มือข้างนั้นของอู๋หลิ่งถูกเนี่ยเทียนต่อยจนไม่เหลือแม้แต่ซากกระดูก แสง์สิบแปดจุดที่เป็ของอู๋หลิ่งพลันบินออกมาผสานรวมเข้ากับภาพประตู์บนหลังมือของเนี่ยเทียนในพริบตา
วินาทีที่แสง์เ่าั้ร่วงลงบนภาพประตู์ของเขา เนี่ยเทียนกวาดกระแสจิตมองไปหนึ่งครั้งก็พบว่าท่ามกลางแสง์ของอู๋หลิ่งก็มีอักขระามากมายดำรงอยู่
“อู๋หลิ่ง...”
เนี่ยเทียนมองไปรอบด้าน ทว่ากลับไม่เห็นแม้แต่เงาของอู๋หลิ่ง อีกทั้งกระแสจิตของเขาก็ยังมิอาจััได้
“ไปแล้วรึ?”
เขาตรวจสอบอยู่พักหนึ่งจนแน่ใจแล้วว่าอู๋หลิ่งหายไปจริงๆ จึงรู้สึกตะลึงระคนแปลกใจกับตัวเอง
เห็นได้ชัดว่าอู๋หลิ่งผู้นั้นรู้เื่ราวมหัศจรรย์มากมายในพระราชวังโบราณสะเก็ดดาว เมื่อเขาแน่ใจว่ามิอาจต้านทานหมัดพิโรธของเนี่ยเทียนได้ และรู้ว่าตนต้องตายเพราะหมัดนั้นแน่นอน เขาจึงตัดมือของตัวเองออกอย่างเฉียบขาด
วินาทีที่มือหลุดออกจากกาย ร่างของเขาก็คล้ายถูกโยนออกไปจากพระราชวังโบราณสะเก็ดดาวทันที
“สมกับเป็คนที่เก่งกาจจริงๆ!”
หลังจากที่เนี่ยเทียนเข้าใจต้นสายปลายเหตุแล้วก็อดที่จะเกิดความนับถืออู๋หลิ่งแห่งอาณาจักรต้าฮวงไม่ได้
่เวลาแห่งความเป็ความตาย ผู้ที่สามารถตัดสินใจได้อย่างเด็ดเดี่ยวจนถึงขนาดยอมตัดมือของตัวเองเช่นอู๋หลิ่ง เกรงว่าคงมีไม่มากนัก
คนส่วนใหญ่แล้วล้วนคาดหวังว่าตัวเองจะโชคดี ต่างก็ไม่ยินดีที่จะปฏิบัติกับตัวเองอย่างโหดร้ายเช่นนี้
การตัดมือตัวเองของอู๋หลิ่ง ทำให้เนี่ยเทียนมองออกถึงความโหดร้ายและอำมหิตของเขา คนที่กล้าลงมือกับตัวเองอย่างโเี้เช่นนี้ ขอแค่ไม่ตาย ย่อมประสบความสำเร็จบนเส้นทางแห่งการบำเพ็ญตบะนี้อย่างแน่นอน
ต่อให้ตัดมือหนึ่งข้าง เนี่ยเทียนก็ยังมองเขาเป็ศัตรูตัวฉกาจคนหนึ่ง ทั้งยังแอบเตือนตัวเองว่า ต่อไปหากเจออู๋หลิ่งอีกครั้งจะต้องพยายามอย่างสุดความสามารถเพื่อสังหารเขาให้ได้ จะไม่มีทางมอบโอกาสให้เขารอดชีวิตเด็ดขาด!
“อู้!”
