เมื่อลู่ชิงและครอบครัวทานมื้อเย็นกันเรียบร้อย ก็ต้องเข้าไปช่วยกันทำอาหารในมิติ เตรียมไว้สำหรับวันพรุ่งนี้ ตอนนี้ทุกคนต่างจดจำสูตรวิธีการทำอาหารได้ทุกอย่างแล้ว ลู่ชิงจึงปลีกตัวมาเดินหาของฝาก เพื่อเป็การขอบคุณพี่ชายเซียว ที่ส่งยอดฝีมือมาคุ้มครองนางกับครอบครัว ไหนจะของมีค่าอย่างกำไลหยกวงนี้อีก ของฝากต้องสมน้ำสมเนื้อเสียหน่อยแล้วกระมัง พี่เจียวมิ่งแอบกระซิบบอกกับนางว่า ครอบครัวของคุณชายของตนมีใครบ้าง ทำให้ลู่ชิงต้องเดินดูสิ่งที่เหมาะกับผู้ใหญ่ และสิ่งที่เหมาะกับวัยหนุ่มสาว เดินวนอยู่หลายรอบก็นึกออกว่า จะเอาอะไรเป็ของฝากบ้าง
ลู่ชิงเริ่มจากเครื่องประดับของท่านพ่อพี่ชายเซียว เป็แหวนหยกเนื้อดีแกะสลักเป็รูปพยัคฆ์ ส่วนของท่านแม่และน้องสาว จะมอบเป็ต่างหูกับแหวนหยกล้อมเพชร ต่างกันที่หยกสีขาวเป็ของท่านแม่ และสีเขียวอ่อนเป็ของน้องสาวพี่ชายเซียว สุดท้ายของคุณชายเซียวผู้ใจดี ลู่ชิงให้เป็หยกพกแกะสลักรูปกิเลนพร้อมผูกพู่กับหยกให้เสร็จสรรพ ของฝากรายการต่อไปเป็ยาสมุนไพรต่าง ๆ สำหรับรักษาอาการเจ็บป่วย ยารักษาาแยามพลาดพลั้งเมื่อมีการต่อสู้ ทุกอย่างลู่ชิงใส่ขวดโหลใบใหญ่ ที่มีฝาไม้ปิดไว้เป็อย่างดี
เขียนวิธีทานยาและวิธีใช้รวมถึงสรรพคุณ ติดไว้ด้านข้างของขวดยาทุกขวด ลู่ชิงยังเพิ่มผงจมูกข้าวแบบชงกับน้ำร้อน พร้อมคำอธิบายถึงประโยชน์ ของจมูกข้าวติดเอาไว้อีกหนึ่งอย่าง นางเทใส่ขวดโหลไปถึงสี่ขวดใหญ่ จะได้เก็บไว้ชงดื่มได้นาน ๆ หน่อย รายการสุดท้ายเป็น้ำยาปรับผ้านุ่มหอม ๆ ลู่ชิงใส่ขวดโหลฝากไปถึงสิบขวดใหญ่ และยังมีน้ำยาสระผมและน้ำยาหมักผม (ที่ถ้าเป็ยุคที่นางจากมา คือแชมพูกับครีมนวดผมนั่นแหละ) พร้อมติดวิธีใช้และสรรพคุณเช่นเดิม
สินค้าดี ๆ ต้องมีคนช่วยประเดิมให้นางในเมืองหลวง เพื่อกระตุ้นให้ผู้คนตามหาและ้าซื้อมาใช้เองมากขึ้น เมื่อไหร่ที่ครอบครัวของนางกลับไปเปิดกิจการที่เมืองหลวง จะมีลูกค้าตบเท้าเข้าร้านค้าทันทีอย่างไม่ยากเย็นนัก เมื่อจัดการของฝากครบทุกอย่างแล้ว ลู่ชิงนำลังไม้มาวางเรียงกันเอาผ้าหนา ๆ มาวางรองด้านล่าง จากนั้นค่อยวางของฝากลงไปและใช้ผ้าคั่นระหว่างขวดเอาไว้ กันไม่ให้ขวดกระทบกันจนเกิดความเสียหาย
