เก๋อหลู่เท่อชี้นิ้วจากที่ไกลๆ มายังเนี่ยเทียน
ในสนามแม่เหล็กบิดเบือน พลังงานต่างธาตุหลากชนิดตัดสลับกันยุ่งเหยิงไร้ระเบียบ
ซึ่งหนึ่งในนั้นมีปราณปีศาจที่ถูกชักนำเข้ามา เมื่ออยู่ในสนามแม่เหล็กบิดเบือนจึงกลายมาเป็สะเก็ดแสงสีม่วง
สะเก็ดแสงสีม่วงเ่าั้เดิมทีกระจายกันอยู่ตามมุมต่างๆ ในสนามแม่เหล็ก ห่างไกลจากร่างเนี่ยเทียน
ทว่าเมื่อเก๋อหลู่เท่อยกมือขึ้นชี้มายังเนี่ยเทียน สะเก็ดแสงสีม่วงทั้งหมดก็คล้ายถูกดึงดูดมาในพริบตา
“ฟู่วๆๆ!”
สะเก็ดแสงสีม่วงมากมายพลันเข้ามารวมอยู่ในนิ้วข้างนั้นของเก๋อหลู่เท่อ ทำให้นิ้วของเขาคล้ายได้รับการปลุกเสกจากพลังงานมากมายจนเปลี่ยนมาเป็แหลมคมประดุจใบมีด
แสงสีม่วงรุบรู่บินออกมาจากนิ้วข้างนั้น แสงรุบรู่จากที่แต่เดิมใหญ่ประมาณนิ้วมือกลับขยายขนาดใหญ่เท่ากำปั้นอย่างรวดเร็ว
“อู้ๆๆ!”
วินาทีที่แสงสีม่วงมืดดำรวมตัวกันเป็หนึ่ง แรงดึงดูดมหาศาลก็พลันแผ่ซ่านออกมา
ปราณปีศาจเข้มข้นที่อยู่รอบด้านถูกแสงสีม่วงรุบรู่ดึงดูดจึงลอยผ่านทะเลไฟ ไหลกรากเข้ามาในสนามแม่เหล็ก หลังจากถูกสนามแม่เหล็กบิดเบือนจึงกลายมาเป็สะเก็ดแสงที่ละเอียดยิบมากกว่าเดิม
สะเก็ดแสงเ่าั้จมหายเข้าไปในกลุ่มแสงสีม่วง
กลุ่มแสงที่มีขนาดเท่ากำปั้นจึงขยายขนาดอีกครั้งจนใหญ่เท่าศีรษะคน
“พรวด!”
เก๋อหลู่เท่อพ่นเืปีศาจหนึ่งคำใส่กลุ่มแสงสีม่วง เมื่อเืปีศาจผสานรวมเข้าไป แสงสีม่วงก็พลันปลดปล่อยแสงปีศาจสีดำสนิทออกมา
แสงปีศาจแผ่ออกเป็วงกว้างทำให้สนามแม่เหล็กถูกทาเป็สีดำมืดมิด
เวลานี้ ดูเหมือนว่าแสงสว่างทุกอย่างล้วนถูกกลุ่มแสงสีม่วงกลืนกินไปจนหมด
ในเส้นสายตาของเนี่ยเทียน รอบด้านเปลี่ยนมาเป็ความมืดมิดที่มองไม่เห็นแม้แต่นิ้วมือของตัวเอง เก๋อหลู่เท่อหายตัวไปแล้ว นอกจากกลุ่มแสงสีม่วงนั้น เขาก็มองไม่เห็นสิ่งใดอีก
แม้แต่สนามแม่เหล็กยุ่งเหยิงของเขาก็ยังได้รับผลกระทบจากความมืดไร้ที่สิ้นสุดนี้ พลังงานหลากหลายชนิดที่เดิมทีถูกบิดเบือนอยู่ด้วย มาบัดนี้ก็เปลี่ยนเป็กระจัดกระจาย ไม่สามารถรวมเป็หนึ่งเดียวกันได้อีก
“สายเื! ราตรีมืดมิดนิรันดร์กาล!”
