งานประมูลการกุศลในแต่ละครั้งนั้นก็ไม่นับว่าเป็อะไรไปได้นอกจากงานแข่งกันอวดรวยของเหล่าชนชั้นสูงตามเมืองต่างๆ บางครั้งบางคราวคุณอาจคับแค้นใจที่ตนเองเป็ผู้มีอิทธิพลแล้วแต่ไม่อาจหาเงินมากมายมาปรนเปรอความสะดวกสบายของตนได้
คนเเบบนี้นับว่าเป็พวกชนชั้นสูงเพียงเปลือกนอกเท่านั้น พวกเขาอาจมีสมุดเช็คอยู่ในมือ แต่เมื่อเขียนไปแล้วเช็คนั้นก็เด้ง มันจึงเหมือนกับการพยายามอวดรวยที่ไม่สามารถเทียบได้กับผู้ที่มีความสามารถพอที่จะเข้าร่วมการประมูลเพื่อการกุศลในแต่ละครั้งได้
สำหรับการประมูลเพื่อการกุศลของตระกูลหลิวที่จัดขึ้นมานั้น นับได้ว่าเป็งานสำคัญอีกงานหนึ่งของตระกูลหลิวที่จัดเตรียมไว้ให้แก่ผู้ร่วมงาน แน่นอนว่าตระกูลหลิวนั้นจัดเตรียมสิ่งของต่างๆ ที่ใช้ประมูลเป็ที่เรียบร้อย ของเ่าั้ล้วนแล้วแต่เป็ของเก่าแก่และของแท้ ทำให้มูลค่าของมันสูงมากขึ้น
โดยเฉพาะเมื่อมีการแข่งขันในงานประมูลที่กำลังจะเกิดขึ้นในไม่ช้า
พนักงานหลายคนต่างวิ่งวุ่นเพื่อตระเตรียมความพร้อมที่ด้านหลังฉาก ด้วยคำแนะนำของบริกรในบริเวณนั้น เหล่าแขกภายในงานต่างก็เดินมาถึงฮอลล์ขนาดใหญ่ที่จัดเตรียมไว้เพื่องานประมูลครั้งนี้โดยเฉพาะ
บริเวณโดยรอบมีของทานเล่นมากมายไปจนถึงผักและผลไม้ต่างๆ เพื่อให้แขกทั้งหลายได้ทานรองท้องก่อนเริ่มการประมูล
หยางเฉินและหลินรั่วซีต่างเดินมานั่งบริเวณที่นั่งวีไอพี ที่ทางตระกูลหลิวจัดเตรียมเอาไว้ล่วงหน้า
ที่ด้านหลังของทั้งคู่เป็คู่สามีภรรยาหยวนหัวเหว่ยและหยางจี้หยู ทั้งคู่มองหลินรั่วซีและหยางเฉินก่อนจะหันหน้ามามองหน้าของกันและกัน พร้อมยิ้มออกมาน้อยๆ ทั้งคู่ต่างเข้าใจความหมายของสถานการณ์ระหว่างหยางเฉินและหลินรั่วซีขึ้นมาเล็กน้อย
แต่หลินรั่วซีกลับกำลังสับสนอยู่ ทำไมหยางเฉินถึงไปสนิทกับหยวนหัวเหว่ยและหยางจี้หยูไปได้?
จริงอยู่ที่หยางเฉินเคยบอกว่าจะไปงานวันเกิดของหยวนเย่ก่อนหน้านี้ เพียงแต่ความสัมพันธ์ระหว่างเด็กและผู้ใหญ่นั้นแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง
เพื่อนของลูกชายก็อยู่ส่วนเพื่อนของลูกชาย เป็ไปไม่ได้ที่หยวนหัวเหว่ยและหยางจี้หยูจะรู้จักหยางเฉินในฐานะที่เขาเป็เพียงแค่เพื่อนของหยวนเย่แน่ๆ
ถึงแม้ว่าหลินรั่วซีอยากจะรู้เหตุผลว่าทั้งหมดสนิทกันได้อย่างไร แต่เธอก็ไม่คิดจะเอ่ยปากถามหยางเฉิน
หยางเฉินมองสำรวจผู้คนรอบๆ ตัวไปโดยไม่ได้ตั้งใจ ด้านหน้าของเขาคือสองพี่น้องตระกูลไช่
