เมื่อนานหลายวันเข้าการตามหาหลันฮวายังคงดำเนินต่อไปเรื่อย ๆ ทว่าดูเหมือนไร้ร่องรอยของนาง และไม่มีวี่แววว่าจะตามตัวนางเจอเลย เฒ่าเกอไห่หาจังหวะที่ซีห่าวเผลอ เขาเข้ามาสะกิดกับยายฝูแล้วกระซิบบางอย่าง
“หากหลันฮวาตายไปแล้ว พวกเราจะมีชะตากรรมอย่างไร” คำพูดของเฒ่าเกอไห่ทำให้ยายฝูกลัวจนตัวสั่น นางตีไปที่ปากของเขาทันทีด้วยความโมโห
“นางจะตายได้อย่างไร อย่างไรเราก็ต้องหาตัวนางให้เจอ หาไม่แล้ว เ้ากับข้าก็คงมีชะตากรรมไม่ต่างกัน” เมื่อพูดเช่นนั้นยายฝูก็วิ่งวนไปทั่วบริเวณเพื่อสอบถามกับคนอื่น ๆ ในขณะที่เฒ่าเกอไห่เริ่มท้อแท้ ทว่าดวงตาอำมหิตของซีห่าวบังคับให้เขาต้องเดินตามหาหญิงสาวอีกครั้ง
ขบวนรถม้าของหวงซีเหรินเดินทางข้ามหุบเขา ผ่านธารน้ำลัดเลาะกลับมายังใจกลางแคว้นเทียนกู่ ในขณะที่หญิงสาวนั่งหลับอยู่นั้น มือหนาของหวงซีเหรินจะค่อย ๆ สะกิดนางให้ตื่นขึ้นพร้อมกับหลันฮวางัวเงียขึ้นมา
พบว่ารถม้าได้จอดเทียบอยู่ที่โรงเตี๊ยมแล้ว การต้อนรับของเถ้าแก่เหลียน เป็ไปอย่างคุ้นเคย ครั้งก่อนชายหนุ่มมอบของฝากเป็ยอดชาดี ครั้งนี้เถ้าแก่จึงจัดการตอบแทนความดีของเขาด้วยอาหารชุดพิเศษ
หลันฮวาเดินตามหวงซีเหรินเข้ามายังโรงเตี๊ยมที่ว่า แล้วเลื่อนสายตามองเถ้าแก่เหลียนที่ต้อนรับด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม ก่อนจะสะดุดกับความงามของนางแล้วมองตาไม่กะพริบ
“คุณชาย..ไม่ทราบว่าแม่นางผู้นี้เป็ใครกัน เหตุใดข้ามิเคยเห็นนางเลย” หวงซีเหรินเลื่อนสายตามองหลันฮวาอย่างมีความหมาย ก่อนจะยิ้มตอบชายกลางคนไป
“นางเป็คนรักของข้า” เพียงเท่านั้นเถ้าแก่เหลียนก็หัวเราะชอบใจเป็การใหญ่ ก่อนจะสั่งให้นำอาหารมาวางเพิ่มอีกสองสามจาน
“นางงดงามมากจริง ๆ งดงามอย่างไม่น่าเชื่อ ว่าแต่นางมีนามว่ากระไร” คำถามของเถ้าแก่ทำให้หวงซีเหรินยิ้มเล็กน้อย
“ยู่จิน” เขาตอบกลับด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
“แม่นางยู่จิน เ้ากินให้อร่อย มื้อนี้ข้าตอบแทนคุณชายซีเหริน หากเ้าอยากกินอะไรเพิ่มบอกข้าได้” หลันฮวาได้แต่พยักหน้ายิ้มรับ แล้วหวนนึกถึงยามเป็หัวขโมย นางมักจะเดินผ่านโรงเตี๊ยมแห่งนี้อยู่เสมอ เฒ่าแก่เหลียนเคยเรียกนางเข้ามากินอาหาร ในเวลานั้นเขาอาจจะไม่ทันสังเกตว่านางมีใบหน้าเช่นใด ด้วยความสกปรกที่เปื้อนอยู่เต็มเรือนร่าง
“คิดอันใดอยู่” ซีเหรินกระซิบถาม ก่อนที่หลันฮวาจะรู้สึกตัว แล้วส่ายศีรษะไปมาปฏิเสธ
