พี่เฟิงโก่ว!
แม้ทุกคนจะรู้ดีว่ากัวเซียงกำลังราคาคุย แต่พวกเขาก็ยังฟังกันอย่างออกรสออกชาติ
หลังจากน้ำเมาเข้าปาก บรรยากาศบนโต๊ะก็เริ่มคึกคักขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
พวกผู้ชายหน้าแดงก่ำ คุยโวโอ้อวดกันยกใหญ่ราวกับว่าตัวเองเป็ผู้ทรงอิทธิพลในอำเภอแห่งนี้
“พี่เซียง แล้ววันหลังถ้าพวกเราไปร้องเพลงที่ KTV แค่บอกชื่อพี่นี่ใช้ได้เลยปะ?”
กัวเซียงได้ยินดังนั้นก็นิ่งยืดอก ตบปอดฉาดใหญ่: “แน่นอนอยู่แล้ว! บอกชื่อฉันรับรองลื่นปรื๊ด! ไม่ได้โม้นะ ญาติห่างๆ ของลูกพี่ลูกน้องลุงฉันเนี่ย รู้จักกับลูกพี่หนิวโดยตรง! ไม่ว่าพวกนายจะอยู่ที่ KTV หรือเจอเื่ยากลำบากอะไรในอำเภอนี้ แค่บอกฉันคำเดียว... เคลียร์จบ!”
เขาพูดพลางทำไม้ทำมือประกอบดูมีพลังมหาศาล
หลิวหยูถงนั่งอยู่ข้างๆ ในมือถือแก้วน้ำส้ม แย้มยิ้มน้อยๆ พลางฟังพวกเขาโม้กันเงียบๆ
กัวเซียงสังเกตเห็นว่าหลิวหยูถงไม่ค่อยพูดจา จึงถือแก้วเบียร์เดินโซเซเข้าไปหาเธอ แววตาที่ฉ่ำเยิ้มด้วยฤทธิ์เหล้าจ้องมองเธอเขม็ง “ดาวโรงเรียนหลิว ทำไมไม่ดื่มล่ะ? มาชนกันหน่อยเป็ไง? ฉันขอคารวะเธอ!”
หลิวหยูถงเงยหน้าขึ้นยิ้มตอบ “ขอบคุณนะ แต่ฉันดื่มเหล้าไม่เป็ ขอใช้เครื่องดื่มแทนแล้วกันนะ”
กัวเซียงแม้จะเสียดายนิดๆ แต่ก็ไม่ฝืน เขาพยายามวางท่าให้ดูเป็สุภาพบุรุษ “ได้เลย งั้นฉันหมดแก้วนะ เธอตามสบาย”
พูดจบเขาก็กรอกเบียร์เข้าปากรวดเดียวหมดแก้ว หลิวหยูถงเห็นดังนั้นก็ยกแก้วน้ำส้มที่เหลือค่อนแก้วดื่มจนหมดแล้ววางลงอย่างสง่างาม
กัวเซียงเห็นหลิวหยูถงให้เกียรติขนาดนี้ก็ยิ่งโม้หนักเข้าไปอีก “ใจเด็ดมากดาวโรงเรียนหลิว! วันหลังในอำเภอนี้ถ้ามีเื่อะไรให้ช่วย บอกฉันได้เลย รับรองจัดการให้กริบ!”
“ไม่ได้คุยนะ ฉันเดินไปที่ไหน พวกลูกพี่ใหญ่ต้องเกรงใจฉันสามส่วนทั้งนั้น...”
