"ข้า... ไม่เป็ไรแล้ว เลิกปาน้ำตาใส่เสื้อผ้าข้าสักที"
แอเรสถอนหายใจยาว พลางยกมือที่ผอมแห้งราวกับกิ่งไม้ขึ้นลูบหัว 'ลิอา' สาวใช้ประจำตัวที่ยังคงสะอื้นไห้อยู่ข้างเตียง
ลิอาเงยหน้าขึ้นมองเ้านายด้วยความประหลาดใจ ปกติแล้วนายน้อยของเธอเป็คนขี้ขลาด เก็บตัว และมักจะร้องไห้โวยวายทุกครั้งที่ถูกรังแก แต่น้ำเสียงและแววตาเมื่อครู่กลับดูนิ่งสงบ เยือกเย็น และแฝงไปด้วยอำนาจบางอย่างที่เธอไม่เคยััมาก่อน
"น... นายน้อย จำได้ไหมเ้าคะว่าเกิดอะไรขึ้น?" ลิอาถามเสียงสั่น
"ข้าตกน้ำ" แอเรสตอบเรียบๆ ก่อนจะหลับตาลงเพื่อค้นหาความทรงจำของเ้าของร่างเดิม ภาพของกลุ่มเด็กหนุ่มวัยรุ่นที่ผลักเขาลงไปในทะเลสาบน้ำแข็งหลังคฤหาสน์ฉายชัดขึ้นมาในหัว "ไม่สิ... ถูก 'คาเอล' พี่ชายรอง และลูกสมุนของมันผลักลงไปต่างหาก"
ตระกูลดยุกครอสอาร์ท คือตระกูลนักรบศักดิ์สิทธิ์ที่รับใช้ 'เทพเ้าลูคัส' โดยตรง กฎของตระกูลนี้เรียบง่ายแต่โหดร้าย... ผู้อ่อนแอคือขยะที่ไม่มีสิทธิ์มีชีวิต แอเรสเกิดมาพร้อมกับ 'เส้นชีพจรเวทมนตร์อุดตัน' ทำให้ไม่สามารถกักเก็บมานาหรือฝึกฝนออร่าดาบได้ เขาจึงตกเป็เป้าหมายของการกลั่นแกล้งจากพี่น้องร่วมสายเืมาั้แ่เด็ก จนกระทั่งเหตุการณ์ล่าสุดที่หวังจะเอาชีวิตกันให้ตาย
"นายท่านดยุกทราบเื่นี้แล้วเ้าค่ะ แต่... ท่านไม่ได้ลงโทษนายน้อยคาเอลเลย ท่านเพียงแค่บอกว่า 'หากอ่อนแอจนรักษาชีวิตตัวเองไม่ได้ ก็สมควรตาย'..." ลิอาก้มหน้ากัดริมฝีปากด้วยความเจ็บใจแทน
แอเรสแค่นยิ้มเ็า "ก็สมกับเป็สุนัขรับใช้ของลูคัสดี กฎแห่งปลาใหญ่กินปลาเล็กสินะ"
"นายน้อยพูดว่าอะไรนะเ้าคะ?"
