“ข้ายังมีเมียกับลูกที่ต้องดูแล ข้ายังไม่อยากตาย!” จอมยุทธ์คนหนึ่งะโพุ่งฝ่าฝูงชน
มีสัตว์อสูรทรงพลังนับไม่ถ้วนอาศัยอยู่ในมหาสมุทร เมื่อปราศจากการคุ้มกันของเรือล่าสัตว์ แม้เป็จอมยุทธ์ขั้นสร้างลมปราณก็ไม่มีทางรอดพ้นจากล้อมปราบของเหล่าสัตว์อสูรแห่งท้องทะเล
ทว่าจอมยุทธ์ผู้นั้นไม่สนใจอะไรอีกแล้ว หากเผชิญหน้ากับเต่าฉกก็มีแต่ต้องตายสถานเดียว ะโลงทะเลยังมีโอกาสรอดมากกว่า
“ตู้มม!” ทันทีที่ะโลงไปปลาตัวใหญ่กระโจนขึ้นจากทะเลกัดร่างของจอมยุทธ์ผู้นั้นตัวขาดครึ่งในครั้งเดียว เือาบย้อมพื้นผิวทะเลกลายเป็สีแดงฉาน
เมื่อเห็นความตายเกิดขึ้นตรงหน้า มันกระตุ้นความกลัวในหัวใจลูกเรือขยับขยายกระจายวงกว้างอย่างไม่มีสิ้นสุด พวกเขากรีดร้อง คำราม มีคนที่ทนต่อความกลัวไม่ได้จึงเลือกฆ่าตัวตายด้วยการเอาหัวโขกดาดฟ้าเรือ เืสาดกระเซ็นไปทั่วทุกหนแห่ง
ซินต้าลี่หมดหวังแล้ว ความพยายามอุตสาหะทั้งชีวิตของสกุลซินกำลังจะพังทลายในมือของเขา
“หนีไป หนีไปให้ไกลที่สุด” ซินต้าลี่แตะแก้มของซินิจู
“ลุงสอง...!” ซินิจูน้ำตาไหลพราก
“ครืนนน!” ทันใดนั้น ดวงอาทิตย์สีเพลิงประจักษ์สาดแสงจรัสแจ้ง เสียงอึกทึกเอ็ดอึงดังไปทั่วทั้งมหาสมุทร เกิดแรงะเิน่าครั้นครามขึ้น!
“ซึ่มม!” เกลียวคลื่นสูงหลายร้อยจั้งโหมซัดระลอกใหญ่ปกคลุมท้องฟ้า
วันโลกาวินาศมาเยือนแล้ว ทุกคนบนเรือต่างสิ้นหวัง เบื้องหน้าพลานุภาพน่าครั่นคร้ามนี้พวกเขามิต่างอันใดกับมดปลวก!
“โฮกกกก!” เต่าฉกคำรามด้วยโทสะ กระดองบนหลังของมันแตกเป็เสี่ยงๆ ลูกศรอันหนึ่งเจาะผ่านรอยแตกแทงเข้าไปในเนื้อของมัน!
ยามนี้เต่าฉก สัตว์อสูรที่ถูกขนานนามว่าไร้เทียมทานได้รับาเ็ มันเป็เื่น่าเหลือเชื่อเกินจินตนาการ
จูชิงมองคันศรั์ที่อยู่ในสภาพทรุดโทรม มุมปากกระตุกยิ้มเล็กน้อย คิดไม่ถึงว่าหลังจากถูกเขาปรับเปลี่ยน พลานุภาพของคันศรั์จะเพิ่มสูงขึ้นหลายสิบเท่ากอปรกับอักขระิญญาปราณกระบี่ แรงะเิหนักหน่วงเพียงพอที่จักสร้างความเสียหายอย่างรุนแรงให้กับเต่าฉก
ทว่าเต่าฉกนั้นแข็งแกร่งเหนือสามัญ มันยังคงมีชีวิตรอดจากแรงะเิน่าพรั่นพรึงเฉกเช่นนี้ การป้องกันระดับนี้เกินขีดจำกัดของสัตว์อสูริญญาขั้นสร้างลมปราณแล้ว สัตว์อสูรทะเลแตกต่างกับสัตว์อสูรบนแผ่นดินใหญ่มากนัก
“ครืนน!” คลื่นั์ซัดเข้าที่ลำเรือ เรือล่าสัตว์อันหนักอึ้งถูกคลื่นซัดขึ้นไปในอากาศ!
