แเื่ต่างก็สนุกสนาน
แถมทุกคนที่กลับไป ยังได้ติดไม้ติดมือกับข้าวไปคนละชาม
ป้าหม่าได้ไปเยอะเป็พิเศษ ได้เนื้อเต็มชาม
ก็ป้าเขาทุ่มเทให้ผักดองตั้ง 4 หัวนี่นา
"ไม่ต้องๆ! เก็บไว้กินเถอะ!" ป้าหม่ายิ้มปฏิเสธ
"เอาไปเถอะ! ฉันกินเนื้อไม่ได้อีกแล้ว อ้วนเป็หมูแล้วเนี่ย" ฮวาเจาหัวเราะ "ถ้ากินอีกเดี๋ยวผู้ชายของฉันจะไม่ชอบฉันแล้ว"
คนที่ได้ยินรอบข้างหน้าซีดไปเลย คำพูดนี้ราวกับว่าคนนั้นชอบเธอแล้วจริงๆ ซะอย่างงั้น!
ตอนนี้คนทั้งหมู่บ้านแทบจะรู้หมดแล้วว่าผู้ชายที่ฮวาเจาจะแต่งงานด้วยนั้นหล่อเหลาเป็พิเศษ แถมยังรู้ด้วยว่าจริงๆ แล้วทั้งสองคนเป็คู่หมั้นกันั้แ่เด็ก ฮวาเฉียงเคยช่วยชีวิตปู่ของเขาไว้
ยังรู้ด้วยว่าจริงๆ แล้วนี่เป็การจัดงานแต่งงานย้อนหลัง วันที่ในทะเบียนสมรสเขียนไว้นั่นแหละคือวันจริง วันที่หนุ่มคนนั้นมา ก็เพื่อมาแต่งงาน!
แต่เพราะมีภารกิจสำคัญ จึงไม่สามารถอยู่ต่อได้ วันรุ่งขึ้นก็เลยต้องจากไป
นี่คือคำพูดของฮวาเฉียงและฮวาเจา
โดยเฉพาะฮวาเจา ที่ยืนกรานในเื่วันเป็พิเศษ เพราะในวันนั้นพวกเขาได้ "ทำธุระ" กันแล้ว จึงทำให้มีลูก
ถ้าไม่ปูพื้นฐานไว้ก่อน ลูกคนนี้ก็จะอธิบายไม่ได้!
ด้วยเหตุนี้ เธอจึงได้แอบถามปัญหาบางอย่างจากพวกป้าๆ อย่าง "เขินอาย"
โอ๊ย ทำไมถึงเจ็บไปหลายวันเลยล่ะ? แถมยังมีเืออกหลายวันด้วย? นี่มันผิดปกติหรือเปล่าเนี่ย? ~
ทำเอาพวกป้าๆ ใกันยกใหญ่ นี่ทำกันขนาดนี้เลยเหรอ? ไม่เลือกเลยสักนิด.....
หลังจากใแล้ว ก็เริ่มสั่งสอน
เด็กกำพร้าแม่ก็น่าสงสารแบบนี้ พวกเขาถึงต้องดูแลให้มากกว่านี้~
ทุกคนเชื่อคำพูดของสองปู่หลาน ไม่ได้สงสัยอะไรเลย นอกจากเื่สุดท้ายที่ว่า "มีภารกิจ"
คนนั้นต้องเห็นแล้วว่า "คู่หมั้น" คนนี้ไม่ได้เหมือนเด็ก แล้วก็เลยหนีไป ไม่ยอมอยู่ต่อ
มีคนเห็นเย่เซินตอนที่เขาจากไป ว่าเขารีบร้อนมาก! มองจากข้างหลังเหมือนกำลังรีบเร่ง
แต่ยังไงเขาก็ "ทำธุระ" กับไอ้หมีดำ เอ้ย กับเสี่ยวฮวา แล้วตอนนี้ยังจัดงานแต่งงานให้ แถมยังส่งของมาให้อีกตั้งเยอะ! ช่างเป็ผู้ชายที่ดีและมีความรับผิดชอบอะไรเช่นนี้!
สายตาของสาวๆ ในหมู่บ้านจ้องมองไปที่ฮวาเจาด้วยความอิจฉา
โดยเฉพาะฮวาเสี่ยวอวี้ ที่กินข้าวไปตั้งสองชาม
......
