ตอนที่อวิ๋นซีพาต้านีเอ๋อร์ออกไปปรากฏตัว ชิวิและชิวเหลียนต่างก็แสดงออกอย่างชัดเจนว่าสนใจในตัวต้านีเอ๋อร์มาก หากนางบอกว่าคนเป็เพียงสาวใช้ พวกเขาย่อมไม่มีทางเชื่ออย่างแน่นอน เนื่องจากอาภรณ์ที่ต้านีเอ๋อร์สวมใส่ ทั้งยังมีเครื่องประดับที่เสียบอยู่บนผม สิ่งเหล่านี้มิใช่สิ่งที่คนธรรมดาจะสามารถหามาสวมใส่ได้
เมื่อคนทั้งสองคารวะสตรีสูงศักดิ์แล้ว ผิงหยางโหวก็เป็ฝ่ายพูดขึ้นมาก่อน “กระหม่อมมาที่นี่ด้วยตั้งใจจะขอบพระทัยที่พระชายาช่วยเหลือภรรยาของกระหม่อมพ่ะย่ะค่ะ” ยามนี้หยวนอวี่แต่งให้เขามาสามปีแล้ว ถึงแม้เขาจะััได้ว่า ยามอยู่บนเตียง ในใจของหยวนอวี่ล้วนมีแต่เขา ทว่าเวลาอื่นๆ นางก็มักจะนั่งเหม่อลอยอยู่คนเดียว
ก่อนแต่งงานเขาเคยคิดอยู่่หนึ่งว่า หยวนอวี่อาจจะยังรักหนิงชินอ๋องอยู่ ทว่าในตอนหลังเขาเพิ่งได้รู้ว่าที่แท้คนที่นางชอบมาตลอดก็คือรัชทายาท ถึงกระนั้นต่อให้จะรู้แล้ว แล้วจะอย่างไร ตัวเขาก็ยังคงรักหยวนอวี่ รักมาก รักมากมากถึงขั้นที่ไม่อาจเสียไปได้
หากว่าต้องเสียหยวนอวี่ไป เกรงว่าตัวเขาอาจจะเป็บ้า
อีกทั้ง การได้ไปร่วมงานมงคลของรัชทายาทก็เกือบทำให้เขาต้องสูญเสียทั้งหยวนอวี่และบุตรสาวในครรภ์ ดังนั้น ทุกๆ ครั้งที่คิดถึงเื่นี้ เขาก็อดไม่ได้ให้รู้สึกกลัว สำหรับเขาแล้ว ในวันนั้นอวิ๋นซีไม่ได้ช่วยเพียงหยวนอวี่และบุตรสาวของเขาเท่านั้น แต่ยังรวมถึงตัวเขาด้วย
“หากให้พูดตามจริง หยวนอวี่เคยปรารถนาในตัวหนิงชินอ๋องมาก่อน ด้วยเื่นี้ ทำให้เปิ่นเฟยไม่อยากช่วยเหลือยิ่ง แต่เมื่อเปิ่นเฟยตระหนักได้ว่า ตนเองก็กำลังจะกลายเป็แม่คนแล้วเช่นกัน ในใจจึงอดไม่ได้ที่จะต้องเข้าช่วย ดังนั้น ถือเสียว่าเป็การขอพรให้ลูกในท้องของเปิ่นเฟยก็แล้วกัน ไม่ต้องมาขอบคุณอะไรหรอก” อวิ๋นซีกล้าบอกตามตรงถึงสิ่งที่อยู่ในใจต่อหน้าชิวิว่า แท้จริงแล้วตัวนางไม่ได้อยากช่วยหยวนอวี่เลยสักนิด
