เสียงถอนหายใจดังออกมาเบาๆ ก่อนที่อัลฟ่าจะเงยหน้าขึ้นไปมองดวงดาวบนท้องฟ้า ร่างของเขาเผยกลิ่นอายชั่วร้ายออกมาจางๆ ไม่มีใครรู้ว่าเขากำลังคิดอะไรอยู่ หลังจากนั้นไม่นาน เขาก็ยกมือขึ้นมาลูบเคราแพะของตัวเองเหมือนทุกครั้งแล้วหัวเราะออกมาเบาๆ พลางเอ่ยออกมาด้วยจังหวะที่ไม่ช้าไม่เร็ว “าาทุกท่าน ฝ่าาอายุยังน้อยนัก ความคิดความอ่านยังไม่มากพอ หลังจากนี้ท่านจะเข้าใจเองว่าเราทำเพื่อเขา แผนการเดิมยังต้องดำเนินต่อไป พวกท่านวางใจเถอะ หากฝ่าาทราบเื่แล้วนึกอยากลงโทษ ข้าจะเป็ผู้รับผิดชอบทั้งหมดเอง!”
เมื่อาาแบล็กสโตนได้ยินอัลฟ่ารับประกันเช่นนี้ ความลังเลใจและความวิตกกังวลเมื่อครู่ก็พลันสลายหายไป เขาพูดเสียงลอดไรฟันว่า “ในเมื่อเป็แบบนี้ ข้าจะไปเตรียมพร้อม!”
าาอาณาจักรเธรซเป็ชายรูปร่างกำยำและมีผมหยักศกสีน้ำตาลเหลือง บนหัวสวมมงกุฎาา คิ้วดกหนาทรงดาบเหนือดวงตาสามเหลี่ยมฉายแววแค้นเคือง พลางพูดออกมาด้วยน้ำเสียงเกลียดชัง “ฮ่าๆๆ เยี่ยม คราวนี้ข้าจะทำให้าาแซมบอร์ดได้ลิ้มรสความเ็ปอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อนด้วยตัวมันเอง!”
ชายชราเคราแพะพยักหน้าอย่างพอใจ ในดวงตาเป็ประกายขึ้นมา “หากพวกท่านทั้งสองเป็ฝ่ายลงมือเองเช่นนี้ ข้าก็วางใจเป็อย่างมาก ข้าจะส่งยอดอัศวินแห่งราชอาณาจักรไปช่วยพวกท่านทั้งสองคนอย่างลับๆ ครั้งนี้จะต้องไม่มีข้อผิดพลาดใดๆ”
“ยอดอัศวินแห่งราชอาณาจักร? เยี่ยมมากเลย!”
าาแบล็กสโตนและาาอาณาจักรเธรซได้ยินดังนั้นก็พลันรู้สึกดีใจขึ้นมา พวกเขายิ่งมั่นใจในแผนการครั้งต่อไปมากขึ้น แม้ว่าทั้งคู่จะนึกสงสัยว่าทำไมชายชราอัลฟ่าถึงดูเกลียดชังาาแซมบอร์ดนัก แต่ศัตรูของศัตรูคือมิตรสหายของเรา ทำให้พวกเขายินดีที่จะรับความช่วยเหลือของอัลฟ่าอย่างไม่นึกสงสัย
……
เมื่อมองไปที่ศพของหมาป่าสายลมที่อยู่ห่างออกไปประมาณห้าเมตร ทุกคนในกลุ่มการค้าโซรอสและรวมไปถึงเรดแนปป์ต่างพากันตกตะลึงจนอ้าปากค้าง มุมปากของเขาแทบจะฉีกไปถึงรูหู เกือบลืมหายใจเข้าเสียด้วยซ้ำ พวกเขาแทบไม่เชื่อในสิ่งที่ตัวเองเห็นเลยสักนิด
ฝูงหมาป่าสายลมเกือบห้าร้อยตัวที่พากันวิ่งทะยานเข้ามาประหนึ่งน้ำป่าไหลหลากอย่างบ้าคลั่งเมื่อสิบนาทีก่อน ตอนนี้กลายเป็ศพนอนเรียงกันเป็แถว
ถ้าเปลี่ยนเป็กลุ่มการค้าโซรอสทั้งสี่สิบกว่าคนที่ต้องเผชิญหน้ากับฝูงหมาป่ากระหายเืพวกนั้น แม้ในบรรดากลุ่มของพวกเขาจะมียอดฝีมือและผู้ที่มีประสบการณ์ในการต่อสู้กับสัตว์อสูรมาหลายครั้ง แต่ถ้าต้องต่อสู้กับฝูงหมาป่าขนาดใหญ่แบบนั้น อย่างน้อยก็ต้องมีการเสียเืเสียเนื้อกันบ้าง แม้กระทั่งอาจจะมีคนตายเลยก็ได้...แต่ตอนนี้ ที่พวกเขาเห็นมันคืออะไรกัน?
พวกเขาเห็นชายหนุ่มผมทองคนหนึ่งที่ดูเหมือนองค์ชายเอลฟ์ที่อยู่ภายใต้แสงจันทร์พร้อมคันธนูของเขา กำลังกระหน่ำยิงลูกธนูใส่ฝูงหมาป่าที่วิ่งเข้ามาในระยะรัศมีห้าสิบเมตรจากค่ายของตัวเองอย่างดุเดือด ไม่มีหมาป่ากระหายเืตัวไหนสามารถฝ่าระยะห้าสิบเมตรเข้ามาในค่ายได้เลย ราวกับว่ามีเส้นแบ่งระหว่างชีวิตและความตายของยมทูต ที่หากก้าวล้ำเส้นเข้ามา ยมทูตก็จะใช้เคียวปลิดชีวิตผู้ที่ล่วงล้ำเข้ามาในทันที ไม่ว่าหมาป่าสายลมจะดุร้ายแค่ไหน หากเข้ามาใกล้เมื่อไรพวกมันจะต้องตายในทันที
ฟุ่บๆๆๆ…
ในหูของทุกคนราวกับได้ยินเสียงสั่นะเืของคันธนูยามที่ปล่อยลูกธนูออกไป
ใน่เวลาแค่สิบนาที ทุกครั้งที่เสียงสั่นะเืของคันธนูนี้ดังขึ้น จะต้องมีหมาป่าสายลมร้องโหยหวน ก่อนที่มันจะขาดใจตาย ไม่มีพลาดเป้าเลยสักตัว
ทักษะการยิงธนูที่น่าเหลือเชื่อนี้มันคืออะไรกัน?
ถึงแม้ว่าหมาป่าสายลมจะเป็เพียงสัตว์อสูรระดับต่ำ แต่ด้วยพร์ของสัตว์อสูรประเภทธาตุลมของมัน ทำให้มันสามารถวิ่งได้อย่างคล่องแคล่วว่องไวและรวดเร็วในที่มืดได้ ในสภาพแวดล้อมแบบนี้ นักธนูธรรมดาอย่าว่าแต่จะยิงพวกมันเลย แม้แต่จับทิศทางการวิ่งของหมาป่าสายลมยังทำไม่ได้เลยด้วยซ้ำ
แต่ที่ทำให้กลุ่มการค้าโซรอสทึ่งยิ่งกว่าก็คือ นอกจากความเร็วและทักษะในการยิงของชายหนุ่มผมทองจะว่องไวมากแล้ว จังหวะการหยิบลูกธนูอีกดอกมาแทนที่ลูกธนูที่ปล่อยออกไปแล้วก็คล่องแคล่วไม่แพ้กัน ทำให้ลูกธนูถูกปล่อยออกมาอย่างต่อเนื่องไม่ขาด่ ทำให้กลายเป็เส้นทางแห่งความตายปูพรมไปทุกทิศทุกทาง
ในกระบวนการนี้ ชายร่านอ้วนที่กอดอกคาบก้านหญ้าไว้ในปากก็เริ่มขยับมาช่วยชายหนุ่มผมทองเปลี่ยนกระบอกลูกธนู ตอนนี้กระบอกลูกธนูถูกเปลี่ยนไปแล้วถึงสิบครั้ง ทุกกระบอกมีลูกธนูหนึ่งร้อยดอก นั่นหมายความว่า ใน่สิบนาทีนี้ องค์ชายเอลฟ์คนนั้นได้ยิงลูกธนูไปแล้วถึงหนึ่งพันดอก
สาวชุดแดงเชอร์ลี่ย์กับนักดาบชุดขาวต่างก็มีสีหน้าตกตะลึง
ในใจของผู้ดูแลเรดแนปป์ดุจคลื่นทะเลที่โหมซัดสาดอย่างบ้าคลั่ง สิ่งที่ทำให้เขาใไม่ใช่ทักษะการยิงธนูของชายหนุ่มผมทอง บนแผ่นดินอาเซอทมีนักธนูที่มีทักษะการยิงธนูที่ยอดเยี่ยมแบบนี้ไม่น้อย อีกทั้งทักษะการยิงธนูของพวกเอลฟ์ก็เหนือชั้นยิ่งกว่าที่ตอร์เรสแสดงฝีมือในตอนนี้ด้วยซ้ำ สิ่งที่ทำให้เรดแนปป์ใจริงๆ ก็คืออายุ พรสรรค์และสถานะของตอร์เรสต่างหาก มันยากที่จะเชื่อจริงๆ ว่า ชายหนุ่มที่อายุไม่ถึงสิบแปดปีคนหนึ่งที่เกิดมาจากอาณาจักรเล็กๆ แสนต่ำต้อยและยังเป็แค่ชาวบ้านธรรมดาๆ ที่ไม่เคยได้รับการอบรมและการฝึกฝนทักษะการยิงธนูใดๆ จะประสบความสำเร็จได้ถึงขนาดนี้ พร์ของเขาจะน่ากลัวมากขนาดไหนกัน?
