บทที่ 5
เจตจำนงแห่งดาบของซูว่านฉี... แตกสลายไปแล้วหรือ?
ซูว่านฉีคาดไม่ผิด มีคนอยากหาเื่เธอเยอะจริงๆ
ต้วนจื่อเหวย คือหนึ่งในนั้น
ต้วนจื่อเหวยมีภูมิหลังตระกูลที่มั่งคั่ง เขาเป็บุตรเพียงคนเดียวของผู้นำตระกูลต้วน ถูกห้อมล้อมเอาใจมาั้แ่เด็ก อยากได้อะไรก็ต้องได้ ข้าวของเครื่องใช้ทุกอย่างล้วนเป็ของล้ำค่าที่พันปีจะหาเจอสักชิ้น
ด้วยเหตุนี้ นิสัยของเขาจึงเย่อหยิ่งจองหองและชอบชี้นิ้วสั่งผู้อื่นโดยสัญชาตญาณ
ทว่า คุณชายต้วนยังมีงานอดิเรกอีกอย่างหนึ่ง นั่นคือการ "หว่านหินิญญา" ดีใจก็หว่าน เสียใจก็หว่าน ด่าคนเสร็จก็หว่านให้สักสองสามก้อน สั่งงานคนเสร็จก็หว่านให้อีกหน่อย
ดังนั้นแม้เขาจะมีนิสัยเข้าถึงยาก แต่ก็ยังมีผู้ติดตามรับใช้นับไม่ถ้วน
วันนี้ หลิวเฉียง ต้องวิ่งแซงคู่แข่งมากมายเพื่อมาหยุดยืนอยู่ตรงหน้าต้วนจื่อเหวย
ต้วนจื่อเหวยมองดูชายที่แต่งตัวไม่เรียบร้อยและหอบหายใจแฮกๆ ตรงหน้าแล้วขมวดคิ้วอย่างรังเกียจ เขาก้าวถอยหลังไปก้าวหนึ่ง แกล้งโยนหินิญญาไปไกลๆ เพื่อเป็สัญญาณให้อีกฝ่ายอยู่ห่างๆ
“เ้าจะรีบร้อนอะไรขนาดนั้น?”
หลิวเฉียงะโตามไปเก็บหินิญญาด้วยใบหน้ายิ้มกริ่ม “ขอบคุณคุณชายต้วนขอรับ!”
เมื่อนึกถึงเื่ที่จะรายงาน เขาก็รีบปั้นสีหน้าให้ดูโกรธแค้นแทนทันที
“คุณชายต้วนท่านยังไม่รู้ ซูว่านฉีเพิ่งออกมาจากตำหนักคุมกฎแล้วขอรับ!”
มือที่กำลังจะโยนหินิญญาของต้วนจื่อเหวยชะงักกึก เขาเบิกตากว้างอย่างไม่เชื่อหู “เ้าว่าอะไรนะ?!”
“ซูว่านฉีรอดชีวิตออกมาจากตำหนักคุมกฎงั้นหรือ?”
หลิวเฉียงพยักหน้าแรงๆ พลางใส่ไข่เพิ่ม “ไม่ใช่แค่รอดเฉยๆ นะขอรับคุณชาย!”
“คุณชายต้วนไม่ได้เห็น ซูว่านฉีน่ะไม่ได้แค่รอดออกมา แต่นางเดินออกมาตัวปลิวเลยขอรับ! บนตัวไม่มีแผลสักนิด ไม่รู้ก็นึกว่านางเข้าตำหนักคุมกฎไปนั่งกินข้าวมาเสียอีก!”
ต้วนจื่อเหวยได้ยินดังนั้นก็ขว้างหินิญญาในมือลงพื้นอย่างแรง กัดฟันกรอด
“ผู้าุโตำหนักคุมกฎคิดอะไรอยู่กันแน่?!”
“คนสารเลวเ้าเล่ห์อย่างซูว่านฉีถึงถูกปล่อยตัวออกมาได้?!”
