องค์หญิงซีเยวี่ยมองซูเฟยที่นอนอยู่บนเตียง พลางส่งสัญญาณทางสายตาให้ ซูเฟยเห็นเช่นนั้นเหงื่อไหลโซมเต็มกาย ยิ้มแห้งทั้งยังเป็รอยยิ้มที่แข็งที่ดูไม่เป็ธรรมชาติเอาเสียเลย ในแววตาก็มีความหวาดกลัวอย่างเห็นได้ชัด
“ท่านพ่อ ในเมื่อน้องซีเยวี่ยไม่้า เช่นนั้นพวกเราก็อย่าทำให้นางลำบากใจ…” ซูเฟยยกมือลูบจอนผม ส่วนอีกมือเช็ดที่มุมปาก
เฉินอวี้ชักมือกลับอย่างกระอักกระอ่วน จากนั้นองค์หญิงซีเยวี่ยก็เดินเข้าไปในห้องตัวเอง รอจนองค์หญิงซีเยวี่ยเดินจากไป เฉินอวี้มองซูเฟยที่กำลังทานรังนกสีแดงพร้อมกับต่อว่าอย่างไม่พอใจ “เหตุใดเ้าถึงไม่ช่วยพูดให้นางรับโสมคนเอาไว้ อีกอย่างหลายวันมานี้เหตุใดเ้าถึงไม่ได้รับความโปรดปรานจากฮ่องเต้ ตกลงแล้วมันเกิดเื่ใดขึ้น!”
เฉินอวี้โมโหยิ่งนัก ปัดถ้วยรังนกสีแดงของซูเฟยตกพื้น สิ้นเสียงเพล้ง ถ้วยกระเบื้องเคลือบอย่างดีแตกกลายเป็เศษเล็กเศษน้อย ซูเฟยมองถ้วยที่ตกแตกบนพื้นผาดหนึ่ง ก่อนจะเงยหน้ามองเฉินอวี้อย่างใ “ท่านพ่อ นี่ท่านทำอันใด รังนกสีแดงนี้เป็ของที่ฝ่าาประทานให้ลูก ฝ่าาตรัสว่า่นี้ลูกดูสีหน้าไม่ค่อยดี จึงประทานรังนกสีแดงนี้แก่ลูกเพื่อบำรุงร่างกาย”
“ฝ่าาตรัสเช่นนี้จริงๆ หรือ” เฉินอวี้มองรังนกสีแดงที่เหนียวหนึบติดพื้น ดูจากสีแล้วนี่คือรังนกชั้นเยี่ยม
“ท่านพ่อ ่นี้ลูกสุขภาพร่างกายไม่ค่อยดี ถึงกระนั้นฝ่าาก็ยังโปรดปรานลูกอยู่มิใช่หรือ” ซูเฟยถึงกับใจกล้าเขย่าแขนเสื้อเฉินอวี้ไปมาไม่หยุด จนเฉินอวี้ต้องสะบัดแขนเสื้อ ทำให้ซูเฟยกระเด็นไปอีกด้าน
“เ้ารู้เช่นนี้ก็ดีแล้ว เช่นนั้นเวลาอยู่ต่อหน้าฝ่าา เ้าต้องทำตัวให้ดีๆ แล้วเ้าก็ต้องหาโอกาสให้ซีเยวี่ยได้ใกล้ชิดฝ่าาด้วย” เฉินอวี้เอ่ยด้วยสีหน้าราบเรียบ ก่อนจะถอนหายใจออกมา ลูบศีรษะซูเฟยพลางเอ่ย “ข้าหวังดีต่อเ้านะ”
ในใจซูเฟยหาได้ยินยอมไม่ เหตุใดนางต้องสร้างโอกาสให้ซีเยวี่ยได้อยู่ใกล้ชิดกับฝ่าาเล่า นางเม้มปากแน่น ขมวดคิ้วพร้อมกับเอ่ยถาม “ท่านพ่อ เพื่อเหตุใดเ้าค่ะ”
เวลานี้เองสายตาซูเฟยเหลือบไปเห็นขวดกระเบื้องขวดเล็กที่วางอยู่ข้างเตียง นี่คือขวดยาที่ใส่ยาที่ซีเยวี่ยให้มา ด้วยกลัวบิดาจะรู้จึงรีบเก็บขวดยาลงไป
