หลินลั่วหรานแสดงท่าทางออกมาราวกำลังพูดล้อเล่นและถามชาวประมงแก่คนนี้ถึงสถานที่อยู่ของราชวังัหรงตงหลินรู้สึกไม่เข้าใจเอาเสียเลยแต่ชาวประมงแก่กลับดับยาสูบที่อยู่ไม่ห่างมือของเขาลงแววตาของเขาเผยรอยยิ้มออกมาเสียจนเหลือเป็เพียงเส้นตรงเล็กๆ เท่านั้น
“ช่างเป็เด็กสาวที่ตามีแววจริงๆ...ในที่แห่งนี้มีเพียงแค่ฉันคนเดียวที่พาพวกเธอไปที่นั่นได้ แต่ว่าเื่ราคาก็ฮึฮึ”
ชาวประมงแก่ยิ้มเสียจนดวงตากลายเป็เส้นเล็กเขาดูไม่ได้เ็าเหมือนก่อนหน้านี้แล้ว หรงตงหลินรู้สึกว่ารอยยิ้มของเขาดูดุร้ายแต่แววตาของหลินลั่วหรานกลับเปล่งประกายขึ้นมา
พวกเขามีเพียงบันทึกในซีกไม้ไผ่ที่บอกว่าภายในราชวังัแห่งต้งถิงมีสมบัติมากมายซ่อนอยู่แต่ทะเลสาบต้งถิงนั้นมีพื้นที่บริเวณกว้างกว่าแปดร้อยลี้และไม่มีใครรู้ว่าราชวังัแห่งต้งถิงอยู่ที่ไหน
แม้ว่าซินหยวนผิงจะขอความร่วมมือมาแต่หลินลั่วหรานก็ไม่ได้อยากจะรอให้คนอื่นมาคอยชี้นำให้
ถึงซินหยวนผิงจะสามารถพาเธอไปยังราชวังัได้จริงแต่เธอก็อยากจะเตรียมตัวให้มากขึ้น
หลังจากที่เกิดเื่ขึ้นไปแล้ว หลินลั่วหรานก็ยังไม่รู้เลยด้วยซ้ำว่าทำไมตัวเองถึงถามเื่ราชวังักับเหล่าเลี่ยวขึ้นมาโดยไม่ทันได้คาดคิด แถมเธอยังเชื่อเขาด้วย
ใบหน้าของเหล่าเลี่ยวเต็มไปด้วยรอยยิ้ม “ยังไงพวกเราก็สนิทกันขนาดนี้แล้วฉันจะลดราคาให้หน่อยก็แล้วกัน ฉัน้าแค่ราคานี้แหละแล้วฉันก็จะพาพวกเธอไปที่ราชวังั ว่าไง?”
เหล่าเลี่ยวชูนิ้วขึ้นมาเพื่อบอกราคา
“สามร้อย?” หรงตงหลินนั้นเป็คนประหยัดแต่ก็ไม่ใช่คนขี้เหนียว เงินสามร้อยกับการบอกทาง หากเป็ที่ราชวังัจริงมันก็เป็จำนวนเงินที่สมควรจะให้จ่าย
“สามร้อย? พูดออกมาได้ นี่มันราชวังแห่งเ้าันะไม่ใช่สวนหลังบ้านของเธอสักหน่อย! สามหมื่นถ้าขาดไปแม้แต่นิดเดียวก็ไม่มีทาง!”
น้ำเสียงของเหล่าเลี่ยวดังก้องกังวานท่ามกลางค่ำคืนที่มืดสลัวของบริเวณริมทะเลสาบจนทำเอานกกระยางที่กำลังจับปลาอยู่บริเวณริมขอบทะเลสาบพากันใบินหนีไป หรงตงหลินเบิกตาออกกว้างความโมโหพุ่งทะยานขึ้นมาในทันที
“แบบนั้นทำไมไม่ไปแย่งเอามาเองล่ะ!”
