หลังจากนั้นทุกคนก็ทยอยออกจากห้องโถง
ตี้เลี่ยและชิงจือออกจากห้องโถงเป็กลุ่มสุดท้าย
จากนั้นพวกเขาทั้งสองมุ่งหน้าไปยังเรือนรับรองของวังหลวง ในขณะนี้ตี้เลี่ยรู้สึกกังวลอยู่เล็กน้อย
“ท่านชิงจือ
ถังเหล่ยผู้นี้ดูมั่นใจมาก สิ่งที่เขากล่าวมีความเป็ไปได้หรือไม่…?”
เดิมทีตี้เลี่ยไม่เชื่อว่าถังเหล่ยจะปลุกิญญายุทธ์ในร่างตี้ชิงได้
แต่ความมั่นใจที่อีกฝ่ายแสดงออกมาทำให้เขาไม่สามารถข่มความกังวลภายในใจได้
“ข้าก็ไม่รู้ว่าเด็กน้อยผู้นั้นเอาความมั่นใจมาจากไหน
แต่สิ่งที่ข้ามั่นใจก็คือเขาจะไม่มีโอกาสได้เห็นพระอาทิตย์ในวันรุ่งขึ้นอีกต่อไป
ผู้ใดขวางข้าล้วนต้องตาย!”
ชิงจือตัดสินใจแน่วแน่แล้วว่าจะลงมือสังหารถังเหล่ย
ไม่ว่าถังเหล่ยจะมีภูมิหลังและความเป็มาอย่างไรก็ตาม
“เราจะลงมือในวังหลวงอย่างนั้นหรือ?
นี่...นี่มันไม่ใช่จวนของอ๋องเหยียน จะเกิดอะไรขึ้นหากเราลงมือที่นี่…?”
ตี้เลี่ยตกตะลึง เขาไม่คิดว่าชิงจือจะบ้าบิ่นเช่นนี้และที่สำคัญเื่นี้มีผลกับตระกูลตี้โดยตรง
หากล้มเหลวตี้เลี่ยผู้นี้จะไม่สามารถลอยหน้าอยู่ในตระกูลตี้ได้อีกต่อไป
และโทษที่เขาจะได้รับคือโทษสูงสุดอย่างแน่นอน
“อ๋องเลี่ยจะห้ามปรามไม่ให้ข้าลงมือก็ได้
แต่ข้าจะบอกอะไรท่านอย่างหนึ่งว่าข้ามีหลายร้อยวิธีในการสังหารถังเหล่ยผู้นี้
ตรงกันข้ามหากเราปล่อยให้เขาปลุกิญญายุทธ์ในร่างตี้ชิงได้สำเร็จ
สถานการณ์ของอ๋องเลี่ยจะน่ากังวลมากกว่า” ชิงจือกล่าวอย่างเ็า
ทันทีที่ชิงจือกล่าวจบ ตี้เลี่ยก็เริ่มคล้อยตามคำกล่าวของเขาเสียแล้ว
ทันใดนั้นตี้เลี่ยจึงกัดฟันกล่าวออกมา
“ก็ได้
ท่านชิงจือสามารถทำตามความ้าได้เลย ขอเพียงอย่าทำอย่างโจ่งแจ้งจนเกินไป!”
“อย่ากังวลเลยท่านอ๋อง!”
ชิงจือกล่าวด้วยรอยยิ้ม
เพื่อความปลอดภัยของถังเหล่ย
ตี้เหยียนได้จัดเรือนรับรองของถังเหล่ยไว้ข้างๆ เรือนตนเอง
แม้ว่าในเวลานี้พวกเขาจะอยู่ในวังหลวงของตระกูลตี้ อย่างไรก็ตามกันไว้ดีกว่าแก้
ตี้เชียนเสวี่ยอาศัยอีกเรือนซึ่งอยู่ไม่ไกลมากนัก
แต่เนื่องจากนางถูกตี้เหยียนดุในที่ประชุม
ตี้เชียนเสวี่ยจึงเก็บตัวอยู่เพียงลำพังพร้อมกับใบหน้าบูดบึ้ง
ในขณะนี้ยาที่เตรียมไว้สำหรับตี้ชิงเสร็จสมบูรณ์แล้ว
ในเวลาว่างถังเหล่ยจึงบ่มเพาะเพียงลำพังในห้อง
หลังจากพระอาทิตย์ตกดินภายในวังหลวงของตระกูลตี้ก็เงียบสงบ
แต่กลุ่มทหารที่สวมชุดเกราะสีแดงเพลิงยังคงออกลาดตระเวนอย่างต่อเนื่องเพื่อเป็การรักษาความปลอดภัย
เวลาล่วงเลยมาถึงกลางดึก
ทันใดนั้นก็มีคนรับใช้มาเคาะประตูเรือนรับรองของตี้เหยียน
“ท่านอ๋องเหยียน!