เขาพล่ามไปเรื่อยจนวกกลับมาถึงเื่ "หนิวเปิน" ผู้ยิ่งใหญ่แห่งโลกใต้ดินของอำเภออู้สุ่ย
แน่นอนว่าหลิวหยูถงรู้จักหนิวเปินดี เขาคือขาใหญ่จอมระรานที่มีชื่อเสียงกระฉ่อน แต่เธอก็รู้เช่นกันว่า "จักรพรรดิดินถล่ม" คนนี้จะถูกส่งเข้าคุกในอีกครึ่งปีข้างหน้า และจบชีวิตด้วยการ "กินลูกตะกั่ว" (ปะาชีวิต)
ทรัพย์สินทั้งหมดของเขา ไม่ว่าจะเป็ไนท์คลับ, KTV, ซูเปอร์มาร์เก็ต หรือร้านอาหาร จะถูกยึดทรัพย์และนำออกขายทอดตลาดจนไม่เหลืออะไรเลย
ถึงจะรู้จุดจบของเขาดี แต่เธอเลือกที่จะไม่พูดออกมา และนั่งมองกัวเซียงโม้ต่อไป
เมื่อทุกคนอิ่มหนำสำราญ ก็พากันเรียกสามล้อเครื่องมุ่งหน้าไปยัง เคซาร์ KTV
กัวเซียงไม่ได้โม้ซะทีเดียว เพราะครั้งนี้เขาจองห้องที่ใหญ่ที่สุดห้องหนึ่งได้จริงๆ นั่นคือ ห้อง 888 VIP
บรรยากาศ่ที่สองคึกคักกว่าบนโต๊ะอาหารหลายเท่า ในห้องไฟสลัว เสียงเพลงดังสนั่นหวั่นไหว บนโต๊ะเต็มไปด้วยเบียร์ ผลไม้ และเครื่องดื่ม
เวลาผ่านไป เพื่อนๆ ที่เคยเหนียมอายก็เริ่มปล่อยแก่ แย่งไมโครฟอนมาร้องเพลงเสียงหลงกันอย่างสนุกสนาน
หลิวหยูถงและอวี๋ซินนั่งอยู่ที่โซฟาฝั่งขวา คุยกับเพื่อนผู้หญิงอีกสองคน
ผ่านไปครู่ใหญ่ ประตูห้องก็ถูกผลักเปิดออก
กัวเซียงเดินเข้ามาพร้อมกับชายแปลกหน้าคนหนึ่ง อายุประมาณ 26-27 ปี สวมเสื้อลายสก๊อต ปลดกระดุมคอเผยให้เห็นรอยสักที่หน้าอก ท่าทางการเดินดูนักเลงโต บ่งบอกว่าเป็พวกเลี่ยงสังคมที่มีอันดับพอสมควร
กัวเซียงแนะนำด้วยท่าทางภูมิใจ “นี่ลูกพี่ฉันเอง พี่เฟิงโก่ว (หมาบ้า)! KTV ที่นี่พี่เฟิงโก่วเป็คนคุม!”
พูดจบเขาก็หันไปบอกพี่เฟิงโก่ว “พี่ครับ นี่เพื่อนร่วมรุ่นผมเอง วันนี้พวกเรามาเลี้ยงรุ่นกัน ยังไงฝากพี่ช่วยดูแลด้วยนะครับ”
ตอนแรกเฟิงโก่วไม่ได้กะจะสนใจตัวประกอบอย่างกัวเซียงหรอก เขาแค่โดนกัวเซียงทักตอนไปเข้าห้องน้ำ แถมกัวเซียงยังอ้างชื่อลูกน้องเขาคนหนึ่งพร้อมท่าทางนอบน้อม เขาเลยยอมเดินมาโชว์ตัวให้กะว่าจะแค่ทำเป็พิธี เพราะรู้ว่ากัวเซียงแค่อยากจะอวดบารมีต่อหน้าเพื่อนเท่านั้น
ทว่า... เมื่อเขาก้าวเข้ามาในห้องและกวาดสายตามองไปรอบๆ แววตาเขาก็พลันลุกวาวขึ้นมาทันที
โดยเฉพาะเมื่อมองไปยังโซฟาฝั่งขวา เห็นเด็กสาวในชุดเดรสสีน้ำเงิน
แววตาของเขาฉายความหื่นกระหายและตื่นตะลึงออกมาอย่างปิดไม่มิด ท่าทีของเขาเปลี่ยนเป็กระตือรือร้นขึ้นมาทันควัน
เฟิงโก่วทักทายเพื่อนๆ ของกัวเซียงสั้นๆ ก่อนจะพุ่งตรงมาที่พวกหลิวหยูถง
“ไฮ! สาวๆ สวัสดีตอนเย็นนะ พวกเธอเป็เพื่อนของกัวเซียงน้องชายฉันใช่ไหม?”
