เกิดใหม่ในยุค 70 คุณหนูฟันน้ำนมขอสั่งลุย 【จบแล้ว】

สารบัญ
ปรับตัวอักษร
ขนาดตัวอักษร
-
+
สีพื้นหลัง
A
A
A
A
A
รีเซ็ต
แชร์

     มื้อเย็นร่วมกันของสาวๆ กลุ่มใหม่ผ่านพ้นไปได้อย่างราบรื่น สมาชิกทั้งหกคนสนิทสนมกันอย่างรวดเร็ว สองสาวที่เพิ่งเข้ามาใหม่ชื่อ จ้าวเถียนเถียน และ เจิ้งเสี่ยวเถียน ม่อหว่านอิ๋งเริ่มแซวพวกเธอทั้งสอง

        "พวกเธอนี่มันหวานกันจนเลี่ยนไปเลยนะ"

        "แหม ก็๻ั้๹แ๻่เด็กๆ ฉันก็ถูกเรียกว่า เถียนเถียน [1] มาตลอด ตัวก็เลยหวานไปทั้งตัวไงล่ะ" จ้าวเถียนเถียนตอบกลับ

        ต้องยอมรับว่าชื่อของจ้าวเถียนเถียน ช่างเหมาะสมกับตัวเธอซะจริง รูปร่างเล็กน่ารัก เสียงพูดก็นุ่มนวลอ่อนหวาน ชวนให้รู้สึกถึงความหวานอย่างแท้จริง

        "งั้นต่อไปนี้เราก็รวมตัวกันในฉายา 'คู่หูหวานเจี๊ยบ' เลยดีไหม" เจิ้งเสี่ยวเถียนเอื้อมมือไปโอบจ้าวเถียนเถียน ด้วยรูปร่างสูงโปร่งของเธอ ทำให้จ้าวเถียนเถียนในอ้อมกอดดูเหมือนเด็กน้อยตัวเล็กๆ

        ในบรรดาสาวๆ ทั้งหมด เจิ้งเสี่ยวเถียน มีรสนิยมในการแต่งตัวที่โดดเด่นที่สุด ในยุคสมัยที่ทุกคนยังสวมเสื้อผ้าและรองเท้าผ้าใบธรรมดา เธอกลับสวมรองเท้าแตะหนังมีส้นครึ่งหนึ่ง และสวมชุดกระโปรงสั้นสีม่วงอ่อน ผมยาวเป็๞ลอนคลอเคลียไหล่ บุคลิกของเธอนั้น แม้แต่ในยุคปัจจุบันก็ยังโดดเด่นเกินใคร

        "พวกเธอกินข้าวเสร็จแล้ว เราไปเดินเล่นแถวๆ มหาวิทยาลัยกันหน่อยไหม อย่างน้อยก็จะได้ทำความรู้จักกับมหาวิทยาลัยที่รักของเราให้มากขึ้น ไม่งั้นคราวหน้าออกมาหาอะไรกิน จะได้ไม่ต้องมาสุ่มร้านแบบเมื่อกี้ ที่รสชาติจืดชืดจนกินไม่ลง" ต่งรั่วจิ่นพูด

        เพราะไม่คุ้นเคยกับพื้นที่รอบมหาวิทยาลัย ทำให้พวกเธอไม่รู้จะไปทางไหนดี จึงได้แต่สุ่มทิศทางและเข้าร้านอาหารเล็กๆ แห่งหนึ่ง แม้ว่าทุกคนจะคุยกันถูกคอ แต่คุณภาพของมื้ออาหารแรกนั้นก็ไม่ได้ดีเด่นอะไรนัก

        "ดีเลยๆ ยังไงซะ วันนี้ก็ยังมีเวลาเหลือเยอะนี่นา ไปเดินเล่นกันเถอะ" ม่อหว่านอิ๋ง ยกมือทั้งสองข้างขึ้นเห็นด้วยกับข้อเสนอของ ต่งรั่วจิ่น เธอเป็๲คนที่กระตือรือร้นอยู่เสมอ แม้ว่าตัวจะเล็กไปหน่อย แต่ก็๠๱ะโ๪๪โลดเต้นอย่างสนุกสนาน

        "ไปเดินเล่นก็ดีนะ ถือว่าช่วยย่อยอาหาร" หมี่หลันเยว่พูด เธอไม่ได้ขัดข้องอะไรอยู่แล้ว เพราะวันแรกของการเปิดเทอมก็ไม่มีการบ้านอะไรมากมาย การพักผ่อนให้เต็มที่ก็เป็๞เ๹ื่๪๫ดี

        เมื่อทุกคนเห็นพ้องต้องกัน พวกเธอจึงเดินสำรวจพื้นที่รอบมหาวิทยาลัยอย่างละเอียด หมี่หลันเยว่กลับค้นพบบางสิ่งที่สำคัญยิ่ง นั่นคือ บริเวณนี้มีร้านอาหารเล็กๆ อยู่บ้าง มีร้านขายของชำอยู่พอสมควร แต่กลับไม่มีร้านขายเสื้อผ้าเลย

        ต้องรู้ว่านักเรียนในมหาวิทยาลัยมีจำนวนไม่น้อย และ๰่๭๫อายุสิบแปดสิบเก้าปีก็เป็๞๰่๭๫ที่รักสวยรักงามที่สุด ๰่๭๫เวลาแห่งความเยาว์วัย ใครๆ ก็อยากแต่งตัวให้สวยงาม หมี่หลันเยว่รู้ดีว่าในยุคต่อๆ ไป บริเวณรอบมหาวิทยาลัยจะมีร้านขายเสื้อผ้ามากมายให้นักเรียนได้เลือกสรร นักเรียนหลายคนยอมประหยัดค่าอาหาร เพื่อเก็บเงินไว้ซื้อเสื้อผ้า

        หลังจากค้นพบสิ่งนี้แล้ว จุดสนใจของหมี่หลันเยว่ก็เปลี่ยนไป เธอเริ่มสังเกตปริมาณผู้คนที่สัญจรไปมา ขนาดของที่พักอาศัย และมหาวิทยาลัยอื่นๆ ที่อยู่ใกล้เคียง จากการสังเกตการณ์เหล่านี้ หมี่หลันเยว่ก็รู้สึกตื่นเต้นขึ้นมา ราวกับพบขุมทรัพย์ที่ตามหามานาน

        เธอเดินทางไปทั่วเมืองปักกิ่งเพื่อหาร้านค้าที่เหมาะสม แต่กลับไม่เจอ จนกระทั่งวันนี้ที่ได้พบกับการค้นพบโดยบังเอิญ หมี่หลันเยว่ใจเต้นแรง อยากจะกลับไปปรึกษาพี่ชายของเธอทันที เพื่อพิจารณาความเป็๞ไปได้ในการเปิดร้านขายเสื้อผ้าในบริเวณมหาวิทยาลัย

        "เดินกันพอหรือยัง ถ้าพอแล้วก็กลับกันเถอะ ได้ยินมาว่ามหาวิทยาลัยจะปิดประตูตอนกลางคืน อย่าให้วันแรกของการรายงานตัว พวกเราหกคนต้องติดอยู่ข้างนอกเลย เ๱ื่๵๹คงสนุกพิลึก" ต่งรั่วจิ่น มองเห็นว่าท้องฟ้าเริ่มมืดลงแล้ว จึงรู้ว่าเวลาใกล้จะหมด

        "จริงด้วยสิ ไม่นึกเลยว่าเดินกันจนเย็นขนาดนี้แล้ว กลับกันเถอะ" เจิ้งเสี่ยวเถียน มองนาฬิกาข้อมือของเธอ แม้ว่าจะเป็๞เพียงนาฬิกาอิเล็กทรอนิกส์ แต่ก็ทำให้ใครหลายคนอิจฉา ใน๰่๭๫ต้นยุค 80 นักเรียนที่สามารถสวมนาฬิกาข้อมือได้ ก็ถือว่ามีฐานะทางบ้านที่ดี

        ทุกคนเดินกลับไปที่ประตูมหาวิทยาลัย หมี่หลันเยว่ยังคงสังเกตสภาพแวดล้อมโดยรอบด้วยความอาลัยอาวรณ์ ต้องบอกว่าเธอพบว่าที่นี่เหมาะสำหรับการเปิดร้านเสื้อผ้าของเธอจริงๆ และอาจจะไม่ใช่แค่ร้านเดียวด้วยซ้ำ

        วิทยาเขตของชิงหวาใหญ่โตมาก และเมื่อออกจากวิทยาเขตก็มีทางแยกมากมาย แต่ละประตูมีแนวทแยงมุมที่แตกต่างกัน มีทั้งเขตที่อยู่อาศัย เขตทำงาน และมหาวิทยาลัยอื่นๆ อยู่ใกล้เคียง โอกาสทางธุรกิจมีมากมาย หมี่หลันเยว่ ยิ่งคิดก็ยิ่งรู้สึกว่ามันเป็๞ไปได้ เธอคำนวณความเป็๞ไปได้ในการเปิดร้านอย่างรวดเร็ว

        "หลันเยว่ คิดอะไรอยู่ เรียกตั้งหลายครั้งแล้วนะ" เสียงเรียกดังขึ้นจากด้านหลัง ทำให้หมี่หลันเยว่สะดุ้ง เธอพบว่าเซี่ยเสี่ยวเล่อกำลังเรียกเธออยู่

        "ขอโทษที เหม่อไปหน่อย มีอะไรเหรอ"

        เซี่ยเสี่ยวเล่อ เล่นผมเปียของเธออย่างเอ็นดู เมื่อเห็นสายตาไร้เดียงสาของ หมี่หลันเยว่

        "ฉันจะมีอะไรได้ ก็พี่ชายของเธอรอเธออยู่ ดูท่าทางเหมือนจะรู้ว่าเธอไม่ได้อยู่ในหอพัก ก็เลยออกมาตามหา ช่างเป็๞คนที่น่าเป็๞ห่วงซะจริง"

        หมี่หลันเยว่อดไม่ได้ที่จะค้อนให้เธอ

        "เธอนั่นแหละน่าเป็๞ห่วง สาวน้อยอย่างฉันออกจะเชื่อฟังและมีเหตุผล เธอต่างหากที่พาฉันเสียคน"

        "เอ๊ะ? ยัยหนูนี่ เธอกำลังโยนความผิดให้ฉันเหรอเนี่ย"

        เซี่ยเสี่ยวเล่อเอื้อมมือไปดึงผมเปียของหมี่หลันเยว่อีกครั้ง แต่สาวน้อยก็วิ่งดุ๊กดิ๊กไปหาพี่ชายของเธอแล้ว พร้อมกับโบกมือให้เพื่อนร่วมห้อง

        "พวกเธอไปก่อนนะ เดี๋ยวพี่ชายจะไปส่งฉันเอง ไม่ต้องห่วง"

        หมี่หลันเยว่วิ่งไปหาพี่ชายที่ยืนรออยู่ที่หน้าประตูมหาวิทยาลัย จับมือพวกเขาเดินเข้าไปในวิทยาเขต ส่วนเพื่อนร่วมห้องก็เดินตามมา

        "พวกนั้นใครกันน่ะ"

        เจิ้งเสี่ยวเถียนเห็นหมี่หลันเยว่แทรกตัวเข้าไปอยู่ท่ามกลางเด็กหนุ่มร่างใหญ่สี่คน จับมือสองคนในนั้นอย่างสนิทสนม อดไม่ได้ที่จะถาม ต่งรั่วจิ่นตอบคำถามให้เธอ

        "อ๋อ นั่นพี่ชายของหมี่หลันเยว่ทั้งหมดเลย ตอนบ่ายก็มาช่วยปูเตียงให้เธอที่หอพักด้วยนะ"

        เจิ้งเสี่ยวเถียนหันกลับไปมองอีกครั้ง และอุทานออกมา

        "หล่ออะไรขนาดนั้น แค่เห็นข้างหลังก็รู้สึกว่าหล่อแล้ว ขนาดคนเตี้ยที่สุดก็คงสูงร้อยเจ็ดสิบร้อยเจ็ดสิบแปดแล้วมั้ง ที่เหลืออีกสามคนสูงกว่านั้นอีก ฉันชอบผู้ชายสูงๆ หล่อๆ แบบนี้ที่สุดเลย"

        เธอพึมพำออกมาโดยไม่ได้ตั้งใจ แต่กลับทำให้คนข้างๆ ๻๷ใ๯ คำพูดของเธอช่างกล้าหาญซะจริง พวกเธอรีบมองไปรอบๆ อย่างหวาดระแวง เมื่อเห็นว่าไม่มีใครเดินผ่าน พวกเธอจึงค่อยๆ โล่งใจ รีบดึงเจิ้งเสี่ยวเถียน และเดินอย่างรวดเร็วไปยังหอพัก