เฉินอวี้เอ่ยอย่างทอดถอนใจ “สนิทสนมกับต่างแคว้นเอาไว้ ดีต่อตัวเ้าแน่นอน”
ซูเฟยทำท่าขบคิด แต่ไหนแต่ไรมาท่านพ่อไม่เคยหลอกนาง อีกทั้งยังทำเพื่อนางมาตลอด ที่นางมีวันนี้ได้ ได้เป็หนึ่งในสี่ราชชายาก็เพราะได้บิดาช่วย เชื่อบิดาไม่มีทางผิดแน่นอน
ซูเฟยพยักหน้า ลุกขึ้นมาอย่างโรยแรง “ท่านพ่อวางใจเถิด ลูกจะทำตามที่ท่านพ่อสั่งเ้าค่ะ”
“ข้าอยากให้เ้าได้ตำแหน่งฮองเฮา ที่ข้าทำทุกอย่างก็เพื่อเ้า เ้าต้องดูแลรักษาร่างกายให้ดี หากวันใดเ้าสามารถตั้งครรภ์ัขึ้นมาได้ ข้าถึงจะวางใจ” เฉินอวี้กุมมือซูเฟยเอาไว้แน่น นี่ก็ล่วงเลยเวลามาพอสมควรแล้วจึงหมุนตัวเดินจากไป
ที่เยี่ยนฉือ หนิงมู่ฉือคอยดูแลท่านตาอย่างดี ยิ่งเห็นว่าร่างกายท่านตาแข็งแรงขึ้น น้อยครั้งมากที่จะจำอะไรไม่ได้ สีหน้าก็ดูมีเืฝาด นางดีใจเป็ยิ่งนัก
ทว่าไม่กี่วันก่อน จอมยุทธ์น้อยเฉินบอกกับนางว่าต้องจากไปแล้ว ซึ่งนางก็ไม่ได้ว่าอันใด นี่ก็ผ่านมาหลายวันแล้ว แต่นางกลับไม่ได้ข่าวคราวจากเขาเลย นางรู้สึกแปลกใจไม่น้อย
ขณะที่กำลังนึกสงสัยอยู่นั้น นางได้ยินเสียงเคาะประตูรัวๆ อย่างร้อนใจ นางรีบเดินไปเปิดประตูทันที
แล้วนางก็ต้องพบกับเฉินเกอที่มีเืเต็มตัวนอนอยู่ที่หน้าประตู นางใเป็อย่างมาก ทั้งยังรู้สึกเป็ห่วงอีกฝ่าย “จอมยุทธ์น้อยเฉิน ท่านเป็อันใดไป!”
ั้แ่เฉินเกอได้ยินข่าวเื่หญ้าฟั่นอินเมื่อไม่กี่วันก่อน ก็ขี่ม้าไปยังสถานที่ที่แหล่งข่าวบอกว่ามีหญ้านี้อยู่ เขาไม่ทันได้คิดว่านี่จะเป็กับดัก ไม่ง่ายเลยกว่าเขาจะหนีเอาตัวรอดออกมาได้ ตอนนี้เขาได้แต่นอนอยู่หน้าประตู ไม่มีแรงแม้แต่จะขยับ ได้แต่มองประตูอย่างสิ้นหวัง
หนิงมู่ฉือเห็นเฉินเกอมีเืเต็มตัวนอนสลบอยู่ที่หน้าประตู นางรู้สึกใเป็อย่างยิ่ง นางไม่เคยเห็นผู้ใดได้รับาเ็สาหัสเช่นนี้มาก่อนเลย ตามตัวมีรอยแผลทั้งใหญ่และเล็กเต็มไปหมด เรียกได้ว่ามีแผลไปทั่วทั้งตัว แม้แต่เสื้อผ้าก็ขาดวิ่น ทำให้นางไม่กล้ามอง