ส่วนเครื่องประดับลู่ชิงแยกใส่กล่องไม้ ที่มีฝาปิดสนิทเอาไว้ต่างหาก และยังไม่ลืมเขียนจดหมายตอบกลับ ถึงพี่ชายเซียวเกี่ยวกับของฝากมากมายเหล่านี้เช่นกัน ลู่ชิงจัดเตรียมทุกอย่างเสร็จเรียบร้อย ก็เดินกลับไปหาทุกคนซึ่งตอนนี้พวกเขาก็จัดการเื่อาหารเสร็จเรียบร้อยแล้วเช่นกัน นางจึงอยากขอแรงท่านพ่อกับพี่ชาย ช่วยยกลังใส่ของฝากออกไปเก็บไว้ด้านนอก จะได้ไม่เป็ที่สงสัยมากนัก ตอนที่พี่ชายปาเซี่ยนำรถม้ามารับของฝากทั้งหมด ทุกอย่างต้องทำอย่างระมัดระวัง
“ท่านพ่อพี่ใหญ่พี่รองเ้าคะ ข้าอยากจะรบกวนขอแรงพวกท่าน สักเล็กน้อยได้หรือไม่เ้าคะ” ลู่ชิงเดินมาถึงมุมทำอาหาร ก็พูดกับบิดาและพี่ชายทั้งสองคนทันที
“ชิงเอ๋อร์จะขอแรงพวกเราให้ช่วยทำอะไรงั้นหรือ” ลู่เวินเป็ฝ่ายถามบุตรสาวกลับ
“ข้าอยากให้พวกท่านช่วยยกลัง ที่ใส่ของฝากให้พี่ชายเซียว นำไปเก็บไว้ด้านล่างโต๊ะเก็บเงินก่อนเ้าค่ะ พรุ่งนี้เช้าจะได้ไม่ฉุกละหุก ตอนพี่ชายปาเซี่ยนำรถม้ามารับของฝาก” ลู่ชิงอธิบายถึงเหตุผลที่้าให้ทุกคนช่วย
“อ้อเื่แค่นี้เองน้องเล็ก เ้าพูดเสียเหมือนจะรบกวนเื่ใหญ่โต” ลู่จื้อพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงเอ็นดูน้องสาวของตน
“น้องเล็ก เ้าอย่าลืมสิว่าเราเป็ครอบครัวเดียวกันนะ เื่เช่นนี้จะเป็การรบกวนได้อย่างไร จริงหรือไม่ขอรับท่านพ่อ” ลู่เสียนเองก็คิดว่าน้องสาวช่างขี้เกรงใจพวกเขาเสียจริง
“ถูกต้องแล้วชิงเอ๋อร์มีอะไรให้ช่วย ก็บอกพวกเราได้ตลอดเวลานะลูก ไปกันเถิดพวกเรายกลังไม้ออกไปเก็บด้านนอกเสร็จแล้ว จะได้ไปอาบน้ำพักผ่อน เพื่อฟื้นฟูเรี่ยวแรงสำหรับทำงานในวันพรุ่งนี้” ลู่เวินเอ่ยกำชับบอกลู่ชิงอย่าได้เกรงใจ และไปช่วยกันยกของฝากออกไปด้านนอก จากนั้นก็แยกย้ายกันไปพักผ่อน
เจียวมิ่งและสหายก็นั่งจับกลุ่มคุยกันอยู่ที่บ้านเช่า แต่ละคนต่างแสดงความคิดเห็นของตนเองกันยกใหญ่ เกี่ยวกับครอบครัวของลู่ชิง ที่ก้งคุนและคนอื่น ๆ เพิ่งจะเข้าใจว่า เหตุใดเจียวมิ่งกับพวกตนถึงถูกส่งตัวมาอยู่ที่นี่
