นอกเมืองชิงจิง บนยอดเขาลูกหนึ่ง! ยืนไว้ด้วยบุรุษหลายคน
“วูบ!”
เงาร่างสายหนึ่งผ่านตาไป เป็เงาของคนผู้หนึ่ง เป็โม่ซันซันเ้าตำหนักหมาป่าประจิมแห่งพรรคเทพหมาป่า์
“เกิดอะไรขึ้นถึงต้องรีบตามข้ามาแบบนี้?” โม่ซันซันนิ่วหน้าถาม
“เ้าตำหนัก ท่านดูเองเถอะ!” หนึ่งในบุรุษชี้ไปทางชิงจิง
ไกลออกไป จื่อปู้ฝานจูหงอีสองยอดฝีมือกำลังช่วยกันสะกดข่มัทองโปร่งใสตัวหนึ่งอยู่
“ชีพจรัทอง?” โม่ซันซันอุทาน
“ใช่ พวกเราจับตาดูพวกถงอันอันไว้ตามที่ท่านบอก เื่ที่เกิดขึ้นใน่สองวันที่เราคอยตามและสังเกตการณ์อยู่ลับๆ บีบให้เราต้องตามท่านมา! ไม่รู้เพราะอะไรแต่หวังเค่อดูจะคุ้นเคยกับสองเ้าตำหนักลัทธิมารเป็อย่างยิ่ง พวกเราไม่กล้าเข้าไปใกล้จึงได้แต่สังเกตการณ์อยู่ห่างๆ จากนั้นจางหลี่เอ๋อร์จากพรรคอีกาทองคำก็นำคนมาแต่ก็ถูกจับตัวไว้หมด พวกมันถูกขังไว้ที่ตำหนักที่เห็นอยู่นั่น แต่น่าเสียดายที่ต้องพังถล่มไปเพราะลูกหลงจากศึกสยบั นี่ก็ไม่รู้ว่าในนั้นมีคนรอดชีวิตกี่มากน้อย!” บุรุษคนนั้นรายงานอย่างสุภาพ
“โฮ่?” โม่ซันซันชะงักไป
บุรุษคนนั้นพรรณนาถึงภาพที่เห็นได้จากไกลๆ อย่างละเอียด
โม่ซันซันฟังนานเข้ากล้ามเนื้อบนใบหน้าก็เริ่มกระตุก
“หวังเค่อ? มันนี่ช่าง...!” โม่ซันซันไม่รู้จะหาคำใดมาพรรณนาดี
ครั้งก่อนตอนอยู่ที่เมืองจูเซียนตนเคยถูกหวังเค่อขุดหลุมดักมาแล้วรอบหนึ่ง แม่งเอ๊ย พอจางหลี่เอ๋อร์มาหาเื่หวังเค่อในยามนี้ หวังเค่อกลับสวมบทเป็วีรบุรุษช่วยสาวงาม? กระอักเืปริมาณเท่าคนสองคนออกมา? ไม่ใช่เคยบอกว่าเ้าไม่ชอบจางหลี่เอ๋อร์หรอกหรือ? เ้าจะมาหลอกผู้เฒ่าผู้แก่อย่างข้าทำอะไร?
“เ้าตำหนัก ท่านคิดเห็นอย่างไร...?” บุรุษคนนั้นถามอย่างสงสัย
โม่ซันซันทำหน้าพิกลอยู่สักพัก แต่สุดท้ายก็เอ่ยอย่างเคร่งขรึม “ข้าเองก็ไม่ทราบเจตนาของลัทธิมารดี ชีพจรัทอง? คิดคร่ากุมไม่ได้ง่ายขนาดนั้นหรอก!”
“งั้นพวกเราควรทำยังไงกันดี?”
“พวกเ้าแน่ใจหรือว่าพวกจางหลี่เอ๋อร์ถูกขังไว้ในตำหนักนั่น ตำหนักตรงนั้นถูกพังจนเหลือแต่ซากไปแล้ว คนที่อยู่ในนั้นเกรงว่าคงโชคร้ายมากกว่าโชคดี” โม่ซันซันถามเสียงต่ำ
“ขอรับ พวกเราเห็นมากับตา!”
“งั้นก็ส่งข่าวนี้ไปให้ถึงศิษย์พรรคอีกาทองคำซะ บอกว่าเป็เพราะ้าทวงแค้นหวังเค่อ จางหลี่เอ๋อร์ที่พาศิษย์น้องหญิงชายจากพรรคอีกาทองคำมาด้วยจึงต้องพบกับจุดจบอันแสนเศร้า!” โม่ซันซันเอ่ยเสียงเย็น
“อ๋า? ทำเช่นนี้ไม่แย่เอาหรือขอรับ?” คนผู้นั้นเอ่ยอย่างกังวล
“พวกเราก็แค่บอกกล่าวความจริงออกไป ฮึ่ม หวังเค่อเคยทำข้าไว้เจ็บแสบ ข้าก็แค่สนองคืนไปเท่านั้น!” โม่ซันซันเอ่ยเสียงเย็น
“ทราบ!”
“แล้วถงอันอันล่ะ?” โม่ซันซันถามต่อ
“ถงอันอันกับสิบหัวโล้นเอาแต่ซ่อนตัวอยู่ในสวน ไม่ยอมโผล่หน้ามาเลยขอรับ!”