“ตู้มม!” ตัวเรือที่สร้างจากเหล็กปะทะกับคลื่นั์ เสียงดังกึกก้องเข้าโสตประสาท
เรือเหล็กเสริมอักขระิญญาถูกกระแทกจนเกิดช่องว่างขนาดใหญ่ ทำให้น้ำทะเลไหลทะลักเข้ามาในเรือ!
“รีบอุดมันเร็วเข้า!” ซินต้าลี่ะโ ลูกเรือรีบวิ่งมาพร้อมกับแผ่นเหล็ก พยายามตอกอุดรอยรั่วไม่ให้น้ำไหลเข้ามา
“ครืนนน!” แต่เมื่อเผชิญหน้ากับคลื่นั์สูงหลายร้อยจั้ง แรงกดดันมหาศาลเกินกว่าที่พวกเขาจะรับไหว จากนั้นเพียงไม่กี่ลมหายใจ ลูกเรือนับสิบคนก็ถูกพัดหายไปในทะเล พริบตาเดียวน้ำก็ไหลท่วมทั่วทั้งท้องเรือ!
เต่าฉกมองเรือล่าสัตว์ที่ถูกคลื่นซัดห่างออกไปเรื่อยๆ แววตาเต็มไปด้วยความไม่พอใจทว่ามันก็ไม่กล้าเข้าไปใกล้เรือล่าสัตว์ลำนั้นมากนัก มันกลัวคันศรั์ แม้ว่าเต่าฉกจักเป็เหมือนดั่งผู้มหาสมุทรบริเวณนี้ ทว่าก็ใช่ว่าจักต้านทานะเิของลูกศรไหว
เรือล่าสัตว์ถูกคลื่นั์พัดลอยไปไกลหลายสิบลี้ ก่อนที่จะชนเข้ากับโขดหินแล้วหยุดลง!
ห้องเรือสองห้องเต็มไปด้วยน้ำทะเล ตัวเรือเสียหายหลายสิบจุด คันศรั์หายไปหนึ่งคัน มีคนเสียชีวิตมากกว่าสิบคน
มันคือการสูญเสียครั้งใหญ่สำหรับสกุลซิน มีความเป็ไปได้สูงที่สกุลซินจักล่มสลาย!
แต่ถึงอย่างนั้นพวกเขาก็รอดมาได้ เรือล่าสัตว์ยังคงไม่จมลงสู่ท้องทะเล มันโคลงเคลงไปมาและเทียบเข้าฝั่งในที่สุด!
พวกเขาต่างโห่ร้องด้วยความดีใจ รอดชีวิตจากเต่าฉก รอดชีวิตจากคลื่นั์สูงนับร้อยจั้ง
ซินต้าลี่รู้สึกเหมือนกำลังฝัน พวกเขารอดจากสถานการณ์เช่นนั้นได้อย่างไร หรือว่า์ช่วยเหลือพวกเขา
ทว่าพอเห็นสภาพเรือล่าสัตว์ หัวใจของซินต้าลี่พลันแตกสลาย น้ำทะเลท่วมท้องเรือ สัตว์ส่วนใหญ่ที่ล่ามาได้เสียหายเกือบหมด ส่วนสัตว์ที่ต้องนำไปส่งมอบอยู่ในสภาพเละเทะเช่นนั้นคงได้เงินไม่เท่าไหร่ ตอนนี้พวกเขาต้องใช้เงินจำนวนมากเพื่อซ่อมเรือ การทำงานอย่างหนัก่หกเดือนที่ผ่านมาไม่ใช่แค่ไม่ได้อะไรเลย มิหนำซ้ำยังสูญเสีย
“ไม่เป็ไร แค่มีชีวิตรอดก็ดีเหลือเกินแล้ว!” ซินต้าลี่ปลอบใจตัวเอง
ครั้นหันไปเห็นซินิจูที่ยังคงมีคราบน้ำตา ซินต้าลี่ก็ยิ้มออกมาอย่างอดไม่ได้ ยังมีไข่มุกแห่งสกุลซิน สกุลซินยังมีความหวัง!
