล่านี้เป็ทหารและม้าของาาหนานเยี่ยน หากพวกเขาพบครอบครัวของนางก็คงต้องตายโดยไม่มีที่ฝังแน่
นางสูดลมหายใจเงียบๆ ส่งสายตาตาให้อาหวงและจากมาเงียบๆ
หลังจากเดินไปได้ระยะหนึ่ง หลี่ชิงหลิงก็วิ่งเต็มกำลัง หากไม่รีบจะสายเกินไป
“อาหวง เ้าไปหาอาไป๋เงียบๆ หลบเข้าไปในูเาลึก อย่าเผชิญหน้ากับคนเลวพวกนั้น พวกมันมีเยอะ เราสู้พวกมันไม่ได้ เราทำได้แค่ซ่อนตัว รอให้พวกมันออกไปแล้วค่อยกลับมา"
หลี่ชิงหลิงบอกอาหวงขณะวิ่ง อาหวงตอบรับและวิ่งไปอีกทางหนึ่ง
นางวิ่งกลับไปที่ถ้ำด้วยความเร็วสูงสุด ก่อนที่จะหมดลมหายใจ นางเคลื่อนก้อนหินที่กองอยู่ที่ทางเข้าถ้ำปิดปากทางเข้าถ้ำให้เร็วที่สุดเท่าที่จะเป็ไปได้
หลังจากพบกับหมีและเสือดาวล่าสุด พวกเขาก็ต้องใช้หินปิดกั้นทางเข้าถ้ำทุกวันจึงจะกล้านอน
"เกิดอะไรขึ้น มีอะไรหรือ" หลิวจือโม่เห็นหลี่ชิงหลิงดูตื่นตระหนก หัวใจของเขาจมลงและถามนางเสียงเบา
หลังจากปิดทางเข้าถ้ำเสร็จ หลี่ชิงหลิงถอนหายใจด้วยความโล่งอก นางพูดเสียงเบา "ทหารของาาหนานเยี่ยนกลุ่มหนึ่งเข้ามาในูเาซง พวกเราต้องซ่อนตัว” หวังว่าจะไม่มีใครมาค้นพบ
เมื่อได้ยินเช่นนี้ หัวใจของหลิวจือโม่ก็จมดิ่งลงไปยิ่งกว่าเดิม
