เหนือกำแพงเมือง แสงสว่างดับลง ทุกคนอยู่ในความสงบ
ไม่มีผู้ใดคาดคิดว่า กระดูกัครึ่งท่อนนั้นจะเป็วัตถุศักดิ์สิทธิ์ของเผ่าสมุทรจริงๆ
“นี่...เป็ไปมิได้!”
เหลิ่งเฟิ่งเซียนตกตะลึง ส่วนจู้หย่งเลี่ยหลังจากตะลึงเล็กน้อยแล้วก็หัวเราะออกมาเสียงดังด้วยท่าทางสมน้ำหน้า
คนอื่นๆ ก็หัวเราะพลางส่ายศีรษะแต่มิได้พูดอะไร การได้เห็นคนของตำหนักเซวียนหนี่ว์เสียหน้า พวกเขาก็รู้สึกดีใจไปด้วย โดยเฉพาะจวินซางกับจุ้ยเจียงหู
“กระดูกิญญาั มีจิติญญาในตัวมันเอง ที่แท้มนุษย์ก็เอาวัตถุศักดิ์สิทธิ์ของพวกเราซ่อนในกระดูกัท่อนหนึ่งนี่เอง”
เมิ่งชิงชิงก็เผยสีหน้ายินดี นางกำลังจะให้เหลิ่งเฟิ่งเซียนส่งมอบกระดูกัมา กลับคิดไม่ถึงว่าเมื่ออีกฝ่ายได้สติก็รีบเก็บกระดูกักลับไป
เมื่อเห็นเช่นนี้ ผู้คนไม่น้อยสีหน้าเปลี่ยนไป ลังเลและไม่รู้ควรขัดขวางดีหรือไม่
“มนุษย์สตรี เ้าคิดจะทำอะไร?”
เมิ่งชิงชิงเผยสายตาเ็า ความโกรธในใจมาถึงขีดสุด “รีบส่งกระดูกัมาเสีย มิเช่นนั้นข้าจะฝังพวกเ้าเอาไว้ที่นี่!”
“ไม่ได้!”
เหลิ่งเฟิ่งเซียนกล่าวปฏิเสธแล้วเรียกให้พวกพ้องคุ้มกันนาง “ของสิ่งนี้ตำหนักเซวียนหนี่ว์ของเราเป็ผู้ประมูลมาได้ สำคัญต่อเ้าตำหนักของเรามาก ข้าไม่มีทางส่งมอบมันให้แน่!”
“นี่...”
เหมยซิ้งหงกับผู้คนรอบด้านมองหน้ากัน รีบกล่าวโน้มน้าวว่า “แม่นางเหลิ่ง เ้าเอาของคืนให้เผ่าสมุทรไปเถอะ! สำหรับเื่ศิลาเซียนที่จ่ายไป พวกเราจะรวบรวมมาคืนให้เ้าเอง”
“ไม่มีทาง! อยากสู้ก็เข้ามาเลย!”
เหลิ่งเฟิ่งเซียนมีท่าทางยึดมั่นราวกับเตรียมพร้อมยอมตาย
ผู้คนไม่น้อยเผยสีหน้ามืดมน กลับไม่อยากลงมือเท่าไรนัก ถึงอย่างไรอีกฝ่ายก็คือศิษย์คนโตจากสิบสองศิษย์ศักดิ์สิทธิ์แห่งตำหนักเซวียนหนี่ว์ หากเกิดเื่อะไรขึ้นมา พวกเขาจะสามารถแบกรับความโกรธของซือเต้าหานได้อย่างไร?
ถึงอย่างไรเกาะสามเซียนมีเพียงแห่งเดียว แต่ขั้วอำนาจอื่นๆ กับยอดฝีมือพเนจรมิอาจต่อกรกับตำหนักเซวียนหนี่ว์ได้เลย ต่อให้เป็เกาะสามเซียนหากไม่ถึงที่สุดจริงๆ พวกเขาก็ไม่อยากปะทะกับตำหนักเซวียนหนี่ว์เช่นกัน
ด้วยเหตุนี้สถานการณ์จึงหยุดชะงัก
……
“ตูม!”
เกิดเสียงดังทำให้ทุกคนใ ไม่รู้ว่าผู้ใดเป็คนลงมือก่อน ความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์และเผ่าสมุทรเริ่มตึงเครียดอีกครั้ง
ในเวลานี้ความอดทนของเมิ่งชิงชิงก็หมดลงแล้ว “ข้ามิได้ว่างมาโต้เถียงกับพวกเ้า ในเมื่อพวกเ้าไม่ยอมส่งมอบวัตถุศักดิ์สิทธิ์ออกมา เช่นนั้นก็เริ่มาเถอะ!”
ขณะพูดก็มีเสาเปล่งแสงพุ่งลงมาจากฟากฟ้าตกลงบนค่ายกลเมืองซานเซียน จนเกิดระลอกคลื่นไร้ลักษณ์กระจายออกไป
“ตูม ตูม ตูม!”
