พอมาถึงที่พัก ยังไม่ทันได้ต้มยา ก็มีคนมาเคาะประตู ทุกคนต่างใ
“ข้าไปเปิดประตูเอง พวกเ้าหลบไปก่อน”
หม่านสือชีเปิดประตูออก เห็นทหารม้าจากวังหลวงยืนอยู่หน้าประตู ข้างกายมีบ่าวรับใช้ชราสวมชุดผ้าลินินสีขาว
“คุณชายเฉาอยู่หรือไม่?”
“อ๊ะ! เขาเมาค้าง ยังไม่ตื่นขอรับ”
ิหยวนที่อยู่ในห้องได้ยินเสียงดัง จึงรีบควานหาขวดสุรา ก่อนจะเปิดม่านเตียงออก แล้วสาดสุราใส่เฉาอู๋จิ่ว ทั้งยังราดไปที่คอเสื้อของอีกฝ่าย
“ปลุกเขา!”
“ขออภัยด้วยขอรับ ข้าปลุกเขาไม่ไหวจริงๆ ข้าพยายามปลุกเขามาหนึ่งชั่วยามแล้ว อีกไม่นานจะถึงเวลาเรียนที่สำนักศึกษาแล้ว ข้าเป็ห่วงแทบแย่”
“เ้าเป็ใคร?”
“ข้านามว่าหม่านหรง เป็สหายร่วมสำนักศึกษาของคุณชายเฉา พวกข้าเช่าที่พักอยู่ด้วยกันขอรับ”
ทหารม้าขมวดคิ้ว “พาข้าไปหาเขา”
“เชิญๆ ขอรับ” หม่านสือชีเดินนำหน้าไปพลางภาวนาในใจ หวังว่าิเยี่ยกับน้องชายจะรู้ตัว
พอเปิดประตูห้อง กลิ่นสุราก็โชยออกมาจนฉุน เฉาอู๋จิ่วนอนหลับไม่ได้สติอยู่บนเตียง
“แค่กๆ! เขาดื่มไปมากเพียงใด เป็ถึงบัณฑิต แต่กลับประพฤติตัวเหลวไหลเยี่ยงนี้!”
“ใช่แล้วๆ เมื่อคืนข้าเป็คนรินสุราให้เขาเอง” หม่านสือชีถอนหายใจ ก่อนจะแสร้งทำเป็สูดดมกลิ่นสุรา “เขาไม่รู้ว่าสุราเฝิงจิ่วจากทางเหนือแรงเพียงใด ถึงได้เมาไม่ได้สติเช่นนี้”
“สุราเฝิงจิ่วแรงขนาดนั้นเลยหรือ?” ดูเหมือนอีกฝ่ายจะไม่เชื่อ
“เป็ความผิดของข้าเอง” หยางจวินเดินออกมาจากห้องด้านในพร้อมกับรอยยิ้ม “เมื่อวานข้าชนะการประลองที่สำนักศึกษาหลวง จึงดีใจ เลยชวนพวกเขาดื่มสุราฉลอง ไม่คิดว่าจะเมาหนักถึงเพียงนี้”
คนที่ทำงานอยู่ในเมืองหลวงล้วนรู้จักเขา ทหารม้าจึงรีบคารวะ “ท่านป๋อน้อยก็อยู่ที่นี่หรือขอรับ”
“ข้าเจอสุรารสเลิศ จึงเผลอตัวไปหน่อย” หยางจวินกล่าวพลางส่งยิ้ม “สือชี ไปดูสิว่ายังมีสุราเหลือหรือไม่ นำมาให้พวกพี่ชายสักไหสองไหแก้เหนื่อยเพลียสักหน่อย”
หม่านสือชีผู้นี้ ยามใดที่ทำตัวซื่อบื้อก็ดูซื่อบื้อจริงๆ แต่พอฉลาดขึ้นมาก็ดูมีไหวพริบไม่น้อย เขาจึงรีบไปที่ห้องเก็บสุรา ก่อนจะหยิบสุราสองไหออกมา แล้วยัดใส่มือทหารม้า “ยังมีๆ ท่านนำกลับไปลองชิมดู พวกข้าเป็แค่บัณฑิต มิสู้ฤทธิ์สุรา ท่านเป็ถึงทหารกล้า ย่อมต้องดื่มเก่งพันจอกไม่เมา”
“ไหนเลยจะเก่งกาจเพียงนั้น” อีกฝ่ายรับสุรามา เหลือบมองเล็กน้อย สุราพวกนี้ราคาไหละหนึ่งตำลึงทอง ปกติพวกเขาไม่มีปัญญาซื้อดื่มแน่นอน ท่านป๋อน้อยให้เกียรติถึงเพียงนี้ พวกเขาย่อมต้องรับไว้ “ขอบพระคุณท่านป๋อน้อยที่มอบสุราชั้นดีให้ เช่นนั้นรบกวนท่านช่วยปลุกเขาด้วย เซี่ยไท่ฟู่มีรับสั่ง ให้เขาเข้าเฝ้าที่วังหลวงในวันพรุ่งนี้”
“ตกลง ท่านพอจะทราบหรือไม่ว่าเกิดเื่อันใดขึ้น?”