ตาแก่คนนี้บ้าไปแล้วหรือเปล่า จะมาหลอกเอาเงิน ยังจะมาหลอกกับรุ่นพี่หลินไม่ได้กลัวตายเอาเสียเลย
เหล่าเลี่ยวเองก็ถลึงตาออกกว้างไม่ได้แพ้หรงตงหลินเลยตอนนี้ความใจดีไม่ได้หลงเหลืออยู่บนร่างของเขาอีกต่อไป หรงตงหลินรู้สึกว่าพวกเขาทั้งสองคนก็เหมือนกับกระต่ายไร้ทิศทางที่กำลังถูกคนขี้หลอกลวงคนนี้บีบเอาเงินก้อนใหญ่ไป
แน่นอนว่าคนที่คิดจะทำแบบเขานั้นมีอยู่ไม่น้อย
พวกเรือประมงนั้นอยู่ไม่ห่างกันออกไปมาก หากพูดจากันด้วยเสียงเบาๆก็คงจะไม่มีอะไร แต่เสียงของเหล่าเลี่ยวที่ดังก้องกังวานไปเรียกให้เหล่าผู้คนที่อยู่บนเรือประมงบริเวณใกล้ๆ ต่างหูผึ่งขึ้นมา
เฮอๆ สามหมื่น นั่นมันกุ้งแดงกี่กิโลกรัมกัน เหล่าเลี่ยวกล้าตั้งราคาสูงขนาดนั้นเลยไม่รู้ว่าเื่นี้ ที่บ้านของพวกเขาเองจะพอสามารถแย่งชิงมาได้ด้วยหรือเปล่า?
เหล่าหญิงสาวชาวประมงที่เคยปฏิเสธหลินลั่วหรานอย่างเ็าต่างพากันรู้สึกเสียดายขึ้นมาในทันที พวกเธอจึงเริ่มส่งเสียงร้องเรียกขึ้น
“น้องสาว พวกเธอจะไปที่ไหนกันเหรอ เหล่าเลี่ยวเรียกสามหมื่นพวกเราแค่สามพันก็ไปแล้วนะ...”
“ใช่แล้ว มืดๆแบบนี้คนแก่อย่างเหล่าเลี่ยวคงจะไม่ว่องไวเท่ากับพวกคนวัยรุ่นหรอกให้หัวเชิงของบ้านฉันพาพวกเธอไปส่งดีกว่าไหม?”
“หัวเชิงของบ้านเธอเพิ่งจะอายุแค่เท่าไรเอง บังคับเรือได้แล้วเหรอ? ให้เป็บ้านเราดีกว่า...”
เงินตรานั้นล่อลวงใจคนมาก สำหรับในตัวเมืองแล้วเงินสามหมื่นก็เป็เพียงแค่ราคาของห้องขนาดหนึ่งตารางเมตรแต่สำหรับชาวประมงที่จับปลาหากินไปวันๆ เงินเพียงสามพันก็สามารถทำให้พวกเขาพาไปที่ไหนในต้งถิงก็ได้แล้ว
ในตอนนี้ทุกคนต่างก็กำลังพยายามหาทางให้ได้เงินก้อนนี้มาให้ได้มากที่สุดโดยไม่มีใครสนใจความสัมพันธ์ของเพื่อนบ้านที่อยู่ร่วมกันมาดังนั้นในตอนนี้บริเวณริมแม่น้ำจึงเต็มไปด้วยความคึกคัก และพวกหลินลั่วหรานทั้งสองคนก็กลายเป็ที่ชื่นชอบของทุกๆคน
แสงไฟมืดสลัวที่ถูกส่งออกมาจากบริเวณตะเกียงแก้วจากเื่เก่าๆสิ่งนี้เป็สิ่งที่เรือประมงทุกๆ ลำต่างก็ต้องมีกันทั้งทันและด้วยที่นี่นั้นไม่มีไฟฟ้า ดังนั้นตะเกียงกันลมพวกนี้จึงมั่นคงกว่าตะเกียงถูกจุดประกายให้สว่างขึ้นจนทำให้บริเวณริมขอบทะเลสาบดูคึกคักราวกับกำลังฉลองตรุษจีน
หลินลั่วหรานได้แต่เผยรอยยิ้มออกมาบางๆเธอมองไปยังเหล่าชาวประมงที่กำลังโวยวายกันขึ้นในใจของเธอก็อยากจะเห็นว่าเหล่าเลี่ยวจะจัดการกับเื่นี้อย่างไรดังนั้นเธอจึงไม่ได้พูดอะไรออกมา
แล้วเหล่าเลี่ยวก็ไม่ได้ทำให้เธอผิดหวัง เขาเพียงเหยียดรอยยิ้มออกมาพร้อมกับส่งเสียงหัวเราะฮึฮึขึ้น “เธอจะไปราชวังัให้เงินสามหมื่นจะไปไหมล่ะ?”
