ชาร์ลส์เดินไปนั่งตามคำเชิญ สังเกตเห็นว่าฟีโอน่าเคลื่อนตัวตามเงาเล็กน้อย เพื่อรักษาตำแหน่งที่สามารถป้องกันนายของเธอได้ทันที หากมีเหตุการณ์ไม่คาดฝัน
"คุณคงสงสัยว่าทำไมผมถึงเรียกคุณมาพบ" คริสโตเฟอร์เอ่ยขึ้น น้ำเสียงนุ่มนวลแต่แฝงความจริงจัง
"ผมกำลังจะถามเื่นั้นพอดีครับ" ชาร์ลส์ตอบ พยายามรักษาท่าทีสุภาพแต่ระมัดระวัง
คริสโตเฟอร์พยักหน้าช้าๆ ก่อนจะหยิบแก้วน้ำขึ้นจิบเล็กน้อย "ผมได้ยินเื่ราวของคุณมามาก คุณเรเวนส์ครอฟต์... โดยเฉพาะความสามารถในการไขคดี"
ชาร์ลส์ไม่ได้ตอบอะไร เพียงแค่พยักหน้าเบา ๆ เป็สัญญาณว่าเขากำลังตั้งใจฟัง
"และผมเองก็มีเื่ที่้าความช่วยเหลือจากคุณ..."
คริสโตเฟอร์ถอนหายใจเฮือกใหญ่ สีหน้าของเขาเคร่งเครียดลงทันที "คุณคงทราบถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในงานเลี้ยงที่คฤหาสน์ของผมแล้ว... เื่ของเฮนรี่ แบลคเวลล์"
ชาร์ลส์พยักหน้า ความทรงจำจากค่ำคืนนั้นยังคงชัดเจน ภาพของเฮนรี่ที่เดินเข้ามาด้วยสีหน้าเรียบเฉย ก่อนที่จะเกิดเหตุการณ์แพร่เชื้อ
"ผมอยู่ในงานนั้น เห็นทุกอย่างด้วยตาตัวเอง"
คริสโตเฟอร์พยุงตนเองยืนขึ้น มองชาร์ลส์ตรงๆ "ผม้าให้คุณช่วยสืบสวนว่าเกิดอะไรขึ้นกับเฮนรี่กันแน่ "
"เื่นั้นถูกทางการสอบสวนอยู่ไม่ใช่หรือครับ?" ชาร์ลส์ถาม เสียงนาฬิกาลูกตุ้มดังขึ้นอีกครั้ง ครั้งนี้เสียงแหลมยาวผิดปกติ
"ผมรู้ว่าพวกเขาทำงานของตัวเองได้ดีแต่เื่นี้... มันซับซ้อนกว่าที่คุณคิด ผม้าคนที่ผมเลือกเอง คนที่ไว้ใจได้"
ชาร์ลส์ขมวดคิ้วเล็กน้อย "ท่านหมายความว่าอย่างไร?"
คริสโตเฟอร์มองไปรอบๆ ห้อง แม้แต่ฟีโอน่าก็ถอยห่างออกไปเล็กน้อย "เื่นี้... เป็ความลับสุดยอด ไม่สามารถให้ใครได้ยินได้ แม้แต่คนของผมเอง"
เขายกมือขึ้นทำท่าป้องปาก เหมือนจะกระซิบ "คุณเข้ามาใกล้ๆผมหน่อย ผมไม่อยากเสี่ยงให้มีใครได้ยินแม้แต่คำเดียว"
ชาร์ลส์ลังเลชั่วขณะ สงสัยว่าเื่ใดกันที่เป็ความลับแม้กระทั่งคนคุ้มกันที่ใกล้ชิดที่สุดของเขา "ได้ครับ" เขาตอบ พลางโน้มตัวเข้าไปใกล้
เสียงกระซิบแ่เบาดังขึ้น พร้อมกับเสียงนาฬิกาที่ดังแทรกเข้ามาเป็จังหวะ "ผมไว้ใจคุณ ชาร์ลส์... และผมอยากให้คุณไว้ใจผมเช่นเดียวกัน... อย่างหมดใจ เพราะงั้นช่วยบอกทุกอย่างที่คุณรู้มาให้ผมทั้งหมด"
ทันทีที่จบประโยค ม่านตาของชาร์ลส์ขยายออกอย่างช้าๆ ความรู้สึกผ่อนคลายแผ่ซ่านไปทั่วร่างราวกับคลื่นน้ำอุ่น สมองที่เคยตึงเครียดและระแวดระวังเริ่มผ่อนคลายลง
คริสโตเฟอร์ถอยกลับไปนั่งที่เดิม ท่าทางสง่างามเช่นเคย รอยยิ้มบางเบาผุดขึ้นที่มุมปากของเขา "ผมรู้มาว่าคุณกำลังตามหาคนๆ หนึ่งอยู่ เขาเป็ใคร"
"ไมเคิล เบิร์ก..." ชาร์ลส์เอ่ยชื่อออกมาทันที ราวกับคำพูดนั้นหลุดออกมาเองโดยไม่ทันได้คิด
คริสโตเฟอร์จ้องมองเขาด้วยสายตาที่เปลี่ยนเป็จริงจังทันที รอยยิ้มที่เคยประดับอยู่บนใบหน้าเลือนหายไป "ไมเคิล เบิร์ก..." เขาทวนชื่อเบา ๆ
"ทำไมถึงตามหาเขา?" คริสโตเฟอร์ถามต่อ เสียงของเขาแฝงความกดดัน
ชาร์ลส์กระพริบตาช้า ๆ "เป็ภารกิจจากหน่วยพิเศษ..."