"เปล่า ไม่มีอะไร" แอเรสโบกมือไล่เบาๆ "เ้าออกไปก่อนเถอะ ลิอา ข้า้าพักผ่อน ห้ามใครเข้ามารบกวนจนกว่าข้าจะอนุญาต"
ลิอาลังเลเล็กน้อย แต่เมื่อสบเข้ากับดวงตาสีดำสนิทที่เด็ดขาดของเขา เธอก็รีบโค้งคำนับและเดินออกจากห้องไปอย่างว่าง่าย
เมื่ออยู่เพียงลำพัง แอเรสก็ขัดสมาธิลงบนเตียงทันที เขาหลับตาและเริ่มสำรวจสภาพร่างกายนี้อย่างละเอียด
‘แย่กว่าที่คิดแฮะ เส้นชีพจรเวทมนตร์อุดตันสนิทเหมือนโดนรากไม้รัด ซ้ำอวัยวะภายในยังบอบช้ำจากการจมน้ำ ถ้าเป็คนทั่วไปคงเป็ได้แค่คนพิการไปตลอดชีวิต’
แต่เขาไม่ใช่คนทั่วไป เขาคือ เคล ชายผู้เคยยืนอยู่บนจุดสูงสุดของมวลมนุษยชาติ ผู้วิชาดาบที่แม้แต่จอมมารยังต้องหลั่งเื
ในอดีต เคลไม่ได้ใช้พลังศักดิ์สิทธิ์เหมือนลูคัส หรือเวทมนตร์รักษาเหมือนเอลิน่า พลังของเขาคือสิ่งที่เขาคิดค้นขึ้นมาเองในระหว่างความเป็และความตายในดันเจี้ยน... ‘วิชาปราณกลืนกินนิรันดร์’ (Eternal Devouring Art)
วิชานี้ไม่จำเป็ต้องพึ่งพาพร์ั้แ่เกิด แต่มันอาศัยการ 'กลืนกิน' พลังงานรอบตัว ไม่ว่าจะเป็มานาในอากาศ พลังชีวิตของมอนสเตอร์ หรือแม้กระทั่งความมืดมิด มาเปลี่ยนเป็พลังของตนเอง ข้อเสียเพียงอย่างเดียวคือความเ็ปแสนสาหัสในขั้นตอนการทะลวงจุด
‘ในเมื่อร่างกายนี้มันเป็ขยะ ก็แค่ทำลายแล้วสร้างมันขึ้นมาใหม่!’
แอเรสเริ่มกำหนดลมหายใจตามวิถีของปราณกลืนกินนิรันดร์ อากาศรอบตัวเริ่มบิดเบี้ยวเบาๆ ละอองมานาในห้องถูกสูบดึงเข้ามาทางรูขุมขนของเด็กหนุ่มอย่างบ้าคลั่ง
"อึก...!"
ความเ็ปราวกับถูกเข็มเล่มเล็กนับหมื่นเล่มทิ่มแทงไปทั่วทุกอณูเนื้อแล่นปลาบเข้ามา เส้นเืบนิัขาวซีดปูดโปนเป็สีดำคล้ำ ร่างกายของเขากระตุกอย่างรุนแรง เืสีดำที่มีกลิ่นเหม็นเน่าถูกขับออกมาทางิัและมุมปาก มันคือของเสียและสิ่งอุดตันที่ตกค้างอยู่ในชีพจร
เขาฝืนทนความเ็ปที่แทบจะฉีกิญญาเป็ชิ้นๆ ฟันกรามบดเข้าหากันจนเืซึม
‘แค่นี้มันยังไม่ถึงครึ่งของความเ็ปที่พวกแกฝากไว้ให้ฉันเลย ลูคัส! เอลิน่า!’
เวลาผ่านไปหลายชั่วโมง จนกระทั่งแสงจันทร์สาดส่องเข้ามาทางหน้าต่าง
ปัง!!!
เสียงะเิทึบๆ ดังขึ้นภายในร่างกายของแอเรส เส้นชีพจรเวทมนตร์ที่เคยอุดตันบัดนี้ถูกทะลวงเปิดออกทั้งหมด ซ้ำยังถูกขยายให้กว้างและแข็งแกร่งกว่ามนุษย์ทั่วไปหลายเท่าตัว!
แอเรสลืมตาขึ้น ั์ตาสีดำบัดนี้มีประกายสีทองเข้มปะทุอยู่ภายใน เขายกมือขึ้นมาเบื้องหน้า ปรากฏออร่าสีดำทมิฬที่ขอบเรืองแสงสีทองหมุนวนอยู่บนฝ่ามือ... มันคือพลังที่หลอมรวมระหว่างความแค้นของเขาและมานาอันบริสุทธิ์
เขาลุกขึ้นยืน ร่างกายที่เคยผอมแห้งดูมีน้ำมีนวลและเต็มไปด้วยมัดกล้ามเนื้อที่ซ่อนรูป ความรู้สึกอ่อนแอหายไปเป็ปลิดทิ้ง
"ขั้นที่ 1 ของปราณกลืนกินสำเร็จแล้ว" แอเรสปาดคราบเืสีดำที่มุมปากออก พร้อมกับแสยะยิ้มที่มุมปาก "เตรียมตัวไว้เถอะ คาเอล... แกจะเป็เหยื่อทดลองพลังคนแรกของฉัน"