เก๋อหลู่เท่อแค่นเสียงเบาๆ หนึ่งครั้ง พลังที่มาจากสายเืของเขาปกคลุมทุกอย่างเอาไว้ เปลี่ยนเนี่ยเทียนและพื้นที่ห้าสิบเมตรรอบกายของเขาให้กลายมาเป็ค่ำคืนมืดมิดไร้ที่สิ้นสุด
หลีจิ้ง เสิ่นซิ่ว และคนในสำนักโลหิตมากมายที่กำลังต่อสู้ต่างก็สังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลงที่แปลกประหลาดทางฝั่งนี้
เมื่อพวกเขามองไปจึงพบว่าพื้นที่ที่เนี่ยเทียนและเก๋อหลู่เท่อยืนอยู่คล้ายถูกน้ำหมึกเข้มข้นสาดทับไว้จนมิด มองไม่เห็นแสงใดๆ แม้แต่นิดเดียว และมองไม่เห็นวัตถุใดๆ ด้วย
แม้แต่กระแสจิตของพวกเขาที่พยายามปล่อยออกไปตรวจสอบก็ยังถูกแสงปีศาจลึกลับก่อกวน ทำให้พวกเขามิอาจรับัักับสิ่งใดได้
หลีจิ้งหน้าเปลี่ยนสีเล็กน้อย ในฐานะที่เป็เ้าสำนักโลหิต ใช่ว่านางจะไม่รู้อะไรเกี่ยวกับภูตผีปีศาจเสียเลย
นางรู้ดีว่ามีเพียงภูตผีปีศาจชั้นสูงแท้จริงเท่านั้น ในร่างถึงจะมีสายเืที่ลึกลับซ่อนเร้นอยู่
โดยทั่วไปแล้ว สายเืที่แข็งแกร่งสามารถถ่ายทอดให้แก่กันผ่านทางพันธุกรรมได้
ยิ่งเป็ภูตผีปีศาจชั้นสูงที่แข็งแกร่ง สายเืในร่างกายลูกหลานของพวกเขาก็จะยิ่งทรงพลัง
เก๋อหลู่เท่อถูกปีศาจสาวซาลาเรียกขานว่า “ฝ่าา” นี่หมายความว่าบิดามารดาของเก๋อหลู่เท่อต้องเป็ภูตผีปีศาจที่แข็งแกร่งมากแน่นอน สายเืที่เก๋อหลู่เท่อมีก็ย่อมไม่ธรรมดา
ต่อให้ตอนนี้เก๋อหลู่เท่อยังไม่แข็งแกร่งมากพอ ทว่าสายเืของเขากลับทำให้เขาได้เปรียบภูตผีปีศาจตนอื่นๆ
เมื่อเขาค่อยๆ เติบโตมากขึ้น สายเืของเขาจะยิ่งมีความลึกลับมากกว่าเดิมฟื้นตื่นขึ้นมา รอจนสายเืไต่ระดับไปถึงขั้นแปดหรือขั้นเก้า เขาก็จะกลายมาเป็หนึ่งในาาแห่งภูตผีปีศาจ
หลีจิ้งแอบใคร่ครวญอยู่กับตัวเองและก็เริ่มกังวลกับสถานการณ์ของเนี่ยเทียนอีกครั้ง กลัวว่าเมื่อเนี่ยเทียนเผชิญหน้ากับเก๋อหลู่เท่อผู้มีสายเืทรงพลังจะถูกฆ่าตายไปอย่างรวดเร็ว
เวลานี้โครงกระดูกปีศาจเืที่ฟังคำสั่งจากเนี่ยเทียนยังคงไล่ฆ่าภูตผีปีศาจชั้นต่ำอย่างบ้าคลั่ง
ภูตผีปีศาจชั้นต่ำที่รวมตัวกันอยู่ที่นี่มีมากถึงสี่ร้อยตน ที่ตายด้วยน้ำมือของมันเกรงว่าคงมีร้อยกว่าตนแล้ว
ทว่าก็ยังคงมีภูตผีปีศาจชั้นต่ำมากมายที่กระโจนเข้าใส่โครงกระดูกปีศาจเือย่างไม่กลัวตาย เพราะหมายจะขัดขวางไม่ให้มันเข้าไปใกล้เนี่ยเทียนได้ และช่วย่ชิงเวลาที่มีค่าให้แก่เก๋อหลู่เท่อ
เกราะัเพลิงที่เป็วัตถุล้ำค่าเชื่อมโยงิญญาก็ได้ปลดปล่อยลำแสงเปลวเพลิงออกมาอย่างต่อเนื่อง และเผาไหม้ให้ภูตผีปีศาจชั้นต่ำตายไปหลายตนเช่นกัน
