ตุบ
ร่างของชายหนุ่มสวมชุดกาวน์สีขาวทิ้งตัวล้มลงนอนกับพื้นแข็งอย่างแรง พร้อมกับเสียงกรีดร้องใจากคนที่อยู่รอบข้าง ภาพของพยาบาลสาวที่พุ่งเข้ามาเพื่อช่วย ริมฝีปากของเธอขยับเรียกชื่อของคุณหมอหนุ่มซ้ำแล้วซ้ำเล่า
หูทั้งสองข้างของเขาอื้ออึงไปหมด ไม่ได้ยินอะไรเลยทั้งสิ้น รู้สึกหนักเปลือกตามากจนลืมไม่ขึ้น ก่อนที่ทุกอย่างจะมืดสนิทลง
“ คุณหมอคะ คุณหมอ ได้ยินไหมคะ ” พยาบาลสาวเรียกชื่อซ้ำ ๆ ด้วยน้ำเสียงร้อนรน แต่ไม่มีสัญญาณตอบรับจากคุณหมอหนุ่มที่นอนสลบไสล เธอแตะชีพจรดูพบว่าชีพจรของอีกฝ่ายเต้นอ่อนมากก็ทำให้เธอใยิ่งกว่าเดิม
“ รีบพาคุณหมอไปห้องฉุกเฉินเร็วเข้า ” เธอหันไปบอกบุรุษพยาบาลช่วยกันพาพาคุณหมอขึ้นเตียง
ไม่นานร่างของคุณหมอหนุ่มก็ถูกพาตัวเข้ามาอยู่ในห้องฉุกเฉิน ตามร่างกายมีสายระโยงระยางติดเต็มไปทั่วตัว
เหล่าทีมแพทย์แนวหน้าของโรงพยาบาลและพยาบาลต่างช่วยกันยื้อชีวิตของร่างบางที่นอนบนเตียงอย่างเต็มที่ หน้าจอสัญญาณชีพจรยังคงลดลงเรื่อย ๆ ไม่มีทีท่าว่าจะเพิ่มขึ้น
ทุกคนที่อยู่ภายในห้องฉุกเฉินเริ่มตึงเครียด เมื่ออาการของคุณหมอหนุ่มไม่ดีขึ้นเลย ทว่ากลับแย่ลงกว่าเดิมโดยที่ไม่สามารถช่วยอะไรได้
ตื้ด ตื้ด ตื้ดดดดดด
เสียงสัญญาณชีพจรบนหน้าจอปรากฏเส้นสีแดงตรงยาว
แสงอรุณจากดวงอาทิตย์ค่อย ๆ โผล่ขึ้นพ้นจากขอบฟ้าในทิศตะวันออก บ่งบอกให้รู้ว่าเข้าสู่เช้าวันใหม่
ส่องแสงเหลืองทองงดงาม แผ่ความอบอุ่นปกคลุมทั่วทุกแห่งหน แสงสว่างเคลื่อนเข้ามาที่บานประตูกระจกใสตรงระเบียงห้องบรรทมลอดผ่านผ้าม่านสีขาวบาง เข้ามายังห้องบรรทม
ภายในห้องตกแต่งเรียบง่าย ของทุกอย่างจัดว่างอย่างเป็ระเบียบเรียบร้อย ดูสะอาดตา บนเตียงใหญ่ไซส์คิงลายลูกเป็ดสีเหลือง
ร่างหนึ่งกำลังนอนหลับอุตุอยู่ภายใต้ผ้าห่มผืนหนา ใบหน้าขาวใสโผล่ออกมาจากผ่าห่มเล็กน้อยกำลังซุกหน้าเข้ากับหมอนใบโต
อุณหภูมิห้องเปิดที่ยี่สิบห้าองศา อากาศเย็นสบาย ทำให้เ้าของห้องรู้สึกไม่อยากลุกออกจากเตียงนอน อยากจะซุกตัวอยู่ใต้ผ้าห่มไม่ไปไหน อยากจะทำตัวเกียจคร้านแล้วนอนอยู่อย่างนี้ทั้งวัน
อือ~
เสียงครางในลำคอบ่งบอกว่าเ้าของห้องกำลังตื่น