หลิวเฉียงมองหินิญญาเกรดพรีเมียมบนพื้นด้วยความเสียดาย แต่ปากก็รีบเออออ “นั่นน่ะสิขอรับ!”
“แล้วฉู่ชิงชวนล่ะ!” ต้วนจื่อเหวยกำพัดหยกเขียวในมือแน่น “เขาทำอะไรอยู่ ถึงปล่อยให้ซูว่านฉีถูกปล่อยตัวออกมาแบบนี้?!”
หลิวเฉียงพยายามละสายตาจากหินิญญาบนพื้น ก้าวเข้าไปใกล้พลางทำท่าลึกลับ “ถ้าไม่มีศิษย์พี่ฉู่ ซูว่านฉีจะมีปัญญาออกมาได้ยังไงล่ะขอรับ!”
สีหน้าต้วนจื่อเหวยเคร่งเครียดขึ้นมาทันที “หมายความว่ายังไง? ฉู่ชิงชวนเป็คนขอให้ผู้าุโไว้ชีวิตซูว่านฉีงั้นหรือ?”
หลิวเฉียงรีบส่ายหน้า “ข้าก็ไม่กล้าพูดขนาดนั้นหรอกขอรับ แต่ข้ารู้แค่ว่าพอศิษย์พี่ฉู่ออกมาจากตำหนักคุมกฎ เขาก็ไม่ไปดูอาการคุณหนูเจียงเลย แต่กลับมุ่งหน้าไปที่เรือนของซูว่านฉีทันที ใครจะเชื่อล่ะขอรับว่าการที่นางรอดออกมาจะไม่เกี่ยวกับเขา!”
หลิวเฉียงนึกถึงเื่ที่ไปสืบมาได้ก็เริ่มตื่นเต้น ทำท่าทางประกอบ
“แถมดูเหมือนผู้าุโทั้งสองจะเจออะไรผิดปกติ เลยตามไปที่ยอดเขาว่านเจี้ยนด้วย ไม่รู้ว่าพวกท่านไปเจออะไรเข้า ถึงได้เกิดการเคลื่อนไหวของพลังปราณระดับผ่านด่าน์จนคนรู้กันทั้งเขา! ขนาดท่านเ้าสำนักยังถูกรบกวนเลยขอรับ! น่าเสียดายที่ไม่รู้ว่าฉู่ชิงชวนพูดอะไรไป ตอนนี้ซูว่านฉีถึงยังลอยนวลอยู่ที่ยอดเขาว่านเจี้ยนแบบไม่มีรอยขีดข่วน”
เมื่อฟังคำของหลิวเฉียง ต้วนจื่อเหวยก็ "สรุปความจริง" ออกมาเองได้อย่างรวดเร็ว ใบหน้าของเขาบูดบึ้งถึงขีดสุด
“ดีมากฉู่ชิงชวน ปกติเ้าจะทำตัวเ้าชู้หลายใจข้าไม่ว่า แต่วันนี้เ้ากล้าช่วยตัวต้นเหตุที่ทำร้ายชิวหนิงเชียวหรือ!”
“ใช่ขอรับๆ” หลิวเฉียงพยักหน้าหงึกๆ “คนอย่างฉู่ชิงชวนจะไปคู่ควรกับคุณหนูเจียงได้ยังไง”
เขารู้ว่าต้วนจื่อเหวยชอบเจียงชิวหนิง จึงรีบประจบประแจง “หากวัดกันที่นิสัย ฐานะ หรือความรักมั่นคง—คุณชายต้วนกับคุณหนูเจียงสิขอรับถึงจะเป็กิ่งทองใบหยก!”
