“ข้าอุตส่าห์อดทนเพราะไม่อยากให้เ้าหมดแรง ข้าไม่ได้้าสูบพลังของเ้าหรอกนะ เื่นี้เป็เ้าที่ผิด ข้าตั้งใจรอจนกว่าเ้าจะพร้อม แต่เ้า..เ้ากลับ..รอไม่ไหว ข้าไร้หนทาง ไม่อาจทนมองเ้าน่ารักเพียงนั้น จึงได้แต่ตามใจเ้า” เขารีบพูดแก้ตัว
“ข้า...” หลินโม่เหนียงได้แต่ตาโต มองบุรุษสายน้ำพูดถึงเื่น่าอายที่นางทำอย่างปกติ
“เ้ายังโลภมากอยากได้อีกหรือ เ้าหลับไปตั้งสามวันเลยนะ ยามนี้ห้าม รอเ้าแข็งแรงกว่านี้ก่อน ข้าเป็ห่วง”
โม่เหนียงหน้าแดงราวถูกไฟเผา นางรีบก้มหน้า เมื่อครู่นางเพียงใเื่ที่เขาพูด จึงได้มองเขาตรงๆ แต่เขากลับเข้าใจผิดคิดว่านางจะขอให้ทำเื่น่าอายพวกนั้นอีก แย่ที่สุด!!
ถึงนางจะ้าทำอีก แต่นางจะไม่มีวันเอ่ยปากเด็ดขาด โม่เหนียงขบฟันและแสร้งจับตะเกียบคีบเนื้อปลามากิน แต่เพราะรีบร้อนและเขินอายมากจึงมือสั่นไปหมด แทบจะคีบเนื้อปลาไม่ได้
“เ้าใจเย็นก่อน ข้าไม่ได้บอกว่าไม่ทำ เพียงแต่งดเว้นไปก่อนสัก่หนึ่ง เ้าอย่าโกรธเลย” เขากลับเข้าใจผิดไปอีกทาง
“ข้า..ไม่ได้โกรธ” โม่เหนียงต้องพูดให้เขาเลิกเข้าใจผิด
“เ้าโกรธ เห็นอยู่ว่าเ้าไม่พอใจ หากเ้า้ามาก ข้าจะ..”
“หุบปาก!!” โม่เหนียงอับอายจนไร้หนทาง เหตุใดเ้าปิศาจนี่ถึงได้โง่เขลานัก นางไม่ได้พูดว่าอยากทำ เขาก็คิดอยู่ได้ว่านางอยาก
“...”
ในเมื่อนางโกรธจนตะคอก ตะเกียบในมือของนางก็สั่นจนแทบคีบเนื้อปลาไม่ได้ เขาจึงตัดสินใจจะตามใจนางสักเล็กน้อย เพียงทำให้นางหายโกรธก่อน จากนั้นค่อยหลอกล่อให้นางกินอาหารบำรุง
บุรุษสายน้ำคิดได้เช่นนั้นจึงหยิบตะเกียบจากมือของโม่เหนียง แม้นางจะงุนงง แต่ก็ยอมเงยหน้ามองเขาแล้ว ปิศาจหนุ่มจึงก้มลงไปจะจูบหญิงสาวด้วยความตั้งใจจะเอาใจนาง
“เ้า!! เ้าจะทำอะไร” โม่เหนียงใรีบผลักไหล่ของเขา
“ข้ายอมให้เ้าจูบก็ได้ มันช่วยบรรเทาความอยากได้เล็กน้อย จากนั้นเ้าต้องสัญญาว่าจะยอมกินอาหารของมนุษย์บำรุงร่างกาย” เขาเกลี้ยกล่อม
“เ้า..เ้า..” โม่เหนียงได้แต่อ้าปากเอ่ยคำใดไม่ได้
หญิงสาวยังไม่ทันทำอะไร ปิศาจหนุ่มก็ก้มลงมาจูบปากเบาๆ จากนั้นก็นั่งลงที่ข้างโต๊ะ และเริ่มแกะเนื้อปลายื่นมาที่ปากของโม่เหนียงพร้อมป้อนให้นางกิน
“อ้าปาก เ้าต้องกินบำรุง อย่าดื้อ” เขากล่อมราวกับนางเป็เด็กน้อย
หลินโม่เหนียงมองเขาแล้วพูดไม่ออกร้องไห้ไม่ได้
หลังจากนั้น ชีวิตอันสงบสุขของโม่เหนียงก็เริ่มไม่ปกติ
ทุกเช้า หลินโม่เหนียงจะตื่นมาพบบุรุษสายน้ำทำอาหารรอนาง จากนั้นจะจูบนางและดูแลปรนนิบัติบังคับให้นางกินอาหารที่เขาปรุง นางจะปฏิเสธอย่างไรเขาก็คล้ายฟังไม่เข้าใจ
หลังมื้ออาหารก็พานางไปนั่งสมาธิใต้น้ำตกเช่นเคย ส่วนตัวเขาจะออกล่าสัตว์และตัดฟืนเตรียมต้มน้ำอุ่นรอ เมื่อนางกลับมาอาบน้ำอุ่นที่เขาต้มไว้ เขาจะรีบไปทำอาหารมื้อถัดไป ดูแลจนหญิงสาวเข้านอนแล้วเขาจะเก็บเสื้อผ้าชุดเก่าไปซักตาก ก่อนจะเข้ามานั่งข้างเตียงมองดูนางนอนหลับ