จันทร์ขยับตัวเล็กน้อย ดวงตาเรียวสวยกะพริบตาถี่เพื่อไล่ความง่วงงุน มือเรียวเล็กเอื้อมมือไปหยิบโทรศัพท์ที่วางไว้บนโต๊ะข้างเตียงนอนอย่างเคยชิน
“ กี่โมงแล้วเนี่ย ”
นิ้วเรียวเล็กกดสไลด์หน้าจอโทรศัพท์ ดูเวลาพบว่านี่เพิ่งจะหกโมงกว่า ๆ ก่อนจะลุกขึ้นนั่งทั้งที่ยังหลับตาอยู่คล้ายว่าจะหลับลงไปอีกครั้ง
เขานั่งเอนหลังพิงหัวเตียงอยู่อย่างนั้นสักพัก ไม่นานก็ลืมตาขึ้น ดวงตาพลันกระจางใสไร้ร่องรอยความง่วงเหมือนก่อนหน้า
ความจริงเวลานี้ถือเช้าอยู่ ชายหนุ่มคิดอยากจะให้ตัวเองได้นอนตื่นสายมากกว่านี้อีกหน่อย เพราะก่อนหน้านี้จันทร์ทำงานหนักติดกันเป็เวลาหลายวัน จนไม่ค่อยได้พักผ่อนอย่างเต็มที่ ทำให้เกิดความเหนื่อยล้าสะสม
แต่ในเมื่อตื่นแล้วเขาก็ไม่อยากที่จะนอนต่ออีก เพราะถึงนอนต่อก็นอนไม่หลับอยู่ดี
ร่างบางลุกขึ้นเดินไปที่ห้องน้ำ เปิดก๊อกน้ำล้างหน้าตัวเอง น้ำเย็นทำให้สดชื่นตื่นเต็มตา เขาจ้องมองใบหน้าตัวเองในกระจก ใบหน้าเรียวสวย รูปไข่ เรียบเนียน ไร้สิว
ใบหน้าที่เหมือนผู้หญิงมากกว่าจะเป็ใบหน้าของผู้ชาย ไม่แปลกใจเลยที่คนภายนอกมักจะเข้าใจผิดอยู่ตลอดว่าเขาเป็ผู้หญิง และก็มีคนเข้ามาทักผิดอยู่บ่อย ๆ
ั้แ่ยังเด็กที่จำความได้ ก็โดนเพื่อนล้อบ่อย ๆ ่แรกก็มีโกรธบ้าง จำได้ว่ามีครั้งหนึ่งที่โดนล้อหนัก ๆ เข้า เขาทนไม่ไหวเลยสวนหมัดเข้าไปที่เบ้าตาอีกฝ่ายอย่างจัง จนเบ้าตาของคนที่ล้อกลายเป็หมีแพนด้า สีดำอยู่หลายวันเลยกว่าจะหายเป็ปกติ จากนั้นเด็กที่เคยล้อคนนั้นก็ไม่มาล้อเขาอีกเลย
แต่ถ้าถามถึงตอนนี้ เขาเริ่มชินกับมันแล้ว ก็เห็นหน้าตัวเองอยู่ทุกวัน จะไม่รู้ได้ยังไงว่าหน้าตัวเองเป็แบบไหน
เรียกว่าปลงแล้วก็ได้ ใครมาพูดอะไรก็ไม่โกรธ พร้อมส่งยิ้มหวานน้อมรับแถมให้อีกด้วย
เมื่อก่อนพ่อของเขาเคยบอกกับเขาว่าใบหน้าของเขาเหมือนกับแม่มาก ตอนยังเด็กเขาอาจจะไม่ได้คิดอะไรมาก ดีใจด้วยซ้ำที่มีคนบอกว่าหน้าเหมือนแม่
เวลาผ่านไปเขาโตขึ้น เริ่มไม่แน่ใจกับสิ่งที่ได้ยินมา ทุกครั้งที่มองไปยังใบหน้าแม่ตัวเองไม่มีส่วนไหนเลยที่บ่งบอกว่าเราทั้งคู่คล้ายกัน
ถ้าจะบอกว่าคล้ายพ่อก็คงไม่ใช่ เพราะพ่อของเขามีใบหน้าคมเข้ม ส่วนเขาติดไปที่หน้าหวานสวยเหมือนผู้หญิง
