ตอนที่ 4: ข้าวต้มหรือน้ำล้างเท้า
ยามค่ำคืนคืบคลานเข้ามาพร้อมกับลมหนาวที่พัดผ่านยอดเขาเทียนซาน เสียงหวีดหวิวของลมลอดตามรอยแตกของฝาผนังดินเหนียวดังประหนึ่งเสียงภูตผีร้องไห้ ภายในเรือนพักเล็กๆ ที่มืดสลัว ท้องของอันอันส่งเสียงคำรามประท้วง “โครกคราก” จนแสบไส้ ความเ็ปจากกระเพาะที่บิดตัวพยายามย่อยอาหารทำให้ร่างกายเด็กห้าขวบสั่นเทา
‘เปราะบางเหลือเกิน...’ หลี่อันอันในร่างเด็กน้อยคิดด้วยความสมเพช นี่หากนางไม่ได้สารอาหารและเกลือแร่ในเร็วๆ นี้ ระบบอวัยวะภายในที่เพิ่งฟื้นคงจะล้มเหลวลงอีกครั้ง
จางซื่อ เดินประคองชามกระเบื้องที่มีรอยบิ่นจนเกือบครึ่งวงเข้ามาในห้อง ท่าทางของนางลนลานหลบๆ ซ่อนๆ น้ำตาที่ยังไม่แห้งสนิทคลอลูกตา
“อันอัน... แม่แอบเอาข้าวต้มมาให้ลูก ดื่มเสียหน่อยนะลูกรัก ก่อนที่ท่านย่าจะมาเห็น”อันอันพยุงกายลุกขึ้นมองไปที่ชามในมือนาง... ทันใดนั้น หัวใจของ “แพทย์สนามหน่วยรบพิเศษ” ก็พลันบีบรัดด้วยความโกรธแค้นจนมือสั่นอีกครั้ง สิ่งที่อยู่ในชามนั้น... มันคือน้ำใสๆ ที่มีเม็ดข้าวหักจมอยู่ก้นชามไม่ถึงห้าเม็ด!
มันใสเสียจนมองเห็นก้นชาม ใสยิ่งกว่าน้ำล้างเท้าของทหารในค่ายของเธอเสียอีก!
“นี่คือข้าวต้มหรือเ้าคะท่านแม่?” เสียงเล็กๆ ของนางสั่นเครือ ไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เพราะโทสะที่กำลังพุ่งพล่าน
“ท่านย่า... ท่านสั่งให้ตักแค่น้ำข้าวส่วนบนมาให้บ้านรองเท่านั้น เม็ดข้าวขาวทั้งหมดต้องเก็บไว้ให้ลูกชายบ้านใหญ่ที่กำลังเตรียมสอบจอหงวน” จางซื่อสะอื้นไห้พลางโอบกอดลูกสาว “แม่ขอโทษ... แม่มันไร้ความสามารถที่ทำได้แค่นี้”
อันอันมองมารดาที่ซูบผอมจนไหปลาร้าโปนชัน ใบหน้าสีเหลืองซีดราวกับกระดาษเก่าจากการตรากตรำงานหนักแต่ไร้ซึ่งอาหารประทังท้อง ถ้าหลี่อันอันคนเดิมคงได้แต่ร้องไห้สะอึกสะอื้น แต่หลี่อันอันคนใหม่... นางคือพยัคฆ์ร้ายในคราบกระต่ายน้อย!
อันอันรับชามน้ำข้าวมาถือไว้ นางหลับตาลงรวบรวมสมาธิที่เหลือเพียงน้อยนิดเชื่อมต่อกับมิติิญญาเพื่อกระตุ้นพลังเนตร์
วิ้ง!