แม้่แรกโม่เหนียงจะเขินอายและไม่คุ้นชิน แต่เมื่อเข้าสู่คืนที่สอง คืนที่สามและคืนต่อๆ มา นางคล้ายสบายใจและหลับสนิทมากกว่ายามที่นางนอนคนเดียวเสียอีก
งานบ้านทุกอย่าง หลินโม่เหนียงไม่เคยได้แตะอีกเลย เขาดูแลราวกับนางเป็องค์หญิงหรือฮ่องเต้ที่ไม่มีมือของตัวเอง หากนางยินยอมเขาคงเป็คนเปลี่ยนเสื้อผ้าและล้างเช็ดก้นให้นางด้วย
ส่วนใหญ่แล้วจะเป็เขาที่คอยชวนพูดคุย หลินโม่เหนียงจะเงียบและคอยระอาความพูดมากของอีกฝ่าย แต่นางไม่ได้รู้สึกรังเกียจอะไร ทั้งยังรู้สึกว่าบ้านหลังน้อยดูอบอุ่นมากขึ้น ไม่เงียบเหงาเช่นเดิม
หญิงสาวจึงยอมให้เขาพูดมาก ยอมให้เขาดูแลตามใจ แม้จะรู้เต็มอกว่าเขาไม่ใช่มนุษย์ แต่กลับเอ่ยปากไล่เขาออกบ้านไม่ได้ เพราะรู้สึกว่าคิดถึงเขาเหลือเกิน เป็ความคิดถึงที่รู้สึกหนักหน่วงคล้ายคิดถึงเขามานานจนจำไม่ได้
เมื่อเขาเป็ฝ่ายพูดเสียส่วนใหญ่ โม่เหนียงจึงไม่เคยได้มีโอกาสถามชื่อและความเป็มาของเขา ส่วนตัวเขาก็ไม่เคยพูดถึง พวกเขาเพียงอยู่ด้วยกันอย่างสบายใจ แต่ไม่เคยถามความเป็มาของใคร คล้ายต่างฝ่ายต่างรู้จักอีกฝ่ายเป็อย่างดี แม้จะไม่รู้สิ่งใดเลยก็ตาม
มีบางครั้ง เมื่อเขาเข้าใจผิดเื่ความ้าของนางไปไกล หญิงสาวพยายามพูดอธิบาย แต่ยิ่งอธิบายเขาก็ยิ่งเข้าใจผิด หลินโม่เหนียงจึงไม่อยากอธิบายถึงความ้าของตัวเองอีก ปล่อยให้เขาเข้าใจผิดไป ถึงอย่างไรก็ไม่มีผู้ใดอยู่บนเขามาทำให้นางต้องอับอายกับการถูกเข้าใจผิดนี้
กระทั่งผ่านไปเกือบสองเดือน ในเช้าวันหนึ่งเมื่อเขาจูบนางก่อนมื้ออาหาร เขาก็เงยหน้าและพูดยิ้มๆ ว่า
"เ้าแข็งแรงแล้ว"
โม่เหนียงเพียงกะพริบตาตอบ ยังไม่ค่อยเข้าใจว่าเขา้าพูดเื่อะไร เพราะปกตินางก็คล้ายสื่อสารกับเขาไม่ค่อยเข้าใจอยู่แล้ว
เขาดูแลนางกินมื้อเช้าและเดินไปส่งนางที่ใต้น้ำตก
"ข้าจะรอเ้ากลับมาบ้านเร็วๆ นะ" เขาบอกนางก่อนกลับ ยังส่งยิ้มหวานด้วยความดีใจอีกด้วย
โม่เหนียงได้แต่ยืนมองเขาเดินกลับบ้านด้วยความงุนงง นางนั่งบำเพ็ญเพียรอยู่ใต้น้ำตกอยู่นานกว่าจะนึกขึ้นได้ว่าเขาเคยปฏิเสธที่จะทำเื่อับอายกับนาง อ้างว่านางยังอ่อนแอ แต่วันนี้เขาบอกว่านางแข็งแรงแล้ว ทั้งยังทำหน้าตาราวกับกำลังรอทำบางอย่างกับนางเมื่อนางกลับไปถึงบ้าน
หลินโม่เหนียงใบหน้าร้อนผ่าว ตลอดเวลาสองชั่วยามที่นั่งสมาธิบำเพ็ญเพียร นางไม่อาจข่มใจให้สงบนิ่งแม้สักชั่วขณะ รอยจูบและััจากฝ่ามืออุ่นยังคงตราตรึง
อารมณ์หอมหวานของการถูกฝ่ามือพาวิ่งไปสู่ความหฤหรรษ์ยังคงชัดเจน แม้นางจะพยายามไม่ใส่ใจ แต่เพียงนึกถึง ความเร่าร้อนคล้ายยังคงไม่จางหาย ยิ่งนึกถึงตรงกลีบท้อยิ่งชุ่มฉ่ำ โม่เหนียงอับอายกับความ้าทางกายของตัวเองยิ่งนัก
วันนี้นางจึงตั้งใจนั่งอยู่ใต้น้ำตกให้นานขึ้นอีก หากเป็ไปได้ นางก็ไม่อยากกลับบ้านตลอดไป หากนางแข็งแรง และพวกเขา..ทำเื่น่าอายด้วยกัน วันหน้าจะเป็อย่างไร นางเป็มนุษย์ เขาเป็ปิศาจ..
