เหมือนวันนี้จะเผชิญหน้ากับเยวี่ยเจาหรานที่ดูไม่เป็ปกติอย่างยิ่ง เยี่ยนอวิ๋นหลิ่วเลือกที่จะเพิกเฉย นางส่ายหัวเบาๆ แล้วพูดว่า “อืม” จากนั้นนางลุกขึ้นและจัดการตัวเองเรียบร้อยแล้วจึงล้มตัวลงนอน
แต่เยวี่ยเจาหรานแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง เขามีเื่ในใจมากมาย ทั้งดีและไม่ดี อีกทั้งเื่พวกนี้สำหรับเยี่ยนอวิ๋นหลิ่วส่วนใหญ่แล้วเป็เื่ไม่ดี
เยวี่ยเจาหรานต่อต้านความกังวลความรู้สึกผิดในใจ เขามองเยี่ยนอวิ๋นหลิ่วจัดการตัวเองเสร็จสรรพ พลิกตัวไปมาบนเตียง และผล็อยหลับไป
……
ไม่รู้ว่าเป็เพราะสาวใช้มีฝีมือและขาที่ว่องไวหรือเป็เพราะฮูหยินเยวี่ยมีวัสดุที่ดีกว่า ความ้าเส้นไหมขนนกกระจอกเทศจึงไม่เท่าเมื่อก่อน เช้าตรู่ในวันรุ่งขึ้น เส้นไหมขนนกกระจอกเทศก็วางอยู่ด้านนอกประตูต้อนรับเยวี่ยเจาหรานกับเยี่ยนอวิ๋นหลิ่วแต่เช้า
ในขณะเดียวกันเยี่ยนอวิ๋นหลิ่วกำลังกัดซาลาเปาชิ้นเล็กในมือ นางเห็นสาวใช้ถือเส้นไหมขนนกกระจอกเทศมา จึงขมวดคิ้วด้วยความไม่เข้าใจ กลืนซาลาเปาลงคอแล้วถามด้วยน้ำเสียงสงสัยว่า “ขนสีดำนั้นคือสิ่งใด?”
เยี่ยนอวิ๋นหลิ่วไม่รู้ว่าเส้นไหมขนนกกระจอกเทศนี้เป็สิ่งที่เยวี่ยเจาหรานรอคอยอยู่ และเยวี่ยเจาหรานก็ไม่คาดคิดว่าเส้นไหมขนนกกระจอกเทศที่เป็สมบัติล้ำค่านี้จะเป็ขนสีดำ?
“ลูกพี่ เส้นไหมขนนกกระจอกเทศล้ำค่ามาก” เยวี่ยเจาหรานถึงกับสำลักน้ำเต้าหู้ เขาพยายามข่มอาการไอสำลักแล้วอธิบายด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยนที่สุดให้เยี่ยนอวิ๋นหลิ่วเข้าใจว่า ความแวววาวที่สะท้อนออกมาจาก เส้นไหมขนนกกระจอกเทศสีดำ กลับไม่ใช่สีดำ!
“เ้าดูสิ แสงแวววาวประกายทองของมัน... ตรงไหนกันที่เ้าบอกว่าเป็สีดำ” ก่อนที่เยวี่ยเจาหรานจะหยิบเส้นไหมขนนกกระจอกเทศขึ้นมา ยังไม่ลืมที่จะเช็ดมือมันแผล็บเปื้อนน้ำมันของเขา แล้วจึงหยิบมันขึ้นมาไว้ตรงหน้าตัวเองกับเยี่ยนอวิ๋นหลิ่ว เอ่ยว่า “นี่คือขนนกกระจอกเทศที่พันไว้ด้วยเส้นไหมสีทอง เป็ของล้ำค่าอย่างยิ่ง ในขณะเดียวกันก็มีสีสันออกมา แต่ไม่ใช่สีดำ อีกทั้งในตัวของขนนกกระจอกเทศนี้ยังออกประกายสีเขียวอมฟ้า รวมทั้งประกายสีทองจากเส้นไหมทองอีกด้วย”
“ถ้านำมาใช้ทำเสื้อผ้า เวลาเ้าเดิน เสื้อผ้าก็จะยิ่งเปล่งประกายระยิบระยับออกมา ทีนี้เ้าเข้าใจแล้วหรือยัง” เยวี่ยเจาหรานพูดจบ เขารู้สึกว่าเยี่ยนอวิ๋นหลิ่วอาจจะยังไม่เข้าใจ ดังนั้นเขาจึงปลอบใจตัวเองว่า… ช่างเ้าเถอะ ลืมมันไปซะ!