“นั่นย่อมแน่นอน มารอริยะแห่งลัทธิมารกำลัง้าตัวมัน มันไหนเลยจะกล้าเผยตัวออกมา? พวกเ้าจงจับตาดูว่าถงอันอันมีการติดต่อสัมพันธ์อันใดกับศิษย์ลัทธิมารเหล่าไหนบ้างหรือเปล่า จดบันทึกมาให้หมด ข้าใช้ประโยชน์จากเื่นี้ได้! จดไว้ให้ดีล่ะ!” โม่ซันซันกำชับเสียงเข้ม
“ทราบ!” ทุกคนตอบรับ
“เ้าตำหนัก ท่าน้าใช้ถงอันอันจับใครสักคนจากลัทธิมารใช่ไหมขอรับ?” บุรุษคนหนึ่งถามอย่างใคร่รู้
“มิผิด ลัทธิมารเองก็มีปัญหาภายในเหมือนกัน! ถงอันอันผู้นี้เผอิญมีอิทธิพลสูงส่งในฝักฝ่ายลัทธิมาร และที่สำคัญคนผู้นี้เหลี่ยมจัดใช่เล่น! โดยปกติแล้วมันไม่เกิดเื่อะไรขึ้นหรอก เพราะงั้นแค่ตามดูการเคลื่อนไหวมันก็พอ!” โม่ซันซันว่า
“ไม่เกิดเื่อะไรขึ้น? แต่ข้าจำได้คลับคล้ายคลับคลาว่ามันถูกหวังเค่อจับได้สองครั้งเลยนี่ขอรับ?” บุรุษคนหนึ่งถามอย่างกินแหนงแคลงใจ
โม่ซันซันหน้าดำ จับได้สองครั้งที่ไหนกัน!? ครั้งล่าสุดที่ถูกจับได้ในเมืองจูเซียนข้าไม่ได้บอกพวกเ้าหรอก
“สองครั้งนั้นเป็แค่ความบังเอิญ มันระดับฝีมือขั้นไหน หวังเค่อระดับฝีมือขั้นไหน? หากเจอกันอีกรอบ คิดว่าหวังเค่อจะจับมันได้? ฝันไปเถอะ!” โม่ซันซันเหยียดหยาม
“จะ เ้าตำหนัก ทะ ทะ ท่านดูนั่น!” บุรุษคนหนึ่งดึงแขนเสื้อโม่ซันซันยิกๆ ชี้โบ๊ชี้เบ๊ไปทางนอกวัง
ที่เห็นคือภาพของหวังเค่อที่กำลังแบกคนร่างอ้วนก้าวอาดๆ เข้าไปในวัง เ้าอ้วนคนนั้นสลบไสลไม่ได้สติ แต่ไม่ได้ปกปิดอำพรางรูปโฉมไว้ มองปราดเดียวทุกคนก็จำได้ทันที
“ถงอันอัน?” โม่ซันซันสูดลมหายใจหนาวเหน็บ
ไอ้ถงอันอันนี่มันสติไม่สมประกอบรึยังไง! มารดาเ้าเถอะ ทำไมถึงเอาแต่ให้หวังเค่อจับอยู่ได้!? ข้าอุตส่าห์ช่วยเ้ายกหางคุยโม้ซะดิบดี แต่เ้ากลับทำให้ข้าต้องขายหน้าครั้งแล้วครั้งเล่า! ข้ายังหวังให้เ้าช่วยข้าจำแนกฝักฝ่ายในลัทธิมารอยู่แท้ๆ แต่นี่เ้าทำบ้าอะไรของเ้า?
ภายในนครหลวง ในสวนหย่อมแห่งหนึ่ง
แก๊งสิบโล้นเองก็เห็นภาพที่หวังเค่อแบกถงอันอันเข้าวังไปเหมือนกัน สีหน้าของพวกมันแต่ละคนกลายเป็ไม่น่าดูขึ้นมาถนัดใจ
“ข้ารู้อยู่แล้ว ข้ารู้อยู่แล้วเชียวว่าจูเยี่ยนนั่นต้องมีปัญหา!”
“จูเยี่ยนคือไส้ศึกที่หวังเค่อส่งตัวมา มันจงใจวางแผนร้ายต่อท่านผู้ดูแล!”
“ท่านผู้ดูแลติดกับอีกแล้ว!”
.........
......
...
แก๊งหัวโล้นสุมหัวกันเค้นสมอง ออกไปช่วย? ตอนนี้ใครมันจะกล้า จึงได้แต่ต้องเฝ้ารออย่างอดทน
การต่อสู้ภายในวังหลวงเองก็สิ้นสุดลงแล้ว
ัทองถูกผนึกไว้ในท้องของจูเยี่ยน บนหน้าท้องของมันมีลายัทองประดับหรา ส่องแสงสีทองอำพันอยู่เป็นิจ
จูหงอีสีหน้าซับซ้อนสุดระงับ
“บนร่างของจูเยี่ยนมีปราณัอยู่จริง มีแต่จูเยี่ยนที่ัทองยอมรับการผนึก นี่ไม่ง่ายเลยจริงๆ!” จื่อปู้ฝานถอนใจ
อาจเป็เพราะัทองในร่าง แต่จู่ๆ จูเยี่ยนก็ได้สติขึ้นมา
พริบตาที่ได้สติ จูเยี่ยนก็เห็นว่าทุกคนกำลังมองมาที่มัน
“ทะ ท่านอาทวด? พวกท่าน...ข้า...?” จูเยี่ยนประหลาดใจเป็ล้นพ้น
“ไม่ต้องกังวลไป สงบจิตสงบใจไว้ก่อน!” จูหงอีปลอบ
“เพราะอะไร!? แล้วนี่ทำไมข้าถึงไม่สวมเสื้อ? ท้องข้า อ๊า บนท้องข้านี่มันอะไร?” จูเยี่ยนตะลึงลาน
ลายัทองบนท้องของจูเยี่ยนกลับสามารถแหวกว่ายเคลื่อนไหวไปอย่างช้าๆ ภาพนี้ทำให้จูเยี่ยนแทบขวัญกระเจิง
“ข้าก็บอกแล้วไงว่าไม่ต้องกังวลไป เดี๋ยวจะไปกระตุ้นัทองที่ถูกผนึกอยู่ในท้องเ้าเอา! อารมณ์ของมันเปลี่ยนไปเพราะเ้า!” จูหงอีอธิบาย
“ัทอง? ัทองตัวนั้นน่ะหรือ? นี่มันอยู่ในท้องข้าหรือนี่!” จูเยี่ยนแทบหัวใจวาย
“ครืนนนน!”
