หลังจากอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จเรียบร้อยใน่เย็น วิคเตอร์เดินเข้าไปหาคนเป็พ่อที่ห้องทำงาน
“แด๊ดดี้ฮับ”
“ครับ วิคอยากรู้เื่อะไร ?” เอริคถามพร้อมปิดแฟ้มเอกสารในมือก่อนเงยหน้าขึ้นมองลูกชายคนโต
“หมาป่าฮับ วิคอยากรู้ว่าทำไมเขาถึงไม่เข้ามาในอาณาเขตของเพอร์บีละฮับ แด๊ดดี้หวงพื้นที่เหรอ ?”
วิคเตอร์ถามคนเป็พ่อด้วยความสงสัย ก่อนจะเดินไปนั่งตักแกร่งด้วยความเคยชิน ถ้าบอกว่าพ่อของแจสเปอร์กลัวอันตรายจากการเล่นน้ำก็ไม่น่าใช่ เพราะอีกฝ่ายว่ายน้ำเก่งมาก เก่งกว่าเขาเสียอีก
“หึ แด๊ดจะหวงทำไม ?”
เอริคมองลูกชายด้วยความเอ็นดูกับคำถามนั้น แม้ว่าลูกชายจะเฉลียวฉลาดแต่ก็ยังเป็เด็กน้อยที่ไม่ประสา
“ก็เพื่อนใหม่ของวิคเป็ลูกหมาป่า วันนี้เราไปเล่นน้ำตกด้วยกันมา แต่เขากลัวโดนพ่อดุมากเลยถ้าต้องข้ามมาเขตเรา”
“วิครู้เื่ตำนานของแวมไพร์กับมนุษย์หมาป่าไหม ?”
เอริคถามลูกชายด้วยน้ำเสียงนุ่มทุ้ม มันเป็เพียงตำนานที่เล่าขานกันมาอย่างยาวนานกว่าสามพันปี
แท้จริงแล้วไม่มีใครอาจล่วงรู้ถึงความบาดหมางในคราแรกแม้แต่ตัวเขาเอง แรกเริ่มเดิมเป็เพียงการแย่งพื้นที่การครองอาณาเขตและอาหาร แต่ต่อมามีการแบ่งแยกชนชั้นกันเกิดขึ้นนั่นอาจเป็ผลทำให้ทั้งสองเผ่าพันธุ์ไม่อาจอยู่ร่วมกันได้
“ก็พอรู้ฮับ เราไม่ถูกกันใช่ไหม ?”
วิคเตอร์รับรู้ได้ถึงความอ่อนโยนนั้น เด็กน้อยพยักหน้าหงึก ๆ พอจะรับรู้อยู่บ้างถึงแม้ว่าจะไม่ได้รับรู้ทั้งหมด
“จะพูดอย่างนั้นก็คงใช่ แต่เมื่อครั้งอดีตพ่อกับวิลสัน มอร์แกน ซึ่งเป็ผู้นำในยุคนั้นได้ตกลงทำสัญญาเป็พันธมิตรกัน ดังนั้นลูกเล่นกับเพื่อนคนนั้นได้ครับ”
“ดีจังนะฮับ แต่ดูเหมือนพ่อแม่ของเขาจะไม่อยากให้มาเล่นเลย”
วิคเตอร์ยู่หน้านิด ๆ เมื่อนึกถึงั์ตาที่สั่นไหวของแจสเปอร์ตอนถูกพ่อแม่เรียกหา
“แล้ววิคอยากเล่นกับเขาไหมละ ?”
“อยากเล่นสิฮับ” วิคเตอร์เอียงหัวให้คนเป็พ่อใช้มือหนาลูบผมเล่นอย่างสบายใจ
เช้าวันต่อมาวิคเตอร์ก็ไปรอเจอเพื่อนหมาป่าตรงบริเวณชายป่าข้างน้ำตกที่ได้เจอกันเมื่อวาน แต่รอเท่าไหร่แจสเปอร์ก็ไม่มาเสียที เขาจึงอำพรางกายและจิตก่อนจะเดินไปยังทิศทางที่คาดว่าจะเป็ที่อยู่ของมนุษย์หมาป่า (ซึ่งเป็ความสามารถพิเศษที่เขามีเหมือนคนเป็พ่อ)
“เจอแล้ว”
วิคเตอร์แอบมองแจสเปอร์นั่งทานขนมอยู่หน้าบ้านหลังใหญ่สักครู่หนึ่ง ก่อนจะหยิบก้อนหินขนาดพอดีมือขึ้นมาหนึ่งก้อนโยนไปที่พื้นตรงหน้าอีกฝ่าย แต่ดูเหมือนยังไม่เป็ที่สนใจมากพอเขาจึงโยนไปอีกหลาย ๆ ก้อน จนตอนนี้มันเต็มพื้นไปหมด
แจสเปอร์มองก้อนหินตรงหน้าอย่างสงสัย มันลอยมาจากที่ไหนกัน เขาลุกขึ้นไปหยิบมันโยนกลับพื้นดิน แต่มันก็มีลูกใหม่โยนมาอีก เขาเลยเขวี้ยงมันกลับไปทางเดิมแทน
วิคเตอร์ที่โดนปาหินใส่ยืนยกยิ้มอย่างอารมณ์ดีก่อนจะเดินเข้าไปใกล้อีกฝ่ายมากขึ้น
“แจสเปอร์ ฉันรออยู่ที่น้ำตก”
“ห๊ะ ! น้ำตกเหรอ ?”
