หลี่อันหรานแค่นเสียงเ็า “ต่อให้ข้าต้องอัปลักษณ์มากกว่านี้ ข้าก็จะไม่มีวันอยู่กับเ้า ขอโทษที่ต้องทำลายความภาคภูมิใจของเ้า แต่ข้าขอบอกให้รู้ไว้… ฝันไปเถอะ”
มือของหนิงเชินที่จับหลี่อันหรานพลันบีบแน่นขึ้นเรื่อยๆ ความเ็ปที่แล่นพล่านจากไหล่ทั้งสองข้างทำให้นางต้องกัดฟันอย่างรุนแรง ก่อนที่นางจะะโขอความช่วยเหลือจากคนด้านนอกเสียงดังลั่น
ทว่าหนิงเชินยังคงไม่ยอมปล่อยนาง “หลี่อันหราน ที่นี่คือบ้านของข้า จะโทษก็โทษตัวเองที่มาที่นี่เถอะ ก่อนหน้านี้ข้าไม่ได้ทำอะไรเ้าเพราะอยู่ข้างนอก ทว่าครานี้ไม่เหมือนกันแล้ว จะไม่มีผู้ใดมาห้ามข้าหรือช่วยเ้าทั้งนั้น”
หลี่อันหรานเบิกตาโพลงอย่างตื่นตระหนก นางคิดไม่ถึงว่าหนิงเชินจะไร้ยางอายถึงขั้นนี้
นางพยายามร้องเรียกให้คนช่วย แต่ถึงแม้คนด้านนอกจะได้ยินก็ไม่เข้ามาอยู่ดี ทุกคนที่นี่เป็บ่าวรับใช้ของบ้านหนิงเชิน จะไม่กล้าขัดขวางหนิงเชินก็ไม่แปลก
หนิงเชินเริ่มฉีกทึ้งเสื้อผ้าของหลี่อันหราน
“หนิงเชิน ไอ้คนสารเลว ไอ้เดรัจฉาน ปล่อยข้าเดี๋ยวนี้!” หลี่อันหรานกรีดร้องเสียงดังลั่น
หนิงเชินรู้สึกว่าทำที่นี่ไม่ค่อยเหมาะสมนัก เขาทำการแบกนางขึ้นบ่ากลับไปที่ห้อง จากนั้นทุ่มลงบนเตียงอย่างรุนแรง
หลี่อันหรานดีดตัวลุกขึ้นทันทีที่ล้มลงบนเตียง
“ช่วยด้วย ช่วยด้วย!”
แต่แล้วนางก็ถูกหนิงเชินผลักล้มอีกครั้ง
หลี่อันหรานไร้หนทางหลีกหนี นางได้แต่ถอยตัวหลบเข้าไปด้านในสุดของเตียง สองมือยกขึ้นพยายามปกปิดหน้าอก “หนิงเชิน หากเ้ากล้า…”
“ทำไม? เ้าจะทำอะไร? เื่ก่อนหน้านี้ไม่พอเป็ตัวอย่างอีกหรือ? แม้แต่นายอำเภอก็ถูกครอบครัวข้าซื้อตัวไว้แล้ว จะมีผู้ใดในหมู่บ้านกล้าออกหน้าให้เ้ากัน? ขนาดครั้งก่อนที่มีข่าวลือว่าข้าขืนใจเ้า มันก็ไม่มีผู้ใดช่วยเ้าเช่นกันไม่ใช่หรือไร?”
หลี่อันหรานพลันแน่นิ่งไป นางไม่ทันได้คิดเื่นี้ หนิงเชินกำลังใกล้เข้ามาเรื่อยๆ เขาต้อนนางเข้าสู่มุมด้านในสุดของเตียง ตอนนี้นางไร้ทางหนีแล้วจริงๆ
นางจะใช้เท้าถีบเขาแต่ก็ถูกเขาคว้าข้อเท้าเอาไว้ เขาแค่ออกแรงเพียงเล็กน้อย หลี่อันหรานก็นอนราบบนเตียงแล้ว
หนิงเชินใช้โอกาสนี้เคลื่อนตัวขึ้นมาคร่อมนาง
หลี่อันหรานยังคงพยายามดิ้นรนขัดขืน แต่เขาไม่แม้แต่จะสนใจ เป็จริงดังที่เขาว่า ที่นี่คือที่ของเขา ไม่ว่านางจะร้องะโอย่างไรก็ไม่มีผู้ใดมาช่วยทั้งนั้น
นางเริ่มหลั่งน้ำตาออกมา หรือว่านางจะถูกทำลายด้วยน้ำมือบุรุษผู้นี้จริงๆ ? คราก่อนหนีรอดมาได้ แต่ครานี้…
หนิงเชินออกแรงฉีกทึ้งเสื้อผ้านาง ดวงตาเขาแดงก่ำไปด้วยเส้นเื ในที่สุดวันนี้ก็จะได้นางแล้ว
ทว่าในจังหวะที่แผนร้ายของเขากำลังจะสำเร็จนี้เอง ประตูห้องก็ถูกคนถีบเปิด
หนิงเชินหันไปมองด้วยความเกรี้ยวกราด แต่ยังไม่ทันจะเห็นว่าเป็ผู้ใด เขาก็ถูกอีกฝ่ายกระชากคอเสื้อมาทุ่มลงกับพื้นอย่างรวดเร็วแล้ว