เนี่ยเทียนตัดความคิดที่ทำให้จิตใจวุ่นวายทั้งหมดออกไป สูดลมหายใจลึกๆ หนึ่งครั้งแล้วรีบนั่งลงที่เดิม
หมัดพิโรธนั้นเผาผลาญพลังงานมากมายของเขา เขาจำเป็ต้องฟื้นตัวให้ได้โดยเร็วที่สุด
อู๋หลิ่งมีมีดปีศาจอยู่ในมือ เกราะวิเศษบนร่างก็ร้ายกาจอย่างถึงที่สุด ต่อให้อยู่ในสนามแม่เหล็กยุ่งเหยิง หากเนี่ยเทียนคิดจะสังหารเขา การโจมตีที่ทรงพลังที่สุดที่เขานึกออกก็มีเพียงหมัดพิโรธที่บรรลุจากดินแดนลึกลับนั่น
เขารู้ว่าหากกระตุ้นหมัดพิโรธ ใน่ระยะเวลาสั้นๆ เขาจะไม่มีเรี่ยวแรงหลงเหลือให้นำมาใช้อีก เพราะพลังจิต พลังเืเนื้อและพลังิญญาของเขาต่างก็หายไปเป็จำนวนมาก
หากอยู่ในพื้นที่อื่น เขาย่อมไม่มีทางกล้าใช้หมัดพิโรธนั่นง่ายๆ แน่นอน แต่ที่นี่คือพระราชวังโบราณสะเก็ดดาว!
เมื่อเทียบกับดินแดนลึกลับแล้ว ที่นี่มีปราณิญญาที่เข้มข้นมากกว่าไม่รู้กี่เท่า เมื่อได้สร้างลูกกลมปราณิญญา เขาจะสามารถฟื้นฟูพลังงานได้อย่างรวดเร็ว
พลังประหลาดที่อยู่ท่ามกลางลูกกลมปราณิญญานั้นยังสามารถบำรุงพลังจิตของเขาได้ด้วย
และเพราะว่าที่นี่คือพระราชวังโบราณสะเก็ดดาว เขาถึงได้กล้าใช้หมัดพิโรธ เพราะเขารู้สึกว่าเขาสามารถฟื้นตัวได้อย่างรวดเร็ว
หลังจากนั่งลงเงียบๆ ข้างกายเขาก็ยังคงมีสนามแม่เหล็กยุ่งเหยิงดำรงอยู่
นั่งอยู่ในสนามแม่เหล็กยุ่งเหยิง เขาหยิบเอาเนื้อสัตว์วิเศษหลายชิ้นออกมาจากกำไลเก็บของ กัดกินคำใหญ่แล้วกลืนมันลงท้อง
หลังจากที่กินเนื้อหลายสิบจินจนหมดใน่ระยะเวลาสั้นๆ เขาก็เริ่มสร้างลูกกลมปราณิญญาต่อทันที ดูดซับเอาพลังิญญาและพลังจิตที่มีอยู่น้อยนิดจากในนั้นมา
สนามแม่เหล็กยุ่งเหยิงที่โอบล้อมรอบกายเขาค่อยๆ หดเล็กลง รอจนเหลือประมาณหนึ่งเมตร เขาก็ฟื้นคืนพลังในการสู้รบมาได้ไม่น้อยแล้ว
ไม่สนใจการต่อสู้ระหว่างซูหลินและชายชุดขาวจากอาณาจักรปิงเฟิง เขายังคงสร้างลูกกลมปราณิญญาอย่างบ้าคลั่ง กลืนกินพลังิญญาต่อเนื่อง
เวลาค่อยๆ ผ่านไปโดยไม่รู้ตัว
ไม่นานลูกกลมปราณิญญาก็ทำให้พลังิญญาที่เนี่ยเทียนใช้ไปกลับมาเปี่ยมล้นอีกครั้ง
หลังจากนั้นเขาก็สร้างลูกกลมปราณิญญาติดต่อกันอีกเก้าลูก ดึงเอาพลังประหลาดด้านในออกมา พลังจิตของเขาจึงค่อยๆ ฟื้นตัวมาเกินครึ่ง