อยู่ๆ ก็รู้สึกเหมือนมีคลื่นลมพลิกคว่ำพลิกหงายอยู่ในท้อง ัทองดูจะหงุดหงิดงุ่นง่านขึ้นมา
“ข้าก็บอกแล้วไงว่าอย่าแตกตื่นใไป อย่าะโด้วยประเดี๋ยวัทองจะใ หากัทองถูกกระตุ้นมากเข้ามันอาจะเิตัวเอง ส่วนเ้าก็จะได้ตายโดยไร้ดินกลบหน้า!” จูหงอีกำชับเสียงเฉียบ
“อะไรนะ? ะเิตัวเอง?” จูเยี่ยนตัวสั่นระริกด้วยความผวา
“ฮึ่ม ใครใช้ให้เ้าถูกัทองคาบไว้ในปากกันล่ะ? เมื่อกี้ข้าพยายามช่วยเ้าออกมา แต่ไม่ว่ายังไงมันก็ไม่ยอมเปิดปาก แล้วอยู่ๆ มันก็มุดเข้าไปในท้องของเ้าเองโดยที่พวกเราไม่ต้องเปลืองแรงกันเลยสักนิด เราก็เลยฉวยจังหวะนั้นผนึกมันซะ!” จูหงอีอธิบาย
“ขะ ข้าเองก็ไม่รู้เหมือนกัน!” จูเยี่ยนยังกลัวไม่หาย
“เ้าไม่รู้? ก่อนหน้านี้เ้าลงไปทำอะไรใต้ดิน? หากเ้าไม่ลงไปในนั้นมีหรือัทองจะเพ่งเล็งเ้า? หากเ้าหนีไปให้ห่างัทองจะเจอตัวเ้าได้ยังไง? เมื่อกี้เ้าอยู่ตรงจุดที่เรากำลังปราบักันอยู่พอดี หากมันไม่เจอเ้า แล้วจะให้เจอใคร?” จูหงอีเอ่ยเสียงเย็น
“ข้า? ขะ ข้าถูกหวังเค่อมันตลบหลัง!” จูเยี่ยนคำรามอย่างคับแค้นใจ
หากไม่ใช่เพราะหาตัวหวังเค่อ ตนไหนเลยจะถูกัทองเพ่งเล็ง?
“หวังเค่อ?” ทุกคนผงะไป
“เกี่ยวอะไรกับหวังเค่อ?” จูหงอีถามอย่างงุนงง
จูเยี่ยนอ้าปาก แต่จะให้มันพูดยังไง? อาทวดกำลังตามจับถงอันอันตามคำสั่งของมารอริยะ แต่ตนกลับไปร่วมวงกับถงอันอันตามฆ่าหวังเค่อ? นี่จะพูดออกมาได้ยังไง?
“หือ? มีใครตามหาข้าอยู่หรือ?” จู่ๆ ก็มีเสียงคนะโมาจากหลังฝูงชน
ทุกคนเหลียวหน้าไปดู กลับเห็นหวังเค่อกำลังแบกคนร่างอ้วนเข้ามาใกล้
“หวังเค่อ นี่เ้า...!” จูหงอีอุทาน
“อ้อ เมื่อกี้ตอนที่พวกท่านกำลังจับัทองกัน จูเยี่ยนก็มาช่วยข้าจับกุมนักโทษที่มารอริยะ้าตัว พวกท่านช่วยดูหน่อยว่าข้าจับมาผิดตัวหรือไม่?” หวังเค่อโยนถงอันอันลงกับพื้น
“แอ้ก!” ถงอันอันร้องออกมาคำหนึ่ง ราวกับว่าได้สติแล้ว
ถงอันอันเปิดเปลือกตาแล้วก็เห็นหวังเค่อยืนอยู่ตรงหน้า มันตั้งท่าลงมือโจมตีแต่กลับเห็นกลุ่มคนยืนหัวโด่รายล้อมมันก่อน
จูหงอี จื่อปู้ฝาน?
“ขะ ข้า พวกเ้าจำคนผิดแล้ว!” ถงอันอันร้องเสียงหลงหันหลังตั้งท่าหนี
“ตูม!”
โซ่ตรวนพุ่งเข้าพันถงอันอันไว้ทันที
“ถงอันอัน? เ้ายังคิดหนีอีกรึ ฮึ่ม!” จูหงอีแค่นเสียงเย็น
“ขะ ข้า เ้าตำหนักจู ไว้ชีวิตด้วย!” ถงอันอันคุกเข่าเว้าวอนด้วยความผวา
ถงอันอันเว้าวอนขอความเมตตาจากจูหงอี แต่ในขณะเดียวกันก็ส่งสายตาไปให้จื่อปู้ฝานไม่หยุดราวกับว่ากำลังขอให้นางช่วย
จื่อปู้ฝานหน้าดำทะมึน ช่วยเ้า? ประสาท! คนมองกันเยอะแยะขนาดนี้ ข้าจะช่วยเ้าได้ยังไง? หากข้าช่วยเ้าต่อหน้าธารกำนัลก็เท่ากับว่าข้าแข็งข้อต่อมารอริยะอย่างโจ๋งครึ่มสิ! ไอ้โง่เอ๊ย!
จื่อปู้ฝานหันหน้าหนี ถงอันอันเองก็เข้าใจจึงไม่อาจขอร้องให้นางช่วยต่อหน้าพยานเป็เบือ จึงได้แต่เว้าวอนจูหงอีต่อไป
“ฮึ่ม ไว้ชีวิต? เ้าไปคุยกับมารอริยะเองแล้วกัน!” จูหงอีเอ่ยเสียงเย็น
จูหงอีหันหน้ามาทางจูเยี่ยน “สิ่งที่หวังเค่อพูดมาเป็ความจริงหรือไม่? เ้าช่วยหวังเค่อจับตัวถงอันอันมาได้?” จูหงอีถาม
จูเยี่ยน “…!”
ทำยังไงดี? จะตอบยังไงดี?
