หิมะโปรยลงก่อนฤดู
ในหุบเขาอันเงียบสงบ หญิงสาวในชุดสีครามเงยหน้ามองฟ้าอย่างงุนงงที่นี่ไม่ควรมีหิมะในเดือนนี้กลีบดอกเหมยปลิววนรอบกายของนางราวกับมีชีวิต
ซูเยียน — นั่นคือชื่อในชาตินี้
เด็กกำพร้าที่เติบโตมากับหมู่บ้านเล็ก ๆ เชิงเขาไม่มีใครรู้ว่านางมาจากที่ใดรวมถึงตัวนางเอง
ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าเบาดังขึ้นบนพื้นหิมะชายหนุ่มในชุดขาวสะอาดตาเดินผ่านม่านหมอกเข้ามาเส้นผมสีดำยาวมัดหลวม ๆ ดวงตาลึกสงบนิ่ง
พลังเทพของเขาถูกกดไว้จนเหลือเพียงเศษเสี้ยวเหมือนเซียนพเนจรธรรมดาผู้หนึ่งแต่ทันทีที่สายตาทั้งสองสบกันหัวใจของเทียนอวี้กระตุกแรงเป็นางจริง ๆ
แม้กลิ่นอายิญญาจะบางเบาแม้ไร้ความทรงจำแต่เขารู้ซูเยียนมองเขาอย่างระแวดระวัง
“ท่านเป็ใคร”
เสียงนั้น…แม้ต่างจากเดิมแต่ทำให้ลมหายใจของเขาสะดุดเขาก้มศีรษะเล็กน้อย
“เพียงเซียนพเนจรผ่านทาง”
สายลมพัดผ่านกลีบเหมยปลิวไปติดปลายแขนเสื้อของเขาซูเยียนมองภาพนั้นแล้วหัวใจเต้นแปลกประหลาด
“ท่าน…เคยมาที่นี่มาก่อนหรือไม่”
คำถามเรียบง่ายแต่ทำให้เขานิ่งไปชั่วขณะ
“ไม่เคย” เขาตอบช้า ๆ“แต่ดูเหมือน…ข้าเคยรออยู่ที่นี่มานาน”
หญิงสาวหัวเราะเบา ๆคิดว่าเขาพูดเล่นแต่รอยยิ้มนั้น
ทำให้ความเ็ปสามร้อยปีของเขาแทบพังทลาย
คืนนั้น
เทียนอวี้ยืนอยู่ไกล ๆ จากบ้านไม้ของนางไม่กล้าเข้าใกล้เกินไปพลังเทพของเขาแม้จะกดไว้แต่ก็ยังมากเกินสำหรับิญญาที่เปราะบางเช่นนี้หากเข้าใกล้มากไปนางอาจเ็ปโดยไม่รู้สาเหตุทันใดนั้นเอง
ซูเยียนสะดุ้งตื่นจากฝันภาพกระบี่สีเงินหิมะสีแดงและเสียงหนึ่งที่เรียกชื่อ “หลีเยว่”
นางกุมอกแน่น หัวใจเต้นแรงอย่างไร้เหตุผลน้ำตาไหลลงโดยไม่รู้ตัวด้านนอกหน้าต่างเทียนอวี้หลับตาลงช้า ๆเขารับรู้ได้ถึงแรงสั่นะเืของิญญานาง
“อย่าจำ…” เขาพึมพำเบา ๆ
“ข้าไม่้าให้เ้าต้องเจ็บอีก”
แต่์ไม่เคยปล่อยให้ความรักดำเนินไปอย่างง่ายดายเหนือเมฆาเงาดำบางอย่างกำลังเฝ้ามองลงมาเศษเสี้ยวพลังมารที่หลงเหลืออยู่ในิญญาของนางเริ่มถูกบางสิ่งเรียกหา
หิมะนอกฤดูตกหนักขึ้นและในหุบเขาอันเงียบสงบโชคชะตากำลังเริ่มหมุนอีกครั้ง