ปกติคำพูดแบบนี้จะทำให้ต้วนจื่อเหวยอารมณ์ดีขึ้น แต่ทว่าวันนี้เขาเพียงแค่นเสียงเหี้ยน หยิบขวดหยกออกมาจากถุงมิติโดยไม่มองว่าข้างในคืออะไรแล้วโยนให้หลิวเฉียง จากนั้นก็เดินดุ่มๆ ไปหาฉู่ชิงชวนเพื่อคิดบัญชีทันที
สำหรับเขาแล้ว ฉู่ชิงชวนคนที่ช่วยชีวิตซูว่านฉีนั้น น่ารังเกียจยิ่งกว่าตัวต้นเหตุอย่างซูว่านฉีเสียอีก
หลังจากออกจากยอดเขาว่านเจี้ยน ฉู่ชิงชวนยังไม่ทันจะได้ไปหาเจียงชิวหนิงที่ยังไม่ฟื้น ก็ถูกเงาร่างหนึ่งที่พุ่งเข้ามาขวางทางไว้
ต้วนจื่อเหวยมองดูฉู่ชิงชวนที่ยังวางท่าดูดี นึกถึงข่าวที่เพิ่งได้รับมา เขาก็กำ "ยันต์สายฟ้า์ระดับเจ็ด" ปึกหนึ่งไว้ในมืออย่างแค้นเคือง
วันนี้คุณชายอย่างเขาจะไม่หว่านหินิญญาแล้ว! เขาจะหว่านยันต์สายฟ้าให้สะใจไปเลย! จะผ่าไอ้คนหน้าซื่อใจคดนี่ให้กระจุยเพื่อล้างแค้นให้ชิวหนิง!
ฉู่ชิงชวนยังไม่ทันตั้งตัว ก็เห็นท่าทางอันแสนคุ้นเคยในการ "หว่าน" ของต้วนจื่อเหวย... ไม่ใช่หินิญญา แต่เป็ยันต์สายฟ้า! เขารีบถอยกึ่งก้าว ใช้พลังปราณคุ้มครองกาย ดอกบัวเพลิงพลันปรากฏที่มือขวา
“ต้วนจื่อเหวย เ้าบ้าไปแล้วหรือ?”
ต้วนจื่อเหวยมือไม้ยิ่งไวขึ้นกว่าเดิม “ข้าจะผ่าเ้านี่แหละ! ผ่าไอ้คนหลายใจ! ไอ้คนไม่รักดี!!”
เขาสาดสะบัดยันต์สายฟ้าเข้าใส่อีกฝ่ายราวกับห่าฝน “เื่อื่นข้าพอทน แต่เ้ากลับกล้าช่วยซูว่านฉี!!! เ้ากล้าทำแบบนี้กับชิวหนิงที่ยังไม่ฟื้นได้ยังไง?!”
ฉู่ชิงชวนที่กำลังหลบหลีกยันต์สายฟ้าอย่างเหนือชั้นชะงักไปครู่หนึ่งเมื่อได้ยินข้อกล่าวหา ชายเสื้อของเขาจึงถูกสายฟ้าฟาดจนเกิดรอยไหม้สีดำหลายจุด
เขาโบกมือครั้งหนึ่ง ดอกบัวเพลิงพุ่งทะยานขึ้นฟ้า สายฝนอัคคีสีแดงฉานหลอมละลายยันต์สายฟ้ารอบตัวจนสิ้น “เ้าพูดเหลวไหลอะไร?”
“ข้าเหลวไหลงั้นหรือ?” ต้วนจื่อเหวยแค่นเสียงเย็น มือยังไม่หยุด หยิบยันต์สายฟ้าระดับแปดที่อัปเกรดแล้วออกมาอีกปึกใหญ่
“ถ้าไม่ใช่เพราะเ้า ซูว่านฉีจะรอดออกมาจากตำหนักคุมกฎได้ยังไง?! เ้าถึงขนาดทิ้งชิวหนิงไว้แล้วแจ้นไปหาซูว่านฉีที่ยอดเขาว่านเจี้ยนเพื่อเอาใจนางเนี่ยนะ?!”