ขนาดพี่ชายกับพี่สาวทั้งสองคนยังมีส่วนที่คล้ายคลึงกับพ่อแม่อยู่มาก ต่างจากเขาที่ไม่เหมือนกับใครเลยในบ้าน
มีบางครั้งที่เขาแอบคิดว่าตัวเองไม่ใช่ลูกของพ่อกับแม่ แต่เป็เด็กที่ถูกเก็บมาเลี้ยงจากในถังขยะเหมือนในละคร
สุดท้ายความคิดนั้นก็ถูกพับเก็บเอาไว้ มันจะเป็แบบนั้นไปได้ยังไง เขาไม่ควรสงสัยหรือคิดแบบนั้นกับพ่อแม่ ถึงแม้จะขัดกับความรู้สึกภายในใจ แต่ความจริงที่รู้คือเขาเป็ลูกชายของพ่อกับแม่ไม่มีทางเปลี่ยนแปลง
ไม่ใช่ว่าเขาไม่อยากค้นหาความจริง แต่ในเมื่อความจริงมันทำให้เราเ็ป เราก็ควรจะทำเป็ตาบอกข้างหนึ่ง ไม่รับรู้เพื่อที่จะทำให้ตัวเองรู้สึกสบายใจขึ้น
ใบหน้าสวยขาวซีด ขอบใต้ตาล่างดำคล้ำ แก้มที่เคยอวบอิ่มดูซูบลงอย่างเห็นได้ชัด จันทร์จ้องมองตัวเองในกระจกอยู่สักพักก่อนจะเดินไปที่ฝักบัว เปิดน้ำเพื่อที่จะอาบน้ำ หลับตาปล่อยให้สายน้ำเย็นไหลลงผ่านศีรษะของเขา
่นี้ชายหนุ่มทำงานหนักมากเพราะเป็่เดือนแห่งงานเทศการ ผู้คนเลยเดินทางออกจากบ้านเพื่อไปเที่ยวและจัดงานเฉลิมฉลองกันเยอะ ทำให้เกิดอุบัติเหตุกันบ่อยครั้ง หมอและพยาบาลจึงต้องรับภาระหนัก
เขาที่เป็หมอเลยต้องทำงานมากกว่าปกติจนไม่ค่อยได้หยุดพัก กินข้าวก็ไม่ตรงเวลา เพราะบางครั้งกำลังจะกินข้าวก็มีคนไข้อาการหนักเข้ามา ทำให้ต้องทิ้งอาหารตรงหน้าไป เพื่อไปผ่าตัดให้กับคนไข้ กลับมาอีกทีอาหารก็เย็นชืด ความรู้สึกอยากอาหารก็หมดลง
ภายในเวลาไม่ถึงเดือนน้ำหนักของเขาลดลงไปหลายกิโล
เื่แบบนี้จันทร์รับรู้และเข้าใจดี ว่าอาชีพการเป็หมอนั้นไม่ง่ายเลย เวลาที่มีให้กับตัวเองช่างน้อยนิด เพราะต้องคอยดูแลคนไข้
แต่จันทร์ได้เลือกแล้ว ั้แ่คิดที่จะเรียนหมอ เขาอยากจะช่วยรักษาคนอื่น และยอมรับข้อเสียในส่วนนี้
ตลอดเวลาที่ผ่านมาจันทร์ทุ่มเวลาให้กับคนไข้ เขาทำทุกอย่างให้ออกมาดีที่สุด จนมีชื่อเสียงโด่งดัง เป็ที่รู้จักและได้รับการยอมรับจากทุกคน
ในชีวิตของจันทร์ั้แ่จำความได้ก็ทำแต่งาน เพื่อหาเงินมาใช้จ่ายและจุนเจือภายในครอบครัว ส่วนที่ได้เรียนหมอก็เพราะสอบชิงทุนเอา
คนอื่นอาจจะอิจฉาคุณหมอหนุ่มที่ประสบความสำเร็จในด้านการทำงาน เป็คนเก่ง มีความสามารถ
แต่ความจริงนั้นไม่ใช่อย่างที่ตาเห็นเลย กว่าเขาจะมาถึงจุดนี้ได้มันไม่ง่ายเลย
