ในรถหรู จ้าวฉินเสวียเล่าเื่ราวความเปลี่ยนแปลงต่างๆ ที่เกิดขึ้นใน่ห้าเดือนที่ผ่านมาให้เฉินเฟิงฟังอย่างตื่นเต้น ส่วนเฉินเฟิงก็ทำเพียงนั่งฟังเงียบๆ
ในเมื่อเขาเองคิดจะถามเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นกับโลกภายนอกใน่ห้าเดือนที่เขาหลับใหลจากปากเธออยู่แล้ว
จ้าวฉินเสวียพูดถึงความฝันแปลกๆ ที่เธอฝันเมื่อคืนนี้ หลังจากตื่นนอน เธอได้รับแรงบันดาลใจในการเริ่มต้นเขียนนิยาย
ในปี 1995 นิยายออนไลน์ยังไม่เฟื่องฟู แต่เดิมจ้าวฉินเสวียมักสนใจนิยายคลาสสิกปรัมปราอย่างพวกไซอิ๋วหรือห้องสินอยู่แล้ว
ดังนั้น จ้าวฉินเสวียจึงหยิบต้นฉบับออกมาจากกระเป๋าเพื่อให้เฉินเฟิงลองอ่านดู
เฉินเฟิงมองดูลายมือที่สวยประณีต เขาลองอ่านด้วยความอยากรู้อยากเห็น
ยังไงเขาก็เพิ่งกลับจากมิติคู่ขนานประเทศหลงแห่งดาวเคราะห์ฟ้าคราม ในโลกนั้นเองก็มีอุตสาหกรรมด้านความบันเทิงที่มีนิยายรวมอยู่ด้วย
อีกทั้งในปี 2021 ของเขาเอง นิยายออนไลน์ก็เป็ที่นิยมอย่างมากเช่นกัน ถือเป็อุตสาหกรรมที่มีศักยภาพ
"เขาเป็คนแรกที่ตีระฆังทองของลัทธิเฉิน(阐教 เป็ลัทธิเต๋าหนึ่งในสองลัทธิหลักในวรรณกรรมจีนโบราณ) เคยชี้นำเส้นทางแก่จิ๋นซีฮ่องเต้ให้กลายเป็เซียน ค้นพบชีวิตะ สุขสำราญอย่างยิ่ง!
เขาเคยสลับิญญาไปเกิดใหม่เป็จิ๋นซีฮ่องเต้และฮั่นอู่ตี้ และเคยเป็ไท่จงและิจู๋ ชี้แนะเส้นทางแห่งขุนเขาแม่น้ำทะเล ออกประกาศิตชี้ขาด!
เขาเคยเป็ปรมาจารย์ไท่จี๋ จางซานเฟิง เคยเป็มหาวายร้ายแห่งเมืองโม๋ตู ตู้เยว่หย่ง แต่กลับไม่มีใครได้รับรู้
ชื่อจริงของเขาคือเฉินเฟิง เดิมทีเป็เพียงเด็กกำพร้าที่ถูกฆ่าล้างตระกูลในยุคเทคโนโลยีปี 2021
เขาถูกสาปแช่งโดยครอบครัวของคู่หมั้นให้สลับิญญาไปเกิดใหม่เมื่อห้าพันปีก่อน ในที่สุดก็กลับมามีชีวิตอีกครั้งโดยไม่หยุดการเวียนว่ายตายเกิด!"