ชิวเหลียนและชิวิต่างก็คิดไม่ถึงว่า อวิ๋นซีจะเป็คนที่กล้าพูดจาอย่างตรงไปตรงมาเพียงนี้ ทำให้ชิวิหวนนึกถึงเื่ราวในอดีตครั้นพักอยู่ในจวนอ๋องที่หานโจว ซึ่งอันที่จริงวันเวลาเ่าั้ตัวเขาเองก็ล้วนได้เห็นความเด็ดขาดของพระชายาผู้นี้มาแล้ว มิใช่หรือ
ชายหนุ่มพูดอย่างตั้งใจ “เื่เมื่อก่อนของหยวนอวี่ กระหม่อมต้องขอประทานอภัยแทนนางด้วยพ่ะย่ะค่ะ ตอนนี้นางเป็ภรรยาของกระหม่อมแล้ว ในใจนางมีเพียงกระหม่อมและลูก นับแต่นี้ย่อมไม่อาจสร้างปัญหาใดๆ ให้พระชายาได้อีก ทว่าอย่างไรเื่ที่พระชายาช่วยเหลือพวกเราไว้ก็ถือเป็อีกเื่หนึ่งพ่ะย่ะค่ะ”
แม้ตัวเขาจะเป็คนของรัชทายาท แต่คุณธรรมและมารยาทที่ควรมีเขาเองก็รู้จัก อย่างไรเสีย นางก็คือผู้มีพระคุณที่ช่วยชีวิต หากเขาไม่มาขอบคุณด้วยตนเอง แล้วพวกพ้องที่เหลือจะมองเขาเช่นไร ดังนั้น ไม่ว่าอย่างไรครั้งนี้ก็จำต้องมา
“เอาล่ะ หากพวกเ้ามาเพื่อขอบคุณละก็ เมื่อครู่ก็พูดไปแล้ว หากไม่มีสิ่งใดแล้วก็กลับไปเถิด” เมื่ออวิ๋นซีพูดจบก็ไม่รีรอไล่ให้คนกลับ จากนั้นจึงหันไปพูดกับต้านีเอ๋อร์ที่นั่งอยู่ข้างกาย “ศิษย์รัก ไป ช่วยอาจารย์ส่งแขกสองท่านนี้หน่อย”
ทันทีที่ต้านีเอ๋อร์ได้ยินคำสั่งก็ลุกขึ้นและทำทีคล้ายจะเชื้อเชิญให้ผู้มาเยือนทั้งสองจากไป ท่าทางนั้นทำเอาอวิ๋นซีแทบจะกลั้นขำไม่อยู่ หากพวกจางอู่เห็นว่านางสอนสั่งบุตรสาวผู้ไร้เดียงสาของพวกเขาจนกลายเป็เช่นนี้ ก็ไม่รู้ว่าพวกเขาจะโกรธจนเป็ลมไปเลยหรือไม่
ขณะเดียวกันเมื่อชิวเหลียนได้ยินอวิ๋นซีเรียกขานแม่นางน้อยผู้นี้ว่าเป็ศิษย์ตน นางก็ได้แต่นึกสงสัยอยู่กับตัวเองว่า คนเช่นอวิ๋นซีจะมาจากสถานที่เล็กๆ อย่างหานโจวแห่งนั้นจริงๆ หรือ? คนเป็แค่หมอหญิงธรรมดาจริงหรือ?