แสงสีทองนวลตาแผ่ออกไปรอบห้อง ทะลุผ่านผนังดินเหนียวที่ชื้นแฉะไปยังเรือนใหญ่ของตระกูลหลี่ที่อยู่ถัดไป ภาพที่ปรากฏทำให้โทสะของนางแทบะเิ ที่นั่นย่าหลี่กับนางหวัง (สะใภ้ใหญ่) กำลังล้อมวงกิน ไก่ต้มน้ำปลา ชิ้นโตและ ไข่เจียวฟูๆ ส่งกลิ่นหอมตลบอบอวล พวกเขาเคี้ยวเนื้อกันอย่างสำราญใจ ในขณะที่บิดาของนางยังนอนพักฟื้นจากการถูกพิษที่แม่แท้ๆจงใจทำร้ายเขา
ในขณะเดียวกันพี่ชายทั้งสองหลี่ฮ่าวหลี่ิ ก็กำลังย่างปลาที่ได้มาเมื่อตอนเช้าพวกเขาไม่สนใจบ้านใหญ่ คืนนี้แค่ปลาย่างก็เพียงพอสำหรับคนในบ้าน ไม่นานปลาย่างก็ถูดนำเข้ามายังเตียงของน้องสาว ตอนนี้ทั้งห้าคนมานั่งรวมตัวกันที่เตียงไม้ไผ่
“อันอันเ้ากินก่อนเถอะเ้าเพิ่งหายป่วยจะได้มีแรง”หลี่ิเอ่ยขึ้น “พวกเรามากินพร้อมๆกันกีกว่าเ้าค่ะ”อันอันพูดขึ้นในขณะที่แม่และพ่อต่างยิ้มอย่างมีความสุขที่ครอบครัวได้กินอาหารด้วยกันเป็ครั้งแรก ั้แ่นางล้มป่วยและเขาเองก็เข้าไปประจำการที่กรมทหาร
แต่อันอันนางรู้ดีว่าต้องรีบจัดการย่าหลี่ หากปล่อยไว้เช่นนี้บ้านใหญ่ก็จะเอาเปรียบครอบครัวนางต่อไปเรื่อยๆอย่างแน่นอน
“ท่านแม่ท่านพ่อเ้าคะ...” อันอันวางชามน้ำข้าวทิ้งอย่างไม่ใยดี “อันอัน...ไม่อยากกินน้ำล้างเท้าสีขาวนี่ อันอันอยากกินไก่!”
“ลูกรัก... บ้านเราไม่มีไก่เรามีปลาก็เพียงพอแล้วลูก...หลี่ิเอาเนื้อปลามาให้น้องเพิ่มอีกเร็วเข้าลูก”จางซื่อปลอบทั้งน้ำตา
“มีเ้าค่ะ!” อันอันลุกขึ้นยืนด้วยแววตากล้าแกร่งเกินวัย “ท่านแม่ท่านพ่อและพี่ใหญ่พี่รองมาไปบอกท่านย่าว่าอันอันเห็นนิมิต... ท่านเทพบอกว่าใต้เตียงท่านย่ามี ‘งูพิษสีทอง’ ซ่อนอยู่ หากไม่เอาออกมา บ้านหลี่จะพินาศภายในคืนนี้!”
หลี่เฉิงที่ยังนอนอยู่ข้างๆยันตัวลุกขึ้นนั่ง พอรู้ว่ากำลังจะมีภัยร้ายเกิดขึ้นกับแม่ เขาจึงต้องรีบไปบอกนางให้รู้ตัว ตอนแรกเขาก็ไม่ใคร่จะเชื่อนัก แต่เมื่อนึกถึงเหตุการณ์ปาฏิหาริย์ที่ผ่านมาในวันนี้ เขาก็เริ่มลังเล
“ท่านพ่อ... ท่านไม่เชื่อลูกสาวหรือเ้าคะ?” อันอันทำตาปริบๆ น้ำตาคลอเบ้าประหนึ่งลูกกระต่ายที่น่าสงสารที่สุดในโลก “ท่านเทพบอกว่า งูตัวนี้หัวเป็ทอง ตัวเป็เงิน มันกำลังจะสูบชีวิตคนในบ้านใหญ่จนหมดสิ้นนะเ้าคะ!”