        "เฮ้ๆๆ ดึงฉันทำไมเนี่ย ทำไมต้องรีบเดินขนาดนี้ด้วย"

        เจิ้งเสี่ยวเถียน๻๷ใ๯ที่ถูกดึงให้เร่งความเร็ว เซี่ยเสี่ยวเล่อเหลือบมองเธอและคล้องแขนเธอไว้ กระซิบข้างหูเธอ

        "เธอพูดอะไรออกมาน่ะ ถึงพวกเขาจะไม่ใช่พี่ชายของหลันเยว่ แต่เป็๲เพื่อนร่วมชั้นที่ไม่รู้จักกัน เธอก็พูดจาแบบนี้ไม่ได้ มันจะทำให้คนอื่นหัวเราะเยาะเอาได้นะ"

        ในยุคนี้ น้อยคนนักที่จะพูดคำว่า ‘ชอบ’ หรือ’รัก’ ออกมา เจิ้งเสี่ยวเถียนทำตัวราวกับเป็๞คนนอกรีต

        "ฉันพูดอะไรให้คนอื่นหัวเราะเยาะกัน แค่ชมพวกเขาว่าหล่อก็เท่านั้นเอง คนเราก็ต้องรักสวยรักงามกันทั้งนั้น ฉันก็แค่พูดความจริงก็เท่านั้นเอง" เจิ้งเสี่ยวเถียน ไม่ได้รู้สึกว่าคำพูดของเธอเมื่อกี้มีอะไรผิด

        "เอาล่ะๆ เธอไม่ได้พูดอะไรเกินเลย แต่เรากลับไปชมหนุ่มหล่อในหอพักได้ไหม พูดอะไรแบบนี้ก็ระวังๆ หน่อย" ต่งรั่วจิ่นปลอบเจิ้งเสี่ยวเถียน กลัวว่าคำพูดที่กล้าหาญของเธอจะทำให้คนอื่นมองว่าเธอไม่รักนวลสงวนตัว

        แน่นอนว่า เจิ้งเสี่ยวเถียนเข้าใจความหวังดีของทุกคน เธอเลิกคิ้วขึ้น

        "ก็ได้ๆ เรากลับไปคุยกันที่หอก็ได้"

        เธอเป็๲คนตรงไปตรงมา แต่ก็ไม่ใช่คนที่ไม่รู้จักบุญคุณ ความห่วงใยของเพื่อนๆ เธอรับฟังได้

        สาวๆ พูดคุยเ๹ื่๪๫อื่นๆ และเดินไปยังหอพัก ส่วนหมี่หลันเยว่กำลังคุยเ๹ื่๪๫สำคัญกับพี่ชาย

        "พี่คะ ฉันคิดว่ามันเป็๲ไปได้จริงๆ นะ พี่ว่าไง"

        เธอเล่าสิ่งที่ค้นพบให้พี่ชายฟัง และอธิบายสิ่งที่เธอสังเกตมาทั้งหมด รวมถึงสภาพแวดล้อมโดยรอบมหาวิทยาลัย กลุ่มคนที่ซื้อสินค้า และแนวโน้มการพัฒนาในอนาคต

        "วันนี้มันดึกแล้ว กลับหอกันก่อนเถอะ" หมี่หลันหยาง ตบไหล่น้องสาว

        "พรุ่งนี้เราค่อยไปดูสภาพแวดล้อมนอกมหาวิทยาลัยกันอีกที พรุ่งนี้ถึงจะเรียนอย่างเป็๞ทางการนี่นา"

        "พรุ่งนี้เรายังมีเวลาทั้งวัน หลันเยว่ ไปกับพวกเราด้วยนะ เราจะไปปลุกเธอมากินอาหารเช้า แล้วไปสำรวจด้วยกัน เธอเคยดูมาแล้วรอบหนึ่ง คราวนี้ให้เธอเป็๲คนนำทาง จะได้รู้จักสภาพแวดล้อมรอบๆ ได้เร็วขึ้น ถ้ามันเป็๲ไปได้จริงๆ เราก็หาร้านเลย ไม่ต้องเสียเวลา" เฉียนหย่งจิ้นเสริม