ทุกอย่างมันไม่ได้สวยงามเหมือนที่ทุกคนคิด เื้ัเขาต้องคอยดูแลพ่อกับแม่และพี่อีกสองคนที่จ้องผลาญเงินจากน้ำพักน้ำแรงที่เขาหาได้
ทั้งที่พี่ของจันทร์ทั้งสองก็เรียนจบกันหมดแล้ว แต่พวกเขาก็ไม่ยอมออกไปหางานทำ คอยรีดไถ่เงินเขาใช้ไปวัน ๆ
จันทร์ทำได้เพียงมองทั้งสี่คนแต่งตัวออกไปข้างนอกแล้วผลาญเงินที่เขาหามาได้อย่างมีความสุข เหลือเพียงเขาที่ต้องอยู่คนเดียว
ไม่มีอ้อมกอดแสนอบอุ่นจากครอบครัวที่มอบให้
ไม่มีคำพูดคอยปลอบประโลมในยามที่รู้สึกท้อ
ไม่มีคำชมเชยเมื่อเราทำสิ่งใดดี มีแต่ความเงียบเหงาและว่างเปล่า
ไม่มีอะไรเลย…
ตลอดเวลาเหมือนว่าจันทร์ได้หลงลืมใครบางคนที่สำคัญในชีวิตไป แต่คิดเท่าไรเขาก็คิดไม่ออก ทุกครั้งที่พยายามคิดก็จะรู้สึกปวดหัวมาก เขาเลยตัดสินใจปล่อยผ่าน ไม่คิดถึงมันอีก
จันทร์สะบัดหัวไล่ความยุ่งเหยิงภายในหัวออก ก่อนจะรีบอาบน้ำแต่งตัวให้เสร็จ แล้วเดินลงไปด้านล่าง
วันนี้เป็วันหยุดของเขาไม่ต้องออกไปทำงาน ได้ยินเสียงพูดคุยของคนในครอบครัวดังมาแต่ไกล น้ำเสียงดูสนุกสนาน ขาเรียวก้าวไปยังทิศทางนั้นทันที โต๊ะอาหารมีพ่อกับแม่และพี่ชายพี่สาวกำลังนั่งdกินอาหารเช้ากันอยู่
ชายหนุ่มนั่งลงตรงเก้าอี้ที่ว่าง ไม่นานแม่บ้านก็นำข้าวต้มร้อน ๆ มาเสิร์ฟ
“ทำไมใส่ชุดนี้ล่ะ ” คุณพ่อของจันทร์ทักขึ้น เมื่อเห็นว่าลูกชายคนเล็กของตนใส่ชุดอยู่บ้าน แทนที่จะเป็ชุดทำงานที่ใส่อยู่เป็ประจำ ก็รู้สึกแปลกใจ
“ ใช่ วันนี้แกไม่ไปทำงานเหรอ ถ้าไม่ทำงานแล้วจะเอาเงินที่ไหนมาใช้จ่ายภายในบ้าน แกคงจะไม่ได้ลาหยุดใช่ไหม ” คุณแม่ถามต่อ
“ อ เอ่อ ไม่ได้ลาหยุดครับ แต่วันนี้เป็วันหยุดพักของผมน่ะครับ ” เขาทำงานหนักมาหลายวันแล้ว วันนี้เลยกะจะหยุดพักผ่อนอยู่บ้านกับครอบครัว
“ อ้อ พวกฉันกำลังจะออกไปเที่ยวข้างนอกกัน เอาเงินมาให้ฉันด้วย ฉันไม่มีเงินแล้ว ” แบมือขอเงินลูกชาย เงินที่ได้มาวันก่อนเขาใช้มันหมดแล้ว
“ แต่ผมเพิ่งให้พ่อไปนะ เงินตั้งหมื่นนึง พ่อใช้ซื้ออะไรหมดแล้วเหรอครับ ” เขาอยากจะร้องไห้ เงินตั้งเยอะที่เขาให้ไป เพียงแค่สองวันก็ใช่หมดแล้ว
ทุกวันนี้เขาต้องทำงานอย่างหนักข้ามวันข้ามคืน เพื่อจะได้มีเงินเยอะ ๆ เหนื่อยแทบขาดใจ ทำไมถึงไม่เห็นใจกันบ้าง