"เที่ยงคืนวันที่ 12 พฤศจิกายน 2021 ณ สุสานบรรพบุรุษตระกูลฉู่ เมืองโม๋ตู
เฉินเฟิงมีอายุนับได้ห้าพันปีแล้ว ิญญามีชีวิตอยู่ครบห้าสิบชาติ แต่ภายนอกดูราวกับคนอายุเพียงสามสิบเท่านั้น
ะโลงจากต้นสนซีดาร์สูงใหญ่ในสุสาน เผยให้เห็นร่างเงาตัวสูงใหญ่และสง่างาม
เขาเหลือบมองกลุ่มคนตระกูลเฉินที่เพิ่งจัดงานศพเสร็จและจากไป ภายใต้แสงจันทร์ สายตาดูล้ำลึกแสดงถึงความผันผวนแห่งชีวิต
ทันใดนั้นเอง เฉินเฟิงตวัดมือเบาๆ ทำลายหลุมศพที่เพิ่งฝังใหม่ในสุสานบรรพบุรุษตระกูลฉู่ เผยให้เห็นโลงศพทองสัมฤทธิ์ภายในหลุมนั้น
เขาดีดนิ้วผลักฝาโลงศพทองสัมฤทธิ์หนาๆ ออก ด้านในเป็ชายหนุ่มที่เพิ่งเสียชีวิตนอนอยู่ในโลงศพที่เต็มไปด้วยรอยขีดเขียนสีเื บุคคลภายในโลงมีหน้าตาเฉกเช่นเฉินเฟิงทุกประการ
ลูกประคำลึกลับที่หน้าอกของศพแตกไปแล้ว”
"เฉินเฟิง ผู้สืบทอดมรดกตระกูลเฉิน อันเป็ตระกูลชั้นสองในเมืองโม๋ตู กลับถูกเครือญาติทางการแต่งงาน ตระกูลฉู่ซึ่งเป็เพียงตระกูลชั้นสาม วางแผนลอบสังหารเพื่อแย่งชิงอายุขัย!
วันนี้ ิญญาข้าย้อนกลับมาจากห้าพันปีก่อน มีชีวิตอยู่ครบห้าสิบชาติ ในที่สุดก็กลับมามีชีวิตอีกครั้งด้วยความยากลำบาก!"
เขาถอนหายใจอย่างเศร้าสลด เฉินเฟิงผู้มีอายุห้าพันปีแต่ภายนอกยังดูเป็หนุ่ม ยกโลงศพชาติแรกของตนที่ถูกสาปแช่งและแย่งชิงอายุขัยให้ลอยขึ้นกลางอากาศ
หลังจากเฉินเฟิงเสียชีวิตในปี 2021 ิญญาของเขาได้ย้อนเวลากลับไปเมื่อห้าพันปีก่อน ชาติแรกของเขาคือกวงเฉิงจือ ผู้มีความาุโลำดับสูงสุดในลัทธิเฉิน ผู้เป็อาจารย์ชี้แนะวิถีเซียนแก่องค์ฮ่องเต้
หลังจากนั้น กวงเฉิงจือจะแยกิญญาของตนออกไปััโลกมนุษย์ทุกๆ หนึ่งร้อยปี
ชาติที่สองคือเผิงจู่ เซียนเฒ่าผู้มีชีวิตยืนยาว
ชาติที่สามคือชีเป่ย อาจารย์แพทย์ หมอหลวงข้างกายฮ่องเต้!
...
ชาติที่สิบคือเซี่ยอวี่!
ชาติที่ยี่สิบคือกษัตริย์โจว!
ชาติที่ยี่สิบหกคือจิ๋นซีฮ่องเต้!
ชาติที่ยี่สิบเจ็ดคือฮั่นอู่ตี้!
ชาติที่สามสิบหกคือถังไท่จง!
ชาติที่สี่สิบสองคือจางซานเฟิง!
ชาติที่สี่สิบสามคือิไท่จู่!
...
ชาติที่สี่สิบเก้าคือเ้าพ่อแห่งเมืองโม๋ตู ตู้เยว่ยง!
ตอนนี้เป็ชาติที่ห้าสิบ ิญญาทั้งสี่สิบเก้าชาติก่อนหน้าหลอมรวมเป็หนึ่ง เกิดเป็เฉินเฟิงในร่างกายอายุสามสิบขึ้นมาใหม่
เขายังพบโอกาสที่จะบรรลุ ในฐานะกวงเฉิงจืออันเป็ชาติแรกที่เขาทรงพลังที่สุดมีโอกาสที่จะก้าวจากสถานะกึ่งรู้แจ้งสู่การเป็ผู้บรรลุการรู้แจ้งอย่างแท้จริง
แต่ต้องเริ่มฝึกตนใหม่ั้แ่ต้น!
แต่น่าเสียดายในยุคสมัยที่ธรรมะเสื่อมถอยเช่นนี้ เฉินเฟิงในวัยสามสิบสามปีที่เกิดใหม่ ฝึกตนถึงเพียงขั้นสามแห่งอาณาจักรกลั่นลมปราณเท่านั้น!