ผู้าุโตี้เซิ่งมีเื่สำคัญจะหารือกับท่าน”
ผู้าุโตี้เซิ่ง?
ตี้เหยียนรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย
ผู้าุโตี้เซิ่งที่วางตัวเป็กลางจะมาหารือเื่นี้กับเขาได้อย่างไร? แม้ว่าตี้เหยียนจะรู้สึกประหลาดใจ
แต่เขายังคงเปิดประตูและเห็นว่าเด็กหนุ่มที่คอยรับใช้ผู้าุโตี้เซิ่งจริงๆ
“ผู้าุโตี้เซิ่ง้าหารือเื่ใดกับข้า?”
“ผู้าุโไม่ได้บอกข้าน้อย
แต่ท่านอ๋องจะรู้ทันทีที่ไปถึง” ชายหนุ่มกล่าวอย่างเ็า
“นำทาง!”
ตี้เหยียนกล่าวทันที
แม้ว่าตี้เหยียนจะไม่รู้ว่าเพราะเหตุใดผู้าุโตี้เซิ่งจึงตามหาเขาในเวลานี้
แต่หากอีกฝ่ายเต็มใจที่จะช่วยเหลือตี้เหยียนมันจะเป็ประโยชน์อย่างมาก
ตี้เหยียนติดตามเด็กหนุ่มออกไป
แต่ในเวลานี้จำนวนทหารลาดตระเวนมีเพียงจำนวนน้อยนิดเท่านั้น
โดยเฉพาะบริเวณเรือนรับรองของตี้เหยียนและถังเหล่ยแทบจะไม่เห็นทหารจากตระกูลตี้เลย
ทันใดนั้นก็มีสองร่างพุ่งออกมาจากความมืดราวกับสายฟ้า
ไม่นานก็มาถึงเรือนรับรองของถังเหล่ย
ชายทั้งสองมีกลิ่นอายอันน่าสะพรึงกลัวแผ่ซ่านออกมาเล็กน้อย
จากนั้นทั้งสองก็วางวัตถุทรงกลมสีดำไว้รอบๆ
เรือนรับรองของถังเหล่ย ทันใดนั้นควันดำจางๆ ก็ลอยออกมาราวกับมีชีวิต
หลังจากนั้นไม่นานมันก็ค่อยๆ ปกคลุมเรือนรับรองของถังเหล่ย
จากนั้นร่างทั้งสองก็หายไปอย่างรวดเร็ว
ในเวลานี้รอบๆ เรือนรับรองยังคงเงียบสงบราวกับว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น แต่ในเวลาเดียวกันควันที่ไม่สามารถมองเห็นด้วยตาเปล่ากลับลอยอยู่เหนือเรือนรับรองของถังเหล่ย
มีผู้ฝึกตนจำนวนนับไม่ถ้วนที่เสียชีวิตภายใต้ควันพิษเหล่านี้
แม้แต่ผู้ฝึกตนบางคนที่มีความแข็งแกร่งก็ไม่สามารถต้านทานได้
“ถังเหล่ยผู้นี้จะต้องตายเพราะควันพิษิญญาไร้เงาอย่างแน่นอน!”
ทันทีที่ทั้งสองร่างกลับมาที่เรือนรับรองของตนเอง
จึงพากันถอดหน้ากากออกและเผยให้เห็นใบหน้าของชิงจือและตี้เลี่ย
“ท่านชิงจือลงมือเองเช่นนี้
ถังเหล่ยผู้นี้จะต้องตายอย่างแน่นอน!”
ตี้เลี่ยกล่าวและหัวเราะออกมาเสียงดัง
เพราะคิดว่าถังเหล่ยกำลังจะตายและหลังจากนี้พวกเขาไม่จำเป็ต้องทำอะไรทั้งสิ้น เพียงรอให้อีกฝ่ายตายอย่างช้าๆ
เท่านั้น
แม้ว่าตี้เหยียนจะรู้ว่าพวกเขาเป็ผู้ลงมือ
แต่ก็ไม่มีหลักฐานที่สามารถเอาผิดพวกเขาได้
เมื่อตี้เลี่ยนึกถึงใบหน้าที่โกรธเกรี้ยวของตี้เหยียนในรุ่งเช้า เขาก็รู้สึกมีความสุขมาก
ความเย้ยหยันก็ปรากฏบนใบหน้าของชิงจือเช่นกัน
เขาใช้ควันพิษิญญาไร้เงาเพื่อสังหารถังเหล่ยที่เป็เพียงผู้ชำนาญยุทธ์
แน่นอนว่าเขามั่นใจว่าถังเหล่ยผู้นี้จะต้องตายแน่นอน!