“ ฉันก็ต้องกินต้องใช้สิ ของที่ซื้อมาก็ซื้อเข้าบ้านทั้งนั้น แล้วที่แกกินอยู่นี่ฉันก็เป็คนซื้อมา ไม่ต้องพูดมาก รีบเอาเงินมาให้ฉันเร็ว ๆ ” ซื้อมาแต่เงินเขาทั้งนั้น
“ ผมไม่มีเงินให้พ่อหรือทุกคนหรอกครับ ที่มีก็เก็บไว้เป็ค่าน้ำ ค่าไฟไว้จ่ายสิ้นเดือนนี้ ” พูดจบก็ก้มหน้าตักข้าวต้มในถ้วยเข้าปาก คล้ายกับว่าเขาไม่มีเื่จะพูดแล้ว ทำให้อีกฝ่ายหน้าดำหน้าแดงไม่พอใจกับคำตอบที่ได้ยิน พวกเขาจะไปเที่ยวแต่ไม่มีเงินติดตัว นี่มันหมายความว่ายังไง
“ ทำไมจะไม่มี เงินเดือนหมอตั้งเท่าไร ฉันเป็พ่อแกนะ เอาเงินมาให้ฉันเดี๋ยวนี้ หรือแกจะเป็ลูกอกตัญญู พ่อแม่ขอเงินแค่นี้ไม่ให้ ฉันเลี้ยงแกั้แ่ยังเด็กเสียเงินไปเท่าไร ทำไมไม่รู้จักสำนึกบุญคุณบ้างฮะ! ” ตวาดเสียงดังขึ้น
“ เงินแค่นี้แกให้พ่อกับแม่ไม่ได้หรือไง ” จันทร์มองใบหน้าที่บิดเบี้ยวไม่พอใจของพ่อกับแม่ ทั้งคู่จ้องมาที่เขาอย่างดุดัน
เขาเหรออกตัญญู แล้วลูกอีกสองคนของพวกเขาล่ะเรียกว่าอะไร วัน ๆ ไม่ทำงาน คอยแต่จะเอาเงินของคนอื่นไปผลาญเล่น เขาอยากจะเถียงออกไปเหลือเกิน แต่ก็พูดไม่ออก
เบื่อเว้ย!! เวลาไม่ได้ดั่งใจก็แล้วชอบรำลึกบุญคุณ หาว่าเขาเป็ลูกอกตัญญูบ้างละ
พอเถอะ! ขอซื้อคำนี้ทิ้งจะได้ไหม
“ พ่อจะเอาเท่าไรครับ ” จันทร์สูดหายใจเข้าลึก ๆ เอ่ยถามผู้เป็พ่อด้วยน้ำเสียงเรียบ
“ ห้าหมื่น ”
ฮะ! เงินเยอะขนาดนั้นเขาจะหามาจากไหน
” พ่อพูดผิดหรือเปล่า เงินห้าหมื่นผมจะว่ามาจากไหน ตอนนี้ผมมีให้แค่สองหมื่นเท่านั้น พ่อจะเอาหรือเปล่า ”
“จิ๊ สองหมื่นก็สองหมื่น ” แม้จะไม่พอใจอยู่บ้าง แต่ก็ยังดีกว่าไม่ได้
“ งั้นเดี๋ยวผมโอนเข้าบัญชีให้ครับ ”
“ เออ เร็ว ๆ เลย ” ไม่นานเสียงแจ้งเตือนโทรศัพท์ก็ดังขั้น พร้อมกับรอยยิ้มจุดขึ้นบนใบหน้าหนุ่มวัยกลางคน
“ หึ พวกเราไปกันเถอะ ส่วนแกก็อยู่เฝ้าบ้านไปนะ ”
ทั้งสี่คนเดินออกจากบ้านไป เหลือเพียงจันทร์ที่นั่งอยู่คนเดียว ก้มหน้ามองถ้วยข้าวต้มเย็นชืดที่วางอยู่ตรงหน้า ตักขึ้นมากินได้เพียงสองสามคำก็หยุด ไม่มีความรู้สึกอยากกินต่อ ร่างบางสั่งให้แม่บ้านมาเก็บ แล้วเดินขึ้นไปบนห้องของตัวเอง