แจสเปอร์รีบหันไปยังทิศทางของเสียงอย่างไว ทำให้แก้มของเขาเหมือนัักับอะไรบางอย่างในอากาศ
“วิคเตอร์ ?”
แจสเปอร์รู้ได้ทันทีว่าเ้าของเสียงนั้นคือใคร ััเมื่อครู่เหมือนเขาจะได้กลิ่นหอมของฟีโรโมนช็อกโกแลตติดอยู่ตรงแก้ม
“แม่ฮับ แจสขอไปวิ่งเล่นในป่าได้ไหม ?”
ลูกหมาป่าตัวน้อยรีบวิ่งเข้าไปหาคุณแม่ในห้องครัวด้วยท่าทีที่สดใส
“ได้ครับแต่ลูกห้ามไปไกลเหมือนเมื่อวานนะ ไม่อย่างนั้นแม่จะกักบริเวณ”
“ฮับ”
“อย่ากลับเย็นมากละ เอาข้าวกับขนมไปด้วยเผื่อลูกหิวจะได้ทาน”
คนเป็แม่หยิบอาหารและขนมที่เพิ่งทำเสร็จใส่กล่องก่อนจะใส่กระเป๋าเป้ให้ลูกน้อย
“ขอบคุณฮับ คุณแม่น่ารักที่สุดเลย จุ๊บ ๆ”
แจสเปอร์ยืนนิ่ง ๆ ให้แม่สะพายเป้ให้พร้อมเอ่ยขอบคุณและจุ๊บแก้มแม่เบาๆ
“อ้อนเก่งจริง ๆ”
คนเป็แม่ขยี้ผมสีเงินเล่นเบา ๆ เด็กน้อยส่งเสียงหัวเราะคิกคักก่อนจะวิ่งออกจากบ้านไป
แจสเปอร์วิ่งมาถึงน้ำตกแต่กลับไม่พบวิคเตอร์แม้แต่เงา หรือเขาจะหูแว่วไปเอง
“วิคเตอร์ฉันมาแล้ว นายอยู่ไหน ?”
หลังจากที่มองหาอยู่หลายนาที แจสเปอร์จึงลองเรียกชื่อของอีกฝ่าย
“ฉันอยู่นี่ !!!”
ส่วนวิคเตอร์ที่แอบอยู่ปรากฏกายในระยะประชิดเพื่อแกล้งให้อีกฝ่ายใเล่น
“อุ้ย !”
แจสเปอร์ผงะถอยหลังไปสองสามก้าวก่อนสะดุดก้อนหินล้มก้นจ้ำเบ้าลงกับพื้นหญ้า ใบหน้าบึ้งตึงนิด ๆ เพราะเจ็บสะโพก แต่ก็ยอมจับมือของวิคเตอร์เพื่อลุกขึ้นยืน
“เจ็บมากไหม ?”
วิคเตอร์ถามพร้อมมองมือเล็กที่ลูบสะโพกป้อยๆอย่างน่าเอ็นดู เขาเอามือไปช่วยลูบเบา ๆ พร้อมปล่อยฟีโรโมนปลอบประโลมออกมา
“ดีขึ้นแล้ว”
วิคเตอร์พยักใบหน้าขึ้นลงเบา ๆ รู้สึกดีเมื่อได้เห็นรอยยิ้มสดใสของแจสเปอร์
จากนั้นทั้งคู่ก็เล่นน้ำตกะโหน้าผาเล่นกันจนถึงบ่ายก่อนจะมานั่งเล่นกันที่โขดหิน
“นายกินไหมวิคเตอร์ นายกินได้รึเปล่า ?”