ยิ่งพูดเขาก็ยิ่งโมโห รีบยัดยันต์สายฟ้ากลับเข้าถุงมิติแล้วถลกแขนเสื้อจะหาของวิเศษที่มีอานุภาพทำลายล้างสูงกว่าเดิม
เมื่อได้ยินชื่อซูว่านฉี แววตาของฉู่ชิงชวนก็ฉายแววสับสนวูบหนึ่ง ก่อนจะกลับมาสงบนิ่ง เขาโบกชายเสื้อ พลังปราณที่แหลมคมดุจเข็มพุ่งเข้าขัดขวางการกระทำของต้วนจื่อเหวย
“เื่ของซูว่านฉี เป็การตัดสินใจร่วมกันของผู้าุโใหญ่และผู้าุโรอง ไม่เกี่ยวกับข้า ส่วนเื่อื่น ข้าไม่มีความจำเป็ต้องอธิบายให้เ้าฟัง”
ต้วนจื่อเหวยมองแสงจากสมบัติป้องกันตัวที่ข้อมือแล้วสะบัดมือแรงๆ เขาแค่นเสียงเยาะหยัน “ไม่เกี่ยวกับเ้า?”
“หลักฐานที่นางทำร้ายชิวหนิงน่ะมัดตัวแน่น ถ้าไม่ใช่เพราะเ้า ผู้าุโจะปล่อยนางมาหรือ?” เขาลดเสียงลง แววตาเ็าถึงขีดสุด
“ก็จริงนะ ซูว่านฉีรักเ้าขนาดนั้น คอยปรนนิบัติพัดวีเอาใจ แถมยังมอบของล้ำค่าทั่วร่างให้เ้าแบบไม่หมกเม็ด เ้าจะตัดใจไม่ลงก็เป็เื่ธรรมดา”
ได้ยินดังนั้น ฉู่ชิงชวนที่กำลังจะเดินจากไปก็หยุดชะงัก นึกถึงบางอย่างขึ้นมา น้ำเสียงของเขาดูแหบพร่าและสับสน
“เ้าเข้าใจผิดแล้ว... ซูว่านฉีไม่ได้มีใจรักใคร่ต่อข้าเลย”
ความเ็าในตาของต้วนจื่อเหวยชะงักกึก เขาเบิกตากว้างอย่างไม่อยากจะเชื่อ
“ฉู่ชิงชวน เ้าบ้าไปแล้วหรือ?! ซูว่านฉีไม่รักเ้านี่นะ??!!”
“จะหาข้อแก้ตัวให้ตัวเองก็หาเหตุผลที่มันดูดีกว่านี้หน่อยเถอะ” เขาเริ่มโมโหจนหน้าแดงซ่าน “เ้าเห็นข้าเป็ไอ้โง่หรือไง?!”
ฉู่ชิงชวนฟังเสียงเกรี้ยวกราดของต้วนจื่อเหวยแล้ว ใบหน้าก็ไม่มีความมั่นใจเหมือนเมื่อก่อนอีก เมื่อก่อนเขาก็เคยคิดเช่นนั้น... คิดว่านางรักเขาจนหมดหัวใจ รักมั่นไม่เสื่อมคลายและขาดเขาไม่ได้
แต่ทว่า— เขานึกถึงเหตุการณ์บนยอดเขาว่านเจี้ยน นึกถึงรอยยิ้มอย่างยินดีก่อนตายนั่น นึกถึงความอ้างว้างตอนที่นางตื่นขึ้นมา และนึกได้ว่าหลังจากฟื้นขึ้นมา ในแววตาของนางก็ไม่มีตัวตนของเขาอีกต่อไป
เขาหลุบตาลงเพื่อซ่อนอารมณ์ น้ำเสียงราบเรียบ “ซูว่านฉีเพียงแค่จำข้าผิด คิดว่าเป็คนรักของนางกลับชาติมาเกิด ตอนนี้ทุกอย่างกระจ่างแจ้งแล้ว นางย่อม...” ไม่มีเหตุผลที่จะรักเขาต่อไป
ฉู่ชิงชวนยังพูดไม่จบ ก็ถูกเสียงรำคาญใจของต้วนจื่อเหวยแทรกขึ้น “งั้นนางก็ใช้เหตุผลนี้หลอกเ้า เพื่อให้เ้าปล่อยนางไปงั้นสิ?”
“รักผิดคน? กลับชาติมาเกิด?” เขาเงยหน้าหัวเราะเยาะ “เ้าคงไม่ได้เชื่อจริงๆ หรอกนะ?”