คลื่นพลังรุนแรงเกราะแสงบิดเบี้ยว
เผ่าสมุทรเริ่มโจมตีเมืองอีกครั้ง ทำให้ทุกคนถูกลากเข้าสู่วังวนของา
“ช้าก่อน ทุกคนมีอะไรค่อยพูดค่อยจากันดีๆ ก่อนก็ได้!”
เหมยซิ้งหงพยายามโน้วน้าว แต่น่าเสียดายที่นอกจากคนของเกาะสามเซียนแล้ว ไม่มีผู้ใดฟังเขาเลย
ก่อนจะมีเงาขนาดใหญ่ตกลงมา เต่าะกดทับเมืองซานเซียน เหมือนพื้นดินทั้งผืนทรุดลงไป!
ในเวลานี้ฟ้ามืดมัวดิน ตะวันจันทราไร้แสง
……
“นายน้อย!”
เสียงะโดังขึ้น ฉินตงหวู่รีบวิ่งมาแต่ไกลมาถึงด้านหน้าจั๋วอวิ๋นเซียน
จั๋วอวิ๋นเซียนประหลาดใจเล็กน้อย เขาขมวดคิ้วพลางกล่าวว่า “พี่ฉิน ท่านมาได้อย่างไร? เสี่ยวจิ่วกับเสี่ยวเนี่ยนเล่า?”
ฉินตงหวู่รีบกล่าวอธิบาย “ข้ากลัวว่าจะเกิดเื่กับท่านจึงรีบมาดู ส่วนเด็กสองคนนั้นท่านวางใจเถอะ ข้าส่งพวกเขาไปที่จวนเ้าเมืองแล้ว น่าจะมิเป็อะไร”
เมื่อเห็นเงาเต่าั์เหนือท้องฟ้า ฉินตงหวู่จะอยู่เฉยๆ ได้อย่างไร หลังจากส่งเด็กน้อยทั้งสองคนเรียบร้อยแล้วจึงรีบรุดมา
จั๋วอวิ๋นเซียนกล่าวด้วยสีหน้าเคร่งขรึม “พี่ฉิน ท่านอยู่ที่นี่ก็ช่วยอะไรมิได้ กลับไปรอข่าวเถอะ ตอนนี้สถานการณ์วุ่นวายมาก ข้ากังวลว่าจะเกิดเื่ในเมืองด้วย”
“มิได้ ข้าจะพาท่านออกไป”
ฉินตงหวู่ที่นิสัยดื้อรั้นจึงไม่คิดถึงเื่อื่นแม้แต่น้อย
จั๋วอวิ๋นเซียนส่ายศีรษะมิได้คิดจะหนี ไม่ต้องพูดถึงเขาที่มีความสามารถปกป้องตัวเอง หากเมืองแตกแล้วจะมีสถานที่ใดปลอดภัยอยู่อีก? หากไม่ถึงสถานการณ์คับขันจริงๆ เขาก็ไม่อยากใช้ ‘ยันต์เทพข้ามมิติ’
……
การโต้เถียงระหว่างจั๋วอวิ๋นเซียนกับฉินตงหวู่ไม่สำคัญนัก ตอนนี้เผ่ามนุษย์และเผ่าสมุทรสู้กันอย่างดุเดือด ทั้งสองฝ่ายสังหารกันจนตาแดง ฝ่ายหนึ่งไม่ยอมฟังคำอธิบาย อีกฝ่ายก็ี้เีอธิบายแล้ว ท้ายที่สุดหากมิใช่เ้าก็เป็ข้าที่ต้องตาย
“เปรี้ยง!”
ค่ายกลหอคอยรวมิญญายิงเต่าั์อย่างต่อเนื่อง จนเกิดเป็รอยแผลขึ้น
เมื่อถูกโจมตีอย่างรุนแรง เต่าทมิฬจึงคำรามด้วยความโกรธ เท้าทั้งสี่ข้างเหยียบลงบนเกราะค่ายกลไม่หยุด ทำให้ค่ายกลสั่นไหวราวกับจะพังทลาย
เมื่อเห็นเต่าทมิฬาเ็ จิตสังหารในใจของเมิ่งชิงชิงจึงพุ่งสูงเทียมฟ้า...สมบัติิญญา วิทยายุทธ์ต่างๆ ถูกใช้พร้อมกัน โจมตีไปที่เมืองซานเซียน!
“โครม!”
เสียงดังสะนั่น ในที่สุดเกราะค่ายกลเมืองซานเซียนก็พังทลาย กองทัพคลื่นน้ำสีเืพุ่งเข้าไปบนกำแพง การสังหารฆ่าฟันรุนแรงมากยิ่งขึ้น!
“สู้ตาย...”