หากไม่พูดถึงอวิ๋นซี แต่ให้พิจารณาจากการสอนสั่งลูกศิษย์เพียงคนเดียวคนนี้ อีกฝ่ายยังทำได้ถึงขั้นนี้ เช่นนั้นตัวนางที่อยากจะเป็สตรีของหนิงชินอ๋องยังจะมีโอกาสอีกหรือ? เมื่อได้คิดถึงว่าอวิ๋นซีเป็สตรีที่ริษยาอย่างเปิดเผย เป็สตรีที่มีความน่าชิงชัง ในใจของชิวเหลียนก็รู้สึกไม่ยินยอม
เหตุใดอีกฝ่ายถึงสามารถใช้ชีวิตได้อย่างโอหังเพียงนั้น คนไม่มีกระทั่งสถานะเื้ั แล้วจะมีสิทธิ์อะไรมาชูคอวางโต หรือมั่นอกมั่นใจเสียยิ่งกว่าบุตรสาวขุนนางคนใดในเมืองหลวง
ชิวิสังเกตเห็นความผิดปกติของน้องสาว เขาพูดเสียงขรึม “หนิงอ๋องมิใช่คู่แท้คนนั้นของเ้าอย่างแน่นอน ดังนั้น เ้าก็เลิกคิดได้แล้ว” อย่างไรเสียเขาก็เป็คนของรัชทายาท ต่อให้พระชายาจะไม่ใช่คนที่ร้ายกาจ เขาก็ไม่มีทางอนุญาตให้น้องสาวเพียงคนเดียวของตนแต่งเข้าจวนหนิงอ๋อง เพราะเมื่อถึงตอนนั้นเขาไม่อยากต้องมานั่งขบคิดหาวิธีการปกป้องนาง
หากน้องสาวและอวิ๋นซีปะทะกันเมื่อไร คงไม่ต้องคิดเลยว่าใครจะแพ้จะชนะ อย่างไรน้องสาวตนก็ต้องเป็ฝ่ายพ่ายแพ้อย่างแน่นอน ดังนั้น ในสถานการณ์ที่รู้แน่ว่าแพ้ หากเขายังปล่อยน้องสาวให้ทำตามใจตนก็คงไม่ต่างจากปล่อยให้แมงเม่าบินเข้ากองไฟ คาดว่าวันหน้าต่อให้ต้องไปยังปรโลก บิดามารดาก็คงไม่มีทางอภัยให้เขาเป็แน่
ชิวเหลียนมองท่าทีดื้อดึงของพี่ชาย นางแค่นเสียงเ็า “ท่านพี่ ยามนี้ตัวท่านก็ได้แต่งหญิงในดวงใจเข้ามาแล้ว ความสุขของข้า ในสายตาท่านแน่นอนว่าไม่นับเป็อะไรได้”
ไม่ง่ายเลยกว่านางจะชมชอบบุรุษสักคน ด้วยสถานะของตน ต่อให้อีกฝ่ายเป็ท่านอ๋องก็ใช่ว่าคนเช่นนางจะตบแต่งด้วยไม่ได้ หรือต่อให้นางจะเป็ได้แค่ชายารองหรือสนมซู่เฟย นางก็คิดว่าขอแค่ตนได้อยู่ข้างกายชายผู้นั้น นางก็ล้วนยินดี
“เ้ากำลังพูดจาไร้สาระอันใด เหตุที่พี่บอกเ้าเช่นนั้นก็เพราะว่ามันดีต่อเ้าจริงๆ เมื่อครู่เ้าก็เห็นแล้วมิใช่หรือ ชายาหนิงอ๋องผู้นั้นเป็คนเช่นไร? ข้าจะบอกเ้าให้นะ นางน่ะเป็คนบ้า ส่วนหนิงอ๋องก็นับเป็เกล็ดัของนาง ดังนั้น หากเ้ากล้าไปแตะต้องเกล็ดัของนางเข้า ชั่วชีวิตนี้ก็มีแต่ตายกับตายเท่านั้น” ด้วยเื่นี้ เขามองอย่างชัดแจ้งแล้ว แต่ดูเหมือนว่ารัชทายาทจะไม่เห็นเช่นนั้น แท้จริงแล้วสองสามีภรรยาหนิงอ๋องคู่นี้ถือเป็คนบ้าที่ใช้สายตามองคนปกติไปมองพวกเขามิได้
ระหว่างคนทั้งสองฝ่าย ไม่ว่าใครคนใดคนหนึ่งเกิดเื่ขึ้น คาดว่าอีกคนก็คงจะแปลงร่างเป็หมาป่าชั่วร้ายที่ต่อให้จะต้องทำลายใต้หล้านี้ก็จะลงมือทำอย่างไม่สนใจอะไร เมื่อตระหนักได้ถึงข้อเท็จจริงนี้ นี่ก็เป็ครั้งแรกที่ผิงหยางโหวชิวิรู้สึกร่างกายไร้เรี่ยวแรง และเริ่มไม่แน่ใจแล้วว่า ตัวเขาเลือกข้างเร็วเพียงนี้ ทำถูกแล้วหรือ?