ราชวังั?!
หญิงสาวชาวประมงที่ยืนอยู่ใกล้ที่สุดสำลักออกมาก่อนที่เธอจะรู้สึกราวกับว่าลมทะเลสาบในค่ำคืนนี้ช่างหนาวเหน็บขึ้นเธอรีบขอตัวเข้าไปในตัวเรือ และไม่พูดอะไรออกมาอีก
คำพูดของเหล่าเลี่ยวเป็เหมือนกับ ‘ลูกะุแห่งความเงียบ’ที่ยิงเข้าไปในกลุ่มฝูงชน บริเวณริมขอบทะเลสาบที่ก่อนหน้านี้ยังดูราวกับกำลังฉลองตรุษจีนเงียบสงัดขึ้นในทันที และตอนนี้บรรยากาศของมันก็เงียบเหงาราวกับป่าช้า
“คุณตาเลี่ยว นี่เงินสามหมื่นค่ะถ้าหากว่าสะดวกคุณพอจะพาพวกเราไปคืนนี้เลยได้ไหมคะ?”
เมื่อเห็นสถานการณ์แล้ว เพียงพริบตาหลินลั่วหรานก็นำเอาเงินปึกใหญ่ออกมาและวางมันลงต่อหน้าเหล่าเลี่ยวจริงๆ
แน่นอนว่ากระเป๋าเงินของเธอไม่สามารถจะบรรจุเงินได้ถึงสามหมื่นแม้ว่าเธอจะทำเหมือนหยิบเงินพวกนี้ออกมาจากกระเป๋าสะพายหลังแต่ความจริงแล้วมันคือเงินที่เธอวางเอาไว้ในพื้นที่ลึกลับเพื่อใช้ในเวลาที่จำเป็ั้แ่ที่ผ่านสถานการณ์ไร้เงินที่นอร์เวย์มา จนต้องไปขโมยเสื้อผ้าจากคนอื่นและเดินตามรถบัสกลับมายังเส้นถนน หลินลั่วหรานก็รู้สึกว่าแม้ตัวเองจะเป็นักฝึกศาสตร์ แต่เธอก็ยังคงหนีโลกธรรมดาใบนี้ไม่พ้นดังนั้นเธอจึงเลี่ยงที่จะใช้ทางนี้ในการแก้ปัญหาไม่ได้เื่ของเงินตราบางครั้งก็เป็เื่ที่ไร้ซึ่งขอบเขตประเทศมาขวางกั้น
หรงตงหลินรู้ดีว่าบ้านตระกูลหลินนั้นมีเงินมากแต่การที่จะนำเงินออกมาใช้ตามใจแบบนี้ก็ทำให้เขาเสียดายขึ้นมาแต่เขาก็เป็เพียงคนนอกจึงไม่สามารถจะพูดอะไรออกมาได้
เหล่าเลี่ยวรับเงินไปโดยไม่พูดอะไรมาก เขานับเงินซ้ำไปมาทีละใบกว่าสองรอบราวกับจะไม่ยอมให้มันขาดไปแม้แต่ใบเดียวทำเอาหรงตงหลินต้องหันหน้าหนีไปทางทะเลสาบอีกฝั่งอย่างช่วยไม่ได้
ในที่สุดใบหน้าของพ่อค้าหน้าเืเหล่าเลี่ยวก็เผยรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความพึงพอใจออกมาหลังจากจัดการเก็บเงินเรียบร้อยแล้ว เขาก็หันมายิ้มจนตาหยีให้กับหลินลั่วหราน
“ฉันจะพาพวกเธอไปตอนนี้เลย!”