เหมยซิ้งหงก็ะเิโทสะ ระดมค่ายกลหอคอยรวมิญญา ยิงไปทางองค์หญิงสามเผ่าสมุทรที่อยู่กลางอากาศ
“เปรี้ยงๆ !!!”
ค่ายกลหอคอยรวมิญญาเพลิงอัสนีทลาย์
แสงห้าสายยิงออกไปโดนจุดสำคัญของเมิ่งชิงชิงอย่างต่อเนื่อง เป็การโจมตีที่รุนแรงมาก
เผ่าสมุทรไม่เหมือนกับมนุษย์ มีร่างกายที่แข็งแกร่งมาก แต่หากได้รับาเ็ ก็ยากจะฟื้นฟูด้วยเช่นกัน
“สมุทร สมุทร สมุทร...”
“สู้ สู้ สู้!”
“ฆ่ามัน...”
“ฆ่า!”
เมื่อเห็นองค์หญิงสามาเ็ เผ่ามนุษย์ก็มีขวัญกำลังใจสูงขึ้น แต่เผ่าสมุทรกลับบ้าคลั่งยิ่งขึ้น!
ขณะที่ทุกคนกำลังฆ่าฟันกันนั้น มีแสงเยือกเย็นพุ่งเข้าไปแทงด้านหลังเมิ่งชิงชิง...
“อะไรกัน?”
การเปลี่ยนแปลงกะทันหันนี้ ทำให้ทุกคนตั้งตัวไม่ทัน เผ่ามนุษย์และเผ่าสมุทรล้วนมึนงง โดยเฉพาะยอดฝีมืออย่างพวกเหมยซิ้งหง แต่ละคนเผยสีหน้าใ เพราะพวกเขานึกอะไรขึ้นได้ทันที!
หากองค์หญิงสามตายที่นี่ ไม่ว่าเป็ฝีมือผู้ใด บัญชีแค้นนี้จะถูกนับที่เผ่ามนุษย์ ถึงตอนนั้นมิใช่เื่ของเกาะสามเซียนเพียงลำพังอีกต่อไป แต่เกี่ยวพันถึงเผ่ามนุษย์ทั้งหมดในทะเลล่วนซิง ทุกคนอาจจะต้องเผชิญหน้ากับการแก้แค้นอันบ้าคลั่งของเผ่าสมุทร
นี่คือกับดัก! เป็กับดักมาั้แ่แรก!
น่าเสียดายที่ในาวุ่นวาย ทุกคนต่างก็สนใจแค่ตัวเอง คิดจะช่วยคนกลับไม่ทันการเสียแล้ว
“พรวด!”
แสงเยือกเย็นแทงเข้าไปตรงจุดสำคัญของเมิ่งชิงชิง เืไหลทะลักออกมา
“อาอี ทะ...ทำไมกัน!”
เมิ่งชิงชิงมองคนที่ลอบโจมตีนางด้วยสายตาไม่อยากเชื่อ แฝงด้วยความรู้สึกทั้งโกรธและทั้งเ็ป นางยอมตายด้วยฝีมือของมนุษย์แต่นางไม่้าให้มีคนทรยศนาง
อาอีเป็คนรับใช้ขององค์หญิงสาม นับว่าเป็ผู้าุโของนาง มองดูนางเติบโตแต่เด็ก นับว่าเป็หนึ่งในคนที่ใกล้ชิดกับองค์หญิงสามมากที่สุด ดังนั้นเมิ่งชิงชิงไม่เคยคิดว่าจะมีวันที่อีกฝ่ายใช้กระบี่แทงนาง อีกฝ่ายคิดจะสังหารนางให้ตายจริงๆ
“ขออภัยด้วยองค์หญิงสาม ข้า...ข้าไม่มีทางเลือก”
อาอีมีสีหน้าเ็า ถึงแม้นางจะลังเลเล็กน้อย แต่สุดท้ายนางก็แทงกระบี่ครั้งที่สอง
“หยุดนะ...”
“อาอี เ้ากล้าหรือ!”
“องค์หญิงสามระวัง!”
ขุนพลเผ่าสมุทรคำรามด้วยความโกรธแล้วรีบมุ่งหน้าไปทางเมิ่งชิงชิง แต่น่าเสียดายที่สนามรบกว้างใหญ่เกินไป พวกเขาทำได้เพียงมองดูทุกสิ่งเกิดขึ้นด้วยตาตัวเอง!
ส่วนอาอีก็ไม่มีทีท่าจะหยุดมือแม้แต่น้อย กระบี่ของนางราวกับชีวิต ทั้งเด็ดขาดและดุร้าย ทั้งยังแฝงด้วยกลิ่นอายแห่งความตาย!
ทว่าขณะที่ทุกคนกำลังมึนงง ก็มีเงาปรากฏต่อหน้าเมิ่งชิงชิงและรับการโจมตีของอาอีเอาไว้ได้
