รถหรูสีขาวแล่นเข้ามาจอดภายในบ้านหลังงาม ซึ่งนันทิชารู้จักเป็อย่างดี หญิงสาวมองเข้าไปภายในบ้านหลังนี้ พลันรู้สึกโล่งใจเมื่อนึกถึงป้านาที่อาศัยอยู่ในบ้านหลังนี้ด้วย แทนคุณปิดประตูรถแล้วเดินนำเด็กกะโปโลขึ้นไปยังห้องของเขา สองเท้าก้าวสม่ำเสมอไม่แม้จะหันกลับมามองหญิงสาว แทนคุณเดินมาหยุดอยู่หน้าห้องส่วนตัว ก่อนที่มือหนาจะหมุนลูกบิด เมื่อห้องใหญ่ถูกเปิดออก หญิงสาวเริ่มรู้สึกถึงความไม่ปลอดภัยอีกครั้ง สายตาของนันทิชาเงยหน้ามองแทนคุณอย่างไม่ไว้ใจ เ้านายหนุ่มนิสัยประหลาดกำลังย่างเท้านำเธอเข้าไปในห้องสีทึบนั้น อยู่ๆ ความกลัวบางอย่างก็เข้ามาประทับในความรู้สึก แม้เขาจะเป็เ้านายแต่ก็คือผู้ชายคนหนึ่ง เธอไม่ควรยืนอยู่ที่นี่ในเวลานี้กับเขา หญิงสาวตัดสินใจหันหลังกลับทันที แต่มือแข็งคว้าข้อมือเธอได้ทัน ชายหนุ่มดึงแขนเธอเข้ามาอย่างแรง
“ทิชาอยากกลับบ้าน” เธอหันกลับมาบอกเขาในทันที ด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ พลางมองเข้าไปภายในห้องใหญ่อย่างหวาดระแวง ดวงตาเล็กสั่นไหว ด้วยความกลัวอย่างสุดขีด พร้อมกับมือเรียวนั้นพยายามแกะมือหนาของเขาให้หลุดออกไป จนทำให้เล็บยาวนั้นจิกเข้าไปในเนื้อเขาหลายครั้ง
“ทิชานี่คุณเป็อะไร” ร่างสูงขมวดคิ้วแปลกใจ เมื่อคนตัวเล็กไม่ยอมหยุด และพยายามใช้แรงทั้งหมดดึงตัวออกจากเขา แทนคุณลดตาต่ำลงรู้สึกถึงการสั่นเบาๆ จากมือของเธอ ท่าทางกังวลของหญิงสาวทำให้เขาเริ่มเข้าใจ ก่อนที่ร่างสูงถอนหายใจเฮือกใหญ่ แล้วปล่อยมือเธอออก พร้อมยกมือทั้งสองข้างของตัวเองขึ้น
“ผมไม่ทำอะไรคุณหรอก เอกสารงานทั้งหมดอยู่ในห้องผม” แทนคุณชี้เข้าไปในห้องส่วนตัวของเขา พร้อมทั้งพยายามอธิบาย เพราะเริ่มเหนื่อยกับการต้องใช้แรงรั้งนันทิชาไว้ ก่อนที่หญิงสาวกลืนน้ำลายเพื่อตั้งสติ ดวงตากลมโตของเธอจำใจมองเข้าไปในห้องใหญ่อีกครั้ง สองเท้าค่อยๆ ก้าวตามชายหนุ่มเข้าไปช้าๆ สายตาของเธอจับจ้องไปยังแทนคุณไม่ยอมละ แทนคุณเดินนำตรงเข้าไปหยิบเอกสารเกือบทั้งหมดมากองไว้บนเตียง หลังจากแน่ใจแล้วว่าแทนคุณไม่มีท่าทีเป็ภัยต่อเธอ คนตัวเล็กจึงรู้สึกผ่อนคลายมากขึ้น
“เข้ามานั่งสิจะยืนอีกนานไหม ผมไม่ทำอะไรคุณหรอกนะดูสภาพคุณเสียก่อน คุณคิดว่าผมจะมีอารมณ์กับเด็กกะโปโลแบบคุณหรือไง กลัวอะไรไม่เข้าเื่” คำพูดของแทนคุณ ทำให้นันทิชาดวงตาเบิกกว้าง นี่หรือผู้บริหารบริษัททีวีศักดิ์ วาจาก้าวร้าวไร้มารยาทสิ้นดี แม้คำพูดและน้ำเสียงของเขาแสดงออกว่าไม่พิสมัยตัวเธอ กลับกันแทบจะเรียกได้ว่า “รังเกียจ” ก็ไม่ต่างกันนัก แต่อย่างน้อยมันก็ทำให้นันทิชารู้สึกปลอดภัยมากขึ้น หญิงสาวตัดสินใจก้าวเท้าเดินเข้าไปนั่งตามคำสั่ง