ตอบไปว่าไม่ใช่? ข้าสมรู้ร่วมคิดกับถงอันอันเพื่อไล่ฆ่าหวังเค่อ? แต่ข้ากล้าบอกหรือ? อาทวดจะจัดการคนในครอบครัวเพื่อเห็นแก่ส่วนรวมหรือเปล่า! อาทวดคือผู้หนุนหลังข้านะ!
“ใช่ ใช่แล้ว ข้าช่วยหวังเค่อเอง!” จูเยี่ยนเอ่ยขัดเจตนารมณ์ของตัวเองอย่างหดหู่ใจ
“จูเยี่ยน เป็เ้าจริงๆ ด้วย ดูเหมือนว่าก่อนหน้านี้ข้าเข้าใจเ้าผิดไป! ครั้งนี้จับตัวถงอันอันมาได้จำต้องขอบคุณเ้ามากจริงๆ ฮ่าๆๆ!” หวังเค่อะเิหัวเราะ
หวังเค่อหัวเราะร่วน แต่ถงอันอันหัวเราะไม่ออก คนหันมามองจูเยี่ยนด้วยความอาฆาตแค้น
“จูเยี่ยน เ้าลูกตัวบัดซบ ไม่ใช่บอกว่าจะฆ่าหวังเค่อด้วยกัน? เ้าหลอกข้า เ้าหลอกข้า เ้ากับหวังเค่อสมคบคิดกัน! ในเกาะเทพั เ้าร่วมมือกับหวังเค่อเพื่อเล่นงานข้า! มาตอนนี้เ้าก็ยังจะร่วมมือกับหวังเค่อเล่นข้าอีก จูเยี่ยน ต่อให้ข้าต้องเป็ผี ข้าก็จะไม่ปล่อยเ้าไปแน่!” ถงอันอันคำรามกร้าว
จูเยี่ยน “…!”
ข้าร่วมมือกับเ้าจริงๆ นะ! แต่ประเด็นคืออาทวดข้าอยู่ตรงนี้ด้วย ข้าจะพูดออกมาได้ยังไง! เขาคือผู้หนุนหลังของข้านะ!
“ทำได้ไม่เลวเลยจูเยี่ยน! ในที่สุดเ้าก็รู้จักมีความคิดสักที!” จูหงอีเอ่ยเสียงขรึม
จูเยี่ยนยิ้มกระอักกระอ่วน ให้ข้าทำยังไงได้?
คำขู่จากถงอันอันไม่มีผลอะไร แต่จื่อปู้ฝานทางด้านข้างนั้นต่างออกไป
ถงอันอันแอบดำเนินการตามคำสั่งของตนเอง! แต่สุดท้ายกลับถูกจูเยี่ยนดัก?
“จูเยี่ยน เ้าได้ของดีไปจากข้า! แต่กลับไม่ช่วยข้ากระทำการให้ลุล่วงไป?” จื่อปู้ฝานเอ่ยเสียงต่ำ
จูเยี่ยนหน้าแข็งทื่อโดยพลัน
เืพลังปฐมที่ตนใช้เพื่อทะลวงสู่ดวงธาตุทองคำจื่อปู้ฝานเป็ผู้ประทานให้ แต่สุดท้ายตนไม่เพียงไม่อาจชดใช้ให้จื่อปู้ฝาน แต่ยังแข็งข้อกับนางซ้ำแล้วซ้ำเล่า นี่ นี่จะทำยังไงดี?
“ในเมื่อจูเยี่ยนเคยเอาโลหิตพลังปฐมไปจากเ้า งั้นข้าจะให้มันชดใช้เ้าในภายหลังเอง!” จูหงอีรับหน้าแทน
พอเห็นจูหงอีเริ่มโกรธตน จื่อปู้ฝานก็หดหู่
“ข้าไม่สนใจโลหิตพลังปฐมนั่นหรอก ฮึ! ช่างเถอะ ข้าจะไม่พูดถึงเื่นั้นไปอีกสักพัก!” จื่อปู้ฝานจำใจกล่าว
“จูเยี่ยน ตัวเ้าผนึกัทองที่ข้า้าตัวไว้ เ้ามากับข้าก่อน!” จื่อปู้ฝานหันกลับมาทางจูเยี่ยนอีกครั้ง
“ไปกับเ้า? เ้า้าชีพจรันี้ไปทำอะไร?” จูหงอีฉงนใจ
“เื่นี้เ้าไม่ต้องมายุ่ง แต่วางใจเถอะรอข้าเอาชีพจรัออกมาจากร่างของมันได้ก่อน อย่างมากก็ใช้เวลาครึ่งปี แล้วข้าจะคืนจูเยี่ยนให้เ้าแบบครบสามสิบสอง!” จื่อปู้ฝานให้การรับรอง
“ไม่ได้ ชีพจรันี้อันตรายเกินไป มันอาจะเิขึ้นมาเมื่อไหร่ก็ได้ เ้าต้องบอกข้ามาให้ชัดๆ!” จูหงอีกดเสียงต่ำ
“ฮึ่ม เื่อะไรข้าต้องบอกเ้า!” จื่อปู้ฝานทำปากยื่น
จูหงอี “…!”
“ยังมีถงอันอัน ส่งมันมาให้ข้าจัดการ!” จื่อปู้ฝานชี้มาทางถงอันอันที่ถูกลืมอยู่ด้านข้าง
ถงอันอันตัวสั่นขึ้นมาอย่างลิงโลด แต่แล้วก็ต้องก้มหน้าไม่กล้าให้ใครพบเห็นสีหน้าของตัวเอง อย่างไรเสียเ้าตำหนักจื่อก็เริ่มช่วยข้าแล้ว
“ถงอันอัน?” จูหงอีนิ่วหน้าเล็กน้อย
“เ้าตำหนักจื่อ ท่านทำเกินไปหรือไม่ ถงอันอันผู้นี้คือถ้วยรางวัลของข้า ข้ายังต้องใช้มันแลกรางวัลอยู่นะ!” หวังเค่อประท้วงทันที
“เ้า้ารางวัลอะไร? ข้ารับปากไปแล้วไงว่าจะไม่เอาเื่ตระกูลหวังเ้าอีก เ้าคิดจะแตกหักกับข้า?” จื่อปู้ฝานถามเสียงต่ำ
“ไม่ ไม่ นั่นมันคนละเื่กัน เื่ที่ท่านไม่เพ่งเล็งตระกูลหวังข้าเป็ความชอบของเ้าตำหนักจู! เขาช่วยข้าคลี่คลายปัญหานี้!” หวังเค่อค้าน
เ้าคิดจะฮุบผลประโยชน์ทั้งสองอย่างเลย? นี่จะเป็ไปได้ยังไง?