เขาเห็นมากับตาว่าซูว่านฉีหมกมุ่นกับฉู่ชิงชวนแค่ไหน ขอแค่ฉู่ชิงชวนอยู่ที่ไหน นางจะปรากฏตัวอยู่แถวนั้นเสมอ และสายตาไม่เคยละไปจากเขาแม้แต่นาทีเดียว ขอเพียงฉู่ชิงชวน้า นางก็พร้อมประเคนสมบัติวิเศษทุกอย่างให้ และเพราะฉู่ชิงชวนนั่นแหละ นางถึงได้ลงมือกับชิวหนิง
ตอนนี้เพื่อจะหนีความผิด นางพ่นคำโกหกพล่อยๆ ออกมา แล้วยังมีคนเชื่อเนี่ยนะ?
ฉู่ชิงชวนปรายตามองเขาแวบหนึ่ง ไม่ได้แก้ตัวให้ตัวเอง เพียงแต่พูดเสียงเรียบ “หลังจากที่รู้ว่า... คนคนนั้นจิติญญาแตกสลายไปแล้ว และไม่มีทางกลับชาติมาเกิดได้อีก”
เขาเดินสวนต้วนจื่อเหวยไปอย่างสงบ ทิ้งท้ายไว้เพียงน้ำเสียงที่ลอยล่องในอากาศ “นางก็ได้ใช้ค่ายกลสะบั้นิญญากับตัวเอง”
ต้วนจื่อเหวยนิ่งอึ้งอยู่กับที่ ไม่ทันสังเกตว่าฉู่ชิงชวนจากไปตอนไหน ในฐานะทายาทตระกูลใหญ่ เขารู้จักอาวุธและสมบัติวิเศษทุกชนิดเป็อย่างดี จึงรู้ซึ้งถึงความน่ากลัวของค่ายกลสะบั้นิญญา
มันจู่โจมดวงิญญาโดยตรง สมบัติป้องกันส่วนใหญ่กันไม่ได้เลย ต่อให้เป็เขาเจอกับค่ายกลนี้ ก็ต้องมานั่งลุ้นว่าตราประทับของบรรพบุรุษบนดวงิญญาจะคุ้มครองไหวไหม
ดังนั้น... ความปั่นป่วนของพลังปราณจากผู้าุโระดับผ่านด่าน์สองท่านบนยอดเขาว่านเจี้ยน คือการไปช่วยชีวิตซูว่านฉีอย่างนั้นหรือ?
ตอนนี้ต้วนจื่อเหวยไม่มีกะจิตกะใจจะสงสัยว่าทำไมใช้ค่ายกลนี้แล้วยังรอด หรือทำไมผู้าุโถึงไปทันเวลา ในหัวเขามีเพียงความคิดเดียว เป็ไปได้ยังไง? คนเล่ห์เหลี่ยมจัดอย่างซูว่านฉีนี่นะ จะยอมฆ่าตัวตายเพื่อคนอื่น? บอกว่านางฆ่าตัวตายเพื่อฉู่ชิงชวนเขายังไม่เชื่อเลย นับประสาอะไรกับคนอื่น
ต้วนจื่อเหวยเหมือนนึกอะไรออก ตบมือฉาด ซูว่านฉีต้องกลัวความผิดจนอยากตายหนีปัญหาแน่ๆ!
นางรู้ว่าต่อให้รอดมาจากตำหนักคุมกฎได้ แต่พอฉู่ชิงชวนกับผู้าุโตั้งสติได้ นางก็ต้องตายอยู่ดี สู้ฆ่าตัวตายไปเลยจะได้จบๆ ไม่ต้องไปรับโทษทัณฑ์ให้ทรมาน!