“ท่านพ่อข้าเชื่ออันอัน!” หลี่ิเด็กน้อยพูดขึ้นมา เพราะเขาเองก็เคยสงสัยมานานแล้ว ว่าย่าหลี่มักจะทำตัวลับๆล่อๆเวลาเข้าไปในห้องนอนของตัวเอง“ข้าว่าไปดูให้เห็นกับตาเถอะท่านพ่อถ้ามีงูจริงๆท่านย่าต้องแย่แน่ๆ!”หลี่ฮ่าวพูดเสริม
ด้วยความกตัญญูที่ปนเปไปด้วยความกลัวไสยศาสตร์ “ถ้างั้นก็รีบกินปลาย่างพวกนี้ให้หมดก่อนเถอะลูก”จางซื่อบอกลูกๆของนาง จากนั้นทุกคนรีบมุ่งหน้าไปยังเรือนใหญ่ โดยมีอันอันก้าวเดินตามไปติดๆ ด้วยรอยยิ้มเ็าที่ซ่อนอยู่ภายใต้ใบหน้ามอมแมมของด็กน้อย
“ท่านแม่! เปิดประตูก่อนเถิด อันอันเห็นนิมิตร้ายว่างูพิษซ่อนอยู่ในห้องท่านแม่!” หลี่เฉิงะโเรียกเสียงดัง จนย่าหลี่ที่กำลังเคี้ยวขาไก่อยู่ถึงกับสำลัก ป้าสะใภ้หวังรีบลุกออกมาเปิดประตู ขณะที่ย่าหลี่ลุกตามมาขณะที่ขาไก่ยังถืออยู่ในมือ ประตูเปิดออก ทำให้พวกนางถึงกับใเมื่อเห็นครอบครัวบ้านรองมายืนอยู่เต็มหน้าเรือน
“นี่มันอะไรอีก?”นางยกมือชี้ไปยังหน้าเด็กๆทั้งสามทั้งที่ขาไก่ต้มน้ำปลายังอยู่ในมือ... “งูบ้างูบอที่ไหนมันจะมาอยู่ในห้องข้า! พวกเ้าโดนนังเด็กผีนั่นมันหลอกแล้ว...มันจะหาเื่อะไรข้า!” ย่าหลี่โวยวายออกมา แต่ใบหน้าของนางกลับซีดลงทันทีเมื่ออันอันชี้นิ้วไปยังห้องนอนของนางอย่างแม่นยำ
“ถ้าท่านพ่อไม่เชื่อ... ลองเปิดพื้นกระดานใต้เตียงดูสิเ้าคะ!” อันอันะโแทรกเสียงแหลม “ถ้าไม่มีงู... อันอันยอมให้ท่านย่าเอาไปขายเป็ทาสรับใช้คนทั้งหมู่บ้านเลยเ้าค่ะ!”
คำท้าทายนั้นทำให้นางลนลาน เพราะกล่องลับที่ซ่อนเงินของนางอยู่ตรงนั้นพอดี! ย่าหลี่รีบถลาเข้าไปขวางประตู “ไม่ได้! ใครก็ห้ามเข้ามาในห้องข้า!”ยังไม่ทันพูดจบ เด็กทั้งสองต่างพยักหน้าให้กัน และพุ่งเข้าไปในห้องย่าหลี่ทันทีด้วยข้ออ้างว่า กตัญญูอยากช่วยจับงู
โครม!
แผ่นไม้กระดานถูกงัดออกอย่างแรง จนกล่องไม้จันทน์หอมขนาดใหญ่ล้มคว่ำ สิ่งที่ปรากฏแก่สายตาไม่ใช่โหลงูพิษ แต่เป็ ตำลึงเงินเป็ปึกและทองแท่งขนาดเล็ก ที่กระจัดกระจายระยิบระยับเต็มพื้นห้อง
ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ...ก่อนที่จางซื่อจะอุทานออกมาด้วยความคับแค้นใจ “นี่มัน...เงินส่วนกลางที่ท่านแม่บอกว่าหมดไปแล้วไม่ใช่หรือเ้าคะ? ท่านบอกว่าไม่มีเงินซื้อยาให้นอัน... แต่ท่านกลับมีเงินทองมากมายซ่อนไว้ใช้ และกินเป็ดกินไก่กันทุกวันอย่างสำราญเช่นนี้หรือ!”
อันอันเดินเข้าไปใกล้หญิงชราที่บัดนี้ดูน่าสมเพชยิ่งกว่าขอทาน “ท่านย่าเ้าคะ...ท่านเทพบอกอันอันว่า เงินที่ได้มาจากการเบียดเบียนลูกหลานที่กำลังอดตายคือ ‘เงินอัปมงคล’ ดูสิเ้าคะ... ออร่าสีดำบนหัวท่านมันกำลังกัดกินอายุขัยของท่านไปทีละวันๆแล้วเ้าค่ะ”
ย่าหลี่สะดุ้งสุดตัว มองไปรอบๆ อย่างหวาดระแวง ความเชื่อเื่ผีสางที่ฝังรากลึกทำให้นางลนลานจนสั่นไปหมด
“จะ... เ้าพูดจริงหรือ? ข้าจะตายหรือจริง?”
“แน่นอนสิเ้าคะถ้าท่านไม่อยากตายเร็ว ท่านต้องเอาเงินนี้ออกมาซื้ออาหารดีๆ ให้ทุกคนในบ้านกินเพื่อเป็การ ‘แก้เคล็ด’ และที่สำคัญ...ท่านต้องให้บ้านรองได้กินข้าวสวยร้อนๆ ทุกมื้อด้วยไม่ใช่เศษน้ำข้าวเช่นนั้นมันเป็บาปกรรมท่านย่ารู้มั้ย!”