ไม่ไกลจากไช่หนิงเป็ชาวต่างชาติใส่เสื้อลายตารางหมากรุกและกลุ่มคนกลุ่มหนึ่ง หนึ่งในนั้นพูดภาษาจีนด้วยสำเนียงที่ดูตลกและแปร่งๆ อย่างเห็นได้ชัด
ห้องประมูลของตระกูลหลิวเป็ห้องขนาดใหญ่สมกับที่เป็ตระกูลหลิวที่มีบริษัทอยู่ในเครือมากมาย แต่การประมูลเพื่อการกุศลแบบนี้ไม่ได้มีมาบ่อยนัก
ในที่สุดผู้ทำการประมูลก็เดินขึ้นไปยืนอยู่บนเวทีก่อนจะกดรีโมตอีกครั้ง
ที่หน้าจอด้านหลังผู้ทำหน้าที่ประมูลเปลี่ยนเป็ตัวอักษรสามมิติ มันหมุนวนจนกลายเป็สีฟ้าและสีขาว การประมูลกำลังจะเริ่มต้นขึ้นในไม่ช้า
ผู้ทำการประมูลแนะนำสิ่งของด้วยเสียงอันดัง “แขกผู้มีเกียรติทุกท่านครับ ทางเราขอเริ่มต้นการประมูลด้วยกล้องยาสูบโบราณ ประดับลวดลายดอกโบตั๋นอันนี้”
บริเวณที่นั่งของผู้ประมูล มีผู้เชี่ยวชาญอยู่เป็จำนวนมาก ทันทีที่ชื่อสิ่งของถูกเอ่ยออกไป หลายคนต่างก็เริ่มสนทนากันในทันที
กล้องยาสูบโบราณอันนี้นับได้ว่าเป็สิ่งของที่ถูกสร้างขึ้นในสมัยจีนยุคโบราณอย่างแท้จริง ลายกระเบื้องแบบโมเสคที่มีลวดลายสีฟ้าและสีขาวถูกประดับตกแต่งไว้ เป็สิ่งที่บ่งบอกถึงอายุและคุณค่าของมันได้อย่างดี
“สหายจากต่างประเทศเป็ผู้เริ่มต้นการประมูลในครั้งนี้ เริ่มต้นที่ห้าล้านหยวน!”
ทันทีที่การประมูลเริ่มต้นขึ้น นักโบราณคดีมือสมัครเล่นหลายคนก็ถือแผ่นป้ายเพิ่มราคาในทันที
“6 ล้าน!”
“8 ล้าน!”
“9 ล้าน!”
“ฉันจะซื้อมันในราคา 12 ล้าน!!”
...
เสียงขานราคาดังขึ้นอย่างรวดเร็วและต่อเนื่อง ไม่นานนักราคาของกล้องยาสูบนี่ก็พุ่งสูงไปกว่า 20 ล้าน
หยางเฉินฟังเหล่าคนร่ำรวยแย่งกันประมูลของอย่างสนุกสนาน พวกเขาปากระดาษงานประมูลจนปลิวว่อน สู้ราคากันรอบแล้วรอบเล่า อย่างไม่มีใครยอมใคร
หยางเฉินมองอยู่อีกครู่หนึ่งก่อนจะหันกลับไปถามหลินรั่วซี “ที่รัก ทำไมคุณเงียบยังงี้ล่ะครับ ไม่อยากลองประมูลบ้างเหรอ?”
หลินรั่วซีกล่าวเบาๆ “ไม่เห็นจะน่าสนใจตรงไหน”
หยางเฉินลอบหัวเราะอยู่ในใจ เขารู้อยู่แล้วว่าหลินรั่วซีนั้นอายเกินกว่าที่จะต้องไปะโแข่งราคากับนักประมูลคนอื่นๆ
ในที่สุดหนึ่งในผู้ประมูลเ่าั้ก็ะโออกมาด้วยเสียงอันดังก้อง “43 ล้าน!”
ราคาที่ต้องจ่ายแทบจะเท่ากับเงินสำหรับธุรกิจขนาดย่อมเลยทีเดียว!
ถึงแม้ว่าราคาของกล้องยาสูบโบราณนี้อาจสูงมากกว่านี้ได้อีก แต่ผู้ประมูลคนอื่นๆ ก็แค่อยากร่วมประมูลเพื่อสร้างชื่อเสียงให้กับตนเองมากขึ้นเท่านั้น
น่าเสียดายที่ไม่มีเสียงเสนอราคาออกมาอีกเป็ครั้งที่สอง
ผู้ทำหน้าที่ประมูลเริ่มทำการเคาะราคาในทันที “ท่านผู้มีเกียรติเบอร์ 17 เสนอราคา 43 ล้าน ครั้งที่หนึ่ง...43 ล้านครั้งที่...”