บ่าวรับใช้ชราที่ยืนเงียบอยู่ด้านหลัง จู่ๆ ก็คุกเข่าลงต่อหน้าเฉาอู๋จิ่ว แล้วร้องไห้โฮออกมา “คุณชาย! คุณชายใหญ่จากไปแล้ว!!!”
บ่าวรับใช้ชราหยิบจดหมายและเข็มขัดไว้ทุกข์ออกมา ก่อนจะหมดสติล้มลงไป โชคดีที่ิหยวนเข้าไปช่วยเหลือไว้ทัน แล้วพาไปพักผ่อน หลายชายสายตรงของเฉินหลิวอ๋อง ญาติผู้พี่ของเฉาอู๋จิ่ว ป่วยกระเสาะกระแสะมานาน ทุกคนต่างก็คุ้นเคยดี แต่ไม่กี่เดือนก่อนอาการกลับทรุดหนัก อาเจียน ท้องร่วง ร่างกายอ่อนแอ ลุกจากเตียงไม่ได้ เชิญหมอมาจากที่ต่างๆ มารักษา แต่ก็ไม่หาย สุดท้ายจึงสิ้นใจ เฉินหลิวอ๋องส่งคนรับใช้เดินทางไปแจ้งข่าวที่เมืองหลวง ทั้งโดยสารเรือและเปลี่ยนเป็รถม้า แล้วเปลี่ยนจากรถม้าเป็ม้า ในที่สุดก็มาถึง ตระกูลเฉามีเพียงเฉาอู๋จิ่วที่อาศัยอยู่ในเมืองหลวง ตามธรรมเนียมแล้วควรจะแจ้งข่าวให้เขาทราบก่อน เพื่อให้เขานำสาส์นของเฉินหลิวอ๋องเข้าเฝ้าฮ่องเต้ จากนั้นจึงจัดพิธีศพตามธรรมเนียม แต่พอบ่าวรับใช้มาถึงเมืองหลวง พ่อบ้านตระกูลเซี่ยกลับมารออยู่ที่นั่น ก่อนจะพาเขาไปพบเซี่ยไท่ฟู่ จากนั้นจึงส่งทหารม้ามาตามเฉาอู๋จิ่ว
“นี่... แล้วเช่นนี้จะทำอย่างไรดี?” หม่านสือชีมองใบหน้าซีดเผือดของเฉาอู๋จิ่ว “สภาพเช่นนี้ จะเข้าวังหลวงได้อย่างไร?”
แต่ิหยวนไม่ได้สนใจสิ่งที่อีกฝ่ายพูด เขานั่งเหม่ออยู่ข้างเตียง “ที่แท้ก็เป็เช่นนี้นี่เอง...”
“อะไรเป็เช่นไร?”
ิหยวนไม่ได้ตอบ หยางจวินที่เพิ่งส่งทหารม้าออกไปจึงตอบแทน “เขาบอกว่าไม่แปลกใจเลยที่เฉาอู๋จิ่วถูกลอบสังหาร เพราะหลังจากที่หลานชายของเฉินหลิวอ๋องสิ้นใจ เฉาอู๋จิ่วก็จะได้สืบทอดตำแหน่งเฉินหลิวอ๋องอย่างแน่นอน หากเฉาอู๋จิ่วตาย ตระกูลเฉาก็จะไร้ทายาทสืบสกุล พวกเขาจะไม่เคียดแค้นได้อย่างไร? มีการเล่าลือกันไปทั่ว ชาวบ้านต่างก็ไม่พอใจ จะไม่ให้มีคนนินทาลับหลังได้อย่างไร?”
“แต่ข่าวนี้เพิ่งมาถึงเมืองหลวงวันนี้”
“ไม่จำเป็ต้องถาม พวกเขารู้เื่นี้มานานแล้ว ไม่เช่นนั้นท่านแม่ทัพเซี่ยจะส่งคนมาบอกข้าล่วงหน้าได้อย่างไร?”
หม่านสือชียังคงสงสัย หยางจวินโบกมือ เพราะรู้ว่าอีกฝ่าย้าจะถามอะไร “ใช่แล้ว คนรับใช้เดินทางมาถึงเมืองหลวงเร็วกว่าจดหมาย แสดงว่าพวกเขารู้เื่นี้มาก่อน หรือไม่ก็อาจเป็ไปได้ว่าหลานชายเฉินหลิวอ๋องถูกฆ่าตาย”
ระหว่างที่พวกเขากำลังคุยกัน ิหยวนก็ปลุกเฉาอู๋จิ่วตื่น
เฉาอู๋จิ่วใมากเมื่อได้ยินข่าวร้าย เขารู้ได้ทันทีว่าเกิดเื่อันใดขึ้น จึงเงียบไปครู่หนึ่ง “พรุ่งนี้ข้าจำต้องเข้าวัง ทั้งคนที่้าฆ่าข้าและคนที่้าช่วยเหลือข้าต่างก็กำลังรอดูผลลัพธ์ ย่อมต้องมีคนวางแผนบางอย่างเอาไว้ หากข้าไม่ไป ข่าวลือต่างๆ ก็จะแพร่สะพัด ต่อให้ข้าต้องตาย ข้าก็จะไม่ปล่อยให้ฆาตกรทำได้สำเร็จตามแผน”
“เ้ารู้หรือไม่ว่าชีวิตของเ้า หยวนเก้อเอ๋อร์เป็ผู้่ชิงกลับมาจากมือยมบาล เ้าจะไปได้อย่างไร!”
