สำหรับเยี่ยนอวิ๋นหลิ่วที่กระตือรือร้นอยากแข่งขี่ม้าตีคลีวันพรุ่งนี้ วิ่งะโตัวลอยครวญเพลงกลับที่พักอย่างสบายใจ คาดไม่ถึงว่าจะเจอกับเยวี่ยเจาหรานที่ใบหน้าเคร่งขรึม เดาได้เลยว่าจะบ่นเื่อะไร กระทั่งเยี่ยนอวิ๋นหลิ่วได้อธิบายสิ่งที่บิดานางพูดให้เยวี่ยเจาหรานฟังอย่างละเอียดไม่ขาดตกบกพร่อง จนเยวี่ยเจาหรานไม่มีอะไรจะบ่นอีกเยี่ยนอวิ๋นหลิ่วจึงเงียบลง
“ดีดีดี ในเมื่อสิ่งที่ข้าอยากจะบอกเ้า พ่อของเ้าได้บอกเ้าแล้ว อย่างไรพรุ่งนี้เ้าระวังตัวด้วย ห้ามลืมเด็ดขาดว่าเพื่อนร่วมกลุ่มของเ้าคือฮ่องเต้”
สุดท้ายเยวี่ยเจาหรานก็พูดจริงจังกับเยี่ยนอวิ๋นหลิ่ว เยี่ยนอวิ๋นหลิ่วมัวแต่ดีใจ จะจำสิ่งที่พูดเตือนได้อย่างไร ทำพยักหน้าไปอย่างนั้น แสร้งทำเป็ตอบกลับอย่างสบายๆ ว่า “ข้ารู้แล้ว ข้ารู้แล้ว ข้าเอาสิ่งที่เ้าพูดทุกคำจำไว้ในท้องแล้ว!”
“อะไรคือจำไว้ในท้อง?” เยวี่ยเจาหรานขมวดคิ้ว รู้สึกว่ามีบางอย่างไม่ถูกต้อง “ข้าให้เ้าจำใส่หัวของเ้า! จะมาจำอะไรในท้อง เ้ากลับมาให้ข้า....”
เยวี่ยเจาหรานถอนหายใจอย่างเหนื่อยหน่ายเพราะไม่สามารถจับเยี่ยนอวิ๋นหลิ่วที่วิ่งหนีไปอย่างรวดเร็วได้ ขณะที่ตกอยู่ในความเงียบ กำลังครุ่นคิดว่าสองเดือนหลังจากนี้ก็จะถึงงานประจำปีที่ต้องนำงานเย็บปักไปแสดงตามพระประสงค์ของฮองเฮา อ้อ ไม่ใช่สิ… ต้องบอกว่าไปเผชิญหน้ากับพระประสงค์ของฮองเฮา
เยวี่ยเจาหรานยกมือขึ้นเท้าคาง หลังจากคิดอยู่สักครู่หนึ่งทันใดนั้นเปลือกตาก็กระตุก และเปลือกตาที่กระตุกดันเป็ด้านขวา
……
การแข่งขันขี่ม้าตีคลีในวันนี้เริ่มเคร่งเครียดขึ้นเพราะบุคคลที่เข้าร่วมด้วยก็คือฮ่องเต้ ทั้งสองกลุ่มได้เปลี่ยนชุดแล้ว รอให้ฮ่องเต้และเยี่ยนอวิ๋นหลิ่วถึงที่หมาย จึงค่อยให้เลือกกลุ่ม
แม้ว่าทั้งสองกลุ่มจะขาดอีกแค่คนเดียว แต่ถ้าทุกอย่างดำเนินไปตามกฎ เกรงว่าจะไม่ใช่ฮ่องเต้พระองค์นี้ หลังจากหลายวันที่ผ่านเหตุการณ์ต่างๆ มานั้นในใจของเยี่ยนอวิ๋นหลิ่วได้ให้นิยามใหม่กับฮ่องเต้นั้นคือ ผู้ทำลายกฎ
เยี่ยนอวิ๋นหลิ่วเดินเงอะงะตามฮ่องเต้เข้าไปในสนาม มองไปรอบๆ ในใจมีกลุ่มที่นาง้าเลือกโดยไม่ลังเลอยู่แล้ว นั่นคือกลุ่มรองแม่ทัพของบิดานางซึ่งคือกลุ่มสีน้ำเงิน ไม่ว่าอย่างไรก็มีคนคอยช่วยเหลือ และช่วยส่งลูกให้นาง
เมื่อคิดไตร่ตรองอย่างดีแล้ว ฮ่องเต้ค่อยๆ เริ่มตรัสว่า “วันนี้เป็การแข่งขี่ม้าตีคลี ขอให้ทุกคนเล่นให้สนุก มุ่งมั่งคว้าชัย แสดงฝีมือให้เต็มที่ มีศีลธรรมในการแข่งขัน และเคารพคู่ต่อสู้ ให้ทุกคนได้เห็นฝีมือของพวกเ้า”
“พ่ะย่ะค่ะ!”