บ้านของฮวาเฉียงมีเื่ ฮวาซานและครอบครัวตอนแรกก็มาแค่สะใภ้สองคน แต่พอได้ยินว่าทางนี้จะเลี้ยงแขก ทั้งครอบครัวทั้งเด็กทั้งคนแก่ก็มากันหมด ยกเว้นแต่ภรรยาของฮวาซานที่ไม่ได้มา
ตอนนี้คนอื่นกลับกันหมดแล้ว แต่พวกเขายังไม่กลับ
"นั่งทำอะไรกันอยู่? ไม่รู้จะช่วยฉันทำงานหน่อยเหรอไง? ใครควรเก็บโต๊ะก็เก็บ ใครควรเก็บจานชามก็เก็บ พอเสร็จแล้วก็ต้องเอาไปคืนเขาด้วยนะ!" ฮวาเจาร้องบอกพวกเขา
การเลี้ยงคนทั้งหมู่บ้าน แม้ว่าแต่ละบ้านจะมากันแค่คนเดียว แต่สุดท้ายก็มีตั้ง 5 โต๊ะ ส่วนใหญ่เป็เพราะครอบครัวฮวาซานกินไป 2 โต๊ะ!
โต๊ะ เก้าอี้ และจานชามที่บ้านของพวกเขาไม่พอ ต้องไปขอยืมมาจากเพื่อนบ้าน ตอนจะคืนก็ต้องล้างให้สะอาดก่อน
คนที่พิถีพิถันหน่อยก็จะล้างให้สะอาดก่อนถึงจะคืนให้เขา
"เด็กคนนี้ ถึงกับใช้ให้ปู่สามทำงานเลยเหรอ? ช่างไม่กตัญญูเสียจริง!" สะใภ้ใหญ่ของฮวาซานนั่งอยู่เฉยๆ แถมยังตำหนิฮวาเจา
"ฉันไม่ได้ใช้ปู่สามสักหน่อย" ฮวาเจาพูด
สะใภ้ใหญ่ของฮวาซานกำลังจะพูดต่อ
ฮวาเจาก็พูดขึ้นมาอีกว่า "ฉันก็ไม่ได้ใช้เธอด้วยนี่นา ฉันใช้พวกพี่น้องของฉันไม่ได้เหรอไง? พวกเขาไม่ใช่ผู้หลักผู้ใหญ่ แถมก็ไม่ได้พิการ จะทำงานไม่ได้เชียวเหรอ?"
ทำเอาสะใภ้ใหญ่ของฮวาซานพูดไม่ออก
เจียงฉิน สะใภ้สามของฮวาซานวางเมล็ดแตงโมในมือลง แล้วพูดขึ้นว่า "พี่ชายของเธอ พวกเขาเป็ผู้ชายทั้งนั้น ไม่เคยทำครัวเลยสักนิด" เธอหันไปมองฮวาเสี่ยวอวี้ "ไปช่วยพี่สาวทำงานหน่อยไป"
ฮวาเสี่ยวอวี้วางชามลงอย่างไม่เต็มใจ เงยหน้ามองป้าเล็กของตัวเองอย่างน่าสงสาร ฮวาเย่
ฮวาซานมีลูกชาย 5 คน ลูกสาว 3 คน ลูกสาวสองคนแรกยกให้คนอื่นไปแล้ว ลูกสาวคนเล็กคนนี้ อายุ 20 ปี ใน่นั้นชีวิตความเป็อยู่ก็ดีขึ้นบ้าง เลยเก็บเธอไว้
แต่ฮวาเย่ก็เหมือนคนล่องหนในบ้าน คอยทำทุกอย่างตามหลังแม่ของเธออย่างเงียบๆ
เมื่อเห็นสายตาของฮวาเสี่ยวอวี้ ฮวาเย่ก็ลุกขึ้นอย่างเงียบๆ ไปเก็บจานชาม
ฮวาเสี่ยวอวี้กลับเข้าไปใกล้ฮวาเจา แล้วพูดอย่างเอาใจว่า "พี่เสี่ยวฮวา เข้าไปพักผ่อนในบ้านเถอะ! ถือโอกาสไปดูสิว่าพี่เขยเอาอะไรมาให้บ้าง!"
แต่งงานทั้งที จะไม่มีสินสอดได้ยังไง?
เย่เซินจัดการให้หมดแล้ว
แต่เื่พวกนี้เขาไม่รู้เื่ เขาเลยให้ลุงเขยช่วยจัดการให้
ฉินเซี่ยงตงคนนี้รู้เื่! เขาเป็คนที่มีประสบการณ์! แถมยังเป็หัวหน้าฝ่ายกิจการพลเรือน เคยจัดงานแต่งงานให้พวกหนุ่มโสดที่อายุเยอะมาแล้วมากมาย
คราวนี้ได้มาจัดให้หลานชายตัวเอง เขาเลยจัดให้สวยงาม
เมื่อรู้เื่สภาพความเป็อยู่ของบ้านฮวาเจาแล้ว เขาก็ซื้อทุกอย่างที่ซื้อได้
ผ้าหลายผืน ผ้าห่มหลายชุด อ่างล้างหน้าสองใบ กระติกน้ำร้อนสองใบ แล้วก็ของใช้ในชีวิตประจำวัน ยาสีฟัน ผ้าเช็ดตัว สบู่ ฯลฯ ทุกอย่างเป็ของคู่ทั้งหมด
ของพวกนี้ส่วนใหญ่เป็ของที่เ้าสาวต้องเตรียมมาเป็สินสอด แต่ฉินเซี่ยงตงก็เตรียมให้ด้วย
ยังมีของชิ้นใหญ่อีกหลายอย่าง ได้แก่ จักรเย็บผ้า จักรยาน นาฬิกา และวิทยุ!