แน่นอนว่าหลินลั่วหรานไม่ได้ออกความเห็นอะไรและคนที่เป็เพียงผู้ติดตามอย่างหรงตงหลินก็ยิ่งไม่สามารถจะออกความเห็นอะไรออกมาได้
ไม้พายอันเก่าขยับไปในน้ำทั้งสองเพิ่งจะได้สังเกตเห็นว่าเรือหางยาวสีดำลำนี้ไม่ได้มีเครื่องยนต์ติดตั้งไว้ดังนั้นจึงจำเป็ที่จะต้องใช้มือในการพายเรือออกไป
เขาจะพายเรือด้วยมือพาพวกเราไปยังราชวังัแห่งต้งถิงเหรอ? หรงตงหลินรู้สึกว่าเื่นี้มันช่างดูแปลกประหลาดเสียเหลือเกินเื่ราวมันเริ่มดูผิดปกติั้แ่ตรงไหนกันนะ?
ใช่แล้ว เป็เพราะว่าอยู่ๆรุ่นพี่หลินก็จะไปซื้อปลากับพวกชาวประมงเหล่านี้หลังจากนั้นพอกินซุปปลาที่ถูกโก่งราคาเข้าไปแล้วรุ่นพี่หลินก็ดูราวกับถูกครอบงำจิตใจเธอถามชาวประมงแก่คนนี้ถึงเื่ราชวังัขึ้นมาหรงตงหลินรู้สึกว่าเื่ราวเหล่านี้มีอะไรบางอย่างที่ดูผิดปกติไปแต่เขาเองก็ไม่รู้ว่าตรงไหน
ท่าทางการพายเรือของเหล่าเลี่ยวเต็มไปด้วยความมั่นคง และเป็จังหวะแม้ว่าจะเป็เรือที่ไม่ได้ติดตั้งเครื่องยนต์เอาไว้ แต่หลินลั่วหรานก็ยังคงััได้ว่าความเร็วที่พุ่งไปข้างหน้านั้นก็ไม่ได้ช้าเลยเสียทีเดียว
เมื่อหันกลับไปมองบริเวณริมฝั่ง ก็เห็นเพียงแสงไฟสลัวๆจากตะเกียงภายใต้หมอกบาง พวกเขาได้ออกมาห่างไกลจากฝั่งมากแล้ว
“คุณตาเลี่ยว ทำไมพอได้ยินถึงเื่ราชวังัพวกเธอก็กลัวขึ้นมาล่ะคะ?”