ตอนนี้ ต่อให้รัชทายาทจะมีฐานะเป็ฉู่จวิน แต่เื่ในอนาคตใครจะไปล่วงรู้ได้เล่า? เพราะโอวหยางจวินเหยียนและอวิ๋นซีสองสามีภรรยาคู่นี้เปรียบได้ดั่งตัวเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ ไม่ว่าใครก็ไม่อาจรู้ได้ว่า ความเป็ไปในอนาคตแท้จริงแล้วจะเป็เช่นไรแน่
“ท่านพี่...”
ในใจชิวเหลียนยังคงไม่ยอมแพ้ “หากไม่ลองดู แล้วใครจะรับประกันได้ ขอแค่ข้าเข้าออกจวนอ๋องได้ ไม่ว่าอย่างไรก็ต้องมีสักวันที่ท่านอ๋องรังเกียจอวิ๋นซี และวันนั้นแหละ ท่านอ๋องจักต้องมองข้าแน่”
นางไม่เชื่อหรอกว่า บนโลกนี้จะมีใครที่รักมั่นยืนยาวจริงๆ และคนโง่งมเช่นพี่ชายของนางก็มีเพียงคนเดียวเท่านั้นแหละ
“เื่นี้เ้าไม่ต้องคิดอีก เพราะพี่จะไม่มีทางยินยอมให้เ้าทำเช่นนั้นแน่ แต่หากเ้ายังมีใจคิดจะเข้าจวนหนิงอ๋องอีก พี่จะให้คนส่งเ้ากลับบ้านเดิม หาสามีตระกูลดีๆ ให้เ้าที่นั่น” ก่อนที่มารดาจะสิ้น เขาได้ให้สัญญาไว้ว่า จักต้องดูแลน้องสาวผู้นี้อย่างดี
……...........................................................................................
หลังจากที่สองพี่น้องจากไปแล้ว อวิ๋นซีก็ปรากฏรอยยิ้มแปลกประหลาดขึ้น ละครดีๆ อีกฉากหนึ่งกำลังจะเริ่มขึ้นแล้วสิ
“เด็กน้อย เ้ากำลังยิ้มอะไรอยู่น่ะ”
ในตอนที่อวิ๋นซีกำลังคิดอย่างเลื่อนลอยอยู่นั้น ชายสวมหน้ากากคนหนึ่งก็เดินเข้ามา ทันทีที่นางเห็นอีกฝ่ายก็รีบยิ้ม พูดขึ้นว่า “ท่านอาจารย์ มาแล้วหรือเ้าคะ”
ผู้มาใหม่คืออาจารย์ของอวิ๋นซี หลงฉิน ภายใต้ใบหน้าที่ปกปิดอยู่เผยให้เห็นเพียงดวงตารักใคร่เมตตาคู่นั้นที่ตกลงบนดวงหน้าของอวิ๋นซี “ได้ยินว่าเมื่อครู่ผิงหยางโหวมาแล้วหรือ? ” ั้แ่ที่กราบกรานเป็อาจารย์ เขาก็อยู่ที่จวนอ๋องแห่งนี้ตลอด ซึ่งวันนี้เดิมทีเขาตั้งใจจะมาหานาง แต่บ่าวรับใช้กลับบอกว่านางมาอยู่ที่นี่ เขาจึงมาหานางที่นี่
อวิ๋นซียิ้มบางๆ มองคนตรงหน้า “อืม บอกว่ามาเพื่อขอบคุณที่ศิษย์ช่วยภรรยาเขาไว้”
“ชิวิผู้นี้เป็คนที่น่าสนใจยิ่ง เพียงแต่ น่าเสียดาย บุคคลเช่นนี้...” เขาพูดออกมาแค่ครึ่งเดียว ส่วนที่เหลือกลับทำเพียงกลืนลงคอไป ไม่พูดออกมาอีก จากนั้นจึงเปลี่ยนเื่ พูดกับอวิ๋นซีว่า “ให้คนข้างกายเ้าถอยออกไปก่อน อาจารย์มีบางอย่างอยากจะพูดกับเ้า”