ครบเซ็ต 3 อย่าง 1 เสียง! นี่คือสินสอดของพวกเขาจริงๆ
แต่ฉินเซี่ยงตงสั่งงานด่วนเกินไป สถานที่เล็กๆ บนหุบเขาแบบนี้ ไม่สามารถรวบรวมของพวกนี้ได้ภายในวันเดียว ของมือสองคนก็ไม่เอา
ฉินเซี่ยงตงจึงต้องรบกวนเพื่อนในเมืองหลวง บอกว่าอีกสองวันจะส่งมาให้
เื่พวกนี้เ้าหน้าที่ที่มาก็พูดกันหลายรอบแล้ว การทำให้ฝ่ายชายได้หน้า ทำให้ฝ่ายหญิงได้หน้าแบบนี้ พวกเขายินดีที่จะพูด
คนทั้งหมู่บ้านต่างก็อิจฉา โดยเฉพาะฮวาเสี่ยวอวี้
ในนั้นมีผ้าสีแดงผืนหนึ่ง มีลวดลายปักด้วยดิ้นทอง พอโดนแสงแดดก็จะส่องประกาย ระยิบระยับ
เธอไม่เคยเห็นผ้าที่สวยขนาดนี้มาก่อนเลย!
เอาไปให้ไอ้หมูอย่างฮวาเจาใส่ ก็เป็การทำลายของเปล่าๆ
"พี่เสี่ยวฮวา พวกเราไปดูกันเถอะ!" ฮวาเสี่ยวอวี้ทนไม่ไหวแล้ว โยนผ้าเช็ดมือในมือทิ้ง แล้วลากฮวาเจาไปดูสินสอด
พวกสะใภ้บ้านฮวาซานที่ยังไม่กลับ ก็คิดเหมือนกัน
มีของดีๆ ให้ฮวาเจาตั้งเยอะ มันเสียของเปล่าๆ! บ้านพวกเขาก็กำลังจะหาลูกสะใภ้พอดี แบ่งให้พวกเขาจะดีกว่า
ฮวาเจามองดวงตาที่เปล่งประกายของพวกเขา คิดอยู่ครู่หนึ่งก็ล้างมือแล้วเดินเข้าไปในบ้าน
ข้างนอก มีเพียงฮวาเย่คนเดียวที่ยังเก็บจานชามอยู่
พอเข้าไปในบ้าน มือของฮวาเสี่ยวอวี้ก็ตรงไปที่ผ้าผืนนั้นทันที
แต่ก็ถูกมือใหญ่ของฮวาเจาจับไว้
บนผ้าสีแดงทองที่ส่องประกาย มีมือดำๆ ใหญ่ๆ วางอยู่ ดูโดดเด่นเป็พิเศษ
แม้แต่ฮวาเจาเองก็ยังดูไม่ได้
เธอจะต้องสวย! สวย! สวยให้มากๆ! แล้วค่อยมาใส่ผ้าสวยๆ แบบนี้
ถึงแม้ว่าตอนนี้จะเป็ปี 1976 คุณภาพของผ้าอาจจะไม่ดีนัก แต่บางครั้งก็จะมีผ้าลายคลาสสิกที่ไม่เคยล้าสมัยออกมา
ผ้าที่อยู่ใต้มือนี้ก็เป็แบบนั้น ลายคลาสสิกแบบนี้คาดว่าน่าจะอยู่ได้เป็พันปี ถ้าเอาไปทำเสื้อกี่เพ้าแบบโบราณใส่เป็ชุดตรุษจีน จะต้องสวยมากแน่ๆ! แล้วถ้าเอามาใส่ให้ลูกน้อยสองคนยิ่งสวยเข้าไปใหญ่! ถ้าพวกเธอสามคนใส่ชุดเหมือนกัน ก็คงจะน่ารักมาก!
"ดูได้ แต่ห้ามจับ ไม่ใช่ของของเธอ ก็ไม่ใช่ของของเธอ ยังไงก็เอาไปไม่ได้" ฮวาเจาจ้องหน้าฮวาเสี่ยวอวี้
หน้าของฮวาเสี่ยวอวี้แดงก่ำ "ฉันก็แค่ดูเฉยๆ"
"งั้นก็ดูไป" ฮวาเจาดึงผ้าขึ้นมา สะบัดออก เธออยากดูว่าผ้ามันใหญ่ขนาดไหน พอที่จะทำชุดแม่ลูกสามคนได้หรือเปล่า
แต่ปรากฏว่ามีเงินจำนวนมหาศาลร่วงหล่นออกมาจากผ้า
ทำเอาครอบครัวฮวาซานตาค้างไปเลย