ม่านตาของคริสโตเฟอร์ขยายขึ้นเล็กน้อย แต่ยังคงจับจ้องที่ชายหนุ่มตรงหน้า "แล้วตอนนี้... ไมเคิลอยู่ที่ไหน?"
"ผมไม่รู้..."
คำตอบนั้นทำให้คริสโตเฟอร์ขมวดคิ้ว สีหน้าของเขาฉายแววผิดหวัง เขาพิงหลังพนักเก้าอี้อย่างช้า ๆ สูดลมหายใจเข้าลึก ก่อนจะเปลี่ยนคำถาม "ถ้าอย่างนั้น... เกิดอะไรขึ้นที่โบสถ์ใกล้เหมืองกำมะถันแห่งนั้น?"
"มันถูกเผาไปแล้ว"
"ใครเป็คนเผา?"
"ไม่รู้..." ชาร์ลส์หยุดครู่หนึ่ง ก่อนจะพูดต่อ "แต่เดาว่าน่าจะเป็ฝีมือของคนในผ้าคลุมปริศนา"
คริสโตเฟอร์จ้องมองเขาอยู่นาน ก่อนจะโน้มตัวไปข้างหน้าอีกครั้ง "เล่าเื่ที่เกิดขึ้นที่นั่นมาทุกอย่าง"
ชาร์ลส์สูดลมหายใจลึก ก่อนจะเริ่มเล่าเหตุการณ์อย่างเป็ขั้นตอนให้คริสโตเฟอร์ฟัง เขาเริ่มจากการวางแผนเข้าสู่โบสถ์ใกล้เหมืองกำมะถัน โดยอาศัยจังหวะใน่ค่ำและใช้ฝนที่ตกหนักเป็ตัวช่วยพรางตัว เขาเลือกแทรกซึมผ่านหน้าต่างที่แง้มไว้เล็กน้อย
จากนั้นก็เล่าว่าเขาพบทางเดินลับที่นำลงไปยังห้องใต้ดิน และไมเคิล เบิร์ก นักวิจัยที่ดูหวาดกลัวและอ่อนล้า
ชายหนุ่มอธิบายถึงความพยายามช่วยไมเคิลหนีออกมาจากโบสถ์ แต่ผ่านทางลับ เล่าถึงการไล่ล่าที่ตึงเครียดจนกระทั่งคนในชุดคลุม และคนผู้นั้นใช้เข็มฉีดยาสลบทำให้เขาหมดสติไป
ระหว่างที่ชาร์ลส์เล่า คริสโตเฟอร์นั่งฟังอย่างตั้งใจ เขาหมุนแหวนทองที่นิ้วโป้งไปมาอย่างเงียบ ๆ แต่เมื่อชาร์ลส์เล่าถึง่ที่เขาและไมเคิลหลบหนีออกมาได้ สีหน้าของคริสโตเฟอร์เริ่มเปลี่ยนไป ความสนใจของเขาดูเหมือนจะเพิ่มขึ้นถึงขีดสุดใน่ที่คนในชุดคลุมปรากฏตัว จนเขาหยุดหมุนแหวนและกำหมัดแน่น แหวนทองเลื่อนขึ้นเล็กน้อย เผยให้เห็นคราบสีดำที่ติดอยู่บนนิ้วของเขา
ชาร์ลส์สังเกตเห็นคราบสีดำอย่างชัดเจน คราบที่ไม่ควรอยู่บนร่างกายของคนที่ดูแลตัวเองดีเยี่ยมเช่นคริสโตเฟอร์
ความสงสัยในใจของชาร์ลส์เริ่มขยายตัว เหมือนบางสิ่งในจิตใจของเขาถูกปลุกให้ตื่นขึ้น สติปัญญาของเขาประมวลผลสิ่งที่เห็น ขณะที่บรรยากาศในห้องเริ่มตึงเครียดมากขึ้นอย่างช้า ๆ
ชาร์ลส์นึกย้อนกลับไปยังเหตุการณ์ในตลาดมืดเมื่อครั้งที่ขอบนาฬิกาพกของเขาหมองลงจากการโดนะเิควันกำมะถัน และล่าสุด ใน่ที่ถูกตรวจค้นตัวก่อนเข้ามา เขาก็สังเกตเห็นว่าขอบนาฬิกามีลักษณะหมองลงอีกครั้งจากการหลบหนีผ่านทางลับในโบสถ์ เหตุการณ์ทั้งหมดเริ่มเชื่อมโยงกันในจิตใจของเขา
เขานึกถึงบทสนทนากับฮัมฟรีย์ เมื่อถามถึงเ้าของงานวิจัยตัวจริง ชายชราไม่สามารถระบุตัวตนได้ แต่จำได้ว่าคนผู้นั้นสวมแหวนเงินวงใหญ่
'แร่เงิน...' ชาร์ลส์คิด 'เมื่อัักับกำมะถันจะเปลี่ยนสี ทิ้งคราบสีดำไว้'
สายตาของเขากลับไปที่นิ้วของคริสโตเฟอร์อีกครั้ง คราบสีดำใต้แหวนทองนั้นไม่ควรปรากฏบนนิ้วของขุนนางผู้สูงศักดิ์ที่ใช้เครื่องประดับคุณภาพดีที่สุดเท่านั้น เว้นแต่...
'เหมืองกำมะถัน... โบสถ์... ห้องทดลองใต้ดิน...' ภาพต่างๆ เชื่อมโยงกันในหัวของชาร์ลส์ 'ไอกำมะถันที่ลอยอยู่ในอากาศ... แหวนเงินที่ัักับมัน... คราบสีดำที่ทิ้งไว้...'
และอีกความเชื่อมโยงก็ผุดขึ้นในหัวของเขา... เื่ของเฮนรี่ แบลคเวลล์... ช่างตัดเสื้อธรรมดาที่อยู่ดีๆ ก็มีเงินมากพอจะสร้างสถานพยาบาลได้
'แน่นอน...' ชาร์ลส์คิด ความกระจ่างผุดขึ้นในหัว 'คริสโตเฟอร์คือผู้อยู่เื้ั... เขาเป็เ้ากรมคลัง มีอำนาจในการจัดสรรงบประมาณ มีทรัพย์สินมากพอ... และเฮนรี่ก็เป็แค่หน้าฉากให้เขา เป็คนที่ไม่มีใครสงสัย คอยสร้างภาพลักษณ์ของคนใจบุญที่ชอบช่วยเหลือคนยากไร้'
หัวใจของเขาเต้นแรงขึ้น 'เหมืองกำมะถัน... สถานพยาบาล... ทุกอย่างเชื่อมโยงถึงกันหมด คริสโตเฟอร์วางแผนทุกอย่างอย่างแยบยล ใช้ตำแหน่งของตัวเองจัดการเื่เงิน ใช้เฮนรี่เป็หน้าฉาก และใช้เหมืองกำมะถันและสถานพยาบาลเป็ที่ซ่อนการทดลอง'
สายตาของเขาค่อยๆ เงยขึ้นมองใบหน้าของชายตรงหน้า ผู้ที่สามารถปกปิดความลับได้อย่างแเีมาหลายปี ทุกอย่างชัดเจนแล้ว...
คริสโตเฟอร์ ดาร์ซี่ คือเ้าของงานวิจัยที่แท้จริง
ดวงตาของทั้งสองประสานกัน บรรยากาศในห้องเย็นะเืลงทันที ชาร์ลส์เห็นประกายบางอย่างวาบขึ้นในดวงตาของคริสโตเฟอร์ ว่าความลับของเขาถูกเปิดเผยแล้ว
คริสโตเฟอร์พึมพำกับตัวเอง "อ้อ... อิทธิพลทางจิตคลายแล้วสินะ"
ชายหนุ่มพยายามดีดตัวลุกขึ้นจากเก้าอี้ แต่ก่อนที่เขาจะทันได้ยืดตัวเต็มที่ ฟีโอน่าที่เงียบมาตลอดก็พุ่งเข้ามาอย่างรวดเร็ว มือแกร่งของเธอกดไหล่ของชาร์ลส์ กระแทกเขากลับลงบนเก้าอี้อย่างรุนแรง
เขาพยายามขยับตัวแต่ไม่เป็ผล "แรงบ้าอะไรกันวะ ผู้หญิงแน่หรอ?" ชาร์ลส์บ่น ขณะที่เสียงนาฬิกาลูกตุ้มยังคงดังอย่างผิดปกติเป็ระยะๆ
เมื่อได้ยินเสียงนาฬิกาอีกครั้ง สมองของชาร์ลส์ประมวลผลอย่างรวดเร็ว เขาเข้าใจแล้วว่าทำไมนาฬิกาถึงเสีย หรือพูดให้ถูก คือถูกทำให้เสียต่างหาก เพื่อกลบเสียงเตือนจากนาฬิกาพกประจำหน่วยพิเศษของเขา
"แกรู้ั้แ่แรกแล้วว่าฉันเป็คนของหน่วยพิเศษ" ชาร์ลส์เอ่ยขึ้น
คริสโตเฟอร์เลิกคิ้ว รอยยิ้มบางๆ ผุดขึ้นที่มุมปาก "น่าประทับใจ... แต่บอกหน่อยสิว่ารู้ได้ยังไง?"
ชาร์ลส์ไม่ตอบ เขาพยายามดิ้นรนหาทางหนี แต่ยิ่งขัดขืน ฟีโอน่าก็ยิ่งออกแรงกดแน่นขึ้น จนเขาต้องร้องครางด้วยความเ็ป
"ถามอีกครั้ง" คริสโตเฟอร์พูดเสียงเย็น "รู้ได้ยังไง?"
"เสียงนาฬิกาไง" ชาร์ลส์ตอบผ่านฟันที่กัดแน่น "แกรู้ว่าฉันเป็คนของหน่วยพิเศษ นาฬิกาลูกตุ้มไม่ได้เสียเอง แต่ถูกทำให้เสีย... เพื่อกลบเสียงเตือนจากนาฬิกาพกของหน่วยพิเศษ"
คริสโตเฟอร์พยักหน้าช้าๆ "เก่งมาก... แต่ก็น่าเสียดายที่คุณฉลาดเกินไป" เขาลุกขึ้นยืน เดินอ้อมโต๊ะมาใกล้ชาร์ลส์
"ทำไม?" ชาร์ลส์เค้นเสียงถามผ่านความเ็ป "ทำไมต้องทำแบบนี้?"
คริสโตเฟอร์หยุดเดิน มองชายหนุ่มด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความมุ่งมั่น "เพื่อยกระดับมนุษย์ไงล่ะ คุณเรเวนส์ครอฟต์ การวิวัฒนาการมนุษย์ให้พร้อมรับมือกับวันสิ้นโลก... "
เขาเดินวนรอบชาร์ลส์ที่ถูกกดอยู่กับพื้น "มนุษย์ธรรมดาอ่อนแอเกินไป ไม่พร้อมสำหรับภัยพิบัติที่จะมาถึง เราต้องยกระดับพวกเขา... ต้องทำให้พวกเขาแข็งแกร่งขึ้น แม้จะต้องแลกมาด้วยความเ็ปก็ตาม"
ดวงตาของชาร์ลส์เบิกกว้างขึ้น เมื่อตระหนักถึงความหมายที่แท้จริงในคำพูดของคริสโตเฟอร์... การวิวัฒนาการมนุษย์ การเสียสละ และอุดมการณ์อันบ้าคลั่งนี้... พวกที่มีแิแบบนี้
"แกเป็คนของหอคอยปัญญาขาว" ชาร์ลส์เอ่ยออกมาอย่างช้าๆ
รอยยิ้มบางๆ ปรากฏบนใบหน้าของคริสโตเฟอร์ "ฉลาดมาก... สมกับที่เป็นักสืบชื่อดัง แต่น่าเสียดายที่ความฉลาดของคุณจะไม่ช่วยอะไรได้อีกแล้ว..."
ชาร์ลส์ขบกรามแน่น สมองของเขาเริ่มประมวลผลอย่างรวดเร็ว
"ฮฺเรโอดา!" คำคาถาถูกะโออกมา
ทันใดนั้น คลื่นกระแทกพุ่งออกจากฝ่ามือเขา เข้าใส่ฟีโอน่าที่อย่างแรงจนเธอปลิวกระเด็นไปชนผนังห้อง
ชาร์ลส์ไม่รอช้า เขาพุ่งตัวลุกขึ้นทันที ล้วงมือเข้าไปในกระเป๋า หยิบผ้าเช็ดหน้าออกมาพร้ะโกนเสียงดัง "ช่วยด้วย!"
แต่เสียงะโของเขาเหมือนไม่มีใครได้ยิน หรือหากมีคนได้ยิน พวกเขาก็ไม่ตอบสนอง แต่ในพริบตาต่อมา ร่างของเขาถูกกระแทกจากด้านหลังอย่างรุนแรง ชาร์ลส์ล้มลงกับพื้น แขนถูกบิดไพล่หลัง ใบหน้าถูกกดแนบกับพื้นหินเย็นเฉียบ ฟีโอน่าที่เขาเพิ่งผลักออกไปกลับมาโจมตีเขาอย่างดุดัน
ชาร์ลส์พยายามดิ้นรนอีกครั้ง หวังเพียงให้หลุดพ้นจากการควบคุมของฟีโอน่า แต่การขัดขืนของเขากลับยิ่งทำให้เธอออกแรงกดมากขึ้น
มือของเธอบีบข้อมือของชายหนุ่มแน่นขึ้นจนเขาแทบรู้สึกว่ากระดูกจะหัก ความเ็ปเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ จนเขาต้องร้องออกมา
"อ๊าก!" เสียงร้องของชาร์ลส์ดังก้องไปทั่วห้อง
คริสโตเฟอร์ค่อย ๆ ก้าวเข้ามาใกล้ ร่างของเขาเต็มไปด้วยความสง่างามแต่แฝงความอันตราย ใบหน้าของเขาเปื้อนยิ้มเยือกเย็น เขามองชาร์ลส์ที่ถูกกดอยู่กับพื้นด้วยสายตาเหมือนนักล่าที่จับเหยื่อได้
"ไมเคิลอยู่ที่ไหน?" เขาถามเสียงเย็น พลางพยักหน้าให้ฟีโอน่าเพิ่มแรงกด
ชาร์ลส์ร้องด้วยความเ็ป แต่ก็ยังพยายามดิ้นรนต่อไป ทว่ายิ่งเขาขัดขืน ฟีโอน่าก็ยิ่งบิดข้อมือและกดใบหน้าเขาแนบพื้นแรงขึ้น
"บอกมา" คริสโตเฟอร์ย้ำอีกครั้ง "หรือคุณอยากทรมานไปอีกนาน?"
"ไม่รู้!" ชาร์ลส์ะโตอบออกมาท่ามกลางความเ็ป
ฟีโอน่าออกแรงกดเพิ่ม จนกระดูกข้อมือของชาร์ลส์ลั่น เขาร้องครางออกมาด้วยความทรมาน
"อย่าดื้อไปหน่อยเลย คุณเรเวนส์ครอฟต์" คริสโตเฟอร์พูดเสียงนุ่ม "แค่บอกมา แล้วทุกอย่างจะจบลง"
ชาร์ลส์แทบหมดสติ ความเ็ปท่วมท้นจนเขาเริ่มคิดว่าคงไม่สามารถอดทนได้นานกว่านี้อีก
แต่ในจังหวะที่เขาเกือบจะยอมแพ้ เสียงหนึ่งก็ดังขึ้นจากอากาศรอบตัว
"แกนี่มันยังเป็พวกสารเลวเหมือนเมื่อก่อนเลยนะ"
เสียงนั้นดังชัดเจน แต่ไม่มีที่มาที่ไป คริสโตเฟอร์ชะงักทันที สายตาของเขากวาดไปทั่วห้อง ฟีโอน่าก็หยุดมือเช่นกัน ร่างกายของเธอขยับเล็กน้อยด้วยท่าทีระแวดระวัง