“เจียวมิ่ง เ้ารู้ว่าต้องมาที่ตำบลหย่งฝู เพื่อดูแลคุณหนูลู่ชิงก่อนหน้าพวกเราแล้วใช่ไหม?” ก้งคุนถามเจียวมิ่งเป็คนแรก ทันทีที่นั่งลงในห้องโถงของบ้านเช่า
“อืม เื่นี้ข้าเองก็รู้ก่อนหน้าพวกเ้าสองสามวัน เพราะซื่อจื่อให้ตันเจียงส่งจดหมายมาล่วงหน้า เพื่อแจ้งข่าวเื่สายลับของแคว้นตงหนาน และบอกให้ข้าเตรียมตัวมาที่นี่ ก็เลยได้รู้เื่คุณหนูลู่ชิงด้วยพอดี” เขายังใตอนที่รู้เื่นี้
“คุณหนูคงมีอะไรที่พิเศษมาก ถึงได้ทำให้ซื่อจื่อรู้สึกพึงใจั้แ่แรกพบ พวกเ้าว่าจริงไหม ขนาดบุตรหลานขุนนางมีจวนไหนบ้าง ที่ไม่มีสตรีงดงาม แต่ซื่อจื่อกลับไม่เคยชายตามองพวกนางสักนิด” ก้งเจี้ยเคยออกไปทำภารกิจกับเซียวหนิงหลงบ้างเช่นกัน เขาพอจะสังเกตพฤติกรรมที่แตกต่างนี้ได้
“พวกเ้าอย่าได้ตั้งข้อสงสัยอะไรให้มากนักเลย ทำตามคำสั่งของซื่อจื่อให้ดีก็พอแล้ว ข้ารู้สึกได้ว่าอีกไม่นานครอบครัวของคุณหนูลู่ชิง อาจจะมีคนมาหาเื่ก็เป็ได้” ก้งเยว่ไม่อยากให้พวกเขาสนใจเื่อื่นมากนัก เพราะนางมักจะมีลางสังหรณ์ที่แม่นยำ จึงเอ่ยย้ำเตือนกับสหาย
“ก็จริงอย่างที่ก้งเยว่พูดมา พวกเราทำหน้าที่ดูแลครอบครัวสวีให้ดี ส่วนเ้าปาเซี่ยพรุ่งนี้เช้ารีบส่งจดหมายถึงซื่อจื่อ แจ้งว่าอาจใช้เวลาเดินทางกลับถึงเมืองหลวงช้าสักหน่อย เพราะคุณหนูลู่ชิงมีของฝากหลายอย่าง จำเป็ต้องใช้รถม้าในการเดินทาง ซื่อจื่อจะได้ไม่ต้องกังวลเื่นี้จนไม่เป็อันทำงานอย่างอื่น” เจียวมิ่งกำชับปาเซี่ยเื่การเดินทางกลับเมืองหลวง โดยใช้รถม้าเดินทางอาจจะถึงช้ากว่ากำหนด
“อืม ข้าเข้าใจแล้วงั้นข้าขอตัวไปนอนก่อน พรุ่งนี้ยังต้องตื่นมาจัดการทุกอย่างแต่เช้า” ปาเซี่ยพูดจบก็ขอไปพักผ่อนเอาแรงก่อนจะออกเดินทางไกล
“เช่นนั้นพวกเราก็แยกย้ายกันไปพักผ่อนเถิด เริ่มทำหน้าที่พรุ่งนี้เต็มตัวแล้ว ทุกอย่างจะต้องไม่มีข้อผิดพลาดเด็ดขาด เพราะข้าไม่อยากถูกซื่อจื่อลงโทษอีก แค่ครั้งสองครั้งก็เข็ดหลาบมาถึงทุกวันนี้แล้ว” เจียวมิ่งพูดจบทุกคนก็แยกย้ายกันกลับห้องไปทันที