“เอกสารส่วนนี้ผมจะค่อยๆ อธิบายให้คุณเข้าใจระบบงานของบริษัท” แทนคุณพูดพร้อมหันไปมองหญิงสาวที่นั่งทำหน้าซีดเผือดจ้องมองเอกสาร เสมือนเธอไม่ได้เอาิญญามาด้วย
“ผมว่าคุณไปอาบน้ำก่อนเถอะ” แทนคุณลุกพรวดเดินไปหยิบผ้าเช็ดตัวและเสื้อผ้าให้เธอเปลี่ยนชุด เขาโยนทั้งหมดไว้บนเตียงโดยเลี่ยงที่จะไม่ส่งให้กับมือ
“หมายความว่าไงคะ” ดวงตากลมโตเบิกกว้างอีกครั้ง เธอรีบชี้มือไปยังกองผ้าที่เขาพึ่งโยนทิ้งไว้อย่างรวดเร็ว คำสั่งนี้ทำเอาเธอแทบอยากวิ่งทะลุประตูออกไปอีกครั้ง หัวใจเต้นรัวจนแทบทำอะไรไม่ถูก
“ผมให้คุณไปอาบน้ำ” เขาถลึงตาย้ำกับเด็กกะโปโลอีกครั้ง
“ทิชาต้องกลับบ้านค่ะ” เธอลุกยืนทันที พร้อมกับเชิดหน้าขึ้นแล้วพูดห้วนไม่มองหน้าเขา พลางกลั้นใจตอบเสียงแข็งไปแบบนั้น ทั้งที่ใจกลัวจนตัวสั่น เธอเหลือบไปมองที่มือเล็กของตัวเองมันสั่นระริกจนต้องเอาอีกมือเข้ามาจับประคองกันไว้ ให้ตายเถอะดันพากันสั่นทั้งสองข้างและเริ่มควบคุมไม่อยู่ “นี่ฉันมาทำอะไรที่นี่กัน” อยู่ๆ คำนี้ก็พูดดังก้องอยู่ในหัว “ทิชา เธอต้องตั้งสติให้ดีนะ” หญิงสาวพึมพำย้ำบอกตัวเอง
“โทรบอกพ่อของคุณ ว่าจะค้างที่นี่” สาวน้อยยังคงใจแข็งทำหน้าเชิดขู่เขาไว้ เพื่อให้ชายหนุ่มรู้ว่าเธอไม่เกรงกลัวเขาสักนิด มันเป็เกาะป้องกันตัวสุดท้ายที่เธอมี คนตัวเล็กเชิดหน้าขึ้นแอบเหลือบมองชายหนุ่มที่ลุกขึ้นเดินตรงไปยังกระเป๋าที่เธอวางเอาไว้ ร่างสูงหยุดมองดูกระเป๋าของเธอครู่หนึ่ง
“ถ้าอย่างนั้นจะให้ผมโทรบอกแทนไหม”
“คุณแทนคุณทำแบบนี้ทำไมคะ พรุ่งนี้เราค่อยศึกษางานไม่ได้หรือคะ วันนี้ดึกมากแล้วทิชาต้องกลับไปหาพ่อ พ่อรอทิชากินข้าว” ชายหนุ่มล้วงเข้าไปในกระเป๋าแล้วหยิบมือถือของเธอขึ้นมาอย่างใจเย็น โดยที่คำขอร้องของนันทิชานั้น เหมือนลมที่พ่นผ่านหูเขาไป ก่อนเดินเข้าไปหาสาวน้อย ดวงตาคมกริบจ้องมองตรงมายังนันทิชา พึ่งรู้ว่าเธอกล้าดีมากที่มาตีฝีปากกับท่านประธานอย่างเขา ร่างบางเริ่มปิดอาการกลัวของตัวเองไม่มิด เธอก้าวถอยหลังจนชนขอบเตียง ดวงตากะพริบถี่ๆ พยายามกลั้นหายใจแล้วเชิดหน้าขึ้นขู่คนตัวใหญ่อีกครั้ง