ผ่านไปอีกครู่หนึ่ง ในกระเพาะอาหารของเขาก็มีกระแสอบอุ่นเกิดขึ้นมา และนั่นก็เป็การชดเชยพลังเืเนื้อที่เสียหายไป
พลังงานต่างๆ ที่ถูกเผาผลาญไปเพราะกระตุ้นใช้หมัดพิโรธ เมื่อเขาใช้วิธีการพิเศษมากมายจึงกลับคืนมาสู่สภาพเดิมอย่างรวดเร็ว
เวลานี้เขาถึงได้แบ่งสมาธิไปสังเกตการณ์ต่อสู้ระหว่างซูหลินและชายชุดขาว
ชายชุดขาวที่มาจากอาณาจักรปิงเฟิงเชี่ยวชาญคาถาความเย็นสุดขั้ว พื้นที่การเคลื่อนไหวของเขาล้วนมีหิมะขาวโพลนล่องลอย
เกล็ดหิมะแต่ละเกล็ดโปร่งใสแวววาว ทั้งยังมีรูปร่างคล้ายผลึกที่มหัศจรรย์อย่างหนึ่งด้วย
ในเกล็ดหิมะ พลังความเย็นบาดลึกถึงกระดูกทำให้ปราณิญญาในพื้นที่นั้นจับตัวเป็น้ำแข็ง แม้แต่อากาศก็ยังมีเสียง “เปรียะๆ” ดังลอยมา
ใต้ฝ่าเท้าของชายหนุ่มชุดขาวมีน้ำแข็งหนึ่งชั้นหนาพอหนึ่งเมตร เขาถือกระบี่ยาวลักษณะโบราณเรียบง่ายคล้ายแท่งน้ำแข็งที่แหลมคมหนึ่งแท่ง ทุกครั้งที่โบกสะบัดจะต้องมีแสงน้ำแข็งหลายสิบเส้นพุ่งกระจายออกมา
“โพละๆ!”
เกล็ดน้ำแข็งรูปผลึกใสจำนวนนับไม่ถ้วนที่อยู่ตรงกลางระหว่างชายชุดขาวและซูหลินแห่งวิมาน์ะเิออกอย่างต่อเนื่อง
ขอบเขตนั้นไม่ใหญ่มากนัก กระบี่ยาวเล่มนั้นของชายหนุ่มชุดขาวก็ไม่ได้ตวัดออกมาเป็แสงน้ำแข็งทิ่มแทงเข้าไปด้านใน ทว่าตรงนั้นกลับมีคลื่นพลังงานแปลกประหลาดอย่างถึงที่สุดดำรงอยู่
เนี่ยเทียนรู้สึกสงสัยจึงใช้กระแสจิตออกไปรับัั แล้วหน้าเขาก็พลันเปลี่ยนสี
วินาทีที่กระแสจิตของเขาเข้าไปในพื้นที่นั้นก็ถูกพลังจิตที่เย็นอย่างถึงที่สุดระลอกหนึ่งแทรกซึมเข้ามา ทำให้จิติญญาของเขาเกิดความรู้สึกหนาวเหน็บ
ยังไม่ทันที่เขาจะตั้งตัวได้ก็มีแสงเย็นสบายตาเหมือนแสงจันทร์สาดเข้าใส่กะทันหัน
แค่โดนแสงเย็นนั้นสาดมากระทบกระแสจิตของเขาก็สลายหายวับไปในบัดดล
“การต่อสู้ทางพลังจิต!” เนี่ยเทียนตะลึงพรึงเพริด
ในที่สุดเขาก็เข้าใจแล้วว่าเกิดอะไรขึ้น
การต่อสู้ของซูหลินและชายหนุ่มชุดขาวคือการใช้พลังิญญาและพลังจิตไปพร้อมๆ กัน!
เมื่อซูหลินผู้นั้นยกมือขึ้น พระจันทร์เสี้ยวดวงหนึ่งก็ปรากฏตัวแล้วพุ่งเข้าต้านทานแสงน้ำแข็งของชายหนุ่มชุดขาว
ทว่าการต่อสู้ทางพลังจิตดูเหมือนจะไม่อันตรายเท่าใดนัก พวกเขาสองคนจึงต่อสู้กันอย่างสบายๆ
ที่อันตรายอย่างแท้จริงก็คือการปะทะกันของเวทลับทางพลังจิตของพวกเขา!