แจสเปอร์เอ่ยชวนด้วยน้ำเสียงที่ไม่มั่นใจในขณะเอาข้าวกล่องและขนมออกจากกระเป๋าเป้
“ได้สิ เรากินอาหารมนุษย์ได้” วิคเตอร์พยักหน้ารับเบาๆ
“อะ แบ่งกัน”
แจสเปอร์แบ่งของกินยื่นให้กับวิคเตอร์ในปริมาณเท่าๆ กันพร้อมฉีกยิ้มกว้าง
“ขอบคุณ”
วิคเตอร์เอ่ยขอบคุณในขณะที่สายตายังคงจับจ้องไปยังรอยยิ้มของอีกฝ่าย
“อร่อยไหม ?”
แจสเปอร์มองวิคเตอร์ที่ตักข้าวเข้าปากคำแรกด้วยหัวใจที่เต้นระรัว พร้อมสายตาวิ้ง ๆ ลุ้นจนตัวโก่ง ซึ่งการกระทำทั้งหมดนั้นทำให้วิคเตอร์คลี่ยิ้มออกมาโดยง่าย ทั้งที่ปกติเขาไม่ค่อยยิ้มให้ใครโดยเฉพาะคนที่เพิ่งรู้จักได้ไม่นาน
“อือ อร่อยมากเลย วันหลังเอามาเผื่อเราอีกได้ไหม ?”
“ได้สิ เดี๋ยวเราจะเอามาเผื่อเยอะ ๆ เลย แม่เราทำอาหารอร่อยมาก”
แจสเปอร์ฉีกยิ้มกว้างอีกครั้งเมื่อได้รับคำตอบ เขารู้สึกดีใจที่อีกฝ่ายชอบอาหารของแม่
หลังจากนั่งทานข้าวและขนมกันจนอิ่มทั้งคู่ก็มานอนเล่นดูท้องฟ้าฟังเสียงนกร้องด้วยกัน เวลาผ่านไปเพียงไม่นานเสียงพูดคุยเล็ก ๆ ของคนข้างกายเริ่มแ่เบา พอวิคเตอร์หันไปดูปรากฏว่าแจสเปอร์นั้นหลับไปแล้ว ั์ตาสีฟ้าสดมองดูเส้นผมที่ปลิวไสวไปตามแรงลมอย่างสบายใจ
“วิคเตอร์ทำไมตัวลูกถึงได้มีกลิ่นหมาป่า ?”
คิ้วสวยของดาร์เรลขมวดแทบชนกันเมื่อได้กลิ่นสาบของสัตว์มาจากตัวของลูกชาย
“เพื่อนวิคเองฮับคุณแม่ ชื่อแจสเปอร์ ตาสีเขียวน่ารักมาก วิคชอบเขา” วิคเตอร์บอกคนเป็แม่ด้วยรอยยิ้มกว้าง
“ครับ ลูกไปอาบน้ำก่อนแล้วลงมาหาแม่ที่ห้องนั่งเล่นนะ”
“ฮับ”
ดาร์เรลมองลูกชายตัวน้อยที่กำลังเดินขึ้นห้องของตัวเองด้วยความหนักใจ
ผ่านไปประมาณครึ่งชั่วโมงวิคเตอร์ก็เดินลงมาด้วยเสื้อผ้าชุดใหม่และไม่มีกลิ่นหมาป่าติดกาย
“วิคเตอร์มาแล้วฮับคุณแม่”
ดาร์เรลยกยิ้มให้ลูกน้อยอย่างอ่อนโยน ก่อนจะดึงลูกมากอดไว้แล้วลูบแผ่นหลังเล็ก ๆ ไปมา
“แม่เป็อะไรฮับ ?”
วิคเตอร์ถามขึ้นเมื่อเห็นว่าแม่ของตนนั้นมีท่าทีที่เปลี่ยนไป ั์ตาสีฟ้าเหมือนกันกับเขาฉายชัดถึงความกังวล
“ถ้าแม่จะขอให้ลูกไม่ไปเล่นกับเขาได้ไหม วิคไม่ไปเจอเขาอีกได้ไหมลูก ?”
“ทำไมละฮับ ทำไมจะเล่นด้วยกันไม่ได้ คุณพ่อบอกว่าเราเป็มิตรกัน ?”
“แต่แม่ไม่อยากให้ลูกไปเล่นกับเขา”
“เหตุผลละฮับ คุณแม่บอกวิคได้ไหม ?”