ไม่ว่าถังเหล่ยจะทรงพลังเพียงใด
ตราบใดที่ควันพิษิญญาไร้เงาแทรกซึมเข้าไปในร่างกายมันจะทำลายิญญายุทธ์โดยตรง
ยิ่งกว่านั้นควันพิษนี้ยังยากต่อการป้องกัน
กว่าผู้ฝึกตนผู้นั้นจะรู้ก็สายเกินไปแล้ว
ทั้งสองคนยิ้ม พวกเขาเพียงรอฟังข่าวการเสียชีวิตของถังเหล่ยในเช้าวันรุ่งขึ้นเท่านั้น
…
“แอ๊ด!”
ทันใดนั้นหน้าต่างห้องของตี้เชียนเสวี่ยก็ถูกเปิดออก
และมีร่างหนึ่งพุ่งเข้ามาอย่างรวดเร็ว
“นั่นใคร!”
ตี้เชียนเสวี่ยลุกขึ้นจากเตียงทันทีพร้อมกับวิหคเพลิงที่ปรากฏขึ้นด้านหลัง
ไม่ว่าผู้นั้นจะเป็ใครหากกล้าบุกเข้ามากลางดึกเช่นนี้
นางก็จะฉีกร่างของผู้นั้นเป็ชิ้นๆ!
เมื่อตี้เชียนเสวี่ยก็เห็นใบหน้าของถังเหล่ย
อีกฝ่ายก็ส่งสัญญาณให้เงียบ โดยห้ามให้นางส่งเสียงใดๆ ออกมา
“เ้ามาทำอะไรที่นี่!”
ตี้เชียนเสวี่ยรีบเรียกิญญายุทธ์ของนางกลับเข้าร่างและกล่าวถามถังเหล่ยทันที
“รีบหาที่ซ่อนตัว”
ถังเหล่ยกระซิบบอกตี้เชียนเสวี่ยทันที
“เกิดอะไรขึ้น?”
ตี้เชียนเสวี่ยกล่าวด้วยความประหลาดใจ
“เ้าไม่จำเป็ต้องรู้
แค่อย่าส่งเสียงก็พอ!”
ทันทีที่ถังเหล่ยรับรู้ว่าตี้เหยียนถูกเชิญตัวออกจากเรือนรับรอง
เขาก็ได้แอบออกจากห้อง
หลังจากนั้นเขาก็เห็นชายชุดดำสองคนบุกเข้ามาวางกับดักไว้รอบเรือนรับรองของตน
ตี้เชียนเสวี่ยมองถังเหล่ยด้วยความประหลาดใจ
อีกฝ่ายบุกเข้ามาในห้องของนางและยังห้ามไม่ให้นางส่งเสียงอีกด้วย!
ในอีกด้านหนึ่งตี้เหยียนกำลังเดินทางกลับมาที่เรือนรับรอง
และในเวลานี้ควันพิษิญญาไร้เงารอบๆ เรือนรับรองได้หายไปแล้ว
อย่างไรก็ตามหากถังเหล่ยอยู่ในห้อง เขาต้องตายอย่างแน่นอน!
ตี้เหยียนรู้สึกสับสนอยู่ภายในใจ
เหตุใดผู้าุโตี้เซิ่งจึงได้เรียกตัวเขากลางดึกเช่นนี้และยังกล่าวเื่ที่ไม่มีสาระสำคัญอีกด้วย
หลังจากนั้นก็ปล่อยให้เขากลับมาที่เรือนรับรอง
“ข้าต้องกลับไปที่ห้องแล้ว!”
ถังเหล่ยกล่าวกับตี้เชียนเสวี่ยทันที
เพราะเขาไม่อยากให้ตี้เหยียนรู้ว่าเขาได้แอบเข้ามาในห้องของตี้เชียนเสวี่ย
“เ้ายังไม่ได้บอกข้าเลยว่าเกิดอะไรขึ้น?”
ตี้เชียนเสวี่ยตกตะลึงอยู่ครู่หนึ่ง
“หากมีคนเห็นว่าข้าอยู่ในห้องของเ้ากลางดึกเช่นนี้
อ๋องเหยียนจะต้องลงโทษข้าอย่างแน่นอน!”
ถังเหล่ยกล่าวและออกจากห้องของตี้เชียนเสวี่ยทันที
ทิ้งให้นางงุนงงเพียงลำพังในห้องคนเดียว
……