ทว่าถึงอย่างไรเกราะัเพลิงก็เป็แค่วัตถุชิ้นหนึ่งเท่านั้น อานุภาพของมันขึ้นอยู่กับความแข็งแกร่งของนายผู้ด้วย ซึ่งนายของมันยังต้องมีพลังเปลวเพลิงที่บริสุทธิ์อย่างแท้จริง และในร่างต้องเปี่ยมล้นไปด้วยพลังเปลวเพลิงถึงจะสามารถสำแดงฤทธิ์เดชของมันออกมาได้อย่างเต็มที่
แต่เนี่ยเทียนในเวลานี้ยังอยู่ไกลเกินกว่าจะควบคุมเกราะัเพลิงได้ดังใจ ตอนนี้สิ่งที่เกราะัเพลิงสามารถทำให้เนี่ยเทียนได้จึงไม่มากนัก
มันช่วยเนี่ยเทียนสร้างทะเลไฟ สังหารภูตผีปีศาจชั้นต่ำและคนของสำนักโลหิตที่กลายเป็ปีศาจส่วนหนึ่งให้แก่เนี่ยเทียน นั่นถือเป็ขีดจำกัดความสามารถของมันแล้ว
หากเนี่ยเทียนคิดจะให้มันสำแดงพลานุภาพที่น่าหวาดกลัวจริงๆ ออกมา เขายังจำเป็ต้องสวมเกราะัเพลิงไว้บนร่าง ใช้พลังเปลวเพลิงและจิติญญาของตัวเองเชื่อมต่อกับมันถึงจะได้
ที่น่าเสียดายก็คือเนี่ยเทียนมีขอบเขตเพียงท้าย์ แม้แต่สิทธิ์จะสวมมันไว้บนร่างก็ยังไม่มี
สนามแม่เหล็กยุ่งเหยิงที่เนี่ยเทียนสร้างขึ้น เมื่อสายเืของเก๋อหลู่เท่อะเิออก เมื่อกลุ่มแสงสีม่วงค่อยๆ ขยายใหญ่จึงแตกสลายออกจากกัน
พื้นที่แปลกประหลาดที่ตกอยู่ท่ามกลางความมืดมิดนั้น คนที่อยู่ข้างนอกไม่สามารถใช้ทั้งสายตาและพลังจิตไปสังเกตการณ์ได้
มีเพียงเนี่ยเทียนที่อยู่ข้างในเท่านั้นที่มองเห็นกลุ่มแสงสีม่วงนั่น เมื่อเขามองกลุ่มแสงสีม่วง ั์ตาก็เริ่มปวดร้าว น้ำตาไหลพรากลงมาโดยมิอาจควบคุมได้
ดูเหมือนว่าในกลุ่มแสงสีม่วงจะมีเสียงะโทางจิติญญาดังออกมา เรียกขานให้เขาเข้าไปใกล้มันอย่างมิอาจควบคุมได้
“ตึง!”
เขาก้าวเดินออกไปช้าๆ หนึ่งก้าว เข้าไปใกล้กลุ่มแสงสีม่วงนั่นอีกนิด และพอััได้ถึงการเรียกหาจากแสงสีม่วงก็ทำให้ยิ่งควบคุมร่างตัวเองไม่ได้เข้าไปอีก
เขามีความรู้สึกว่าเมื่อใดที่ร่างกายของเขาััเข้ากับกลุ่มแสงสีม่วงอย่างแท้จริง นั่นก็คือเวลาตายของเขา
เมื่อตระหนักได้ถึงข้อนี้อย่างชัดเจน เขาจึงพยายามอย่างหนักเพื่อควบคุมร่างของตัวเอง แต่น่าเสียดายที่ยิ่งนานไปเขาก็ยิ่งควบคุมตัวเองไม่ได้
“ตึง!”
เขาก้าวออกไปอีกหนึ่งก้าว
เข้าไปใกล้กับแสงสีม่วงที่เป็กลุ่มแสงเดียวในความมืดมิดนี้อีกครั้ง
หลังการก้าวเท้าครั้งนี้ พลังในการควบคุมตัวเองของเขาก็พลันแตกทลาย
เขาคิดแต่อยากจะก้าวให้เร็วขึ้น แค่ก้าวอีกสองก้าวเขาก็สามารถพุ่งเข้าไปอยู่ในแสงสีม่วงและถูกความมืดมิดไร้ที่สิ้นสุดกลืนกินได้แล้ว
ถึงเวลานั้นบางทีเขาอาจจะหลุดพ้นไปแล้วก็ได้ และแน่นอนว่าเขาย่อมตายไปแล้ว
วินาทีที่จิติญญาพังทลาย เขาที่มีปณิธานเด็ดเดี่ยวแรงกล้ากลับร้องหาความตาย
ทว่าเวลานี้เอง เสียงหัวใจของเขาพลันเต้นรัวแรงผิดจากปกติขึ้นมาอีกหลายเท่า!