เด็กน้อยมองคนเป็แม่ด้วยความสงสัย ถึงแม้อายุเขาจะยังน้อยแต่วิคเตอร์มีความคิดและวุฒิภาวะที่มากกว่านั้น
“ลูกโตขึ้นแม่จะเล่าทุกอย่างให้ฟัง”
“แล้วทำไมเมียนถึงไปเล่นกับหมีสีน้ำตาลได้ละฮับ ?” วิคเตอร์ถามด้วยความไม่เข้าใจ
“วิคครับ แม่ขอร้อง”
“อือ ก็ได้ฮับ”
เด็กน้อยพยักหน้ารับเบา ๆ เมื่อเห็นสีหน้าผู้เป็แม่ไม่สู้ดี ั์ตาคู่สวยเอ่อคลอไปด้วยหยาดน้ำสีใส เขากอดคุณแม่เอาไว้ใช้มือเล็ก ๆ ลูบแผ่นหลังบางอย่างปลอบโยน
วิคเตอร์รู้ดีว่าคนเป็แม่มีเหตุผลเสมอแต่เขาไม่รู้ว่าเหตุผลนั้นคืออะไร หลังจากคุยกับคุณแม่เรียบร้อยเขาก็ตรงไปหาคุณลุงทั้งสอง ในเมื่อแม่ไม่บอกเขาจึงต้องหาคำตอบด้วยตัวเอง
“คุณลุงแลนโซฮับ วันนี้วิคไปเล่นกับเพื่อนใหม่มา เขาเป็ลูกมนุษย์หมาป่า”
“ครับ”
“คุณแม่สั่งห้ามไม่ให้วิคไปเจอเพื่อนคนนั้นอีก คุณลุงรู้ไหมว่าเพราะอะไร ?”
“ลุงว่านายน้อยไปถามนายท่านดีกว่านะครับ”
“แสดงว่าคุณลุงรู้สินะฮับ”
แลนโซไม่อยากพูดโกหกเขาจึงพยักหน้ารับเบา ๆ ไม่มีใครลืมเหตุการณในวันนั้นได้โดยเฉพาะดาร์เรล เขาได้แต่มองนายน้อยที่เดินขึ้นชั้นบนไปหานายท่านด้วยความสงสารเพราะดูเหมือนจะชอบเพื่อนคนนั้นเอามาก ๆ แต่เขาก็เข้าใจเหตุผลของนายหญิงเช่นกัน เพราะไม่มีใครยินดีให้ลูกคบหากับคนที่ฆ่าพ่อและพี่ชายของตัวเองหรอก
“แด๊ดดี้ฮับ วิคมีเื่จะถาม”
“เื่เผ่าพันธุ์มนุษย์หมาป่าใช่ไหม ?”
“ฮับ วิคเตอร์แค่อยากมีเพื่อน เขาน่ารักมากจริง ๆ ฮับแด๊ด ั์ตาสีเขียวประกายทองเหมือนที่วิคฝันเห็นทุกคืนเลยฮับ ดวงตาของแจสเปอร์สวยมาก ๆ”
“แม่สั่งห้ามลูกเหรอ ?”
เอริคมองลูกชายก่อนคลี่ยิ้มออกมาบาง ๆ แสดงว่าเมื่อวานเ้าตัวแสบไม่ได้เล่าให้เขาฟังทั้งหมด และเขารู้เหตุผลด้วยว่าทำไมวิคเตอร์ถึงได้ชอบเพื่อนคนนี้มากนัก
“ฮับ” เด็กน้อยบอกเสียงเศร้า ใบหน้าหม่นหมองลงอย่างเห็นได้ชัด เอริคลูบศีรษะของลูกชายเบา ๆ ด้วยความเอ็นดู
“แด๊ดดี้ฮับเล่าให้วิคฟังหน่อยได้ไหม คุณลุงแลนโซก็ไม่ยอมพูด วิคอยากรู้เหตุผล”
“ได้สิ เดี๋ยวแด๊ดจะเล่าให้ฟัง”
“ฮับ”
“สิ่งแรกที่วิคเตอร์ต้องทำความเข้าใจก่อนคือมีมนุษย์บางกลุ่มที่ตั้งตนเป็นักล่าปีศาจ สืบทอดกันมาั้แ่บรรพบุรุษ พวกมันไล่ล่าทุกอย่างที่เป็ุ์รวมถึงแวมไพร์ เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นก่อนที่วิคเตอร์กับดาร์เมียนจะลืมตาดูโลก ต้องย้อนกลับไปั้แ่วันที่แด๊ดได้พบกับแม่ของลูก ดาร์เรลเกิดมาในตระกูลนักล่าปีศาจ สิ่งที่พวกเขา้ามากที่สุดคือชีวิตของแด๊ด”
“แล้วเกิดอะไรขึ้นฮับ คุณแม่ทำร้ายแด๊ดเหรอ ?”