พลังจิตของคนทั้งสองต่างก็บินออกมาจากสมองแล้วประมือกันอย่างบ้าคลั่งอยู่ในขอบเขตเล็กๆ ตรงกลางระหว่างพวกเขา
พลังจิตของชายหนุ่มชุดขาวคล้ายแท่งน้ำแข็งที่มองไม่เห็น แฝงเร้นไว้ด้วยสัจธรรมแห่งพลังความเย็นสุดขั้ว
เวทลับพลังจิตของซูหลินเหมือนว่าซุกซ่อนไว้ด้วยแก่นแท้ของพระจันทร์ที่ลอยสูงกลางนภากาศ และก็มีเจตจำนงของความเย็นสบายที่มากด้วยความลึกลับมหัศจรรย์
การต่อสู้ทางพลังจิตของคนทั้งสองทำให้เกล็ดน้ำแข็งผลึกใสในพื้นที่นั้นแตกสลายไปทีละเกล็ด
“ขอบเขตท้าย์ การต่อสู้ทางพลังจิต อีกทั้งยังเป็พลังจิตที่หลุดออกจากมหาสมุทรจิติญญาออกมาสู้กันข้างนอกอย่างแท้จริง...”
มุมปากของเนี่ยเทียนยกยิ้มขมขื่น มาถึงตอนนี้เขาได้รู้จักซูหลินและชายหนุ่มชุดขาวจากอาณาจักรปิงเฟิงใหม่อีกขั้นแล้ว
จากที่อูจี้อาจารย์ของเขาเคยบอกเอาไว้ มีเพียงผู้ที่เหยียบอย่างเข้าสู่กลาง์่ท้ายซึ่งสะสมพลังจิตได้ในระดับที่เพียงพอเท่านั้นถึงจะสามารถกระตุ้นพลังจิตให้ออกมาต่อสู้นอกเรือนกายได้
ผู้ที่มีขอบเขตต่ำต้อย หากคิดต่อสู้กันทางพลังจิตจะทำได้แค่เพียงในสมองของตัวเอง หรือไม่ก็สมองของอีกฝ่ายเท่านั้น
เมื่อผู้ฝึกลมปราณมีขอบเขตต่ำต้อย พลังจิตต้องอยู่ในมหาสมุทรจิติญญาเท่านั้นถึงจะควบคุมได้ดังใจและสร้างเวทลับทางพลังจิตออกมาได้
ทั้งๆ ที่ซูหลินและชายหนุ่มชุดขาวผู้นั้นมีขอบเขตท้าย์ขั้นสูงสุด แต่กลับสามารถใช้พลังจิตมาต่อสู้กันนอกมหาสมุทรจิติญญาได้
“เ้าพวกคนโรคจิต”
เนี่ยเทียนส่ายหัว รู้สึกนับถือและกริ่งเกรงในตัวซูหลิน ชายหนุ่มชุดขาว และอู๋หลิงที่ตัดมือจากไปผู้นั้นไม่น้อย
และเขาก็เข้าใจทันทีว่าหากไม่มียันต์วิเศษชิ้นนั้นที่อาจารย์ของเขามอบให้ หากไม่เป็เพราะยันต์วิเศษช่วยต้านทานพลังชั่วร้ายของตาปีศาจบนมีดยาวของอู๋หลิ่ง เกรงว่าแค่เผชิญหน้ากันอู๋หลิ่งก็คงสังหารเขาได้แล้ว
“พลังจิตของข้าก็ไม่อ่อนด้อย ข้าจำเป็ต้องฝึกเวทลับทางพลังจิต มิฉะนั้นเวลาไปต่อสู้กับพวกศิษย์ผู้ทรงเกียรติของต่างอาณาจักรก็จะไม่มีทางเอาชนะได้เลย!”