เมื่อยามเช้ามาถึงทุกคนในบ้านเช่า ต่างก็ตื่นมาในเวลาไล่เลี่ยกัน ส่วนปาเซี่ยนั้นได้ส่งจดหมายผ่านนกพิราบ ที่นำติดมาด้วยเรียบร้อยแล้ว และกำลังจะไปหารถม้าเพื่อขนฝากกลับเมืองหลวง เจียวมิ่งจึงบอกให้เขาตามไปที่ร้านอาหารของคุณหนูลู่ชิงทีหลัง
ด้านครอบครัวสวีเองก็ตื่นเช้า เพื่อเตรียมเปิดร้านตามปกติ พอเปิดประตูร้านอาหาร ก็เจอกับกลุ่มของเจียวมิ่งมารออยู่ก่อนแล้ว เมื่อพวกเขาเห็นว่าพี่ชายของลู่ชิงเปิดประตูร้าน จึงเข้าไปช่วยทันทีแบ่งกันจัดโต๊ะ เช็ดทำความสะอาด เตรียมกระดาษฝั่งลูกค้าซื้ออาหารกลับบ้าน และแก้วน้ำไม้ไผ่สำหรับร้านน้ำหลากสีเพราะมีคนช่วยทำหลายคน ทุกอย่างจึงพร้อมเปิดรับลูกค้า แต่ก่อนที่ลูกค้าจะเริ่มมา ลู่เวินได้บอกให้พวกเขาไปทานมื้อเช้าในครัวเสียก่อน หากมีลูกค้ามาต่อเนื่อง จะต้องใช้วิธีสลับกันไปทานในครัว ทุกคนเห็นด้วยจึงรีบไปจัดการมื้อเช้าของตนเองทันที
หลังจากกลุ่มของเจียวมิ่งเข้าไปทานมื้อเช้าในครัว ผ่านไปหนึ่งเค่อปาเซี่ยก็บังคับรถม้า มาจอดอยู่ด้านหน้าร้านอาหาร ซึ่งลู่ชิงกำลังนำน้ำหลากสีแช่ในถังไม้ที่มีน้ำแข็งอยู่พอดี
“พี่ชายปาเซี่ยท่านมาพอดีเลยเ้าค่ะ ท่านเอารถม้าไปจอดไว้ด้านข้างร้านก่อนนะเ้าคะ แล้วก็เข้าไปทานมื้อเช้ากับพวกพี่ชายพี่สาวในครัว จากนั้นพวกเราค่อยยกของฝากขึ้นรถม้ากันเ้าค่ะ” ลู่ชิงไม่อยากให้คนที่ต้องเดินทางไกล หิ้วท้องรอทานทีหลัง จึงบอกให้เขาไปในครัวทานอาหารให้อิ่มท้องเสียก่อน
“ได้ขอรับคุณหนู” ปาเซี่ยไม่ปฏิเสธอาหารอร่อย ๆ อยู่แล้ว
ลู่ชิงและครอบครัวเองก็นั่งทานมื้อเช้า ร่วมกับทุกคนเช่นกันเพราะอีกสักพักสหายของพี่ชายก็จะมาถึงกันแล้ว เมื่อทุกคนอิ่มอร่อยกับอาหารเลิศรสแล้ว ก็ถึงเวลาช่วยกันยกของฝากขึ้นรถม้าเสียที เพราะไม่อยากให้ปาเซี่ยออกเดินทางตอนสายเกินไป
“พี่ชายปาเซี่ยนั่งคุมรถม้าให้อยู่นิ่ง ๆ ก่อนนะเ้าคะ เดี๋ยวพวกเราจะทยอยยกลังของฝากขึ้นไปวางด้านในเ้าค่ะ” ลู่ชิงกลัวว่าม้าจะขยับไปมาเวลายกลังไม้ขึ้นไปวางอาจจะเซไปเซมาได้
“คุณหนูวางใจได้ข้าจะจับมันให้อยู่นิ่ง ๆ ขอรับ” ปาเซี่ยก็รับปากลู่ชิงเป็อย่างดี