ั์ตาของเด็กน้อยเบิกกว้าง ถามคนเป็พ่อด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น
“หึ ครอบครัวแม่ของลูกไม่ใช่มนุษย์ที่ดีเด่อะไรเลย ไม่เคยรักแม่ของลูกสักนิด ซ้ำยังทำร้ายทั้งร่างกายและจิตใจ แต่ถึงจะเป็อย่างนั้นแม่ของลูกก็ยังคงรักครอบครัวมาก มากเสียจนไม่รู้จะหาอะไรมาเปรียบเทียบได้ หลายคนอาจมองว่าดาร์เรลโง่เขลาแต่สำหรับพ่อไม่ได้คิดอย่างนั้น ตระกูลของแม่ออกล่าพวกเราเหล่าแวมไพร์อีกครั้ง แต่ครั้งนั้นเข้าใกล้คฤหาสน์แห่งนี้มากที่สุด เพราะแม่ของลูกขอเอาไว้ แด๊ดจึงไม่ให้ลูกน้องฆ่าใครแม้แต่คนเดียว”
“แล้วมันเกี่ยวกับมนุษย์หมาป่ายังไงเหรอฮับ วิคไม่เข้าใจ?”
“ใจร้อนนะเรา จะฟังต่อไหม ?”
มือหนาขยี้ผมของลูกชายด้วยความหมั่นเขี้ยว เวลาวิคเตอร์สนใจอะไรเป็พิเศษชั่งน่ารักเสียจริง และแน่นอนว่าในอนาคตไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นเขาจะเป็คนคอยช่วยเหลือเมื่อลูก้า
“ฟังครับ วิคอยากฟัง” เด็กน้อยพยักหน้ารัว ๆ
“พวกเขาทำร้ายแม่ของลูกในขณะที่อุ้มท้องวิคเตอร์กับดาร์เมียน ตอนนั้นแด๊ดโกรธมากจนอยากเอาชีวิตของพวกมันทุกคนโดยไม่สนใจคำสัญญาที่เคยให้ไว้กับแม่ของลูก แต่พอเราไล่ล่าไปถึงสถานที่ที่พวกมันหลบซ่อนปรากฏว่าพวกมันเหลือเพียงร่างกายที่ไร้ิญญา”
“อ่า ทำไมถึงตายละฮับ ?”
“ลูกฉลาด ลองเดาดูสิว่าทำไม ?” เอริครู้ว่าลูกชายมีคำตอบในใจ เพียงแค่ไม่มั่นใจในคำตอบนั้น
“มนุษย์หมาป่าใช่ไหมครับ ?”
“อืม พวกมนุษย์หมาป่าเป็คนฆ่า เล่ามาถึงตอนนี้แล้วลูกเข้าใจเหตุผลของแม่รึยัง ?”
“เข้าใจแล้วฮับ แล้วแด๊ดเข้าใจวิคไหมฮับ ?” วิคเตอร์ช้อนตาขึ้นมองคนเป็พ่ออย่างออดอ้อน
“เข้าใจสิ แต่วิคต้องให้เวลาแม่เขาหน่อยนะ ไม่นานหรอกเชื่อแด๊ดสิ”
“ฮับ”
“ถ้าแม่ดีขึ้นแล้วเดี๋ยวแด๊ดจะช่วยคุยให้ แม่รักวิคเตอร์กับดาร์เมียนที่สุดแล้วลูกรู้ใช่ไหม ?”
“ฮับ วิคก็รักคุณแม่”
“แล้ววิคคิดว่าถ้าสิ่งนั้นคือความสุขของลูก คุณแม่จะยอมไหม ?”
“ขอบคุณฮับ รักแด๊ดที่สุด”
คำพูดของแด๊ดทำให้วิคเตอร์เข้าใจทุกอย่าง ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นคุณแม่จะเลือกความสุขของเขาก่อนเสมอ
“แด๊ดฮับ แล้วถ้าวิคคิดถึงเขามาก ๆ ละฮับ วิคควรทำยังไงดี ?”
วิคเตอร์ถามคนเป็พ่อด้วยรอยยิ้มกริ่ม ั์ตาสีฟ้าคู่สวยประกายไปด้วยความเ้าเล่ห์
“ทำตามที่ใจลูก้า วิคเตอร์”
เด็กน้อยฉีกยิ้มกว้างเมื่อได้รับคำตอบจากคนเป็พ่อ เขาะโโลดเต้นด้วยความดีใจ แด๊ดเข้าใจเขาเสมอ
“ขอบคุณฮับ”
……………………………………………………