แม้ว่าคำพูดของฮ่องเต้ก่อนเริ่มการแข่งขันจะไม่ค่อยดีนัก แต่ใช้ได้ผลกับเหล่าทหารที่เชื่อฟัง พอเหล่าทหารเริ่มะโร้องอย่างกึกก้อง เยี่ยนอวิ๋นหลิ่วก็รู้สึกใจนอยากออกจากสนาม
เห็นเพียงแต่ฮ่องเต้ยกมือขึ้นมาโบกมือให้กับทหารที่ฮึกเหิม ทุกคนที่ยังคงร้องกึกก้องก็เงียบลงทันที ฮ่องเต้ลูบหนวดเคราของตนอย่างภาคภูมิใจ ฮ่องเต้หันไปยิ้มทางเยี่ยนอวิ๋นหลิ่วอย่างพึงพอใจคล้ายกลับว่ากำลังรอคำชมเชย
น่าเสียดายที่เยี่ยนอวิ๋นหลิ่วมัวแต่ตื่นเต้นกับการแข่งขันที่จะมาถึง จนไม่มีเวลาที่จะมาชมเชย
ฮ่องเต้อยู่ที่นี่ก็เหมือนถูกบังคับให้รับความพ่ายแพ้ แต่ก็ต้องจัดการตัวเองอย่างรวดเร็ว ฮ่องเต้กระแอมสองครั้งเพื่อเรียกสติของเยี่ยนอวิ๋นหลิ่วกลับมาและพูดว่า “ข้าว่ามาเลือกกลุ่มกันก่อนเถอะ! เยี่ยนชิงเ้าคิดเสร็จแล้วหรือยัง?”
เมื่อฮ่องเต้ถามเื่เลือกกลุ่ม นางก็ตอบอย่างตื่นเต้น “ตอบคำถามของฝ่าา… จริงๆ แล้วกระหม่อมมี...”
อันที่จริงเยี่ยนอวิ๋นหลิ่วอยากบอกว่าตัวเองจะเลือกกลุ่มใด แต่น่าเสียดาย คำถามที่ฮ่องเต้ถามออกมาเหมือนบังคับคำตอบมาให้แล้ว ช่างเด็ดขาดมาก
“ข้ารู้แล้ว” ฮ่องเต้ตรัสพร้อมโบกมือให้เยี่ยนอวิ๋นหลิ่ว แม้ว่านางคล้ายจะเข้าใจการกระทำนั้น แต่พอถูกฮ่องเต้มองมา เยี่ยนอวิ๋นหลิ่วกลับทำสีหน้างุนงงกว่าเดิมดูราวกับไม่เข้าใจอะไรเลย
แต่สิ่งเดียวที่เยี่ยนอวิ๋นหลิ่วเข้าใจอย่างชัดเจนเลยก็คือ ตอนที่ฮ่องเต้ตรัสอยู่ตัวเองไม่มีสิทธิ์พูดแทรก เมื่อเกิดอะไรขึ้นก็ต้องเก็บปากเก็บคำ
“อย่างนั้นข้าตามเยี่ยนชิง ข้าจะไปร่วมกับกลุ่มรองแม่ทัพจ้าวกับเยี่ยนชิงก็แล้วกัน!”