“เอาล่ะทุกคนค่อยยกส่งต่อกันไปที่รถม้านะ ต้องระวังด้วยเพราะด้านในเป็ขวดโหลอย่างดี หากถูกกระแทกแรงมากเกินไปอาจทำให้แตกได้” ลู่เวินที่ช่วยยกของฝาก ก็เอ่ยกำชับให้ระมัดระวังเวลาวางลังไม้
ตอนนี้ลังไม้ที่ใส่ของฝาก ก็วางเรียงรายอยู่ในรถม้าจนเต็ม ลู่ชิงส่งผ้าใบที่ใช้สำหรับกางกระโจมให้กับเจียวมิ่ง เพื่อใช้คลุมและผูกเชือกให้แ่า ป้องกันการเคลื่อนตัวไปมาของลังไม้ โชคดีที่ปาเซี่ยหารถม้าคันใหญ่ และใช้ม้าสองตัวในการขนของฝากครั้งนี้
ลู่ชิงหยิบกล่องของฝากชิ้นสำคัญ พร้อมจดหมายยื่นให้ปาเซี่ย พร้อมเอ่ยย้ำให้เขาดูแลสิ่งเหล่านี้ให้ดี ในรถม้ายังมีลังไม้อยู่หนึ่งลัง ที่มีสีแตกต่างจากลังอื่นแต่ลู่ชิงไม่ได้บอกปาเซี่ย นางเขียนบอกเซียวหนิงหลงไปในจดหมายแล้ว เขาคงรู้ดีว่าควรทำอย่างไรต่อไป
“พี่ชายปาเซี่ยกล่องไม้นี้ต้องดูแลให้ดี และต้องส่งถึงมือพี่ชายเซียวเท่านั้นนะเ้าคะ อย่าให้ใครแตะต้องเป็อันขาด และข้าได้เตรียมอาหารของวันนี้ไว้ให้แล้ว ส่วนของพรุ่งนี้เป็เนื้อแดดเดียวทอด ที่สามารถกินได้หลายวันเ้าค่ะ” นางกลัวว่าระหว่างทางปาเซี่ยจะหาของกินลำบาก จึงเตรียมเนื้อแดดเดียวทอดไปให้ด้วย
“ข้าสัญญาว่าจะรักษากล่องไม้นี้ด้วยชีวิตขอรับ ขอบคุณคุณหนูสำหรับอาหารด้วยขอรับ” นางกำชับให้ดูแลขนาดนี้ต้องเป็ของสำคัญมากเป็แน่
“ขอให้เ้าเดินทางปลอดภัย” ลู่เวินเป็ตัวแทนครอบครัวสวีกล่าวอวยพรให้ปาเซี่ย
“ขอบคุณนายท่านสวีขอรับ” ปาเซี่ยคำนับขอบคุณลู่เวินและทุกคนแล้ว จึงบังคับรถม้าให้ออกเดินทางทันที
ทุกคนยืนส่งปาเซี่ยจนเขาหายไปจากสายตา ก็พากันกลับเข้าร้านเตรียมตัวทำงานของตนเองต่อไป แต่พวกเขายังไม่รู้ว่าตอนนี้กลุ่มคนที่เสียผลประโยชน์ ทั้งเหลาอาหารและร้านขายยาสมุนไพร
กำลังวางแผนการเพื่อหาเื่กลั่นแกล้งใส่ร้าย เพราะ้าสูตรอาหาร รวมถึงสินค้าที่ครอบครัวของลู่ชิง ทำการค้ากับเถ้าแก่หงและท่านหมอเกา ถึงขั้นที่ว่าหากไม่ยินยอมมอบให้ ก็สังหารคนทิ้งไปเสีย คู่แข่งของพวกเขาย่อมหมดไปจากตำบลหย่งฝู ผู้คนจะได้กลับไปเป็ลูกค้าที่ร้านเช่นเดิม งานนี้คนวางแผนชั่วยังไม่รู้ตัวว่า ตนเองนั้นกำลังรนหาที่ทำครอบครัวต้องลำบากถึงขั้นสิ้นเนื้อประดาตัว
