ถูกข่มขู่บีบคั้น, ฉู่หยาง!
“เกิดอะไรขึ้น? เมื่อกี้พวกนายได้ยินเสียงอะไรไหม?” ใครบางคนถามขึ้นด้วยความไม่แน่ใจ
ทุกคนหยุดกิจกรรมทุกอย่างแล้วหันมามองหน้ากัน ทันใดนั้นพวกเขาก็พบว่ามีเพื่อนผู้หญิงหายไปสองคน
คนหนึ่งคือ อวี๋ซิน อีกคนคือ ฟางหยาหนาน
สีหน้าของทุกคนเปลี่ยนไปทันที “เกิดเื่แล้ว ไป!”
หลินปินและกลุ่มผู้ชายรีบผุดลุกขึ้น หลิวหยูถงก็รีบตามไปติดๆ
เมื่อครู่อวี๋ซินกับเพื่อนอีกคนขอตัวไปเข้าห้องน้ำแล้วยังไม่กลับมา ประกอบกับเสียงกรีดร้องแว่วๆ จากข้างนอก ไม่ต้องเดาก็รู้ว่าฝีมือใคร
ทว่า ทันทีที่พวกเขาเปิดประตูห้องเพื่อจะออกไปดูสถานการณ์ หน้าห้องก็มีพวกนักเลง 7-8 คนยืนดักรออยู่แล้ว
พวกมันถือไม้เบสบอลในมือ พร้อมรอยยิ้มเหี้ยมเกรียมขวางประตูไว้
นักเลงหัวทองคนหนึ่งควงไม้เบสบอลในมืออย่างยโสพลางแค่นหัวเราะ“ฉันอยากจะรู้นักว่าใครหน้าไหนจะกล้าก้าวออกไปแม้แต่ก้าวเดียว!”
หลินปินและกัวเซียงเห็นจำนวนคนและอาวุธในมือพวกมัน ฤทธิ์เหล้าที่เคยมีก็หายวับไปกับตา
กัวเซียงกลืนน้ำลายเอื้อกแล้วลองเจรจา “พี่ครับ... ผมรู้จักกับพี่เสี่ยวหู่ เขาคุมแถวนี้เหมือนกันนะ”
เพราะเพิ่งข้ามเส้นพี่เฟิงโก่วมา เขาเลยไม่กล้าอ้างชื่อนั้นอีก ได้แต่เปลี่ยนไปอ้างชื่อคนอื่นแทน
แต่คำตอบที่ได้คือการดูถูก
เ้าหัวทองเย้ยหยัน “ไม่ต้องอ้างมันหรอก หน้ามันไม่ใหญ่พอจะเคลียร์ได้หรอกว่ะ ข้าเตือนพวกแกนะ นั่งร้องเพลงของพวกแกไปเงียบๆ ใครกล้าสะเออะออกจากห้อง อย่าหาว่าข้าไม่เกรงใจ!”
ตอนนี้ทุกคนเริ่มได้ยินเสียงร้องไห้โวยวายแว่วมาจากห้องข้างๆ ยิ่งทำให้กระวนกระวายใจ
หลินปินกัดฟันกรอด กระซิบกับเพื่อนข้างๆ “ลุยมันเลย อย่าไปปอด ถ้าเรายอมตอนนี้ เราคงไม่ได้เงยหน้าอ้าปากไปตลอดชีวิตแน่!”
ในการเลี้ยงรุ่นแบบนี้ ถ้าข่าวแพร่ออกไปว่าปกป้องเพื่อนผู้หญิงในห้องไม่ได้ พวกเขาต้องถูกหัวเราะเยาะและตราหน้าไปจนตาย
สิ้นเสียงะโของหลินปิน กลุ่มนักเรียนชายก็พุ่งเข้าใส่ทันที
แต่ด้วยฤทธิ์แอลกอฮอล์ที่ทำให้การทรงตัวแย่ลง บวกกับมือเปล่าที่ไม่มีประสบการณ์การต่อสู้ เพียงครู่เดียวกลุ่มนักเรียนชายก็ถูกไม้เบสบอลหวดจนล้มกลิ้งระเนระนาด หัวร้างข้างแตก นอนร้องโอดโอยอยู่บนพื้น
ประตูห้องถูกปิดลงอย่างแรง
หัวหน้านักเลงเดินไปหยุดตรงหน้าหลินปิน มันย่อตัวลงแล้วตบหน้าเขาฉาดใหญ่“เมื่อกี้แกะโดังสุดใช่ไหม? เก่งนักเหรอแก!”