มือของเหล่าเลี่ยวไม่ได้หยุดลง มุมปากของเขายกยิ้มเยาะขึ้นมา “คนที่ต้องใช้ชีวิตอยู่กับแม่น้ำทะเลสาบอย่างพวกเขาไม่ได้กราบบูชาท้องฟ้าหรือบูชาดิน ทุกๆวันต่างก็ร้องขอให้เ้าัปกป้อง...ราชวังน้ำเป็สถานที่ที่คนตายไป ดังนั้นพวกเขาก็ต้องเกรงกลัวเป็ธรรมดา”
หรงตงหลินอยากจะถามออกไปว่า แล้วทำไมเขาถึงไม่กลัวแต่เมื่อนึกไปถึงว่าชายแก่คนนี้ใช้ชีวิตอยู่บนน้ำ และจับปลาเพื่อใช้ชีวิตแต่เรือจับปลาของเขายังไม่มีเครื่องยนต์เลยดังนั้นเขาจึงได้แต่เก็บความคิดของตัวเองเอาไว้ในใจ
หมอกที่อยู่เหนือทะเลสาบหนาขึ้นเรื่อยๆบางครั้งพวกเขาก็ได้พบเจอกับเรือจับปลาขนาดใหญ่ที่ขับผ่านไปลมพายุในค่ำคืนนี้ทำให้เกลียวคลื่นสูง ดังนั้นเรือหางยาวสีดำเล็กๆจึงได้แต่ไหลไปตามกระแสน้ำ และดูเหมือนว่าจะสามารถพลิกคว่ำได้ตลอดเวลา
ดูเหมือนว่าจะผ่านไปราวๆ ครึ่งคืนได้แล้ว ในที่สุดเกาะเล็กๆก็ปรากฏเค้าโครงขึ้นในที่ไกลๆ
หรงตงหลินทั้งรู้สึกหนาว และก็ง่วงขึ้นมา จนต้องหาวออกมาหลายครั้ง
“นั่นที่ไหน?”
เหล่าเลี่ยวจอดเรือลงที่ท่า เขาทิ้งสมอลงไปพร้อมกับหัวเราะออกมา “คนวัยรุ่นนี่นะ ถ้ามีเวลามากนักก็อ่านหนังสือเอาเสียบ้างแม้แต่คนจับปลาก็รู้กันว่าที่นี่คือเขาจวินชาน”
เขาจวินชาน? หรงตงหลินรู้สึกว่าเขาได้สติขึ้นมาบ้างแล้วในบริเวณท่าเรือนั้นปักป้ายสีฟ้าอักษรสีขาวที่เป็สัญลักษณ์ประจำสถานที่ท่องเที่ยวเอาไว้คำว่าเขาจวินชานถูกเขียนเอาไว้อย่างชัดเจน
หากมองไม่ชัดก็ว่าไปอย่าง แต่เมื่อเห็นได้ชัดแล้วหรงตงหลินก็อดที่จะโมโหขึ้นมาไม่ได้ “นี่มันหมายความว่ายังไงราชวังัอยู่ที่เขาจินชานเนี่ยนะ?”
เหล่าเลี่ยวพยักหน้าลง ในแววตาของเขาปรากฏคำชมที่ในที่สุดเด็กชายตรงหน้าก็ฉลาดขึ้นมาได้เสียทีขึ้นมา
ในใจของหรงตงหลินเต็มไปด้วยความโมโหเขาจวินชานแห่งแม่น้ำต้งถิงก็เป็เหมือนกับหอคอยเย้ว์หยางที่หากว่ามาเที่ยวที่ต้งถิงก็จะต้องมาชมวิวที่นี่แต่ตอนนี้เหล่าเลี่ยวกลับบอกว่าราชวังัอยู่ในสถานที่ที่มีคนไปคนมามากมายขนาดนี้และสิ่งที่ยิ่งทำให้หรงตงหลินรู้สึกโมโหก็คือ ถ้าหากว่าซื้อตั๋วมาจากแถวๆบริเวณหอคอยเย้ว์หยางก็จะใช้เงินเพียงแค่ไม่กี่สิบหยวนต่อคนเท่านั้นแต่ชาวประมงแก่คนนี้กับเก็บเงินพวกเขาไปถึงสามหมื่น!
เขาโมโหพร้อมกลับหันไปมองที่หลินลั่วหราน แต่เขากลับเห็นว่าสายตาของเธอที่มองไปยังเกาะเล็กปรากฏความสับสนขึ้นมาก่อนที่จะประกายความเข้าใจออกมาในทันที
“ใช่แล้ว...นอกจากที่นี่ก็ไม่มีที่ไหนมีทางเข้าอีกแล้วควรจะนึกขึ้นได้ตั้งนานแล้วด้วยซ้ำนะ...”