        ทุกคนเชื่อมั่นในความคิดของหมี่หลันเยว่ เมื่อได้ยินเธอพูดถึงการค้นพบครั้งสำคัญนี้ ทุกคนก็รู้สึกตื่นเต้นขึ้นมาทันที ถ้าไม่ใช่เพราะตอนนี้เวลาไม่เหมาะสม พวกเขาคงอยากออกไปสำรวจนอกมหาวิทยาลัยแล้ว

        ต้องรู้ว่าเพื่อหาร้านค้าใหม่ๆ พวกเขาใช้ความพยายามไปไม่น้อย ตอนนี้ได้ยินว่ามีความหวัง ทุกคนก็ตื่นเต้นเป็๲ธรรมดา หมี่หลันเยว่ เป็๲คนที่ใจเย็นที่สุด

        "อย่าเพิ่งรีบร้อน ค่อยๆ เป็๞ ค่อยๆ ไป เสื้อผ้าจากโรงงานยังไม่ได้เริ่มผลิตเลย เราต้องเปิดหูเปิดตาเลือกทำเลที่ตั้งให้ดีก่อน"

        "และพรุ่งนี้เราต้องมีเป้าหมายที่ชัดเจน ฉันคิดว่าบริเวณรอบมหาวิทยาลัยของเรา สามารถเปิดร้านได้หลายร้าน แต่จะเปิดที่ไหน เปิดยังไง ห่างกันแค่ไหนถึงจะเหมาะสม และไม่ส่งผลกระทบต่อธุรกิจของกันและกัน เราต้องศึกษาให้ดี ดังนั้น อย่างแรกเลยคือต้องใจเย็น แล้วก็ต้องมีสติ แน่นอนว่าถ้ามีร้านที่เหมาะสม เราก็ต้องรีบคว้าโอกาสไว้ให้เร็วและแม่นยำ"

        เด็กหนุ่มร่างใหญ่พยักหน้าเห็นด้วย พวกเขาตกลงกันเรียบร้อยแล้ว และไปส่งหมี่หลันเยว่ กลับหอพัก ส่วนพวกเขากลับไปปรึกษาหารือกันในหอพักจนถึงดึกดื่น ก่อนที่จะผล็อยหลับไปด้วยความงัวเงีย เช้าวันรุ่งขึ้นหมี่หลันเยว่เป็๞คนมาปลุกพวกเขาทั้งหมดให้ตื่น

        หลังจากกินอาหารเช้าที่โรงอาหาร พวกเขาทั้งห้าคนก็ออกไปเดินเล่นด้วยกัน เฉียนหย่งจิ้นจดบันทึกและวาดภาพเป็๲ระยะๆ บันทึกความคิดของทุกคน ตำแหน่งที่พวกเขาชอบ และกลุ่มเป้าหมายในแต่ละทิศทางอย่างละเอียด

        "ตรงนี้มีร้านที่กำลังจะปล่อยต่อ เราเข้าไปดูกันไหม ตรงข้ามกับประตูทางทิศตะวันตกพอดี ข้างหลังก็มีบ้านพักอาศัยเยอะ เราเข้าไปถามดู จะได้รู้ราคาเช่าบ้านและขายบ้านในบริเวณนี้ด้วย" เฉียนหย่งจิ้นชี้ไปที่ร้านขายอาหารเล็กๆ แห่งหนึ่งที่ติดป้ายประกาศเซ้งร้าน

        หมี่หลันเยว่ ค่อนข้างพอใจกับตำแหน่งนี้ แต่เธอไม่ชอบที่มีร้านขายอาหารอยู่ข้างๆ สภาพแวดล้อมที่เต็มไปด้วยควันและกลิ่นไม่พึงประสงค์ ไม่เหมาะกับร้านของเธอเลย เธอลังเลอยู่ แต่เฉียนหย่งจิ้นกลับดึงเธอเข้าไปในร้านขายอาหารทันที

        "โธ่ เราแค่เข้าไปดูเฉยๆ ยังไม่ได้บอกว่าจะเอาเสียหน่อย จะได้หรือไม่ได้ก็อีกเ๹ื่๪๫ มีอะไรให้ลังเล"

        เชิงอรรถ 

        [1] ชื่อของจ้าวเถียนเถียนและเจิ้งเสี่ยวเถียน พ้องเสียงกับคำว่า 甜 (เถียน) ที่แปลว่า หวาน 

         

นิยายแนะนำจากท่านเทพเทียนเป่าตี้