เจียงเฉิงในอาภรณ์สีขาวพิสุทธิ์เคลื่อนกายมาบังหลี่อันหราน เขาถอดเสื้อคลุมของตัวเองมาห่มให้นาง จากนั้นค่อยตวัดสายตาไปยังหนิงเชิน กระบี่เล่มยาวถูกชักออกมาจากฝัก “เ้ากล้าดีอย่างไร”
“ฉางควน!” หลี่อันหรานร้องเสียงดัง กระบี่ของเขาประชิดอยู่เบื้องหน้าของหนิงเชินแล้ว
“ไม่ได้ ท่านห้ามฆ่าเขา…” นางร้องเรียก แต่ยังไม่ทันได้พูดจนจบประโยค สติของนางเลือนรางมากขึ้นทุกที ก่อนที่ทุกอย่างจะดับวูบลงในที่สุด
เจียงเฉิงหันไปประคองนางไว้อย่างรวดเร็วพร้อมร้องเรียก “อันหราน อันหราน…”
เจียงเฉิงไม่มีเวลามาสนใจหนิงเชินอีกต่อไปแล้ว เขาพาหลี่อันหรานออกจากที่นี่อย่างรวดเร็ว แต่เพื่อป้องกันไม่ให้คนในหมู่บ้านเห็นเข้า เขาจึงพานางออกไปทางที่มีคนน้อยแทน
ไม่นาน เขาก็พานางมาถึงวัดร้างแห่งหนึ่งในหมู่บ้าน
เจียงเฉิงวางร่างบอบบางลงอย่างแ่เบา
ครู่หนึ่ง เปลือกตาของนางค่อยๆ ปรือขึ้น ทว่าปฏิกิริยาแรกของนางกลับเป็ถอยหนี
“ไม่เป็ไรแล้ว ตอนนี้ไม่เป็ไรแล้ว ที่นี่คือวัดร้างของหมู่บ้าน หนิงเชินไม่ได้อยู่ที่นี่”
หลี่อันหรานที่ยังคงตระหนกอยู่พลันกวาดสายตามองรอบข้าง ท้ายที่สุดแล้วค่อยถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก
ก่อนที่อึดใจต่อมา นางกลับโผเข้าหาเจียงเฉิง กอดเขาแน่นทั้งน้ำตา “เคราะห์ดีที่ท่านมา หากท่านไม่มา ข้าก็ไม่รู้จริงๆ ว่าควรทำเช่นไร”
เจียงเฉิงนั่งอยู่บนพื้น เขากอดตอบอย่างแ่เบา ปล่อยให้นางได้ร้องไห้ให้เต็มที่ รอจนนางรู้สึกดีขึ้นแล้วค่อยเอ่ยถามเสียงเบา “เ้าาเ็ที่ใดหรือไม่?”
หลี่อันหรานซบอกเขาพลางส่ายหน้า มือทั้งสองข้างจับเสื้อผ้าเขาแน่น เสื้อคลุมของเขายังคงห่มอยู่บนร่างตัวเอง
“เหตุใดจึงไปบ้านหนิงเชิน? เขา…” เจียงเฉิงไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับตัวเอง ทว่าหลังจากที่ฟังหลี่เยวี่ยซือพูดเื่พวกนั้น ทั้งที่เดิมทีเขาไม่อยากสนใจ แต่แล้วทำอย่างไรก็หยุดคิดไม่ได้ สุดท้ายก็ลักลอบเข้ามายังบ้านของหนิงเชิน
นึกไม่ถึงว่าเ้าหมอนั่นยังจะกล้าทำเื่ชั่วช้าเช่นนี้กับหลี่อันหรานซ้ำสอง
หลี่อันหรานลุกขึ้นนั่งหลังจากที่สงบสติอารมณ์เรียบร้อย นางค่อยๆ เล่าเื่ราวที่เกิดขึ้นให้เจียงเฉิงฟัง “ข้าคิดไม่ถึงว่าเขายังจะกล้าทำแบบนี้ คิดเพียงแต่ว่าจะซื้อพริกต่อจากเขา”
“เขาจงใจวางแผนให้เ้าติดกับ”
หลี่อันหรานยิ้มเยาะ นางกอดเข่าตัวเองแน่น “ข้ารู้เจตนาของเขาอยู่ก่อนแล้ว แต่ข้าคิดอย่างไร้เดียงสาว่าเขาคง้าแค่เงิน คงแค่้ากลั่นแกล้งข้า ไม่ทันคิดว่า…”
สีหน้าเจียงเฉิงเย็นยะเยียบประหนึ่งผ่านการแช่ในธารน้ำแข็ง ทว่าสายตาขณะทอดมองหลี่อันหรานยังคงอ่อนโยน เขาไม่ได้พูดอะไรต่อ ้าเพียงทำให้นางรู้สึกดีขึ้นเร็วที่สุด
เหตุการณ์นี้ทำให้เจียงเฉิงตระหนักได้ว่าเื่ที่หลี่เยวี่ยซือกล่าวมาไม่มีทางเกิดขึ้นได้ เพราะหากหลี่อันหรานกับหนิงเชินจะลักลอบพบกันจริง เช่นนั้นหลี่อันหรานจะเลือกพบในเวลากลางวันแสกๆ เพื่ออันใด?