“จื่อปู้ฝาน เ้ารับปากข้าแล้วว่าหากข้าช่วยเ้าจับัทองได้เ้าก็จะไม่เพ่งเล็งหวังเค่อและตระกูลของมันอีก แล้วทำไมตอนนี้ถึงได้กลับคำพูด?” จูหงอีกดเสียงต่ำ
จื่อปู้ฝานหดหู่เป็กำลัง ไม่วายต้องหันมาถลึงตาใส่ถงอันอันทีหนึ่ง เ้าตัวปัญญาอ่อน ทำยังไงถึงให้หวังเค่อจับมาได้!
“ใช่ๆ เ้าตำหนักจู ท่านต้องช่วยเป็พยานให้ข้านะ ถงอันอันผู้นี้ข้าจับมาส่งให้ท่าน ท่านต้องช่วยให้ข้าได้รางวัลด้วย! ข้าหวังพึ่งมันทำเงินให้กับข้า ไม่ๆ หวังพึ่งมันให้ข้าได้รางวัลต่างหาก!” หวังเค่อรีบกล่าว
“เ้า้ารางวัลแบบไหน?” จูหงอีสงสัย
“ท่านส่งถงอันอันให้มารอริยะแล้วบอกว่าข้าไม่้ารางวัลเป็เงินทอง แต่ข้าคิดที่จะก่อตั้งอาคารเสินหวังอีกแห่งหนึ่งก็เลยอยากเชิญมารอริยะมาตัดริบบิ้นเปิดบริษัทให้หน่อย!” หวังเค่อตั้งตาหวัง
จูหงอี “…!”
จื่อปู้ฝาน “…!”
“เ้าหน้าใหญ่เหลือเกินนะ มารอริยะมีหรือจะยอมช่วยเ้าตัดริบบิ้น?” จูหงอีเอ่ยอย่างดูถูก
“ทำไมจะไม่ได้ล่ะ? ท่านก็เห็นแล้วนี่ว่าพรรคเทพหมาป่า์ไว้หน้าบริษัทเสินหวังข้าเพียงไร นี่ไม่ใช่เื่น่าขายหน้าเลย! ข้ามีฐานะเป็นายท้ายเทพั ช่วยมารอริยะแบ่งเบาทุกข์โศก ในเมื่อจับถงอันอันกลับมาได้ มารอริยะก็น่าจะพิจารณาถึงความปากกัดตีนถีบของคนชั้นปลายแถวอย่างพวกเราและให้การสนับสนุนพวกเราบ้าง! ก็แค่ตัดริบบิ้นเท่านั้นเอง! ใช้เวลาแค่ไม่เท่าไหร่ ส่วนวันเวลาการเปิดบริษัทสาขาเอาไว้มารอริยะว่างเมื่อไหร่ก็คือเมื่อนั้นแล้วกัน!” หวังเค่อรีบกล่าว
จูหงอี “…!”
จื่อปู้ฝาน “…!”
“หวังเค่อ เ้าฝันลมๆ แล้งๆ ชัดๆ!” จื่อปู้ฝานแค่นเสียงหยัน
“จะฝันลมๆ แล้งๆ หรือไม่นั้นข้าไม่รู้ แต่แค่ลองเอ่ยปากกับท่านดูก็ไม่เสียหายนี่นา? สมมติว่าได้ขึ้นมาล่ะ? สมมติว่ามารอริยะยอมรับปากล่ะ?” หวังเค่อตาวับวาว
จูหงอี จื่อปู้ฝาน “…!”
ยอมรับปาก? มารอริยะยอมรับปากก็แปลกเต็มทน!
“เ้าตำหนักจื่อ หรือท่านจะเป็คนพาถงอันอันไปก็ได้เหมือนกัน แต่ท่านต้องช่วยข้าพูดเื่นี้กับมารอริยะด้วยล่ะ! ถึงยังไงข้าก็เป็แค่นายท้าย ไม่ควรข้ามหน้าข้ามตาไปรายงานกับท่านเอง! ท่านช่วยข้าบอกมารอริยะที ถงอันอันนี้ข้ายกให้ท่าน!” หวังเค่อพูดอย่างตรงไปตรงมา
“ข้าก็บอกเ้าอยู่นี่ไงว่ามารอริยะไม่ตอบตกลงหรอก! เ้าฟังไม่รู้เื่รึไง?” จื่อปู้ฝานเอ่ยเสียงขรึม
“แต่ถ้าเกิดว่าได้ล่ะ? ถ้าเกิดว่ามารอริยะตอบตกลงล่ะ? ถ้าเกิดมารอริยะตอบตกตกลง ท่านเองก็ต้องมาช่วยข้าตัดริบบิ้นเปิดตัวบริษัทด้วยนะ ว่าไงล่ะ?” หวังเค่อไม่อ้อมค้อม
จื่อปู้ฝาน “…!”
จื่อปู้ฝานตะลึงโง่งมไปกับความดื้อด้านของหวังเค่อ ใช้หัวแม่โป้งคิดก็ยังรู้เลยว่ามารอริยะไม่มีทางตอบตกลงแน่!