“สกุลซินน่าเห็นใจเสียจริง เรือนั่นคงใช้การไม่ได้แล้ว” คนที่อยู่ท่าเรือเมื่อเห็นสภาพเรือล่าสัตว์ของสกุลซินก็ใจหายวาบ ไม่รู้ว่าสกุลซินไปเจอกับเื่เลวร้ายอะไรมา
“น่าจะเป็สัตว์อสูรที่แข็งแกร่งมากกระมัง” มีคนเดา
จูชิงกวาดสายตามองท่าเรือที่เจริญรุ่งเรืองพลางถอนหายใจ มนุษย์พัฒนาก้าวหน้ามาถึงขั้นนี้แล้วอย่างนั้นหรือ
“ิจู เ้ากลับบ้านไปก่อน ข้าจะไปหาอาจารย์เวิง ดูว่าต้องใช้หินปราณซ่อมเรือเท่าไหร่” ซินต้าลี่กล่าว
“อื้อ!” ซินิจูพยักหน้าแล้วสั่งให้ลูกเรือขนของในท้องเรือไปที่ท่าเรือ
เรือล่าสัตว์ราคาสูงมาก สิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือการสลักอักขระิญญาบนตัวเรือซึ่งไม่ใช่เื่ง่าย ท่าเรือแห่งนี้มีคนเดียวเท่านั้นที่ทำได้
อาจารย์เวิงเป็นักหลอมอักขระิญญาหนึ่งเดียวในท่าเรือแห่งนี้ เพราะคำว่าหนึ่งเดียว ราคาว่าจ้างจึงสูงเสียดฟ้า เกรงว่าเงินที่เก็บหอมรอมริบมาตลอดหลายปีของสกุลซินคงจะต้องมลายสูญไปในวันนี้เสียแล้ว
“อาจารย์เวิง” ซินต้าลี่คุกเข่าลงกับพื้น!
ตรงหน้ามีชายหัวโล้นคนหนึ่งนั่งอยู่ เขาหลับตาพลางฉีกยิ้ม ดูเหมือนจะชื่นชอบความรู้สึกการถูกเคารพเป็อย่างมาก
ซินต้าลี่นั่งคุกเข่าอยู่อย่างนั้นนานหนึ่งถ้วยชา ทว่าก็ไม่กล้าบ่นออกมาแม้แต่คำเดียว ขืนไปทำให้อาจารย์เวิงไม่พอใจ ไม่ว่าจักให้หินปราณเท่าไหร่เขาก็ไม่มีทางซ่อมเรือให้แน่นอน
“เสี่ยวลี่ ข้าได้ยินเื่ที่เกิดขึ้นกับสกุลซินของเ้าแล้ว เต่าฉกกับเรืออับปางเป็ของคู่กัน มิว่าใครที่เจอล้วนต้องตายทั้งสิ้น แต่เ้าที่เจอทั้งสองอย่างกลับมีชีวิตรอดกลับมาเรียกได้ว่าเป็ปาฏิหาริย์” อาจารย์เวิงยิ้มเล็กน้อย
“มิใช่หรอก เป็เพราะเรือล่าสัตว์ของอาจารย์เวิงต่างหากที่ทำให้พวกเรามีชีวิตรอดกลับมาได้!” ซินต้าลี่ประจบสอพลอ
ทว่าในใจนั้นก่นด่าอาจารย์เวิงไปถึงเจ็ดชั่วโคตรแล้ว อาจารย์เวิงเป็คนซ่อมท้องเรือก่อนหน้านี้ แต่ท้องเรือกลับพังทลายเพราะถูกคลื่นั์ซัดในครั้งเดียว!