ใครจะไปรู้ว่าไม่ทันระวัง เมื่อคำพูดออกจากปากของฮ่องเต้แล้วก็ไม่สามารถเปลี่ยนได้ แต่กลุ่มที่อยู่ในใจเยี่ยนอวิ๋นหลิ่วอันดับหนึ่งไม่ใช่กลุ่มที่ฮ่องเต้เลือกให้
เยี่ยนอวิ๋นหลิ่วชำเลืองมองไปทางหลินเวยของกลุ่มสีน้ำเงินอย่างตัดใจไม่ได้ จากนั้นหันไปทางฮ่องเต้ แล้วพูดช้าๆ ว่า “กระหม่อมรับบัญชาพ่ะย่ะค่ะ”
แม้ว่าน้ำเสียงของเยี่ยนอวิ๋นหลิ่วจะฟังดูไม่เป็ไร แต่คนฉลาดอย่างฮ่องเต้ทำไมจะดูไม่ออกว่าเยี่ยนอวิ๋นหลิ่วไม่พอใจ ดังนั้นจึงปลอบเยี่ยนอวิ๋นหลิ่วด้วยน้ำเสียงที่คิดว่าเป็ธรรมมาก “ในเมื่อเยี่ยนชิงคือคนของข้า จึงต้องเข้าร่วมกลุ่มสีแดงกับข้าเป็ธรรมดา”
เยี่ยนอวิ๋นหลิ่วไม่กล้าที่จะขัดขืน จึงตอบไปว่า “กระหม่อมไม่ขัดข้อง ตามที่ฝ่าาบัญชาพ่ะย่ะค่ะ”
“ดี! ถ้าอย่างนั้นก็ตามนี้!” เมื่อเห็นเยี่ยนอวิ๋นหลิ่วเป็เช่นนี้ ในใจก็มีความสุขมาก ถึงตอนนี้เยี่ยนอวิ๋นหลิ่วเข้าใจพฤติกรรมของฮ่องเต้แล้ว นั่นคือแค่ทำสิ่งที่คิดอยู่ในใจและแค่ให้ตัวเองมีความสุข!
“เยี่ยนชิงเป็บุตรชายของแม่ทัพเยี่ยน ฝีไม้ลายมือย่อมเก่งกาจเหมือนบิดา กลุ่มของรองแม่ทัพหลินเต็มไปด้วยคนมากความสามารถ ข้ากับเยี่ยนชิงจะไปอยู่กลุ่มรองแม่ทัพหลินแล้วรังแกกลุ่มสีแดงของแม่ทัพจ้าวได้อย่างไร?” จากนั้นฮ่องเต้ก็เอ่ยต่อว่า “ดังนั้น ข้าและเยี่ยนชิงจะเข้าร่วมกับกลุ่มแม่ทัพจ้าวเพื่อความยุติธรรม!”
เยี่ยนอวิ๋นหลิ่วแสร้งยิ้มแบบมืออาชีพ ยิ้มให้กับฮ่องเต้และยิ้มให้กับเหล่าขุนนางและทหาร ยิ้มจนใบหน้าแข็งไปหมด สักพักถึงได้หยุดยิ้ม
แม้ว่าเหตุผลของฮ่องเต้จะดีมาก แต่การเลือกของพระองค์ได้สร้างปัญหามากมายให้กับการจัดสรรกลุ่ม ในเมื่อแต่ละกลุ่มขาดแค่คนเดียว เพียงแค่รอฮ่องเต้กับเยี่ยนอวิ๋นหลิ่วแบ่งไปเข้าร่วมแต่ละกลุ่ม แต่เมื่อฮ่องเต้มีรับสั่ง ใครจะกล้าขัด? ทุกคนทำได้เพียงแบ่งกลุ่มกันอีกรอบ โดยแบ่งให้ผู้ชายตัวเล็กๆ ไปอยู่กลุ่มสีน้ำเงินของรองแม่ทัพหลิน ถือว่าเป็การแบ่งกลุ่มที่สมบูรณ์แบบที่สุด
หลังเยี่ยนอวิ๋นหลิ่วและฮ่องเต้เปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จและเตรียมขึ้นม้า เสียงแตรในสนามก็ดังขึ้น เป็การเริ่มแข่งขันขี่ม้าตีคลีในวันนี้
บรรดาสตรีที่นั่งอยู่ไม่ได้สนใจการแข่งขันขี่ม้าตีคลีมากนัก แต่วันนี้มีเยี่ยนอวิ๋นหลิ่วกับฮ่องเต้เข้าร่วมการแข่งขันนี้ด้วย จึงสร้างความกระตือรือร้นอย่างมากในหมู่นางสนม และเยวี่ยเจาหรานเองก็รู้สึกกระตือรือร้น ฮ่องเต้ก็ไม่รู้ว่าอยากอวดโฉมหรืออย่างไร จึงจัดที่ให้บรรดาสตรีได้นั่งใกล้สนามแข่งมากขึ้น แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับทุกคน
