หลังจากวางสายจากแจ็คหม่า เฉินเฟิงก็โทรหาศิษย์รองชิวเอ๋อหม่าต่อ
"ชิวเอ๋อหม่า หนังของผมถ่ายทำเสร็จแล้ว ห้าวันหลังจากนี้จะลงฉายทางออนไลน์บนแพลตฟอร์มวิดีโอของคุณตามเวลากำหนด แต่ผมอยากเอาเข้าฉายในโรงภาพยนตร์ล่วงหน้าสักสามวัน เริ่มั้แ่วันมะรืน เผื่อว่าจะทำเงินถล่มทลายได้!
จัดการเื่ส่งหนังเข้าฉายในโรงภาพยนตร์ให้ที ่นี้ผมยุ่งมากจริงๆ ยุ่งจนไม่มีเวลา ผมรู้อยู่ว่าคุณเองก็ยุ่งเหมือนกัน งั้นคุณสั่งคนของคุณมาคุยกับผมก็ได้"
หลังจากโทรหาชิวเอ๋อหม่าเสร็จ เฉินเฟิงก็ต่อสายหาเบอร์สุดท้าย
"ฮัลโหล จิ้วล่างเฉา อ่า บริษัทในเครือจิ้วล่างคงลงทุนในบริษัทโรงภาพยนตร์หลายแห่งใช่ไหม หนังผมกำลังจะลงโรงมะรืนนี้ ฝากทักทายพวกเขาแทนผมหน่อยนะ"
เพราะเฉินเฟิงพูดในฐานะครูและในฐานะผู้ถือหุ้นของทั้งสามบริษัท สามั์ใหญ่แห่งอินเทอร์เน็ตจึงไม่ลังเลที่จะทำตามคำขอ
มีเพียงแจ็คหม่าที่โทรหาผู้เฒ่าว่านแห่งหวังต๋ากรุ๊ปด้วยตัวเอง พวกเขาทักทายกันผ่านโทรศัพท์
"ตาเฒ่าว่าน ไม่ได้คุยกันนานเลยนะ ั้แ่ครั้งล่าสุดที่เราเจอกัน..."
ผู้เฒ่าว่านตอบกลับอย่างยิ้มแย้ม "ก็ฉันเป็หนี้ธนาคารท่วมหัว ชีวิตไม่ค่อยราบรื่นเหมือนคุณน่ะสิ"
แจ็คหม่า "อย่าพูดแบบนั้นสิ หนี้สินก็เป็หวังต๋ากรุ๊ปกู้จากธนาคาร แต่ทรัพย์สินของคุณไม่ได้ลดลงเลยนะ"
ผู้เฒ่าว่านตอบอย่างขำๆ "ถ้าไม่มีธุระอะไร คงไม่โทรหาฉันหรอกใช่ไหม มีอะไรก็พูดมาตรงๆ เลยดีกว่า..."
"หนังออนไลน์ของครูผมเสร็จแล้ว ก่อนที่จะเอาลงฉายทางออนไลน์ เขาอยากฉายในโรงภาพยนตร์ก่อน พูดกันตรงๆ นะ ผมหวังว่าหวังต๋าซีนีม่าจะให้จำนวนรอบฉายมากที่สุดเท่าที่จะทำได้"
แจ็คหม่าอธิบายอย่างจริงจังทางโทรศัพท์
"ถึงผมจะยังไม่ได้ดูตัวหนัง แต่ผมก็ยินดีช่วยคุณเฉินเฟิงอยู่แล้ว แต่ผมก็อยากเรียนรู้วิชามวยเพื่อเสริมสุขภาพบ้าง เื่นี้..."
ผู้เฒ่าว่านย่อมไว้หน้าแจ็คหม่าเป็ธรรมดา แต่เขาก็มีความ้าของตนเองเหมือนกัน
"เื่นี้ไม่มีปัญหา ครูเขายังมีวิชาลับวิชาฝ่ามือกับบาทาไร้เงา ไม่เคยสอนใครมาก่อน ผมบอกคุณได้แค่นี้ แต่ว่าครูเขาจะยอมรับคุณเป็ศิษย์คนที่สี่หรือเปล่า อันนี้ผมรับปากไม่ได้นะ"
แจ็คหม่าพูดอย่างจริงจัง
"เอาละ งั้นฉันจะสั่งให้โรงภาพยนตร์จัดเต็มให้หนังของครูเฉินเฟิงเลยละกัน ยังไง่นี้ก็ไม่มีหนังใหญ่เข้าฉายอยู่แล้ว คงจัดให้ได้ประมาณเก้าสิบเปอร์เซ็นต์ของจำนวนรอบฉายทั้งหมด"
ผู้เฒ่าว่านพูดด้วยความตื่นเต้น
หลังจากวางสาย ผู้เฒ่าว่านก็อดไม่ได้ที่จะะโด้วยความตื่นเต้นในห้องทำงานของเขาเอง
ดูไม่เหมือนเป็เ้าของธุรกิจใหญ่โตในวัยหกสิบกว่าปีเลย
เพราะ่ที่ผ่านมา เขาเห็นแจ็คหม่า ชิวเอ๋อหม่า จิ้วล่างเฉาต่างก็กลายเป็ศิษย์วิชาหมัดมวยของเฉินเฟิง
เขาแอบอิจฉาใจแทบขาด
แต่ในที่สุดก็ถึงคราวที่เฉินเฟิงผู้ดูเหมือนจะทำได้ทุกอย่าง ้าความช่วยเหลือจากหวังต๋าซีนีม่าของเขา เขาจึงสามารถใช้โอกาสนี้ไต่เต้าขึ้นไปได้
"พ่อตื่นเต้นอะไรครับ?"
ทันใดนั้น ประตูห้องทำงานก็ถูกเปิดออก เป็คุณชายว่านเดินเข้ามาถามเขานี่เอง
"ไอ้เด็กตัวแสบ อายุก็ปาไปสามสิบสี่แล้ว ยังไม่รู้จักเคาะประตูก่อนอีก ไม่มีความเป็ผู้ใหญ่เลย!"
ผู้เฒ่าว่านดุด่าลูกชายของเขาด้วยความโมโห
"พ่อครับ ผมใช้เงินเล็กๆ น้อยๆ ที่พ่อให้ เอาไปสร้างเนื้อสร้างตัวจนมีทรัพย์สินถึงเจ็ดพันล้านแล้ว พ่อจะเอาอะไรกับผมอีก?!"
คุณชายว่านรู้สึกสิ้นหวัง เดิมทีเขาแค่ตั้งใจจะเข้ามาคุยกับพ่อเล่นนิดๆ หน่อยๆ แต่เข้ามาไม่ทันไรกลับถูกต่อว่าซะแล้ว
"แกดูเฉินเฟิงเป็ตัวอย่าง ปีนี้เขาอายุน้อยกว่าแกตั้งปีหนึ่ง แต่เขากลายเป็ผู้ถือหุ้นของทั้งอาลี เพนกวิ้น จิ้วล่างเวยป๋อด้วย สามบริษัทั์ใหญ่หมดเลย
ถึงแม้ว่าเขาจะมีทรัพย์สินเพียงชุดเดียว แต่ก็มีมูลค่าตั้งสี่ห้าแสนล้าน แล้วเขายังก่อตั้งหลงอ้าวเอนเตอร์เทนเมนต์กรุ๊ปของตัวเองขึ้นมาอีก
ยิ่งไปกว่านั้นนะ เอ็งดูสิ เป้าหมายเขาคือภายในสิบปี จะพัฒนาหลงอ้าวเอนเตอร์เทนเมนต์กรุ๊ปให้ใหญ่เท่าเทียบเท่าสามบริษัทั์ใหญ่นั้นรวมกัน
ทำไมไม่เอาเขาเป็ตัวอย่าง เลิกยุ่งกับพวกเน็ตไอดงไอดอลแล้วหันมาสนใจเื่ธุรกิจบ้าง หัดสนใจเื่จริงจังบ้างได้ไหม?"
หลังจากเปรียบเทียบลูกชายตัวเองกับเฉินเฟิงที่มีอายุใกล้เคียงกันเสร็จ ผู้เฒ่าว่านก็บ่นลูกชายต่อไปอย่างไม่ลดละ
"มีเื่อะไรกันแน่ ปกติไม่เห็นพ่อเอ่ยถึงเฉินเฟิงเลยนี่นา"
เมื่อคุณชายว่านได้ยินชื่อเฉินเฟิง เขายิ่งรู้สึกขุ่นเคืองใจ จึงเริ่มตอบโต้ด้วยน้ำเสียงไม่พอใจทันที
เพราะ่นี้เน็ตไอดอลที่คุณชายว่านหมายปองไว้ ใครต่อใครก็เอาแต่พูดถึงเฉินเฟิงอย่างนู้นเฉินเฟิงอย่างนี้อยู่ตลอด
ทำให้เขาหมดอารมณ์จะจีบเน็ตไอดอลไปเลยทีเดียว
"หนังออนไลน์เื่ The Thousand Faces of Dunjia ของเฉินเฟิง ที่เขาเคยเปรยไว้เมื่อเกือบเดือนก่อน ตอนนี้ถ่ายทำเสร็จแล้ว
เขาตั้งใจจะฉายในโรงภาพยนตร์สามวันเพื่อดูกระแสตอบรับก่อนที่จะนำลงฉายทางเน็ต จึงให้ตาเฒ่าแจ็คหม่าโทรมาหาพ่อ
แน่นอนว่าพ่อก็ตอบตกลงทันควัน เพราะพ่ออยากเรียนรู้วิชาฝ่ามือและบาทาไร้เงาจากเฉินเฟิง ถ้าเขามองว่าพ่อแก่เกินไป แกก็ไปกราบเขาเป็ครูแล้วค่อยมาสอนพ่อต่ออีกทีก็แล้วกัน"
ผู้เฒ่าว่านพยายามสะกดกลั้นความตื่นเต้น พลางเอ่ยด้วยรอยยิ้ม
"พ่อ ไม่จริงใช่ไหม? พ่อจะให้ผมไปกราบเขาเป็ครู?!"