เนี่ยเทียนตัดสินใจเด็ดเดี่ยวว่าหลังออกไปจากประตู์แล้วจะขออูจี้ให้ช่วยสอนคาถาเวทลับทางพลังจิต
เขาเห็นว่าการต่อสู้ของซูหลินและชายหนุ่มชุดขาวคงจะไม่สิ้นสุดใน่ระยะเวลาสั้นๆ
สองคนนั้นสู้กันทั้งทางพลังิญญาและพลังจิตไปพร้อมกัน คล้ายว่าได้ทุ่มเทพลังทั้งหมดจนไม่มีเวลาเหลือมาสนใจเขา
เขายังถึงขั้นรู้สึกด้วยว่าตอนที่เขาบีบให้อู๋หลิ่งต้องตัดมือตัวเอง สองคนนั้นก็คงไม่รับรู้แม้แต่นิดเดียว
“คาถาสะเก็ดดาวมีบทต้น บทกลางและบทท้าย”
เนี่ยเทียนย้ายเส้นสายตาของตัวเองออกจากร่างของซูหลินและชายหนุ่มชุดขาว หันไปมองยังพื้นที่ใกล้เคียง ตรงขอบเขตกลาง์ที่กำลังต่อสู้กันดุเดือดอุตลุด
เดิมทีผู้แข็งแกร่งกลาง์มีทั้งหมดหกคน ตอนนี้เหลือแค่สามคนเท่านั้น ทว่าบนพื้นของพื้นที่นั้นกลับมีศพเพียงแค่ศพเดียว
นี่หมายความว่าอีกสองคนที่เหลือน่าจะเป็เหมือนอู๋หลิ่งที่เมื่อรู้ว่าตนต้องตายแน่ๆ จึงสละแสง์ทิ้งไป
ผู้แข็งแกร่งขอบเขตกลาง์อีกสามคนที่เหลืออยู่น่าจะอยู่ใน่กลาง์ขั้นสูงสุด พวกเขาสามคนโรมรันพันตูกัน อาวุธวิเศษมีเท่าไหร่ก็เอาออกมาใช้หมด
สายฟ้า แสงสีทองและเปลวเพลิงแทบจะกลบพื้นที่ตรงนั้นไว้มิด บนร่างของคนทั้งสามเต็มไปด้วยเื สีหน้าดุดัน ต่างก็ตกอยู่ในความบ้าคลั่ง
มองเห็นพวกเขาสามคน เนี่ยเทียนเชื่อว่าคนสุดท้ายที่คว้าชัยชนะมาได้คงต้องเจ็บหนักอย่างแน่นอน
เขาจ้องอยู่ครู่หนึ่งแล้วสายตาก็ข้ามผ่านพื้นที่นั้นมองไปยังจุดของพวกผู้แข็งแกร่งขอบเขตต้น์
ตรงพื้นที่นั้นกำลัง่ชิงบทท้ายของคาถาสะเก็ดดาวกันอยู่ ถังหยางและโหมวเฉินที่เขาเคยเจอมาก่อนอยู่ในบรรดาคนกลุ่มนั้นด้วย
ตอนที่อยู่ในเมืองคูน้ำ โหมวเฉินใช้พลังของตัวเองคนเดียวต่อกรกับคนขอบเขตต้น์มากมายซึ่งมีทั้งหลิ่วเยี่ยนและลี่ฝานรวมอยู่ด้วย เขาก็ยังเป็ฝ่ายได้เปรียบ
เขาที่พลังิญญาแฝงเร้นไว้ด้วยพิษร้ายทำให้ทุกคนของเจ็ดสำนักในอาณาจักรหลีเทียนต่างหวาดกลัว
ทว่าเวลานี้ตรงหน้าอกของโหมวเฉินผู้นั้นมีกระบี่หักเล่มหนึ่งเสียบคาอยู่ เหมือนว่าจะสิ้นใจตายไปแล้ว
แม้แต่ถังหยางเองที่แม้จะบ้าคลั่งดุจปีศาจร้าย ทั่วกายมีเปลวไฟลุกโชติ่ ทว่าดูจากท่าทางแล้วก็เหมือนว่าเขาจะตกอยู่ในสภาวะที่ไม่ดีเท่าไหร่นัก
พื้นที่ตรงนั้น ผู้แข็งแกร่งของวิมาน์ที่ซูหลินเรียกว่าอาจารย์อา เวลานี้โดนผู้แข็งแกร่งขอบเขตต้น์สามคนซึ่งมีถังหยางเป็ผู้นำโอบล้อม สีหน้าของเขาไร้อารมณ์ เห็นได้ชัดว่าไม่หวาดกลัวไม่ลนลาน คล้ายมั่นใจมากว่าต้องคว้าชัยชนะมาได้แน่นอน
“อาณาจักรเสวียนเทียน วิมาน์!”
-----