“ข้าชอบช่วยเหลือผู้คนเป็ชีวิตจิตใจ เอาแบบนี้แล้วกัน เอาหินปราณให้ข้า 20,000 ก้อน แล้วหลังจากนี้ 2 เดือน เรือล่าสัตว์ของเ้าจักถูกซ่อมแซมให้เหมือนใหม่” อาจารย์เวิงยิ้ม
“20,000!” ซินต้าลี่สูดลมหายใจเฮือกใหญ่ อาจารย์เวิงเรียกราคาสูงขนาดนี้กะจะให้สกุลซินสิ้นเนื้อประดาตัวงั้นรึ
เรือล่าสัตว์ออกเดินทางหนึ่งครั้งหาหินปราณได้แค่ 10,000 ถึง 20,000 ก้อนเท่านั้น มองดูเผินๆ อาจจะเยอะ ทว่าต้องส่งมอบ 70% เหลือหินปราณที่ใช้ได้แค่ 30% แล้วยังต้องจ่ายค่าจ้างให้กับลูกเรือ เท่ากับว่าสกุลซินมีหินปราณเหลือเก็บแค่ไม่กี่พันก้อนเท่านั้น
หินปราณ 20,000 ก้อนเป็เงินออมเกือบทั้งชีวิตของสกุลซิน ถ้าต้องใช้มันทั้งหมดเพื่อซ่อมเรือ คนเกือบร้อยคนในตระกูลจักทำอย่างไร
“ทำไม ถ้าคิดว่าแพงก็ไม่ต้องซ่อม” อาจารย์เวิงหน้าเปลี่ยนสีเร็วยิ่งกว่าพลิกหน้าหนังสือ
“ไม่ใช่อย่างนั้น ทว่าอาจารย์น่าจะรู้ว่าสถานการณ์ของสกุลซินในตอนนี้เป็อย่างไร ข้าขอเวลารวบรวมหินปราณสักสองสามวัน” ซินต้าลี่กัดฟันพูด
ยามนี้ซินิจูยังคงจ้องจูชิงไม่ละสายตา นั่นทำให้เขารู้สึกอึดอัดเป็อย่างมาก
“เ้ามองข้าทำไม?” จูชิงกำลังยกย้ายของ พอเห็นว่านางยังมองไม่เลิกก็เริ่มทนไม่ไหว
“เ้าเป็นักหลอมอักขระิญญารึ?” ซินิจูโน้มตัวกระซิบข้างหูจูชิง ถามด้วยน้ำเสียงแ่เบาที่มีเพียงพวกเขาสองคนที่ได้ยิน
จูชิงเลิกคิ้ว “อะไรทำให้เ้าคิดแบบนั้น?”
“ข้าเห็นเ้าบรรจุลูกศรแล้วยิงออกไปด้วยตัวคนเดียว” แววตาของซินิจูเป็ประกายระยิบระยับ
“ชู่วว!” จูชิงเอานิ้วชี้ทาบปากบอกบ่งบอกให้นางเก็บเป็ความลับ
“รู้แล้วน่า ความลับ ความลับ!” ซินิจูพยักหน้าอย่างตื่นเต้น
นักหลอมอักขระิญญาเป็ผู้ที่มีสถานะสูงส่งในโลกบำเพ็ญเพียร กระทั่งเ้าของเกาะยังปฏิบัติต่อนักหลอมอักขระิญญาอย่างเคารพนบน้อม นางคิดไม่ถึงเลยว่าสกุลซินจักได้ใกล้ชิดกับนักหลอมอักขระิญญาแบบจูชิง
“เ้าซ่อมเรือได้หรือไม่?” ซินิจูเอ่ยถาม
“น่าจะได้ แต่ข้าไม่เคยทำก็เลยไม่ค่อยมั่นใจเท่าไหร่นัก” จูชิงส่ายหัว
จูชิงไม่ได้ถ่อมเนื้อถ่อมตัว เรือล่าสัตว์มีอักขระิญญาเป็หมื่นอักขระ การซ้อนทับอักขระมากขนาดนั้นเป็งานใหญ่ หากเกิดข้อผิดพลาดเล็กน้อย ความพยายามทั้งหมดก็จะสูญเปล่า ด้วยทักษะของจูชิงในตอนนี้เป็ไปมิได้เลยที่จักสร้างอักขระิญญามากมายเฉกเช่นนั้น
จูชิงรู้สึกชื่นชมนักหลอมอักขระิญญาที่สร้างอักขระิญญาเป็หมื่นออกมาได้โดยไม่มีข้อผิดพลาด คนๆ นั้นจักต้องเป็ผู้ชำนาญการอักขระิญญาที่เก่งกาจเป็แน่แท้
“งั้นหรอ!” ได้ยินจูชิงพูดดังนั้น แววตาของซินิจูหม่นหมองลงโดยพลัน
“เื่ที่ข้าเป็นักหลอมอักขระิญญา เ้าห้ามบอกใครเด็ดขาด เป็ความลับระหว่างเราสองคนตกลงหรือไม่!” จูชิงพูด
“อื้อ ข้าจะไม่บอกใคร!” ซินิจูพยักหน้าตอบรับ
จูชิงมองเรือล่าสัตว์ลำอื่นที่แล่นกลับมาจาแดนไกล เขาเริ่มสงสัยเกี่ยวกับเกาะแห่งนี้มากขึ้นเรื่อยๆ จอมยุทธ์ต่างแดนจักเป็อย่างไร?