ดูเหมือนว่าเขาจะคืนสติขึ้นมาบ้างแล้ว
และการฟื้นคืนสติครั้งนี้ก็ได้ไปจุดประกายมหาสมุทรจิติญญาของเขา ทำให้เขามองเห็นสะเก็ดดาวเจ็ดดวงที่ลอยอยู่เหนือมหาสมุทรจิติญญา ซึ่งพวกมันกำลังปลดปล่อยแสงสว่างที่เจิดจ้ามากกว่าก่อนหน้านี้ออกมา
แสงดาวเย็นสงบระลอกหนึ่งที่กำราบความคิดชั่วร้าย ชำระล้างจิตใจให้สะอาดได้สาดส่องลงมาจากสะเก็ดดาวทั้งเจ็ดดวง ส่องสว่างมหาสมุทรจิติญญาของเขา
เขาที่เดิมทีหมายจะก้าวเท้าต่อ ร่างพลันแข็งทื่อราวกับหิน ยืนนิ่งอยู่ที่เดิม ไม่ขยับอีกแม้แต่นิดเดียว
ดวงตาทั้งสองของเขาที่ฉายแววเลื่อนลอยมีแสงดาวเปล่งประกายวาบออกมา แสงดาวเ่าั้มาจากสะเก็ดดาวเจ็ดดวงในมหาสมุทรจิติญญาของเขา ช่วยให้เขาต้านทานการเรียกขานจากแสงสีม่วง
“แกล้งหลอกผีตบตาข้าอย่างนั้นรึ!”
ในที่สุดเนี่ยเทียนก็เปล่งเสียงออกมา ในดวงตาที่สุกสกาวดุจแสงดาวของเขามีไอสังหารแผ่กระจายออกมา
เขาพลันยกหมัดขึ้น ความเดือดดาลที่เปี่ยมล้นในหัวใจของเขาไหลมารวมกันในหมัดนี้ทันที
หมัดนี้คือวิชาที่เขาบรรลุมาจากแดนลึกลับ และก็เป็ท่าไม้ตายที่แข็งแกร่งที่สุดของเขาที่สามารถเอาออกมาใช้ตอนนี้ได้
เขาเหวี่ยงหมัดต่อยโครมลงไปบนแสงสีม่วง
“ตูม!”
กลุ่มแสงสีม่วงนั้นพลันะเิกระจายกลายเป็สะเก็ดแสงนับพันนับหมื่น ความมืดมิดที่กลืนกินแสงสว่างพยายามแทรกซอนเข้ามาในร่างของเขาผ่านหมัดนั้น
ในจุดตันเถียน น้ำวนดวงดาวที่เคลื่อนโคจรปลดปล่อยแสงดาวระยิบระยับบินออกมา
แสงดาวและสะเก็ดดาวในดวงตาของเขาตอบรับกัน แล้วก็คล้ายว่าพวกมันได้สื่อสารกับทางช้างเผือก ทำให้ดวงดาวมากมายร่วงลงมาจากบนท้องฟ้าเหนือสำนักโลหิต ลอดทะลุเข้ามาในปราณปีศาจที่ไหลเชี่ยวกราก สาดส่องลงบนร่างของเนี่ยเทียนเพียงผู้เดียว
แสงดาวที่สาดส่องขับไล่ความมืดมิด และขับไล่ปราณปีศาจรอบกายเนี่ยเทียนออกไป
มนต์ดำความมืดมิดที่สาดกระเซ็นออกมาจากแสงสีม่วงถูกแสงดาวขับไล่และชำระล้าง ทำให้เนี่ยเทียนมีสติแจ่มชัดขึ้นมา ไม่ถูกมันทำร้ายได้อีก
“คาถาสะเก็ดดาว!”
ทันใดนั้น ท่ามกลางความมืดมิดที่ยังไม่สลายไปหมดก็มีเสียงร้องอุทานด้วยความตื่นตะลึงและเต็มไปด้วยความหวาดกลัวของเก๋อหลู่เท่อดังลอยมา
-----