“ได้ หากมารอริยะตอบตกลง ข้าจะไปตัดริบบิ้นให้บริษัทเสินหวังอะไรของเ้ากับมารอริยะเอง! แล้วก็เป็เพราะเ้ายกถงอันอันให้ข้า ข้าก็จะไปช่วยพูดกับมารอริยะให้!” จื่อปู้ฝานรับปาก
“ตกลง! งั้นก็เอาตามนี้!” หวังเค่อฉีกยิ้มกว้างทันที
จื่อปู้ฝาน “…!”
“จูหงอี เอาแบบนี้ก่อนแล้วกัน เ้าช่วยข้าคร่ากุมชีพจรัมาได้ ข้ารับปากว่าจะไม่เพ่งเล็งหวังเค่อและตระกูลของมันอีก แต่ถ้าเ้าตำหนักคนอื่นมาเพ่งเล็งมันก็อย่ามาโทษข้าล่ะ!” จื่อปู้ฝานสูดลมหายใจลึก
“ได้!” จูหงอีพยักหน้า
“จูเยี่ยน เ้ามากับข้า!” จื่อปู้ฝานหันมาทางจูเยี่ยน
“ไม่ได้ จูเยี่ยนจะไปกับเ้าไม่ได้ เ้ายังไม่ได้บอกข้าเลยว่าัทองตัวนี้เ้าจะเอาไปทำอะไร?” จูหงอีเอ่ยเสียงต่ำ
“ข้าทำอะไรไปเกี่ยวอะไรกับเ้าด้วย!” จื่อปู้ฝานถลึงตาใส่อีกฝ่าย
“ไม่ได้! เ้าต้องบอกมาให้ชัดๆ!” จูหงอีนิ่วหน้ากล่าวคำ
จื่อปู้ฝานเองก็เริ่มมีน้ำโห หวังเค่อร่ำร้องว่าย่ำแย่ จู่ๆ ก็ถูกขนาบอยู่ตรงกลาง
“เ้าตำหนักจื่อ ท่านดูไม่ออกหรือ? เ้าตำหนักจูกำลังเป็ห่วงท่านอยู่นะ!” หวังเค่อรีบไกล่เกลี่ย
จื่อปู้ฝานชะงักไป จู่ๆ เพลิงโทสะที่กำลังจะปะทุก็จางหายไป
จูหงอีทางด้านข้างมองหวังเค่อตาโต เ้าพูดวาจาผีสางอันใดออกมา! ใครบอกว่าข้าเป็ห่วงนางกัน?
แววตาของจื่อปู้ฝานเต็มไปด้วยความอ่อนโยน นางนิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง “อีกไม่นานก็จะถึงงานชุมนุมประตูัแล้ว ข้าจะใช้มันในเวลานั้นแหละ!”
“งานชุมนุมประตูั?” จูหงอีชะงักไป ชัดเจนว่าไม่เข้าใจว่าจะใช้ประโยชน์ยังไงได้
“เอาละ ทีนี้ข้าก็พาตัวมันไปได้แล้วใช่ไหม?” จื่อปู้ฝานถาม
“ัทองในร่างของจูเยี่ยนอาจะเิขึ้นมาเมื่อไหร่ก็ได้!” จูหงอีขมวดคิ้ว
จื่อปู้ฝานยังไม่ทันจะพูดอะไรจู่ๆ หวังเค่อทางด้านข้างก็สอดปากขึ้นมาก่อน “เ้าตำหนักจูกำลังเป็ห่วงว่าถ้าเกิดัทองะเิขึ้นมาท่านจะเจ็บตัวเอาได้!”
“หวังเค่อ เ้าจะปากพล่อยไปแล้ว!” จูหงอีจ้องหวังเค่อตาเขม็ง
ข้ากำลังคุยกับจื่อปู้ฝานอยู่ เ้าจะสอดปากสอดคำอะไรอยู่ได้? แถมยังเปลี่ยนคำพูดข้าให้อวลไปด้วยกลิ่นอายบรรยากาศแสนกำกวมอีกต่างหาก เ้าเสียสติไปแล้วรึ!
หวังเค่อเองก็จนใจเหมือนกัน! ก็พวกท่านพูดจาเหมือนจะทะเลาะกันอยู่รอมร่อ ตัวข้าก็เพิ่งจะมีเื่ผิดใจกับจื่อปู้ฝานมาหมาดๆ ขืนทะเลาะกันขึ้นมาจริงข้าก็แย่สิ!
“เ้าตำหนักจื่อ เ้าตำหนักจูเป็คนแสดงความรู้สึกไม่เก่ง ท่านเองก็รู้จักเขามาหลายปีแล้ว ให้อภัยเขาหน่อยเถอะ!” หวังเค่อเกลี้ยกล่อมจื่อปู้ฝานอีก
แต่จื่อปู้ฝานในเวลานั้นกลับไม่หงุดหงิดงุ่นง่านอีก นางมองจูหงอีด้วยแววตาอ่อนละมุน “จูหงอี ถือว่าเ้ายังมีจิตสำนึก!”
จูหงอี “…!”
“หากเ้ากำลังห่วงความปลอดภัยของข้า งั้นเ้าค่อยพามันมาให้ข้าวันงานชุมนุมประตูัก็แล้วกัน! พามันมาที่จัตุรัสงานชุมนุมประตูัก็พอ!” จื่อปู้ฝานขยับตัวเข้าหาจูหงอีด้วยสีหน้าอ่อนโยนละมุนละไม โทนเสียงเปลี่ยนเป็อ่อนหวานประนีประนอม
จูหงอี “…!”
แม่งเอ๊ย ข้าก็แค่ถามว่าจะเอาัทองไปใช้ทำอะไรเฉยๆ เ้าถูกหวังเค่อมันจูงจมูกแล้ว!
หากข้าพาจูเยี่ยนไปหาเ้าที่งานชุมนุมประตูัแล้วถูกชิงเอ๋อร์จับได้ขึ้นมา ข้าไม่ต้องนอนนอกห้องพอดีรึ?