หลินปินพยายามจะยันตัวขึ้น แต่ถูกมันถีบเข้าที่ท้องจนตัวงอเป็กุ้ง
“แม่ง ให้ท้ายหน่อยทำเป็เหลิง กล้าข้ามหน้าข้ามตาพี่เฟิงโก่ว!” มันสบถพลางคว้าขวดเหล้าบนโต๊ะฟาดเปรี้ยงเข้าที่หัวหลินปิน
เพล้ง!
เสียงขวดแตกบาดหูทำเอาคนในห้องใจสั่น
หลินปินรู้สึกโลกหมุนคว้าง ภาพตรงหน้าดับวูบและสลบไปทันที เืสีแดงฉานไหลอาบหน้าผากหยดลงสู่พื้นห้อง
นักเลงคนนั้นลุกขึ้น ปัดเศษแก้วออกจากมือแล้วกวาดสายตามองคนอื่น: “ใครอยากเป็รายต่อไปก็ลองดู!”
ภาพความรุนแรงตรงหน้าทำเอาคนที่เหลือขวัญหนีดีฝ่อ
นอกจากเสียงครางของผู้ชายบนพื้น คนที่เหลือต่างถอยกรูไปรวมตัวกันที่มุมห้องด้วยตัวที่สั่นเทา
หลายคนนึกเสียใจสุดซึ้งที่ไม่ได้รีบหนีไปั้แ่ตอนแรกที่เกิดเื่กับพี่เฟิงโก่ว
หลิวหยูถงยืนกำหมัดแน่น เล็บจิกเข้าไปในฝ่ามือจนเกือบห่อเื
พวกนักเลงเริ่มทำการค้นตัว สั่งให้ทุกคนส่งมือถือมาแล้วทุบทิ้งทำลายหลักฐานจนหมด
จากนั้น สายตาพวกมันก็หันมามองกลุ่มผู้หญิงที่เหลือ
“พวกพี่น่ะถนัดถนอมบุปผานะจ๊ะ ส่งมือถือมาเองดีๆ อย่าให้ต้องลงไม้ลงมือ”
ด้วยการนำของหลิวหยูถง เพื่อนผู้หญิงคนอื่นๆ จึงจำยอมส่งมือถือให้แต่โดยดี
หัวหน้านักเลงมองหลิวหยูถงที่ยังคงรักษาสีหน้าเรียบเฉยไว้ได้ มันเลียริมฝีปากอย่างหื่นกระหาย แต่ไม่กล้าแตะต้องเธอ
เพราะพี่เฟิงโก่วสั่งกำชับไว้แล้วว่า... ผู้หญิงคนนี้เป็ "ของเขา" เท่านั้น
หลังจากส่งมือถือแล้ว หลิวหยูถงเอ่ยเสียงเรียบ “ฉันไปดูเพื่อนห้องข้างๆ ได้หรือยัง?”
หัวหน้านักเลงพยักหน้าให้ลูกน้องที่เฝ้าประตู “ตามไปคุมมันไว้”
หลิวหยูถงเดินตามนักเลงคนนั้นไปจนถึงห้อง 999 เมื่อเธอเข้าไปข้างใน ประตูก็ถูกปิดลงทันที
สภาพภายในห้อง 999 เละเทะไม่เป็ท่า
ท่ามกลางแสงไฟสลัวและควันบุหรี่คละคลุ้ง พี่เฟิงโก่วกำลังสั่งให้ลูกน้องอีกสองคนบังคับให้อวี๋ซินและฟางหยาหนานดื่มเหล้า เมื่อพวกเธอไม่ยอม เขาก็คว้าขวดเบียร์ราดใส่หน้าพวกเธอจนเปียกโชก
“อย่ามาเล่นตัวกับฉัน!”
ในจังหวะที่เขากำลังจะลงมือ หลิวหยูถงก็ก้าวเข้ามา
พี่เฟิงโก่วหยุดชะงัก พอเห็นว่าเป็หลิวหยูถง แววตาเขาก็ลุกวาว “คนสวย คิดถึงพี่จนทนไม่ไหวเหรอจ๊ะ? มานี่มา มาชนแก้วกับพี่หน่อย”
หลิวหยูถง “ปล่อยพวกเธอไป!”
“ปล่อยก็ได้ แต่เธอต้องอยู่กับพี่ที่นี่” พี่เฟิงโก่วกวาดสายตามองหลิวหยูถงอย่างโลภมาก
สิ่งที่น่าใคือ หลิวหยูถงตอบตกลงทันทีโดยไม่ลังเล “ตกลง!”
“พี่ถง!” อวี๋ซินร้องเรียกด้วยความเป็ห่วง
“พวกเธอไปซะ” หลิวหยูถงหันไปหาพี่เฟิงโก่ว “ให้พวกเธอออกไป แล้วฉันจะอยู่เล่นเป็เพื่อนพี่เอง”
พี่เฟิงโก่วย่อมไม่อยากให้มีก้างขวางคอเวลาเขา "ทำธุระ" จึงสั่งให้ลูกน้องลากตัวอวี๋ซินและฟางหยาหนานออกไป
ถึงแม้ในห้องจะเหลือเขาแค่คนเดียว แต่เขาไม่คิดว่าเด็กสาวท่าทางบอบบางอย่างหลิวหยูถงจะทำอะไรเขาได้
ทันทีที่ประตูห้องปิดลง ปัง! พี่เฟิงโก่วที่อดใจไม่ไหวก็พุ่งเข้าใส่หลิวหยูถงทันที
หลิวหยูถงตื่นตระหนก แต่เธอพยายามรวบรวมสติที่เหลืออยู่ คิดถึงจุดที่เปราะบางที่สุดของผู้ชาย
ในเสี้ยววินาทีที่พี่เฟิงโก่วโถมกายเข้าใส่พร้อมกลิ่นเหล้าหึ่ง มือของเขาเพิ่งจะแตะบ่าเธอ แววตาของหลิวหยูถงก็เปลี่ยนเป็ดุดัน
เธอรวบรวมแรงทั้งหมดแทงเข่าขึ้นไปสุดตัว... เข้าเป้าที่จุดยุทธศาสตร์ของพี่เฟิงโก่วเต็มรัก!
พี่เฟิงโก่วตัวงอเป็กุ้ง หน้าเขียวหน้าเหลืองด้วยความจุกจนบรรยายไม่ได้
หลิวหยูถงไม่รอช้า คว้าขวดเหล้าบนโต๊ะฟาดเปรี้ยงเข้าที่หัวของเขาอย่างสุดแรงเกิด!
เพล้ง!
“อ๊ากกกกก!!!”
พี่เฟิงโก่วร้องโหยหวนราวกับหมูโดนเชือด ดิ้นพราดๆ อยู่บนพื้นด้วยความเ็ป
“ฉัน... ฉันจะฆ่าแก! ใครก็ได้... เข้ามานี่!”
ลูกน้องที่เฝ้าหน้าห้องได้ยินเสียงร้องก็รีบพุ่งเข้ามา พอเห็นพี่เฟิงโก่วนอนกลิ้งอยู่บนพื้นก็พากันอึ้ง
เกิดอะไรขึ้นวะเนี่ย?
พอได้สติว่าลูกพี่โดนลอบกัด แววตาของพวกมันก็เปลี่ยนเป็เหี้ยมเกรียม เดินดาหน้าเข้าหาหลิวหยูถงทีละก้าว
หลิวหยูถงรู้ตัวดีว่าคราวนี้คงหนีไม่พ้นแน่ เธอรีบคว้าขวดเหล้ามาสองใบ ฟาดกับขอบโต๊ะจนแตกกระจายเศษแก้วปลิวว่อน
เธอกำคอขวดที่เหลือส่วนแหลมคมไว้แน่น ชูขึ้นขวางหน้าแล้วะโลั่น “เข้ามาสิ! ใครกล้าเข้ามาลองดู!”