อีกอย่าง ภาพเหตุการณ์ที่เขาเห็นเมื่อครู่ก็บ่งบอกว่าหลี่อันหรานไม่ยินยอมพร้อมใจกับหนิงเชิน เจียงเฉิงหันไปมองหลี่อันหรานด้วยความละอายใจ เขาไม่ควรเข้าใจนางผิดแบบนั้น ไม่ควรไม่เชื่อถ้อยคำของนาง
“ตอนนี้รู้สึกอย่างไรบ้าง?” เขาเอ่ยถามหลังจากผ่านไปสักพักใหญ่
หลี่อันหรานนั่งคู้ตัว กอดเข่าตัวเองแน่น สั่นเทิ้มไปทั่วทั้งร่าง ดูท่าทางแล้วอาการไม่ค่อยดีนัก ยามนี้เมฆดำจากที่ห่างไกลได้ลอยเข้ามาปกคลุมแล้ว คิดว่าอีกไม่นานคงฝนตกหนัก พวกเขาคงต้องรอฝนหยุดอยู่ที่นี่ไปก่อน
“เ้ารอเดี๋ยว ข้าจะไปจุดไฟ” เจียงเฉิงพูดแล้วจะลุกไปหาเชื้อเพลิง
แต่หลี่อันหรานกลับดึงเขาไว้ “อย่าทิ้งข้าไป”
“ข้าไม่ได้จะทิ้งเ้า ข้าเพียงแต่จะไป…” เจียงเฉิงมองท่าทีของนาง ในที่สุดเขาก็กุมมือนางแล้วกลับไปนั่งด้านข้างตามเดิม “ได้ ข้าจะไม่ไปแล้ว” เขาว่า พร้อมกันนั้นยังกระชับเสื้อคลุมที่ห่มตัวนางให้แแ่กว่าเดิม
ท้องฟ้าเบื้องนอกมืดสนิท นี่เป็สายฝนในฤดูใบไม้ร่วง กระทั่งเจียงเฉิงยังรู้สึกเย็นเมื่อมีลมพัดผ่าน นับประสาอะไรกับหลี่อันหราน
สายฝนเทลงมาอย่างหนัก มันทำให้่เวลาพลบค่ำดูมืดกว่าเดิมเสียอีก
เจียงเฉิงเห็นหลี่อันหรานนั่งตัวสั่นก็เอาตัวไปบัง “พวกเราเข้าไปด้านในกันเถอะ”
หลี่อันหรานพยักหน้า แต่แล้วเมื่อเจียงเฉิงประคองนางลุกขึ้นยืน เขากลับพบว่ามือนางเย็นเฉียบเกินบรรยาย นี่ทำให้เขาขมวดคิ้วโดยพลัน เจียงเฉิงไม่สนใจแล้วว่าหลี่อันหรานจะรู้สึกอย่างไร เขาโอบไหล่นางเข้าอ้อมอกทันที
หลี่อันหรานใเล็กน้อย นางรับรู้ได้ถึงไออุ่นที่แผ่ซ่านมาจากอกเขา เดิมทีนางรู้สึกต่อต้านเล็กน้อย ทว่าสุดท้ายก็ยอมพิงซบแต่โดยดี ทั้งสองคนเดินเข้าไปหลบฝนภายในวัดร้างด้วยกัน
นางคอยรับเอาความอบอุ่นจากอ้อมอกเขาตลอดเวลา นี่เป็ครั้งแรกที่นางได้ใกล้ชิดกับเขาขนาดนี้ กลิ่นกายของเขาทำให้นางเคลิบเคลิ้มโดยไม่รู้ตัว
ฝนระลอกนี้ตกอยู่นานมาก กว่าจะหยุดตกก็ค่ำมากแล้ว
“พวกเรารีบอาศัยม่านราตรีกลับไปกันเถอะ เ้าไหวหรือไม่?” เจียงเฉิงมองนอกหน้าต่างแล้วก้มลงถามหลี่อันหรานในอ้อมอก
เห็นเพียงว่านางกำลังซบไหล่ตัวเอง แสงไฟมืดสลัวส่องให้เห็นแก้มแดงระเรื่อ
“ข้าไม่เป็ไร พวกเรากลับกันเถอะ” เสียงของหลี่อันหรานแ่เบามาก นางตัวเซเล็กน้อยเมื่อลุกขึ้น แต่ถึงกระนั้นก็ยังคงพยายามเดินออกไปข้างนอก