และสิ่งที่ทำให้เรดแนปป์ไม่อยากเชื่อก็คือ ชายหนุ่มผมทองที่ยืนอยู่บนก้อนหินั์ใต้แสงจันทร์ที่สาดส่องลงมา ยามที่เรดแนปป์มองเข้าไปในดวงตาของชายหนุ่มคนนั้น เหมือนกับว่าเขากำลังซุกซ่อนความลับบางอย่างเอาไว้ หนึ่งบุรุษ หนึ่งคันธนู หนึ่งก้อนหิน หนึ่งดวงจันทร์ ทุกสิ่งทุกอย่างกลมกลืนกันจนเหมือนภาพวาดแสนงดงามภาพหนึ่งที่ทำให้ผู้คนรู้สึกหลงใหล บางครั้งก็รู้สึกคล้ายอยู่ไกล แต่บางครั้งก็คล้ายอยู่ใกล้ ดูลึกลับและงดงามประหนึ่งดวงดาวบนท้องฟ้า
“ชายหนุ่มคนนี้เกิดมาพร้อมกับพร์ในการเป็นักธนูอย่างแท้จริง!”
นี่เป็สิ่งที่เรดแนปป์สรุปออกมา
และเมื่อมาคิดถึงจุดนี้ ทันใดนั้น เขาก็อดไม่ได้ที่จะหันไปมองเต็นท์ของาาเมืองแซมบอร์ดที่ตั้งอยู่ห่างออกไป จนถึงตอนนี้เต็นท์นั้นก็ยังคงเงียบสงบ เรดแนปป์จินตนาการถึงภาพที่าาแซมบอร์ดกำลังตระกองกอดคู่หมั้นสาวไว้ในอ้อมแขน แล้วนอนหลับใหลไปด้วยกัน...าาแซมบอร์ด! ่เวลาแบบนี้เ้ายังหลับลงอีกหรือ!
“ดูเหมือนว่า ข้าจะให้ความสนใจในตัวาาแซมบอร์ดมากเกินไปจนลืมสังเกตคนรอบข้างของเขา...เมืองแซมบอร์ด ฮึๆ นับวันยิ่งน่าสนใจขึ้นเรื่อยๆ ไม่แน่ว่าเบื้องบนอาจจะเห็นด้วยกับแผนการนั้นแน่ๆ!”