โดยไม่รอให้ผู้ประมูลเคาะราคาอีกครั้ง หยวนหัวเหว่ยที่นั่งอยู่ด้านหลังยกป้ายขึ้นพร้อมทั้งกล่าวขึ้นด้วยน้ำเสียงหนักแน่น
“50 ล้าน” ทันทีที่หยวนหัวเหว่ยเสนอราคา ทั่วทั้งลานประมูลเงียบลงในทันใด เห็นได้ชัดว่าหลายคนยัง้าสู้ราคาต่อ
เพียงแต่ราคาที่เสนอมานั้นเป็ของหยวนหัวเหว่ยจากตระกูลหยวน ทำให้พวกเขาไม่อยากจะสู่ราคาต่อ มิเช่นนั้นก็นับว่าเป็การเสียมารยาทต่อตระกูลหยวนโดยแท้จริง
บางทีสำหรับตระกูลหยวนแล้วก็อาจเป็เพียงเศษเงินเพียงเล็กน้อย นอกจากนี้ราคาของกล้องยาสูบก็ยังสามารถเพิ่มสูงขึ้นมากกว่านี้ แต่ก็ไม่มีใครกล้าเสนอราคา เห็นได้ชัดว่าทุกคนต่างก็เคารพยำเกรงตระกูลหยวน ในฐานะตระกูลอันดับหนึ่งของเมืองด้วยกันทั้งนั้น
เมื่อไม่มีใครกล้าสู้ราคา ทันทีที่ผู้ทำการประมูลเคาะราคาไปจนครบสามครั้ง หยวนหัวเหว่ยก็ได้ถือครองของชิ้นแรกในงานประมูลครั้งนี้เป็ที่เรียบร้อย
เมื่อการประมูลรอบแรกจบลง หยวนหัวเหว่ยก็หันไปหาหยางเฉินพร้อมทั้งยิ้มให้กับเขา “ผมไม่ค่อยรู้เื่ของเก่าของแก่สักเท่าไหร่ เกรงว่าที่ประมูลมาในครั้งนี้คงจะกลายเป็เื่ขายขี้หน้าเอาเสียแล้ว”
หยางเฉินชิงส่ายหัว “อีกไม่กี่ปีคุณก็จะมีเงินมากกว่าห้าสิบล้านวางประดับเอาไว้ที่บ้านแล้ว”
“คุณหยางรู้จักกล้องยาสูบนี่เหรอครับ?” หยวนหัวเหว่ยถามด้วยความอยากรู้อยากเห็น
แม้แต่หลินรั่วซีและหยางจี้หยูก็ยังหันหน้ามามองทางเขาด้วยความสนอกสนใจ
หยางเฉินกล่าวต่อด้วยรอยยิ้มเล็กน้อย “ก่อนหน้านี้ผมเป็พวกเบื่อง่ายก็เลยได้ศึกษาพวกวัตถุโบราณมาบ้างน่ะครับ แต่ผมก็ไม่แน่ใจเหมือนกันว่ามันจะใช่สิ่งที่ผมคิดหรือเปล่า”
นี่เป็เื่โกหก หยางเฉินรู้จักศิลปะโบราณในสมัยก่อนแทบทุกชิ้นเป็อย่างดี ก่อนหน้านี้เคยมีคนเสนอจะมอบกล้องยาสูบแบบนี้ให้กับเขาหลายต่อหลายครั้งแต่หยางเฉินก็ไม่ได้สนใจมันมากนัก
เพราะบางครั้งของที่นำมาให้ ก็มักจะมาพร้อมกับการตอบแทนบุญคุณเข้าสักวัน
“ฮ่าๆ นี่ไม่ใช่แค่การเรียนรู้อย่างเดียวหรอกครับ แต่สิ่งนี้ก็คือวัฒนธรรมเช่นเดียวกัน” หยวนหัวเหว่ยกล่าว “หลายคนพยายามที่จะเข้ามาในงานประมูลครั้งนี้ เพื่อที่จะได้มีโอกาสทางธุรกิจของตนมากยิ่งขึ้น บางทีงานประมูลอาจเป็เพียงฉากบังหน้า ที่ทำให้พวกเขาได้ทำความรู้จักกันมากขึ้นก็เป็ได้”
การประมูลยังคงดำเนินต่อไปอย่างต่อเนื่อง ของประมูลชิ้นที่สองและสามถูกเลื่อนออกจากหน้าจอหลักอย่างรวดเร็ว
ของประมูลมีทั้งเครื่องประดับ ทับทิมและเพชรพลอย รวมทั้งภาพสีน้ำมันเกี่ยวกับงานเฉลิมฉลองการประกาศอิสรภาพของทางตะวันตก ภาพเขียนจีนโบราณ สมุดบันทึกตัวอักษรสมัยก่อน ซึ่งทั้งหมดล้วนเป็สิ่งของที่มีมูลค่ามหาศาล