“ผมโตมาไม่มีพ่อแม่อบรมสั่งสอน ผมไม่รู้และไม่สนใจว่าครอบครัวคุณจะดูอบอุ่นมากแค่ไหน คุณคงยังไม่รู้ว่าผมเป็คนที่อยากทำอะไร ต้องได้ทำ ในเมื่อวันนี้ผมให้คุณมาศึกษางานเลขาคุณก็ต้องทำ” ชายหนุ่มจ้องมองเธอด้วยดวงตาที่แข็งทื่อพร้อมกับก้าวเท้าเข้ามาแล้วยื่นมือถือให้เธอเป็การบังคับ ดวงตาเล็กหลุบมองดูโทรศัพท์ด้วยความกังวล มือเรียวเล็กที่สั่นอยู่นั้นพยายามเอื้อมมาหยิบ แม้เธอสับสนและไม่อาจร่วงรู้ได้ว่ากำลังเผชิญหน้าอยู่กับอะไร สิ่งที่เธอทำได้คือให้บิดาสบายใจที่สุด
“พ่อคะ คืนนี้ทิชานอนค้างที่ร้านนะคะ ที่ร้านงานยุ่งมาก ฯลฯ” เสียงของนันทิชารายงานผู้เป็บิดาของเธอดังขึ้น การโต้ตอบของสองพ่อลูกที่กินเวลานานหลายนาที ขณะเดียวกันชายหนุ่มยืนกอดอกมองดูความสำเร็จของแผนการตัวเองไม่ห่างไปไหน เขาสะใจทุกวินาทีที่หญิงสาวหาคำมาโกหกบิดา และจบลงด้วยการไม่ได้กลับบ้าน แทนคุณเผยรอยยิ้มออกมาด้วยความสะใจ หลังจากนันทิชากดวางสาย เกมการเอาคืนได้เริ่มต้นขึ้นนับจากนี้ เขาใช้เวลาที่มีเริ่มทำการสอนงานเบื้องต้นเล็กๆ น้อยๆ ให้นันทิชา ซึ่งก็ไม่ได้มีความหมายมากมายอะไรนัก เพราะที่จริงแล้วงานเลขานั้น ไม่มีตำแหน่งว่างสำหรับเธอ
“ไปอาบน้ำสิ” แทนคุณใช้น้ำเสียงเบาลง พลางหันไปหยิบผ้าเช็ดตัว พร้อมกับเสื้อผ้ายื่นให้กับหญิงสาวอีกครั้ง ดวงตากลมโตจ้องมองเขาอย่างไม่พอใจนัก ครานี้ความกลัวเริ่มจางหาย ความไม่พอใจเริ่มเข้ามาแทนที่ เพราะแทนคุณทำให้เธอต้องโกหกบิดาตัวเอง เขาเป็เ้านายนิสัยแบบไหนกันเธอเริ่มสงสัย
“คืนนี้ทิชาขอไปนอนกับป้านานะคะ” เธอหยิบของที่ท่านประธานส่งให้ แล้วสะบัดตัวเดินออก
“ไม่ต้อง ที่ของคุณคือด้านล่างนี่ไง” ชายหนุ่มชี้ไปยังพื้นห้องของเขา หญิงสาวถอนหายใจยาวเหยียดแล้วเดินกลับเข้ามา
“ทิชาไม่รบกวนดีกว่าค่ะ ทิชาขอไปนอนกับป้านา” เธอกดน้ำเสียงต่ำ ให้ดูราบเรียบ เสมือนไม่ได้โกรธเคืองเขา
“ด้านล่างที่พื้นนี่แหละ ไม่ต้องไปนอนกับป้านา เช้าผมจะไปส่งคุณที่บ้าน ไปอาบน้ำได้แล้ว” ชายหนุ่มยืนกรานคำพูดเดิม นันทิชาจำใจหยิบกองผ้าจากมือของเขาแล้วเดินลับเข้าไปในห้องน้ำ แทนคุณเดินไปนั่งลงบนเตียงแล้วหยิบเอกสารเก่าทั้งหมดเข้าไปเก็บ เขาไม่้าให้ใครล่วงรู้ว่านำเด็กสาวกะโปโลมานอนในห้องมันช่างน่าอายเหลือเกิน เมื่อเทียบกับคนหนุ่มที่มีเพียบพร้อมทุกอย่างอย่างเขา ถ้าไม่ติดว่าจะเอาคืนนายดินแม้แต่หางตาเขาจะไม่ปรายตามองเธอ รสนิยมของเขาเลิศหรูเกินกว่าจะชายตามองเด็กกะโปโลคนนี้ แค่คิดก็ออกจะขนลุกขึ้นมา ก่อนจะหันมาเพ่งมองแผลที่แขนและนิ้วมือ อันเกิดจากการโดนเล็บยาวของคนตัวเล็กข่วนทิ้งไว้ขณะที่เธอเสียขวัญ ร่างสูงถอนหายใจแล้วลุกขึ้นไปหยิบยามาทาอย่างเงียบๆ ภาพของชายชราที่ชื่อ “นายดิน โชติมา” ปรากฏเด่นชัดในขณะที่เขาลงมือทายาให้กับตัวเอง