ทิ้งตัวนอนลงบนเตียงหลับตาลง รู้สึกเหนื่อยล้า พลางคิดว่าเมื่อไรเขาจะมีกับความสุขเหมือนกับคนอื่นสักที
เบื่อที่จะต้องพยายามทำให้คนอื่นมารัก แม้จะพยายามเท่าไรก็ไร้ค่า ในเมื่ออีกฝ่ายไม่เคยเห็นเลย ต้องแสร้งหัวเราะ ยิ้มแย้มต่อหน้าคนอื่นว่าตนเองมีความสุข ทั้งที่ข้างในนั้นแหลกเหลวไม่มีชิ้นดี
บางทีเขาน่าจะหาแฟนสักคน ขอแค่คนที่รักเขา เข้าใจในสิ่งที่เขาเป็ คอยดูแลให้คำปรึกษาในยามที่เขาทุกข์และสุขไปด้วยกันก็พอแล้ว แต่ถ้ารวยด้วยจะดีมากเขาจะได้ให้อีกคนเลี้ยงดู
ตืด ตืด
เสียงโทรศัพท์ของจันทร์ดังขึ้น เขาลุกขึ้นไปหยิบมาดู รายชื่อที่ขึ้นบนหน้าจอโทรศัพท์เป็ชื่อของพยาบาลสาวคนหนึ่งในโรงพยาบาล
แม้ใจแปลกใจที่อีกฝ่ายโทรมา นิ้วมือเรียวกดปัดรับสายทันที ยกขึ้นมาแนบที่ข้างหู
“ จันทร์พูดสายครับ ”
“ สวัสดีค่ะคุณหมอ ขอโทษที่โทรมารบกวนนะคะ ทั้งที่วันนี้เป็วันหยุดแท้ ๆ ” ปลายสายเอ่ยด้วยน้ำเสียงเกรงใจ ที่โทรมารบกวน ทั้งที่รู้ว่าเป็วันหยุดของคุณหมอ
“ ไม่เป็ไรครับ โทรมามีอะไรหรือเปล่าครับ ”
“ คือ…พอดีมีคนไข้โวยวายบอกว่าจะให้คุณหมอจันทร์เป็คนตรวจเขาเท่านั้น ไม่ยอมให้หมอคนอื่นตรวจ ดิฉันเองก็ไม่รู้จะทำยังไง ถ้าไม่เป็การรบกวนจนเกินไปคุณหมอช่วยเข้ามาดูหน่อยได้ไหมคะ ”
“ ได้ครับ แล้วผมจะรีบไป ”
“ ขอบคุณคุณหมอจันทร์มากเลยค่ะ แล้วก็ต้องขอโทษอีกครั้งนะคะที่โทรมารบกวนเวลาพักผ่อน ”
“ ไม่เป็ไรครับ เป็หน้าที่ของหมออยู่แล้วที่จะต้องดูแลคนไข้ ” หลังจากวางสายแล้วจันทร์ก็เปลี่ยนชุดใหม่ ขับรถไปโรงพยาบาลที่ตัวเองทำงานอยู่ทันที
บรรยากาศภายในห้องเงียบสงัดจนได้ยินเสียงเครื่องปรับอากาศที่กำลังทำงานอย่างชัดเจน
ฟู่ววว
ความหนาวเหน็บปกคลุมไปทั่วห้อง มีดวงไฟกลางห้องเปิดอยู่หนึ่งดวง แสงไฟจากดวงไฟบนเพดานส่องแสงสว่าง หากใครที่เดินผ่านไปมา แล้วสังเกตดี ๆ เมื่อมองผ่านกระจกจะเห็นว่ามีผู้ชายคนหนึ่งยืนก้มหน้าอยู่ข้างเตียงภายในห้องดับจิต
อ่า นี่เราตายแล้วเหรอ
ร่างิญญาโปร่งใสยืนมองร่างของตัวเองที่ตายแล้วนอนนิ่งอยู่บนเตียง ตอนนี้จันทร์ยืนอยู่ในห้องดับจิตที่ไร้ผู้คน ยอมรับว่าตอนแรกก็รู้สึกใที่ิญญาของตัวเองออกจากร่าง