หลังจากที่หยวนหัวเหว่ยประมูลของชิ้นแรกไปได้ เขาก็ไม่พูดอะไรออกมาอีก ในขณะที่หลินรั่วซีก็ยังคงนั่งนิ่งอย่างสงบสุข ราวกับว่างานประมูลครั้งนี้ไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับเธอแม้แต่น้อย
หยางเฉินรู้สึกเบื่อขึ้นมาเล็กน้อย ในขณะที่เกมของคนรวยยังคงดำเนินต่อไป เขาไม่รู้ว่าเม็ดเงินเท่าไหร่กำลังหมุนเวียนและแลกเปลี่ยนกลายเป็สินค้า
บางอย่างที่นำมาประมูลบางทีก็มีราคาแพงกว่าราคาจริง ในขณะที่บางชิ้นกลับถูกกว่าราคาจริง สำหรับหยางเฉิน การสูบบุหรี่ยังดูน่าตื่นเต้นกว่านี้เสียอีก
แต่เมื่อการประมูลผ่านไปถึงชิ้นที่ห้า หยางเฉินก็พลันสนใจขึ้นมาทันที
บนจอภาพขนาดใหญ่เป็แก้วไวน์สีทองแก้วหนึ่ง เห็นได้ชัดว่ามันเป็แก้วที่ถูกทำขึ้นมาจากของมีค่ามากมายนำมาประดับตกแต่ง รูปร่างของมันใหญ่กว่าแก้วไวน์ปกติมากนัก บริเวณขอบปากกว้างกว่ามากจนแทบจะเรียกว่าเป็จอกหรือถ้วยแทนก็ยังได้ รอบแก้วมีรอยขีดข่วนเล็กน้อยที่หากไม่มองดีๆ ก็คงไม่สังเกตเห็น
หยางเฉินเข้าใจสถานการณ์ตรงหน้าได้อย่างรวดเร็ว เขาไม่รู้สึกแปลกใจมากนักที่ได้เห็นแก้วไวน์เช่นนี้ แตกต่างจากไช่หนิงที่ส่งกลิ่นอายแปลกๆ ออกมา ในขณะที่เธอกำลังมองชาวต่างชาติที่อยู่อีกด้านหนึ่ง โดยไม่ขยับไปไหน
มีรายงานเื่นี้อยู่ในเครือข่ายของหยางเฉินเช่นกัน มาซิโดเนียเคยบอกกับเขาว่าดูเหมือนตำนานเื่ ‘จอกศักดิ์สิทธิ์’ เห็นจะเป็เื่จริง อีกทั้งยังปรากฏขึ้นในการประมูลครั้งนี้ด้วย!
ในตอนนั้นเองหยางเฉินก็ััได้ถึงกระแสปราณหยินเย็นเยียบแล่นผ่านหลังของเขา หยางเฉินรู้ได้ทันทีว่ามันมาจากกลุ่มชาวต่างชาติพวกนั้น
“จุ๊... จุ๊... คิดไม่ถึงจริงๆ ว่าจะส่งพวกนั้นมาที่นี่...” หยางเฉินกล่าวออกมา
“นายกำลังพูดถึงเื่อะไร?” หลินรั่วซีขมวดคิ้วถามหยางเฉิน
หยางเฉินเผยรอยยิ้มเล็กน้อยก่อนจะหัวเราะออกมา “ที่รัก ถ้วยใส่ไวน์นั่นก็ดีนะครับ คุณไม่คิดเหรอว่าถ้าได้ดื่มไวน์จากแก้วนั้น จะทำให้คุณนอนหลับสบายขึ้นน่ะ?”
“ถ้าอยากซื้อนายก็ซื้อ ราคาประมูลเริ่มต้นแค่ 2 ล้าน ไม่น่าจะแพงไปมากกว่านั้นได้”
หยางเฉินหุบปาก เขาไม่มีเงิน...
ในเวลานั้นเอง ผู้ทำการประมูลก็เริ่มต้นบรรยายประวัติของแก้วไวน์ให้ผู้ร่วมประมูลทั้งหลายฟัง
“ผู้ขายแก้วนี้ไม่้าให้ทางเราเปิดเผยข้อมูลของเขานะครับ เพียงแต่ทางผู้จัดงานเองก็ได้รับข้อมูลของแก้วนี้มามากพอสมควร จากประวัติของมัน แก้วนี้ถูกสร้างขึ้นใน่ปีแรกๆ ของคริสต์ศักราช ซึ่งถือว่าเป็ของที่เก่าแก่อยู่บ้างเล็กน้อย ทางผู้เชี่ยวชาญของเราได้ทำการประเมินแล้วว่าราคาน่าจะอยู่ที่ 2 ล้านหยวน แต่ถ้าหากราคาจริงต่ำกว่านั้น...”
โดยไม่รอให้ผู้ทำการประมูลพูดจบ ผู้หญิงคนหนึ่งที่สวมชุดราตรีสีทองโกเมนก็พูดขึ้นด้วยสำเนียงภาษาจีนที่ดูติดๆ ขัดๆ
“10 ล้าน”