“ไม่ได้ ข้าจะไม่ไปงานชุมนุมประตูั!” จูหงอีเอ่ยเสียงเคร่ง
“หือ?” จื่อปู้ฝานนิ่วหน้า
“ข้าแค่กำลังถามเ้าว่าเ้าจะใช้ชีพจรัทำอะไรเท่านั้น!” จูหงอีถามอีกครั้ง
“ข้าบอกไม่ได้ ยังไงก็เถอะ เอาตามนี้นั่นแหละ! ข้าจะรอเ้าอยู่ที่งานชุมนุมประตูั” จื่อปู้ฝานส่ายหน้า
“ข้าไปไม่ได้!” จูหงอีเอ่ยอย่างเคร่งขรึม
“เ้า!” จื่อปู้ฝานถลึงตา
“เ้าตำหนักจื่อ ระงับโทสะก่อนขอรับ เ้าตำหนักจูแสดงความรู้สึกไม่เก่ง ค่อยๆ เป็ ค่อยๆ ไปนะขอรับ!” หวังเค่อรีบรอมชอม
จื่อปู้ฝานตรึกตรองอยู่สักพักก็เห็นพ้องว่าหวังเค่อพูดถูกแล้ว
“ฮึ่ม จูหงอี ยังไงซะข้าจะไปรอเ้าอยู่ที่งานชุมนุมประตูั หากเ้าไม่ยอมพาจูเยี่ยนมา ข้าจะคิดบัญชีกับมันเอง!” จื่อปู้ฝานขู่
“เกี่ยวอะไรกับข้าเนี่ย!” จูเยี่ยนเผยสีหน้าสิ้นหวัง
“พวกเ้าไปดูว่าศิษย์พรรคอีกาทองคำยังอยู่หรือไม่ ไปพาตัวพวกมันมาให้ข้า!” จื่อปู้ฝานะโสั่ง
“เ้าตำหนัก ในเศษซากพวกนั้นไม่มีศิษย์พรรคอีกาทองคำอยู่เลย เป็ไปได้ว่าอาจถูกถล่มทับจนแหลกเละก่อนถูกฝังจมอยู่ใต้ซากพวกนั้นไปหมดแล้ว!” ศิษย์ลัทธิมารคนหนึ่งะโตอบกลับมา
“ไม่มีใครอยู่? งั้นก็ช่างเถอะ! พวกเราควรไปกันได้แล้ว!” จื่อปู้ฝานเอ่ยเสียงต่ำ
“ทราบ!” ศิษย์ลัทธิมารกลุ่มนั้นรับคำ
จื่อปู้ฝานสาวเท้าเข้ามาอีกก้าวจนแทบจะตัวติดกับจูหงอีอยู่รอมร่อ
“จูหงอี จำไว้ให้ดีล่ะ เ้าต้องพาจูเยี่ยนมาที่งานชุมนุมประตูัให้ได้ แล้วเจอกัน!” จื่อปู้ฝานยิ้มเ้าเล่ห์
ไม่รอให้จูหงอีปฏิเสธ จื่อปู้ฝานพลันโน้มตัวเข้ามาใกล้ใบหน้าของจูหงอี
“จุ๊บ!”
จื่อปู้ฝานประทับรอยจุมพิตไว้บนใบหน้าของจูหงอี เล่นเอาอีกฝ่ายตาโตเป็ไข่ห่าน
“คิกๆๆ แล้วค่อยเจอกันวันงานชุมนุมประตูั!” จื่อปู้ฝานหัวเราะคิก
ระหว่างที่หัวเราะก็สะบัดชายเสื้อคราหนึ่ง ไอดำนับไม่ถ้วนพวยพุ่งออกมาประหนึ่งฝูงค้างคาวที่ปรากฏออกมาจากอากาศธาตุ เพียงพริบตาก็กลายเป็เมฆค้างคาวนำพาจื่อปู้ฝานและคณะพุ่งตรงขึ้นฟ้าไปพร้อมกับถงอันอัน
จูหงอีเหยียดมือตามไป รู้สึกหดหู่ไปพักใหญ่
แล้วเจอกัน? ล้อกันเล่น? ขืนชิงเอ๋อร์รู้เข้ามีหวังได้นอนนอกห้องแน่คราวนี้!
จูหงอีที่กำลังฮึดฮัดจู่ๆ ก็หันหน้ามาถลึงตาใส่หวังเค่อตัวต้นเหตุ
“เ้าตำหนักจู ข้าไม่เกี่ยวนะ!” หวังเค่อรีบออกปากทันที
“ไม่เกี่ยว? ฮึ่ม ดี ไม่เกี่ยวก็ไม่เกี่ยว หวังเค่อ ครั้งนี้ข้าช่วยเ้าไว้มากทีเดียว ถูกไหม?” จูหงอีถามเสียงต่ำ
“เอ่อ ก็ประมาณนั้นขอรับ! แม้ว่าวังจะเหลือแต่ซากจนข้าต้องเสียเงินไปมากมายก็ตาม! แต่ท่านเองก็ช่วยข้าสะสางความเข้าใจผิดระหว่างข้ากับเ้าตำหนักจื่อเหมือนกัน!” หวังเค่อยิ้ม
“ดี ในเมื่อข้าช่วยเ้าไว้ เ้าก็ควรจะช่วยข้าบ้าง!” จูหงอีกดเสียงต่ำ
“เ้าตำหนักจู ท่านพูดมาได้เลย หากข้าทำได้ ข้าต้องช่วยท่านแน่!” หวังเค่อรีบตกปากรับคำทันที!
“เ้าต้องพาจูเยี่ยนไปที่งานชุมนุมประตูัแทนข้า ถึงตอนนั้นจงให้จื่อปู้ฝานเอาชีพจรัทองออกมาจากร่างของมันด้วย!” จูหงอีสั่ง
“อะไรนะ? ให้ข้าพาจูเยี่ยนไปแทน? ไม่มีทาง!” หวังเค่ออุทาน
จื่อปู้ฝานระบุชัดเจนว่ากำลังคอยท่านอยู่ ขืนข้าเป็คนพาจูเยี่ยนไป นางไม่เอาผิดข้าโทษฐานที่ยุ่งเกี่ยวมากความพอดีรึ?