แววตาที่เด็ดเดี่ยวและบ้าดีเดือดของเด็กสาวทำเอาพวกนักเลงที่กร่างมาตลอดถึงกับชะงักฝีเท้าโดยไม่รู้ตัว พวกมันนึกไม่ถึงว่ายัยเด็กคนนี้จะ "ใจถึง" ขนาดนี้
แต่ความลังเลนั้นเกิดขึ้นเพียงชั่วครู่ พวกมันก็เริ่มบีบวงล้อมเข้ามาอีกครั้ง
เมื่อเหลือระยะเพียงสามก้าว…
นักเลงคนหนึ่งพุ่งเข้าใส่ หวังจะแย่งเศษขวดในมือเธอ
หลิวหยูถงเบี่ยงตัวหลบแล้วตวัดเศษแก้วกรีดเข้าที่แขนมันอย่างแรง ฉึก! เืพุ่งกระฉูดทันที
มันร้องลั่นด้วยความเ็ปแล้วรีบถอยกรูออกไป
พี่เฟิงโก่วที่ยังกุมเป้าอยู่ะโสั่งการด้วยความแค้น “ไอ้พวกขยะ! ลุยเข้าไปพร้อมกัน ฆ่านังนี่ซะ!”
เมื่อโดนคำสั่ง ลูกน้องทั้งสองก็ไม่ลังเลอีกต่อไป พุ่งเข้าใส่เธอพร้อมกันจากสองทิศทาง
ในขณะเดียวกัน…
ที่โถงทางเดินด้านนอก ชายหนุ่มในชุดสูทสีดำ ผมสั้นเกรียน ร่างกายบึกบึนกำลังเดินมาพร้อมสวมหูฟัง
ข้างๆ เขาคือผู้หญิงวัยสามสิบกว่าๆ ซึ่งเป็หัวหน้าพนักงานของที่นี่
เธอกำลังแนะนำงานให้เขาฟัง “หน้าที่ของนายคือเดินตรวจตราทั้งชั้นบนชั้นล่าง ดูแลไม่ให้แขกทะเลาะกัน ถ้ามีเื่ต้องรีบระงับเหตุทันที”
“ค่าจ้างเดือนละ 2,500 หยวน ตกลงไหม?”
ชายหนุ่มพยักหน้า “ตกลงครับ”
ชายคนนี้ชื่อ ฉู่หยาง เพิ่งปลดประจำการจากการเป็ทหารได้ไม่นาน วันนี้คือวันทำงานวันแรกของเขาในฐานะ "รปภ." ของ KTV แห่งนี้
งานนี้เพื่อนร่วมหมู่บ้านแนะนำมาให้ แม้เงินเดือนจะไม่สูงนักแต่มันก็ถือว่าดีมากสำหรับอำเภอเล็กๆ แห่งนี้
ที่เขาเลือกทำงานนี้ เพราะ้าดูแล ฉู่เยว่ น้องสาวที่กำลังจะขึ้นชั้น ม.6 ของเขา
ขณะที่คุยกัน ทั้งคู่ก็เดินมาถึงหน้าห้อง 999 ที่อยู่ด้านในสุด
ฉู่หยางหยุดกะทันหัน หูของเขาที่ผ่านการฝึกมาอย่างดีได้ยินเสียงข้าวของแตกพังดังมาจากข้างในห้อง เขาจึงเดินตรงไปที่ประตูทันที
ในฐานะพนักงานใหม่ และด้วยอุดมการณ์ความยุติธรรมที่ถูกปลูกฝังมาจากกองทัพ เขาไม่มีทางนิ่งเฉยต่อเหตุทะเลาะวิวาทแน่นอน
ทว่า เขากลับถูกหัวหน้าพนักงานดึงแขนไว้
เธอพยายามดันตัวเขาออกไป “กลับไป! อย่าไปยุ่งเื่ของคนอื่น”
ฉู่หยางชี้ไปที่ห้อง “แต่ข้างในนั้น...”
“ข้างในนั้นคือคนเ้านายเลี่ยงไม่ได้ นั่นคือพี่เฟิงโก่ว ลูกน้องของหนิวเปิน! KTV นี้ก็เป็ของลูกพี่หนิว นายอย่าหาเื่ใส่ตัวเลย ถือว่าฉันขอ!” หัวหน้าพนักงานเตือนด้วยความหวังดี
แต่ฉู่หยางกลับไม่ฟัง เพราะนอกจากเสียงข้าวของพัง เขายังได้ยินเสียงผู้หญิงร้องด้วยความใ
สัญชาตญาณความถูกต้องพุ่งปรี๊ดขึ้นสมอง เขาไม่สนใจคำทัดทาน สะบัดตัวจากการเหนี่ยวรั้งแล้วพุ่งพังประตูเข้าไปในห้องทันที!