“มิมีอันใดเ้าค่ะ” หลังจากสิ้นเสียงของหลันฮวาอาหารทุกอย่างก็ค่อย ๆ ทยอยออกมาตั้งวางเรียงรายตรงหน้า ยังไม่ทันที่หวงซีเหรินจะอ้าปากพูด มือของหลันฮวาก็คว้าหมับไปที่น่องไก่ชิ้นหนึ่งด้วยความเคยชิน ก่อนหวงซีเหรินจะใช้ตะเกียบดันมือนางออก หลันฮวาชะงักนิ่งพลันเลื่อนมองสายตาของเขา แล้วค่อย ๆ ปล่อยน่องไก่นั้นลงที่เดิม
“การจะร่วมโต๊ะอาหารกับผู้อื่น เ้าต้องใส่ใจคนรอบข้างก่อนเสมอ แลต้องให้ผู้ใหญ่เป็ฝ่ายกินก่อน กิริยามารยาทบนโต๊ะอาหารนั้นเป็สิ่งสำคัญ ห้ามกินมูมมามจนเมล็ดข้าวติดเต็มขอบปาก” หลันฮวาเม้มปากแน่น พลันพยักหน้างึกงักเข้าใจสิ่งที่ซีเหรินพยายามสอน พร้อมกับอู่เจ๋อนั่งมองทั้งสอง แล้วปล่อยยิ้มออกมาเป็ระยะ
หญิงสาวสังเกตกิริยาของชายหนุ่ม ท่วงท่าสง่าผ่าเผยไม่ว่าจะอยู่ในอิริยาบถใดก็ตาม นางจึงค่อย ๆ หันมาจับตะเกียบแทนการใช้มือ เอื้อมมาคีบอาหารแล้วเอาเข้าปากช้า ๆ อย่างระวัง เมื่อเห็นว่าไม่โดนดุ จึงปล่อยยิ้มออกมาอย่างโล่งใจ แล้วพยายามฝืนใจฝึกตัวเองตามที่หวงซีเหรินสอน
หลังจากอาหารมื้อนั้นเสร็จสิ้นแล้ว ขบวนรถม้าของซีเหรินก็มุ่งหน้าตรงไปยังจวนตระกูลหวง ก่อนเสียงของชายหนุ่มจะเอ่ยบางอย่างขึ้นมา
“ใกล้จะถึงจวนของข้าแล้ว ข้าตอบเ้าไม่ได้ว่าเหตุการณ์ภายหน้าจะเป็เช่นไร เ้าพร้อมเผชิญหน้าแล้วฤาไม่” ใบหน้าหล่อเหลาถามนางด้วยความสุขุม ก่อนหญิงสาวจะฝืนยิ้มเจื่อน พลางเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย
“พร้อม!” คำตอบหนักแน่นของหญิงสาว ต่างจากความรู้สึกของชายหนุ่มอย่างสิ้นเชิง เขาทั้งกังวลและสับสนในเวลาเดียวกัน ว่าสิ่งที่ทำอยู่นั้นถูกต้องดีฤาไม่ ขณะที่เสียงรถม้ายังคงแล่นไปตามถนนเส้นเดิม
ไม่นานนักก็มาถึงจวนตระกูลหวง เหล่าบ่าวไพร่ พากันวิ่งวุ่นออกมาต้อนรับ หากแต่ทุกคนกลับมีสีหน้าเลิ่กลั่กไม่ต่างกัน เมื่อข้างกายของชายหนุ่ม มีหญิงสาวหน้าตางดงามเคียงคู่มาด้วย
“คุณชายพาใครมาด้วย”
“หญิงผู้นั้นเป็ใครกัน” เสียงซุบซิบของหญิงรับใช้ดังลอดมาให้หลันฮวาถึงกับกลืนน้ำลาย พลางเลื่อนสายตามองไปรอบ ๆ ด้วยความหวาดหวั่น จวนของตระกูลหวงใหญ่โตกว้างขวางกว่าที่คิดไว้หลายเท่านัก อีกทั้งเหล่าบ่าวไพร่ก็มากมายจนนับไม่ถ้วน
“ตระกูลหวงใหญ่โตถึงเพียงนี้ หากข้าพลาดล่ะก็ มีหวังหัวขาดเป็แน่” หญิงสาวนึกพรั่นพรึงในใจ ก่อนมือหนาของหวงซีเหรินจะดึงมือนางไปจับไว้ พร้อมส่งกำลังใจผ่านสายตาแสนอบอุ่นนั้น พลางจูงมือนางเดินเข้าไปในจวนทันที
“ท่านแม่กับท่านพ่อล่ะ” เขาหันไปเอ่ยถามบ่าวคนหนึ่งด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ก่อนที่หญิงรับใช้ผู้นั้น จะส่งสายตามองมายังหลันฮวาเลิ่กลั่กด้วยความงุนงง