ต้วนจื่อเหวยพยักหน้าหงึกๆ อย่างเข้าใจ ใช่ ต้องเป็แบบนี้แน่ๆ
เขาหมุนตัวเดินดุ่มๆ ไปทางเรือนของซูว่านฉีทันที ตั้งใจจะกระชากหน้ากากนางให้ได้
อีกด้านหนึ่ง ซูว่านฉีคนที่ต้วนจื่อเหวยกำลังตามหา กำลังนั่งพินิจพิจารณาดาบวิเศษของเ้าของร่างเดิมอยู่
เ้าของร่างเดิมยังไม่มีดาบผูกพันิญญาดาบที่ใช้ปกติเป็ดาบที่ช่างหลอมขึ้นมา ความเกี่ยวพันจึงไม่แน่นแฟ้นนัก
เมื่อรู้ว่าชีวิตปลอดภัยในระยะสั้นแล้ว ซูว่านฉีก็มองดาบด้วยความอยากรู้อยากเห็น ตอนนี้รอบๆ เรือนยังมีร่องรอยพลังปราณของยอดฝีมือระดับผ่านด่าน์หลงเหลืออยู่ พวกที่คิดจะมาหาเื่น่าจะรออีกพักใหญ่ถึงจะกล้ามา...
เมื่อคิดได้ดังนั้น เธอจึงลุกขึ้นยืน กวัดแกว่งดาบในมือตามความทรงจำ ทิ่ม, ฟัน, เสย, เกี่ยว, กวัด, จี้
แม้จะเป็เพียงท่วงท่าพื้นฐาน แต่ท่าทางของซูว่านฉีกลับติดขัดราวกับสนิมเกรอะ ทุกย่างก้าวดูเงอะงะอย่างยิ่ง เธอััได้ถึงพลังปราณที่ขาด่รอบตัวจึงขมวดคิ้วเล็กน้อย
เธอและเ้าของร่างเดิมไม่ใช่ดวงิญญาเดียวกัน ความเข้าใจในวิชาดาบจึงต่างกันลิบลับ
เธอชอบวิชาดาบที่เด็ดขาด เรียบง่าย เน้นการจัดการศัตรูเป็หลัก แต่เ้าของร่างเดิมกลับชอบวิชาดาบที่ดูหรูหราสง่างาม เน้นพิธีรีตองเพื่อข่มขวัญ
ซูว่านฉีไม่เข้าใจจริงๆ ว่าแค่จะขยับท่าเดียว ทำไมต้องควงดาบให้เป็ดอกไม้ก่อน? จะแทงก็แทงไปตรงๆ ไม่ได้หรือไง? แล้วทำไมต้องใช้พลังปราณสร้างเงาดาบหลอกๆ ขึ้นมาหลายเล่ม? ไอ้เงาพวกนี้มองปราดเดียวก็รู้ว่าปลอม นอกจากสวยแล้วมันมีประโยชน์อะไรอีก?
เธออยากฝึกดาบตามแบบของตัวเอง แต่สัญชาตญาณของร่างกายที่ฝึกมานับร้อยปีกลับคอยต่อต้าน ทำให้ท่าทางของเธอดูเหมือนเด็กเพิ่งหัดถือดาบ เดินสะดุดขาตัวเองและไม่มีกลิ่นอายแห่งดาบเลยแม้แต่นิด
ในขณะนั้นเอง ต้วนจื่อเหวยที่มาเพื่อคิดบัญชีก็มาถึงหน้าเรือนพอดี ผ่านประตูไม้ที่แง้มอยู่ เขาเห็นท่าทางการกวัดแกว่งดาบของซูว่านฉีได้อย่างชัดเจน
เขาเคยเห็นซูว่านฉีตอนประลองกับคนอื่น ตอนนั้นนางเริ่มมีเจตจำนงแห่งดาบแล้ว ทุกท่วงท่าแฝงไปด้วยความเข้าใจในวิถีดาบของตัวเอง ต่อให้าเ็หนักหรือถูกทำลายวรยุทธ ความเข้าใจในเจตจำนงแห่งดาบก็ไม่มีวันหายไป
ทว่าตอนนี้... เมื่อเห็นซูว่านฉีแม้แต่จะถือดาบให้มั่นยังทำไม่ได้ เขาก็ยืนอึ้งอยู่กับที่ด้วยความงุนงง
เจตจำนงแห่งดาบของซูว่านฉี... แตกสลายไปแล้วอย่างนั้นหรือ?