กลุ่มการค้าโซรอสพากันทยอยกลับไปที่ค่ายของตัวเอง
นอกค่ายเต็มไปด้วยซากศพของหมาป่า หมาป่าสายลมเป็สัตว์อสูร ทำให้ในร่างของพวกมันมีผนึกอสูรอยู่ แต่ผนึกอสูรของสัตว์อสูรระดับต่ำมันขายได้ราคาไม่ค่อยดีเท่าไร ยิ่งไปกว่านั้น ผู้ที่สังหารสัตว์สูรพวกนี้ก็คือชายหนุ่มผมทองจากเมืองแซมบอร์ด ทำให้พวกเขาไม่กล้ายื่นมือเข้าไปแทรก ดังนั้นจึงไม่มีใครวิ่งไปเก็บผลึกอสูรพวกนั้นเลย
ตอร์เรสและโอเลเกร์ต่างพากันะโลงมาจากก้อนหินั์ แล้วเดินตรงไปที่กองศพหมาป่า
โอเลเกร์เดินไปเก็บลูกธนูที่ปักอยู่บนร่างหมาป่าสายลมทีละดอกแล้วใส่ลงไปในกระบอกธนู ขณะเดียวกันก็ใช้มีดเล็กแหวกกะโหลกของหมาป่าสายลมเพื่อควักผนึกอสูรออกมา เ้าอ้วนมีท่าทางแปลกไปเล็กน้อย โดยเฉพาะหลังจากที่เขาได้รับชิ้นส่วนของชุดเกราะอัศวินโกลด์เซนต์แคนเซอร์จากซุนเฟยมาแล้ว เขาก็มีความสนใจในการจัดการกับศพมากขึ้น เขารู้สึกว่าตัวเองเหมือนจะสามารถดูดซับกลิ่นอายเย็นะเืจากตัวศพมาเพิ่มความแข็งแกร่งให้ตัวเขาได้
แม้นิ้วมือของเฟร์นันโด ตอร์เรสจะถูกสายธนูบาดจนเืออก แต่เขากลับตั้งอกตั้งใจตรวจสอบรอยแผลของลูกธนูบนศพหมาป่าสายลมอย่างละเอียด ในหัวก็คำนึงถึงส่วนได้ส่วนเสียของการต่อสู้ครั้งนี้
ทักษะการยิงธนูของเขาถือได้ว่าเหนือกว่าเหล่านักธนูมือฉมังในเมืองแซมบอร์ดหลายเท่า แต่ในความเป็จริงแล้ว ด้วยทักษะการยิงธนูของตอร์เรสตอนนี้ ยังไม่เพียงพอสำหรับการต่อสู้กับฝูงหมาป่าสายลมนับห้าร้อยตัวได้ แต่หลังจากซุนเฟยมอบคันธนูของซาจิทาเรียสให้แก่เขา ราวกับจู่ๆ พลังของเขาก็เพิ่มพูนขึ้นมาอย่างกะทันหัน บวกกับความมุมานะในการฝึกของตน ทำให้ทักษะการยิงธนูของเขารุดหน้ามากขึ้น
ความจริงแล้ว ซุนเฟยจงใจใช้สถานการณ์ในคืนนี้มาทดสอบและฝึกฝนตอร์เรสพร้อม ทั้งมอบหมายให้โอเลเกร์คอยคุ้มกันตอร์เรสไว้ ถ้าไม่ถึงคราววิกฤติก็ไม่ต้องยื่นมือออกไปช่วยเขา ส่วนซุนเฟยก็เปลี่ยนเป็ 'โหมดมือสังหาร' แล้วแอบซุ่มดูสถานการณ์อยู่ในมุมมืดอย่างเงียบๆ หากพบว่าเหตุการณ์เข้าขั้นวิกฤติเมื่อไร เขาก็พร้อมพุ่งเข้าไปช่วยทั้งสองคนทันที ใครจะรู้ว่าภายใต้แรงกดดันมหาศาลนี้ ตอร์เรสจะกัดฟันสู้หยิบตา ปล่อยลูกธนูออกมาติดๆ กันต่อเนื่องไม่มีหยุด เขาต้องใช้ลูกธนูถึงสองดอกในการสังหารหมาป่าสายลมตัวหนึ่ง ตอร์เรสได้เข้าใกล้ขอบเขตปรมาจารย์นักธนูผู้แข็งแกร่งขึ้นทุกทีแล้ว
ในมุมมืด เมื่อได้เห็นความก้าวหน้าของทักษะการยิงธนูของตอร์เรส ทำให้ซุนเฟยรู้สึกผิดคาดขึ้นมา ฉากนี้ทำให้เขารู้สึกเหมือนว่าได้เห็นลูกๆ ที่ตัวเองดูแลมาตลอดได้เติบโตขึ้น เมื่ออันตรายสลายไป ซุนเฟยจึงกลับไปที่เต็นท์าาอย่างเงียบๆ โดยที่ไม่มีใครในค่ายรับรู้ถึงร่องรอยการไปมาของซุนเฟย