อีกอย่าง จูเยี่ยนก็ยิ่งฉาวโฉ่ในเื่รนหาที่ตายอยู่ด้วย! ขืนข้าพามันไปไม่เป็การแกว่งเท้าหาเสี้ยนรึไง? ไหนจะัทองในท้องมันที่สามารถะเิตัวเองเมื่อไหร่ก็ได้นั่นอีก แล้วข้าจะพกะเิเวลาติดตัวไว้ทำซากอะไร!?
“ท่านอาทวด ข้าไม่้าไปกับหวังเค่อ!” จูเยี่ยนร่ำร้อง
“ใช่ ใช่ ท่านมีสมุนเยอะแยะออกปานนั้น ต่อให้หลับตาเลือกคนผู้นั้นก็ยังฝีมือแก่กล้ากว่าข้าเลย! ให้มันพาจูเยี่ยนไปเถอะ!” หวังเค่อบ่ายเบี่ยง
“ไม่ๆๆ จูเยี่ยนคือตัวก่อปัญหา พวกเราไม่้ามัน น้องหวัง ลำบากเ้าแล้ว!” สมุนของจูหงอีรีบโบกไม้โบกมือปฏิเสธเป็พัลวัน
หวังเค่อ “…!”
จูเยี่ยน “…!”
ทุกคนล้วนเกลียดชังจูเยี่ยนกันหมด?
“เอาละ หวังเค่อ! นายท้ายสาขาเกาะเทพัเ้าขาดคนอยู่พอดี! งั้นก็ให้จูเยี่ยนเป็ศิษย์เ้าไปแล้วกัน! เอาตามนี้แหละ!” จูหงอีสั่งการเสียงขรึม
“เพราะอะไร!?” หวังเค่อร้อง
“ไม่นะ!” จูเยี่ยนเองก็ร้อง
ให้ข้าเป็ศิษย์ของหวังเค่อ? ล้อกันเล่น? ข้าไม่ต้องเชื่อฟังคำพูดมันพอดีหรือ?
“จูเยี่ยน? มันดีแต่ก่อเื่! แม้แต่ลูกมือพวกนั้นยังทนมันไม่ไหวเลย ไม่มีใครชอบมัน มีแต่เ้าหวังเค่อที่น่าจะเป็ไปได้! เมื่อกี้ยังเพิ่งร่วมมือกันจับกุมถงอันอันมาได้หมาดๆ! พวกเ้ามีความเข้าใจกันและกัน! ข้าเชื่อว่าเ้าทำได้!” จูหงอีว่า
“แต่ข้าไม่เชื่อว่าตัวเองทำได้! ประเด็นคือข้าเองก็ไม่ชอบมันเหมือนกัน!” หวังเค่อร้อนใจ
“เอาตามนี้แหละ! หวังเค่อ เ้าห้ามปฏิเสธ! เมื่อกี้ข้าช่วยเ้าสะสางเื่สำคัญทั้งที เ้ายังมีหน้ามาบายเบี่ยงไม่เอาธุระกับเื่เล็กๆ แบบนี้รึ?” จูเยี่ยนจ้องหวังเค่อตาเขม็ง
หวังเค่อ “…!”
จริงดังคาด บนโลกนี้ไม่มีอะไรได้มาโดยไม่ต้องลงแรง!
“ก่อนจะถึงวันงาน หากจูเยี่ยนมีอันเป็ไป ข้าจะคิดบัญชีกับเ้า ฮึ่ม!” จูหงอีสำทับมาอีก
หวังเค่อ “…!”
จากนั้นจูหงอีก็หันหน้ามาทางจูเยี่ยน “ที่ข้าพูดไปเมื่อครู่เ้าได้ยินแล้วใช่ไหม? ตอนนี้เ้าเป็ลูกมือของหวังเค่อแล้ว หากกล้าขัดขืนไม่ฟังวาจาเขา ข้าจะฆ่าเ้าเสีย!”
จูเยี่ยน “…!”
จูเยี่ยนตีหน้าเศร้า ทำไมตนถึงได้อาภัพขนาดนี้กันนะ!
หลังตำหนิว่ากล่าวสักพัก จูหงอีก็ไม่รอให้ทั้งสองคนหาคำมาคัดง้าง มันดีดตัวเหาะขึ้นฟ้ามุ่งหน้ากลับเกาะเทพัไปในทันที
หวังเค่อกับจูเยี่ยนมองจูหงอีจนลับตา จากนั้นก็หันมามองหน้ากัน ต่างเผยสีหน้ารังเกียจเดียดฉันท์ออกมา แม่งเอ๊ย! นี่มันเื่อะไรกันแน่!
“เพ้ย ไม่ถูกต้อง! เ้าตำหนักจูกลับไปอย่างนี้เลยรึ?” หวังเค่อชะงักไป
“น้องหวัง เ้าตำหนักจูกลับไปมีปัญหาตรงไหนรึ? หากข้าเดาไม่ผิด เ้าตำหนักคงจะกลับไปหาเนี่ยชิงชิงที่เกาะเทพันี่นา? ก็ไม่เห็นจะมีปัญหาตรงไหน?” ศิษย์ลัทธิมารคนหนึ่งถามอย่างสงสัยใคร่รู้
“ปัญหาไม่ได้ใหญ่อะไร แต่สิ่งสำคัญคือจื่อปู้ฝานทิ้งรอยจุมพิตแดงไว้บนหน้าของจูหงอี ขืนกลับไปทั้งอย่างนี้แล้วถูกเนี่ยชิงชิงเห็นเข้าจะไม่...!” หวังเค่อได้แต่เก็บความคิดไว้ในใจ
ศิษย์ลัทธิมารทุกคนหน้าเปลี่ยนสีทันควัน ทุกคนคิดเห็นตรงกันว่าอีกไม่นานจะต้องเกิดโศกนาฏกรรมในครัวเรือนอันแสนวิปโยคขึ้นแน่ๆ!