“สือชี” เฉาอู๋จิ่วเอ่ยเสียงต่ำ หม่านสือชีจึงเงียบลง ก่อนจะเดินไปนั่งคุกเข่าอยู่บนพื้นโดยไม่ปริปาก เฉาอู๋จิ่วหันมามองิหยวน “ขอบใจไจ้เฉินที่ช่วยชีวิตข้า ข้าขอร้อง ช่วยข้าอีกครั้งได้หรือไม่ วันรุ่งขึ้นข้าต้องเข้าวังให้ได้ พอจะมีหนทางใดหรือไม่?”
ิหยวนขมวดคิ้วพลางเดินไปเดินมาอยู่ข้างเตียง “พอจะมีวิธี ตำรับยาโบราณ ข้าจะลองปรุงยาให้ เ้ากินวันละสามครั้ง ใช้เข็มทองฝังเข็ม อย่างน้อยก็ทำให้เ้ามีแรงอยู่ได้สักสามชั่วยาม แต่แผลจะเจ็บมาก เ้าต้องอดทน อีกทั้งหลังจากกินยาตัวนี้แล้ว ต่อจากนี้จะมีผลข้างเคียงหรือไม่นั้น ข้าไม่ทราบ ข้าตระหนักดีว่าเื่นี้เื่ใหญ่ ข้าไม่กล้าออกความเห็น เ้าต้องตัดสินใจด้วยตนเอง”
เฉาอู๋จิ่วพยักหน้า ก่อนจะกล่าวขอบคุณด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ “ขอบใจไจ้เฉิน เช่นนั้นรบกวนเ้าปรุงยาให้ข้าด้วย”
หม่านสือชีไม่ได้หันกลับมา แต่ก็กอดดาบไว้แน่นพลางบ่นพึมพำ “ข้าไปเป็เพื่อนเ้าก็ได้ เผื่อว่าคนพวกนั้นเห็นว่าเ้ายังไม่ตาย จะเข้ามาซ้ำอีก”
เฉาอู๋จิ่วรู้ดีว่าหม่านสือชีเป็ห่วงเขา จึงได้แต่ยิ้มออกมา ก่อนจะยกมือขึ้นลูบผมอีกฝ่ายเบาๆ “ตกลง ท่านแม่ทัพหม่าน ฝากด้วย”
ิหยวนนั่งเขียนตำรับยาอยู่ที่โต๊ะ หยางจวินเดินมาหยุดอยู่ข้างกาย
ิหยวนเงยหน้ามองหยางจวินด้วยความรำคาญ เพราะเงาของอีกฝ่ายบังแสงไฟ
“เ้าดูนี่สิ” หยางจวินพูดเสียงเบา พยายามไม่ให้ทางนั้นได้ยิน ก่อนจะหยิบผ้าสีขาวผืนเล็กๆ ออกมาจากแขนเสื้อ แกะออกดูเป็เส้นใยป่าน
“นี่มัน...” ิหยวนรู้สึกคุ้นเคย จึงหยิบมันขึ้นมาพิจารณาดูอย่างละเอียด
“เ้าก็รู้ บรรพบุรุษของข้ามาจากเมืองชิงโจว บ้านเกิดของข้าปลูกป่านชนิดหนึ่ง มีความเหนียวและแข็งแรงมาก มักใช้ทำแส้”
ทันใดนั้นิหยวนก็นึกออก “มือสังหารวันนั้น!”
เขานึกขึ้นได้ว่า วันที่ไปเที่ยวงานเทศกาลโคมไฟ ซื่อจื่อจ้าวอ๋องพาฝ่าาออกไปท่องชม แล้วถูกลอบปลงพระชนม์ หนึ่งในมือสังหารใช้แส้เป็อาวุธ
“เหมือนกันหรือ?”
“ข้ายืนยันได้ว่าเป็วัสดุชนิดเดียวกัน” หยางจวินพูดเสียงเบา เหมือนกำลังปรึกษาเื่ตำรับยากับิหยวน “วันนั้นข้าปะทะกับเขา ถูกแส้ของเขาฟาด เส้นใยป่านพวกนี้ติดอยู่บนตัวข้า”
ิหยวนเบิกตากว้าง เขารู้ตัวว่ากำลังเข้าไปพัวพันกับเื่บางอย่างที่ไม่ควรเข้าไปยุ่งเกี่ยว
-----