“หลิงชี มานี่หน่อย” นางะโเรียกเด็กหนุ่มซึ่งมีอายุไม่กี่สิบปี เด็กหนุ่มวิ่งมา ครั้นเห็นเฉินเกอนอนจมกองเือยู่ที่หน้าประตูรู้สึกใยิ่ง
หลิงชีเห็นรอยแผลตามตัวเฉินเกอก็กัดฟันอย่างเ็ปแทน ทั้งยังอดตัวสั่นอย่างหวาดกลัวไม่ได้
“หลิงชี เ้ารีบพาเฉินเกอเข้าไปในห้องเร็ว” หนิงมู่ฉือเช็ดเหงื่อที่ไหลซึมเต็มหน้าผาก นางคนเดียวพยุงเฉินเกอเข้าไปในห้องไม่ไหว จึงต้องให้เด็กหนุ่มผู้นี้ช่วย ตามตัวเฉินเกอมีแต่เื ระหว่างที่เด็กหนุ่มพาเฉินเกอเข้าไปในห้อง เืก็ไหลหยดไปตลอดทาง
หลิงชีช่วยพยุงเฉินเกอเข้าไปในห้อง ก่อนจะรีบวิ่งไปหยิบกะละมังใส่น้ำสะอาดและผ้าสะอาดเข้ามา จากนั้นยื่นให้หนิงมู่ฉือด้วยมือสั่นเทา
หนิงมู่ฉือชะงักนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง หากแต่ในที่สุดก็รับผ้าจากหลิงชีมา นางใช้ผ้าชุบน้ำแล้วค่อยๆ เช็ดไปที่แผลของเฉินเกอ
ยิ่งเช็ดนางก็ยิ่งพบว่าตามตัวมีแต่าแและเืเต็มไปหมด จากผ้าสีขาวราวหิมะกลายเป็สีแดงฉาน นางใช้ผ้าเช็ดไปตามแผลไปเรื่อยๆ แต่ไม่ว่าจะเช็ดอย่างไร เืก็ยังไหลไม่หยุดอยู่ดี
ใบหน้าของเฉินเกอเรียบนิ่ง ขณะที่นางใช้ผ้าเช็ดเืตามแผลบนตัวเฉินเกอ นางเช็ดตรงนี้จนสะอาด ตรงนั้นก็มีเืไหลออกมา นางรู้สึกเครียดยิ่งนัก รู้สึกเหมือนว่าพลังชีวิตของเฉินเกอค่อยๆ หายไปตามเืที่ไหลออกมา “จอมยุทธ์น้อยเฉิน!”
หนิงมู่ฉือกระซิบเรียกที่ข้างหู เฉินเกอยื่นมือมาจับแขนหนิงมู่ฉือโดยพลัน ที่หน้าผากมีเหงื่อผุดพราย เขาเอ่ยด้วยใบหน้าเ็ปว่า “ฉือเอ๋อร์ ไม่ต้องร้อง”
เฉินเกอค่อยๆ ลืมตา ริมฝีปากเปลี่ยนเป็ขาวซีด ถึงกระนั้นก็ยังพยายามฝืนยิ้มให้หนิงมู่ฉือ “ฉือเอ๋อร์ ไม่ต้องร้อง”
เฉินเกอไอออกมา ทำให้เืไหลออกมาอีกครา หนิงมู่ฉือเห็นเช่นนั้นก็ร้อนใจ รีบใช้ผ้าปิดปากแผลเอาไว้ ก่อนจะหยิบเอายาสมานแผลที่จ้าวซีเหอเคยให้นางเอาไว้ออกมาทาบนาแ เืที่ปากแผลหลอมรวมเป็อันเดียวกับตัวยา แผลบางแห่งเืหยุดไหลแล้วและเริ่มมีการแข็งตัว
นางะโบอกหลิงชี “หลิงชี รีบไปตามหมอมาเร็ว าแพวกนี้แทบจะเอาชีวิตจอมยุทธ์น้อยเฉินอยู่รอมร่อแล้ว!”
หลิงชีได้ยินดังนั้นก็รีบวิ่งออกจากจวนไปทันที