เขายืนมองหมอพยาบาลที่ช่วยกันปั๊มหัวใจ แต่สุดท้ายเขาก็ตาย เฮ้อ ไม่คิดว่าตัวเองจะอายุจะสั้นขนาดนี้ ทั้งที่ยังอายุยังน้อยอยู่แท้ ๆ แฟนสักคนก็ยังไม่เคยมี
แอ๊ด
เสียงประตูห้องดับจิตเปิดออก จันทร์หันไปมองว่าใครมา เป็ครอบครัวของเขาที่เดินเข้ามา หยุดยืนอยู่ตรงหน้าของเขา ทุกคนยังอยู่ในชุดเดิมเหมือนกับตอนเช้าก่อนออกจากบ้าน
แต่ทำไมถึงได้มากันช้ากันจัง เขายืนรอว่าเมื่อไรทุกคนจะมาตั้งนานแล้ว รอจนเมื่อยขาไปหมด ถึงแม้ความจริงเขาจะไม่รู้สึกอะไรก็ตามทีและเขาก็ไม่ได้ยืนแต่ลอยตัวอยู่ต่างหาก
“ …จันทร์ ” พ่อของเขายังเอ่ยเสียงเรียบเหมือนทุกครั้ง ถ้าฟังให้ดีน้ำเสียงที่เอ่ยนั้นสั่นเล็กน้อย
ตอนที่ได้รับสายจากโรงพยาบาลโทรมาบอกว่าจันทร์สลบไป ตนก็คิดว่าอีกฝ่ายไม่ได้เป็อะไรมาก อาจจะเพราะเหนื่อยจากการทำงานจนเป็ลม จึงไม่ได้รีบร้อนมา แต่ไม่กี่นาทีให้หลัง ก็มีสายโทรเข้ามาอีกรอบ ปลายสายบอกข่าวที่ไม่คาดคิดว่าจะเกิดขึ้น
“ พ่อครับ แม่ครับ พี่ฟ้า พี่เมฆ ” จันทร์ดีใจที่ได้เห็นหน้าทุกคน ในที่สุดวันนี้พวกเราก็ได้อยู่กันพร้อมหน้าพร้อมตากันเสียที แม้ว่าจะเป็ในโอกาสที่ไม่ค่อยดีเท่าไร
“ อึก จ จันทร์ ถ้าพวกเราพาน้องไปด้วย น้องก็คงไม่เป็อย่างนี้ใช่ไหมค่ะ ” แม้เธอจะไม่สนิทกับน้องชาย แต่การจากไปกะทันหันของอีกฝ่าย ก็ทำให้เธอเสียใจเป็อย่างมาก ทั้งยังรู้สึกผิดต่อเ้าตัว
ถึงเธอจะเป็ที่สาวที่แย่ ชอบโวยวายและขอเงินน้องใช้อยู่บ่อย ๆ แต่เธอก็ไม่เคยเกลียดน้องชายคนนี้เลย
“ อย่าร้องไห้ไปเลยลูก ตอนนี้จันทร์เขาไปสบายแล้ว ” ผู้เป็แม่เอ่ยขึ้น พร้อมกับเดินเข้ามากอดปลอบลูกสาวของตนที่กำลังร้องไห้ไม่หยุด
ลึก ๆ แล้วเธอก็รู้สึกเสียใจไม่แพ้ลูกสาวเหมือนกัน
“ จันทร์หลับให้สบายนะ ไม่ต้องห่วงทางนี้ ต่อจากนี้พี่กับฟ้าจะดูแลพ่อกับแม่เอง ” เมฆเอ่ยพลางจับมือที่เย็นเฉียบของน้องชายเอาไว้
การตายของน้องชายทำให้เขาคิดบางอย่างได้ หลังจากนี้เขาต้องคิดเื่หางานทำบ้างแล้ว ที่ผ่านมาเขาขอเงินของน้องใช้ตลอด ไม่ได้ทำงานหาเงินเป็ของตนเอง เขานี่เป็พี่ชายที่ไม่ได้เื่เลย
ทั้งตัวตัวเองเป็พี่ชายแท้ ๆ แต่กลับทำตัวไม่เหมือนพี่ชายเอาเสียเลย ต่อไปนี้กล้าสัญญาว่าจะเปลี่ยนแปลงตนเองในทางที่ดีขึ้น และดูแลครอบครัวในฐานะลูกชายคนโต