“เอาเงี้ย เดี๋ยวฉันสั่งให้คนเอาเหล้ามาส่งให้เพิ่มนะ คืนนี้เล่นกันให้สนุกล่ะ!”
ตามมารยาทแล้ว เมื่ออีกฝ่ายมาดีก็ไม่ควรปั้นปึ่ง แม้หลิวหยูถงจะััได้ถึงสายตาคุกคามของเขา แต่เธอก็ยังกล่าวขอบคุณตามมารยาท
พี่เฟิงโก่วไม่ได้อยู่นานนัก เขาเดินทักทายคนอื่นอีกนิดหน่อยก่อนจะออกจากห้อง 888 ไป
พอเขาพ้นประตู บรรยากาศที่ตึงเครียดก็ผ่อนคลายลง เพราะลึกๆ แล้วหลายคนขยาดพวกนักเลงแบบนี้อยู่แล้ว
“พี่เซียง พี่แม่งเจ๋งว่ะ รู้จักคนระดับพี่เฟิงโก่วด้วย!”
“นั่นดิ เขาเป็มือขวาของลูกพี่หนิวที่พี่บอกใช่ไหม?”
“.........”
กัวเซียงตัวลอยเพราะคำยอ เขายิ้มกริ่มอย่างผู้ชนะ
“ก็งั้นๆ แหละ... พี่เฟิงโก่วกับฉันความสัมพันธ์ระดับไหน... คนกันเองทั้งนั้น!”
เขาพ่นน้ำลายไปพลางกระดกเหล้าไปพลาง ยิ่งมีพนักงานยกเหล้ากับผลไม้มาส่งให้ฟรีๆ จริงๆ บรรยากาศในห้องก็ยิ่งพุ่งปรี๊ด
ตัดมาที่ ห้อง 999 ข้างๆ กัน
พี่เฟิงโก่วกำลังนั่งดื่มเหล้า เขย่าลูกเต๋ากับลูกน้องและผู้หญิงแต่งตัวยั่วสวาทอีกสองสามคน
แต่ในหัวเขากลับมีแต่ภาพใบหน้าใสซื่อของเด็กสาวในห้องข้างๆ โดยเฉพาะเด็กสาวชุดเดรสสีน้ำเงินคนนั้น กลิ่นอายและหน้าตาของเธอทำให้เขาใจสั่นจนลืมไม่ลง
“ไม่ได้เจอเด็กนิ่งๆ ใสๆ แบบนี้มานานแล้วแฮะ” เฟิงโก่วเลียริมฝีปากอย่างกระหาย
ขนาดผู้หญิงข้างกายชวนชนแก้ว เขายังเหม่อจนไม่ได้ยิน
ลูกน้องข้างๆ เห็นลูกพี่ใจลอยเลยสะกิดเตือน“พี่ครับ สาวๆ ชวนชนแก้วแน่ะ”
เฟิงโก่วได้สติ ยกแก้วขึ้นชนส่งเดชแล้วกระดกรวดเดียวหมด
จากนั้นเขาก็ผุดลุกขึ้นยืนทันที หันไปบอกลูกน้อง “ไป... พวกแกตามข้าไปสนุกห้องข้างๆ หน่อย”
“แล้วพวกเธอล่ะพี่?” ลูกน้องชี้ไปที่ผู้หญิงแต่งตัวจัดจ้านพวกนั้น
พี่เฟิงโก่วโบกมืออย่างรำคาญ “ไล่ไปให้พ้นหน้าไป๊!”
พูดจบ เขาก็เดินอาดๆ ออกจากห้องมุ่งหน้าสู่ห้องข้างๆ ทันที