เฉินเฟิงมองสุสานบรรพบุรุษตระกูลฉู่ที่สืบทอดจากราชวงศ์ถังใต้ฝ่าเท้าจากบนฟ้า เขากัดฟันแน่น”
"พวกชั่วสกุลฉู่แห่งเมืองโม๋ตู พวกเ้าสาปแช่งชีวิตข้าที่เหลืออีกหนึ่งร้อยปี เพียงเพื่อต่ออายุให้บรรพบุรุษตระกูลฉู่สามสิบปี
บัดนี้ ข้ากลับหลังจากเวลาผ่านห้าพันปี ข้ามีชีวิตอีกครั้ง ข้าจะทำลายล้างสุสานบรรพบุรุษตระกูลฉู่ของพวกเ้าให้สิ้นซาก อยากรู้เหมือนกันว่า บรรพบุรุษตระกูลฉู่จะต่ออายุได้สักกี่ปี?!"
สิ้นเสียง เฉินเฟิงกอดศพชาติแรกของตน ทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้าอีกครั้ง ฟาดฟ่ามือลงสุสานบรรพบุรุษตระกูลฉู่อีกครั้ง
ฝ่ามือสีทองขนาดมหึมาปรากฏขึ้นเหนือศีรษะหนึ่งร้อยเมตร ตวัดลงทำลายล้างสุสานบรรพบุรุษตระกูลฉู่จนราบเป็หน้ากลองในพริบตา...
สามวันให้หลัง ณ สนามบินหงเฉียว เมืองโม๋ตู
สนามบินนานาชาติขนาดใหญ่ที่ผู้คนพลุกพล่านแห่งนี้ กลับถูกปิดตายเป็เวลากว่าสองชั่วโมง
เที่ยวบินทั้งหมดใน่สองชั่วโมงนี้ถูกเลื่อนและมีอันต้องหยุดบิน
ทางสนามบินได้มอบค่าชดเชยเป็จำนวนสามเท่าของราคาตั๋วเครื่องบินเพื่อเป็การชดเชยแก่ผู้โดยสารทุกท่าน
เพื่อป้องกันไม่ให้ผู้คนวิพากษ์วิจารณ์”
"ข่าวลือว่ามีบุคคลสำคัญหน้าใหม่กำลังเดินทางกลับโม๋ตูผ่านเครื่องบินส่วนตัวจากูเาคงถง"
"ใช่ๆ ได้ยินมาว่าบุคคลสำคัญคนนี้น่ะ ถือหุ้นสนามบินหงเฉียวตั้งห้าสิบเอ็ดเปอร์เซ็นต์!"
"คงรวยไม่ใช่เล่น สนามบินหงเฉียวทำเงินปีละเท่าไหร่กัน?"
"ไม่ใช่แค่สนามบินหงเฉียวนะ ได้ยินมาจากปู่ว่าบริษัทหรือธุรกิจตระกูลเก่าแก่ที่มีประวัติยาวนานกว่าห้าสิบปีทั้งหมดในโม๋ตู ถูกเขากว้านซื้อหุ้น ห้าสิบเอ็ดเปอร์เซ็นต์ไปเมื่อสองวันก่อน!"
“ฉันรู้มากกว่านั้นอีก ผู้เฒ่าตู้ช่าน ผู้าุโหลักเพียงคนเดียวของตระกูลตู้ ตระกูลมหาเศรษฐีอันดับหนึ่งในเมืองโม๋ตูคนนั้นแหละ เขาถึงกับมอบทุกสิ่งทุกอย่างของตระกูลตู้ให้กับบุคคลสำคัญจากภายนอกตระกูลแสนลึกลับคนนี้”
ณ จุดรับผู้โดยสารอาคารเทอร์มินอลส่วนตัว สาวสวยกลุ่มหนึ่งกำลังกระซิบกระซาบกัน
พวกเธอทุกคนล้วนเป็ดวงใจของตระกูลทรงอำนาจทั้งห้าในเมืองโม๋ตูและของบริษัทเก่าแก่ทั้งสี่
พวกเธอทุกคนถูกครอบครัวบังคับให้มารอต้อนรับเครื่องบินโดยไม่มีข้อยกเว้น
“ดูดิ ในที่สุดก็มีคนออกมาจากเครื่องบินส่วนตัวที่หรูหราที่สุดในโลกลำนั้นแล้ว”
หัวหน้ากลุ่มเป็สาวสวยรูปร่างสูง อายุประมาณยี่สิบสี่ปี เธอชี้ไปทางเครื่องบินส่วนตัวลำใหญ่ที่จอดห่างออกไปประมาณห้าสิบเมตรด้วยความอิจฉา
"ฉันสงสัยจังว่าพ่อขาใหญ่คนนี้จะหน้าตาหล่อหรือเปล่า? พวกผู้ใหญ่ตระกูลเราถึงบังคับให้เรามาโชว์ตัวเพื่อหวังให้เป็ผู้ถูกเลือก หวังให้เขาช่วยแก้ไขวิกฤตของตระกูล"
สาวสวยในชุดตำรวจจราจรพูดด้วยความรู้สึกทั้งสิ้นหวังและคาดหวัง
ท่ามกลางเสียงพูดคุยของเหล่าสาวงาม ชายหนุ่มรูปร่างสูงใหญ่ หน้าตาหล่อเหลางดงามราวเทพบุตรพลันก้าวเดินเข้ามา เขามีความสูงประมาณหนึ่งร้อยแปดสิบแปดเิเ ใบหน้าคมคาย ร่างกายดูแข็งแรงสมส่วน
น่าเสียดายที่ชายหนุ่มคนนี้สวมหน้ากากครึ่งใบ เผยให้เห็นเพียงส่วนล่างั้แ่จมูกลงไปเพียงเท่านั้น
อย่างไรก็ตาม เพียงมองจากคางที่ได้รูปก็พอจะเดาได้ไม่ยาก เขาต้องเป็หนุ่มรูปงามอย่างหาที่เปรียบไม่ได้แน่ๆ
เห็นดังนั้น ูเาหนักอึ้งในใจสามงามทั้งเก้าก็เบาบางลง
ถ้าเกิดบุคคลสำคัญเป็ชายชราหรือหน้าตาน่าเกลียด พวกเธอคงจบเห่
ทว่า ความสุขนั้นช่างไม่ยั่งยืน
พวกเธอสังเกตเห็นด้านหลังของชายสวมหน้ากากได้อย่างรวดเร็ว ด้านหลังของเขามีสาวงามสองคนเดิมตามมาติดๆ สาวงามชั้นเลิศที่เหนือกว่าพวกเธออย่างเห็นได้ชัดในทุกๆ ด้าน ทั้งหน้าตา รูปร่าง
หญิงสาวด้านขวาสวมชุดกี่เพ้าสีแดงแนบตัว ส่วนหญิงสาวด้านซ้ายสวมชุด LO แบบเข้ารูปกระโปรงสั้น
"ขอโทษนะคะ ไม่ทราบว่าคุณใช่คุณเฉินหรือเปล่า? ดิฉันคือหลินชิงเยว่ ประธานกรรมการบริหารหลินซื่อจิวเวลรี่กรุ๊ปค่ะ!"
สีหน้าหญิงสาวร่างสูงเริ่มเปลี่ยนจากความผิดหวังเป็นิ่งเฉยและสงบลงอย่างรวดเร็ว เธอยื่นมือบอบบางหาชายสวมหน้ากากเพื่อเป็การแนะนำตัวเอง
"เป็ถึงตระกูลกับบริษัทอันเก่าแก่ใหญ่โต ถึงกับส่งเด็กสาวอย่างพวกเธอมาต้อนรับฉัน... นี่คงไม่ใช่กำลังดูถูกฉันว่าเป็เด็กน้อยหรอกนะ?!"
เฉินเฟิงไม่ได้ยื่นมือไปจับมือหยกของหลินชิงเยว่ แต่กลับกวาดตามองเธอและหญิงสาวสวยอีกแปดคนพลางกล่าวด้วยน้ำเสียงเ็า
เดิมทีนั้น ในฤดูร้อนแบบนี้ย่อมรู้สึกร้อนเป็ธรรมดา ทว่าคำพูดไม่พอใจของเฉินเฟิง กลับทำให้บรรยากาศเย็นลงราวกับอุณหภูมิลดลงไปสิบองศา
หลินชิงเยว่ซึ่งยืนอยู่ใกล้ที่สุดกำลังรู้สึกหนาวเย็นจนตัวสั่นเทา หนาวสะท้านไปทั่วทั้งตัว!
เฉินเฟิงราวกับเทพมารแห่งูเาไฟ ไม่ไยดีต่ออิสตรี!
แต่เฉินเฟิงยังมีสาวสวยสุดยอดสองคนติดตามอยู่ข้างหลัง ดูเหมือนจะเป็เลขาหรือสาวใช้ข้างกาย นั่นหมายความว่าเขายังมีความสนใจในผู้หญิงอยู่
