แม้ความพ่ายแพ้ครั้งหนึ่งจะไม่ได้ดับไฟในใจของพวกเธอลงได้ ทุกคนต่างเคยประสบความล้มเหลวมาก่อน พรุ่งนี้จะต้องดีขึ้นอย่างแน่นอน!
เหล่าหญิงสาวเจ็ดแปดคนนั่งอยู่ใต้ซุ้มองุ่นของบ้านฮวาเจา พลางกินแตงโมและพูดคุยถึงชีวิตอันสดใสในวันข้างหน้า
“ฮวาเอ๋อร์ แตงโมบ้านเธอมันหวานกว่าบ้านฉันเสียอีกนะ?” หลิวต้าเสาเอ่ยขึ้นอย่างฉงน
มันไม่น่าจะเป็ไปได้ เพราะเมล็ดแตงโมของทั้งหมู่บ้านก็มาจากที่เดียวกัน แล้วทำไมแตงโมถึงได้รสชาติแตกต่างกันเล่า?
“เื่นี้พวกเธอยังไม่เข้าใจหรอก การรดน้ำแตงโมมันมีเคล็ดลับ ตอนเช้ารด ตอนเย็นรด วันที่ฟ้าครึ้มรด วันที่แดดจ้ารด รดมากรดน้อย ก็ต้องดู ต้องใส่ใจ ถ้าไม่ใส่ใจ ปลูกอะไรออกมาก็ไม่เหมือนกัน” ฮวาเจาเริ่มบรรยายให้พวกเธอฟัง
เหล่าบรรดาพี่สะใภ้ฟังแล้วก็มองเธอด้วยสายตาที่ชื่นชม
ฮวาเจาหัวเราะในใจ ความรู้ด้านพฤกษศาสตร์ที่เธอเคยศึกษาเล่น ๆ ในชาติก่อน ไม่นึกว่าจะมีประโยชน์เอามาใช้หลอกล่อคนได้ในชาตินี้
ยังไม่ทันได้โม้จบดี เหล่าชายฉกรรจ์ก็เลิกงานกลับมาถึง
“กินข้าวได้แล้ว กินข้าวได้แล้ว” หม่าต้าเซิ่นรีบเรียกทุกคนให้จัดสำรับ เธอไม่ได้รู้สึกว่าแตงโมนั้นพิเศษอะไร เพราะแตงโมบ้านเธอก็หวานเหมือนกันในปีนี้
นั่นก็เพราะฮวาเจาดูแลเป็พิเศษ และยังมีอีกหลายบ้านที่เธอแอบดูแลด้วย มิฉะนั้นหากมีแต่บ้านเธอที่ได้ของดีเพียงผู้เดียว ก็คงจะน่าสงสัย
กลุ่มชายหนุ่มเข้ามาในบ้าน ล้างมือแล้วก็เริ่มกินข้าว
พลางกินพลางก็เอ่ยชมว่าฝีมือของฮวาเจานั้นยอดเยี่ยมจริง ๆ
แถมยังเป็คนดี เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ ยอมเอาแป้งสาลีขาวมานึ่งหมั่นโถวเลี้ยงคน
อาหารก็ดี ปริมาณก็เยอะ แถมยังมีเนื้อ!