วันที่สอง กองทัพก็ได้เคลื่อนขบวนเดินทางต่อ
แม้ว่าตลอดทางจะดูราบรื่น แต่ไม่ช้าก็เกิดเื่แปลกๆ ขึ้นมา
ใน่กลางวันระหว่างที่กองทัพกำลังหยุดพัก ผู้คุ้มกันของกลุ่มการค้าโซรอสก็พบว่าในน้ำมีพิษผสมอยู่ด้วย ถ้าไม่ใช่ว่ามีผู้คุ้มกันที่โชคร้ายคนหนึ่งพุ่งเข้าไปยังน้ำตกเพื่อดื่มน้ำดับกระหาย แล้วจู่ๆ ก็ชักขึ้นมาก่อนจะขาดใจตาย เช่นนั้นคงไม่มีใครรู้ว่าในน้ำมีพิษ ไม่อย่างนั้น ทั้งกองทัพแซมบอร์ดและกลุ่มการค้าโซรอสคงได้ประสบปัญหาใหญ่หลวงแน่ๆ
“ไร้สีไร้กลิ่น ช่างเป็พิษที่น่ากลัวมาก มีคงจงใจวางยาพิษลงในน้ำ น่าจะเพิ่งวางยาได้ไม่นาน ไม่อย่างนั้นคงถูกกระแสน้ำพัดไปที่อื่นนานแล้ว มีใครบางคนกำลังปองร้ายพวกเราอยู่...” เรดแนปป์เป็นักเวทสี่ดาว ทำให้เขามีความรู้เื่ยาพอสมควร หลังจากที่วิเคราะห์อยู่สักพัก เขาก็สรุปออกมา
ซุนเฟยพยักหน้า
เขาเก็บน้ำที่ผสมยาพิษไว้ในขวดเล็กๆ เพื่อจะนำไปให้แม่ชีอาคาร่า ผู้เชี่ยวชาญด้านการปรุงน้ำยาและสมุนไพรตรวจสอบดูเพื่อจำแนกว่า มันเป็ยาพิษชนิดใด แล้วหาวิธีสร้างยาถอนพิษออกมาเก็บไว้ เผื่อได้ใช้ในอนาคต
และในตอนเย็น กองทัพเมืองแซมบอร์ดและกองคาราวานกลุ่มการค้าโซรอสก็แวะพักแรมบนลานหินกว้าง
คาดไม่ถึงว่าคืนนี้ค่ายของพวกเขาจะถูกโจมตีด้วยฝูงสัตว์อสูรอีกฝูงหนึ่ง และพวกมันก็ถูกตอร์เรสใช้ลูกธนูสังหารมัน จนท้ายที่สุดพวกมันก็ล่าถอยไป สถานการณ์เช่นนี้ยิ่งทำให้เรดแนปป์มั่นใจในความคิดของตัวเองมากยิ่งขึ้น ส่วนซุนเฟยก็ยังคงครุ่นคิดและเฝ้าสังเกตการณ์เื่ราวต่างๆ อย่างเงียบๆ
วันที่สาม
ในขณะที่กองทัพกำลังเดินผ่านหุบเขาลึกชัน ทันใดนั้น ก้อนหินบนูเาพลันถล่มลงมาทั้งสองฟากฝั่ง ก้อนหินจำนวนมหาศาลกำลังกลิ้งตกลงมาทับพวกเขา สถานการณ์ในตอนนี้อันตรายยิ่ง
“คลื่นยมโลกเซกิชิกิ!!!”
ทันใดนั้นโอเลกก็พลันะโออกมา ร่างกายที่เต็มไปด้วยไขมันก็กระเพื่อมขึ้นมา หมัดของเขาชกไปที่ก้อนหินจำนวนมากที่กำลังตกลงมา ก้อนหินั์เ่าั้พลันแตกกระจายออกเป็ชิ้นๆ ด้วยการจัดการของเหล่าอัศวินบรอนซ์เซนต์และเทศกิจทำให้สถานการณ์กลับมาเป็ปกติอีกครั้ง แต่อย่างไรก็ตาม ก็มีผู้คนจำนวนมากที่ได้รับาเ็อยู่ดี มีอัศวินบางส่วนถูกก้อนหินทับจนขาหักในตอนที่พยายามปกป้องรถม้าเวทมนตร์ขององค์หญิง เนื่องจากกองคาราวานกลุ่มการค้าโซรอสตามหลังกองทัพเมืองแซมบอร์ดมา ดังนั้น เขาจึงได้รับผลกระทบน้อยมาก แต่ก็ยังมีผู้เสียชีวิตอยู่ดี...
“ข้ารู้สึกถึงกลิ่นอายพลังเวทมนตร์ ‘พสุธาพิโรธ’ ของธาตุดินที่หลงเหลืออยู่ในอากาศ เหตุการณ์หินถล่มครั้งนี้ต้องมีคนจงใจสร้างสถานการณ์ขึ้นมาแน่...” เรดแนปป์กระซิบบอกซุนเฟยด้วยสีหน้าเครียดขึง
--------------------