คุณชายว่านยังอยากสนุกกับชีวิตแบบนี้ต่อไปเรื่อยๆ ไม่อยากเสียเวลาไปร่ำเรียนวิชาหมัดมวยอะไรนั่น เพราะการเรียนวิชาพวกนี้มันช่างเหนื่อยแสนเหนื่อย อีกทั้งยังไม่สนุกเท่าเล่นเกมหรือตามจีบเน็ตไอดอลเลย
"เอาตามนี้แหละ ถ้าแกไม่ยอม พ่อคงต้องแบกหน้าหนาๆ ไปกราบเขาเป็ครูทั้งที่อายุหกสิบแปดนี่แหละ!"
ผู้เฒ่าว่านรู้สึกปลื้มปริ่มในใจ ทว่าทันใดนั้นเขาก็นึกบางอย่างขึ้นได้
"ผมขอบอกตรงนี้เลยว่าไม่ไปได้ไหม?"
คุณชายว่านเอ่ยปากอย่างจนหนทาง
"ถ้าแกไม่ไป พ่อจะซื้อผูชงเงินทุนกรุ๊ปของแกทั้งหมด"
ผู้เฒ่าว่านกล้าข่มขู่ลูกชายของตัวเองอย่างไม่อ้อมค้อม
"ก็ได้ๆ ผมไปก็ได้ ผมไม่อยากรีบรับ่ต่อจากพ่อเร็วขนาดนี้หรอกนะ!"
สุดท้ายคุณชายว่านก็ต้องพยักหน้ายอมรับชะตากรรมอย่างจำนน
ในเวลาเดียวกัน ทางด้านเฉินเฟิงกำลังโพสต์ข้อความและวิดีโอประกาศเื่ราวสำคัญบนเวยป๋อโต่วอินและไคว่โฉ่ว
[สวัสดีทุกท่าน ผมเฉินเฟิงเองครับ ใน่เวลายี่สิบวันที่ผ่านมา ผมยุ่งอยู่กับงานโพสต์โปรดักชันของหนังออนไลน์เื่ The Thousand Faces of Dunjia
หลังจากทำงานหนักติดต่อกันยี่สิบวัน คอมพิวเตอร์หลายเครื่องถึงกับพังไปเพราะการเรนเดอร์และตัดต่อ
ในที่สุดวันนี้ตัวหนังก็เสร็จสมบูรณ์ ผมได้รับชมตัวหนังเต็มเื่แล้ว และรู้สึกว่ามันออกมาสมบูรณ์แบบมาก
ผมรู้สึกว่ามันตื่นตาตื่นใจยิ่งกว่าหนังแฟนตาซี 3D ที่ฉายในโรงภาพยนตร์ซึ่งใช้ทุนสร้างมหาศาลถึงสามหรือห้าพันร้อยล้านเสียอีก
ด้วยเหตุนี้ ผมจึงตัดสินใจฉายในโรงภาพยนตร์เป็เวลาสามวัน ใน่วันหยุดสุดสัปดาห์หลังเทศกาลเชงเม้ง
หลังจากนั้นจะนำไปฉายบนแพลตฟอร์มสตรีมมิ่งหนังออนไลน์ทั่วโลก
แม้จะใช้ทุนสร้างเพียงสามสิบล้าน แต่ผมเชื่อว่ามันไม่ด้อยไปกว่าหนังฮีโร่ฮอลลีวูดที่ใช้ทุนสร้างมหาศาลถึงสามร้อยล้านดอลลาร์เลยทีเดียว!]
ทันทีที่การประกาศของเฉินเฟิงถูกเผยแพร่บนแอปต่างๆ
โลกออนไลน์ที่เงียบเหงาอยู่ยี่สิบวันที่ผ่านมาก็กลับมาคึกคักอีกครั้งด้วยความตื่นเต้น
‘เฉินเฟิงอย่างเจ๋ง! ทุนสร้างแค่สามสิบล้านแต่กล้าท้าชนหนังทุนสร้างมหาศาลถึงสามร้อยล้านดอลลาร์ของฮอลลีวูด’
‘ตื่นเต้นสุดๆ! หนังที่เฉินเฟิงกำกับไม่มีทางทำให้เราผิดหวังแน่นอน’