รูปร่างหน้าตาก็ดี...แต่ทั้งหมดนี้เป็เพียงคำชมที่ส่งผ่านสายตา ไม่มีใครกล้าพูดออกมา
พวกเขาพูดไม่ออก หนึ่งเพราะไม่เหมาะสม สองเพราะรู้สึกแปลก ๆ พวกเขากลับรู้สึกว่าฮวาเจามีรูปร่างหน้าตาดี? เมื่อหลายเดือนก่อน ดูเหมือนจะไม่ใช่แบบนี้
ตอนนั้นพวกเขานาน ๆ ทีจะเห็นฮวาเจาสักครั้ง ก็ยังต้องเหลียวหลังมองตามหลายรอบ เพราะคนอ้วนขนาดนั้น ในรัศมีร้อยลี้คงหาคนที่สองไม่ได้
แต่ตอนนี้ เธอกลับดูสวยงามจริง ๆ
หนุ่มสาวที่ยังไม่ได้แต่งงาน หรือแม้แต่คนที่แต่งงานแล้ว ก็ต่างแอบมองฮวาเจา โดยเฉพาะคนที่ยังไม่ได้แต่งงาน ยิ่งรู้สึกเสียดายจนไส้จะขาด
ตอนนั้นฮวาเฉียงอยากได้ลูกเขยจนออกนอกหน้า แทบจะยื่นข้อเสนอให้ฟรี ๆ แต่ตอนนั้นพวกเขากลับหลีกเลี่ยงบ้านฮวาเสีย แต่ตอนนี้ พวกเขากลับอยากจะมานอนเฝ้าอยู่หน้าบ้านเสียด้วยซ้ำ...แต่กลัวว่าสามีของเขาจะกลับมา “ยิง” พวกเขาทิ้งเสียก่อน!
พวกผู้หญิงที่โต๊ะของหม่าต้าเซิ่นก็กำลังพูดคุยถึงการเปลี่ยนแปลงไปของฮวาเจา พวกเธอยังหาเหตุผลของการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ได้อีกด้วย!
“อย่าหาว่าป้าพูดจาไม่เข้าหูนะ ลูกในท้องของเธอน่าจะเป็ผู้หญิงแน่ ๆ!”
“ใช่ ๆ ฉันก็ว่าอย่างนั้น”
“ใช่ ผู้หญิงถึงจะทำให้แม่ ‘งาม’ ขึ้นแน่ ๆ ต้องเป็ผู้หญิงแน่ ๆ ไม่ผิดแน่”
(หมายถึงการตั้งครรภ์ลูกสาวจะทำให้แม่ดูดีขึ้น)
ขณะที่พวกเธอกำลังพูดกัน ก็มองมาที่ฮวาเจา เมื่อเห็นว่าเธอไม่ได้โกรธ ยังยิ้มแย้ม ก็วางใจ
บางคน หากพูดว่าลูกในท้องเป็ผู้หญิง อาจจะโกรธจนหน้าแดง
“ไม่ว่าผู้ชายหรือผู้หญิงฉันก็รัก” ฮวาเจาลูบท้องที่เริ่มนูนขึ้นอย่างมีความสุข “ถ้าได้มาพร้อมกันสองคน ก็ยิ่งดีเลย!”
“ฮ่า ๆ ๆ ดูเธอสิ มีความสุขจริง ๆ! ยังอยากจะได้ลูกแฝดชายหญิงอีกหรือไง?” ทุกคนหัวเราะ
หม่าต้าเซิ่นกลับให้เกียรติฮวาเจามาก กล่าวว่า “พวกเธออย่าหัวเราะไป ฮวาเจามีวาสนาดีจริง ๆ อาจจะได้ลูกแฝดชายหญิงก็ได้!”
“ถ้าอย่างนั้นก็ดีเลย! ถ้าเธอได้ลูกแฝดชายหญิง ป้าจะให้หมูสามชั้นเธอสอง ไม่สิ สี่ขา!”
“ฉันให้แปดขา!” หญิงอีกคนกล่าว
ฮวาเจาชี้ทางทำมาหากินให้พวกเธอแล้ว ทั้ง ๆ ที่เป็ทางทำมาหากินที่ยิ่งใหญ่มาก! ขาหมูแปดขาเป็เงินกี่บาทกัน? ไม่เท่าไหร่เลย
“ฉันให้ไก่สองตัว”
“ฉันให้ปลา 10 ตัว!”
ทุกคนต่างแย่งกันกล่าว
เมื่อเห็นบรรยากาศที่ครึกครื้นแบบนี้ จางกุ้ยหลานก็ทั้งเศร้าใจและดีใจ
เธอผู้เป็แม่ กลับทำได้ไม่ดีเท่าคนอื่น ๆ เสียอีก...
ก่อนหน้านี้เธอไม่มีความสามารถ แต่ตอนนี้เธอมีแล้ว เมื่อหาเงินได้แล้ว ฮวาเจาและหลาน ๆ เธอจะเลี้ยงเอง!
ฮวาเจายิ้มกว้างอย่างมีความสุข ไม่นึกว่าการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของเธอ จะมีคนหาเหตุผลให้แล้ว แถมยังสมเหตุสมผลอีกด้วย!
สิ่งที่เธอไม่รู้ก็คือ การที่ทุกคนยอมรับการเปลี่ยนแปลงของเธอได้ง่าย ก็เป็เพราะคุณของร่างเดิมไม่ค่อยชอบออกไปข้างนอก เธออ้วนเกินไป ี้เีเคลื่อนไหว ไม่ทำงาน แถมไม่เดินเล่น ระยะทางที่ไกลที่สุดก็แค่ไปห้องน้ำหลังบ้าน
ชาวบ้านเห็นเธอแค่ “แวบ ๆ” “ผ่าน ๆ” “ชำเลือง” ก็เดินเข้าบ้านแล้ว ทำให้ความทรงจำของพวกเขามันค่อนข้างเลือนลาง
ถ้าเธอไม่อ้วนจนน่าใขนาดนี้ ตอนเดินออกไป บางทีคนในหมู่บ้านก็อาจจะจำเธอไม่ได้ด้วยซ้ำ
แต่ตอนนี้เธอออกไปเดินเล่นพร้อมกับใบหน้าที่สวยงามแบบนี้ทุกวัน ไม่กี่วันก็ทำให้ความทรงจำของทุกคนเปลี่ยนไป เมื่อพูดถึงฮวาเจาในอดีต ทุกคนจะนึกถึงแต่ว่า: อดีตเธอผิวดำและอ้วน
.....
เจ็ดวันให้หลัง บ้านของจางกุ้ยหลานก็สร้างเสร็จเรียบร้อย พอทิ้งไว้สองวันก็เข้าอยู่ได้
่สองสามวันที่ผ่านมานี้ เธอก็ไม่ได้อยู่เฉย ๆ ทุกวันจะเข้าไปขายถั่วงอกที่ตลาดมืดในเมือง
ถั่วงอกหนึ่งตะกร้าขายหมดในพริบตา
เธอยังได้เจอกับคนที่เป็ “เพื่อนร่วมอาชีพ” ซึ่งแต่ละคนก็มีสีหน้าทั้งตื่นเต้นและเศร้าใจ
่ไม่กี่วันมานี้ ถั่วงอกคุณภาพแย่ลงทุกวัน จนถึงวันนี้ ทั้งหมู่บ้านส่งถั่วงอกที่ได้มาตรฐานได้เพียง 150 ชั่ง! ที่เหลือก็ทั้งเล็กทั้งอ่อน แถมยังไม่อร่อย
ตอนแรก พวกเขาเพาะถั่วงอกเป็ตะกร้า เมื่อมันอ่อนแอเกินไป พวกเขาก็ไม่อยากทิ้ง จึงคิดวิธีเดียวกัน คือเอาไปขาย
ต่อมา พวกเขากลัวว่าจะเสียดายถั่ว จึงเพาะน้อยลง แต่ละบ้านเพาะแค่ 1-2 ชั่ง ปรากฏว่าครั้งนี้ส่วนใหญ่กลับสำเร็จ
ดูเหมือนจะไม่ใช่ปัญหาที่ถั่ว ไม่ใช่น้ำ ไม่ใช่วิธี แต่เป็ปัญหาที่สภาพอากาศ ถ้ายัดลงตะกร้ามากเกินไป อุณหภูมิจะสูงเกินไป
คนฉลาดรีบเปลี่ยนภาชนะ เพาะในกะละมัง ครั้งละ 10 กะละมัง
เพื่อเป็การให้รางวัลแก่คนที่ฉลาดคนแรก ฮวาเจาจึงทำให้เธอสำเร็จ ส่วนคนที่สอง หรือครั้งที่สอง ยังคงไม่สำเร็จ
ส่วนเหตุผลนั้น พวกเขาต้องไปคิดกันเอาเอง
คนที่จางกุ้ยหลานเจอวันนี้ กลับไม่ใช่คนจากหมู่บ้านค่าวซานแล้ว พวกเขาต่างกำลังศึกษาอยู่ที่บ้านถึงสาเหตุที่เพาะถั่วงอกไม่ขึ้น
การที่จะให้พวกเขายอมทิ้งถั่วงอกที่สามารถขายได้อย่างเปิดเผยในราคา 2 เหมาต่อชั่ง แล้วไปเพาะถั่วงอกที่ต้องขายอย่างหลบ ๆ ซ่อน ๆ ในราคา 1 เหมาต่อชั่ง พวกเขาไม่ยอม
จางกุ้ยหลานได้เจอกับคนจากหมู่บ้านอื่น พวกเขาเพาะถั่วงอกไม่ขึ้น ศึกษาอยู่นาน ถั่วงอกธรรมดาที่เพาะได้ก็กินไม่ได้ แถมไม่อยากทิ้ง ก็เลยต้องเอาไปขาย
แล้วพวกเขาก็ค้นพบตลาด
คนจำนวนมากติดใจจนถอนตัวไม่ขึ้น เริ่มทำธุรกิจขายถั่วงอกอย่างจริงจัง
“เฮ้อ” วันนี้จางกุ้ยหลานกลับมาบ้านพร้อมกับถอนหายใจ
ฮวาเจามองตะกร้าเปล่าของเธอ ก็ถามอย่างสงสัยว่า “เป็อะไรไป? เจออะไรมา?”
“เปล่า” จางกุ้ยหลานตอบ “ฉันแค่กลัวว่าต่อไปถั่วงอกจะขายไม่ออก” ที่เธอขายได้ เพราะมีลูกค้าประจำหลายคน พวกเขาเหมือนจะติดใจถั่วงอกบ้านเธอ ไม่เอาของบ้านคนอื่น ทำให้เธอขายได้เร็ว
แต่ตอนนี้ในตลาดมืดมีคนมาขายถั่วงอกเยอะแยะมากมาย แม้ฟ้าสางแล้วก็ยังขายไม่ได้สักกี่ชั่ง
เธอไม่เคยชิมถั่วงอกของคนอื่น ไม่รู้ว่ามันแตกต่างกันอย่างไร ก็เลยกังวลว่าต่อไปธุรกิจจะไปไม่รอด
“ถ้าอย่างนั้นก็ไม่ต้องขายถั่วงอกแล้ว เราไปขายอย่างอื่น” ฮวาเจาพูด “มะเขือและถั่วฝักยาวในสวนถ้าไม่เก็บก็จะแก่แล้ว กินเองก็ไม่หมด เอาไปขายเถอะ”
เธอเพาะถั่วงอกได้พอแล้ว แถมถึงเวลาที่ต้องปล่อยวางแล้ว
่ไม่กี่วันมานี้ แม้แต่บรรดาเพื่อนสนิทของเธอ ก็ยังแอบ ๆ เปิดตะกร้าถั่วงอกของเธอ! เพื่อดูว่าเธอเพาะถั่วงอกไม่ขึ้นจริง ๆ หรือเปล่า
แถมยังมีหลายคนที่คอยจับตาดูจางกุ้ยหลาน พบว่าทุกเช้าเธอจะสะพายตะกร้าไปขึ้นรถไฟที่สถานี
ทำไมพวกเธอเพาะถั่วงอกไม่ได้ แต่ฮวาเจายังเพาะได้จนเอาไปขาย?