ใครจะรู้เยี่ยนอวิ๋นหลิ่วกลับเข้าใจแจ่มแจ้งและพยักหน้าให้กับเยวี่ยเจาหราน อีกทั้งยังพูดว่า “ฟังเ้าพูดข้าก็เข้าใจแล้ว สีแบบนี้เป็สีสันที่มหัศจรรย์ เต็มไปด้วยเสน่ห์ ใช่หรือไม่?”
“ใช่ๆ ใช่เลย คำพูดของเ้าช่างเข้าถึงความหมายอย่างแท้จริง ยังสอนได้! นับว่ามีอนาคต!” เยวี่ยเจาหรานคิดไม่ถึงว่าเยี่ยนอวิ๋นหลิ่วเข้าใจเื่เส้นไหมขนนกกระจอกเทศได้ดีอย่างนี้ เขาไม่สามารถซ่อนความประหลาดใจนี้ได้
ภายใต้ความชื่นชมยินดีและประหลาดใจของเยวี่ยเจาหราน เยี่ยนอวิ๋นหลิ่วก็เอ่ยปากพูดให้ใอีกครั้งว่า “ถ้าให้ข้าพูดง่ายๆ ก็คือสีดำที่มีสีสันแบบนี้เป็เป้าหมายสูงสุดของนักออกแบบในปัจจุบัน”
เยวี่ยเจาหรานเงียบสนิท เงียบจนเรียกได้ว่า ‘พูดไม่ออก’
“แต่ข้าดูแล้ว พูดตามตรงมันก็ยังสีดำอยู่ไม่ใช่หรือ?? ไม่ว่าจะสีดำที่มีประกายสีสันหรือสีดำสนิท มันไม่แตกต่างกันมากนัก!” เยี่ยนอวิ๋นหลิ่วยังคงไม่สนใจเยวี่ยเจาหรานที่ตอนนี้ใบหน้าเต็มไปด้วยความว่างเปล่า เมื่อนางพูดจบ นางก็กินซาลาเปาที่ยังกินไม่หมด…
……
นึกถึงเมื่อวานที่ตัวเองได้พูดกับสาวใช้คนนั้น ในใจเยวี่ยเจาหรานยังรู้สึกขนลุกเล็กน้อย และไม่รู้ว่าเขาพูดกับเยี่ยนอวิ๋นหลิ่วออกไปได้ยังไงว่า “เหล่านี้คือเส้นไหมขนนกกระจอกเทศที่เตรียมไว้ให้สวี่ชิวเยวี่ย เพื่อเส้นไหมขนนกกระจอกเทศ สาวใช้อย่างอาเชวี่ยเกือบถูกไล่ออกจากจวน...”
เยวี่ยเจาหรานพยายามพูดเพื่อให้บางอย่างในใจตนได้รับการให้อภัย แต่เยี่ยนอวิ๋นหลิ่วกลับบอกว่า “เพื่อของสิ่งนี้ถึงกับต้องไล่ออกจากจวนเชียวหรือ? เอาแต่ใจตัวเองเกินไปแล้ว!” นางพูดจบแล้วทำปากมุบมิบไม่หยุด จากนั้นก็ไม่ได้พูดอะไรต่อ
เยวี่ยเจาหรานยักไหล่ และถือโอกาสพูดว่า “ก็ใช่น่ะสิ เมื่อวานข้าเสียเวลากับการกวาดลานจวนไปมาก และข้ายังเตรียมตัวไปล่าสัตว์ในฤดูใบไม้ร่วงยังไม่เสร็จ… อย่างไรเ้าก็ผ่านทางนั้น ช่วยข้าส่งมันให้กับสวี่ชิวเยวี่ยที”
“ข้าจะผ่านทางนั้นได้อย่างไร?” เยี่ยนอวิ๋นหลิ่วขมวดคิ้วไม่เข้าใจ แล้วพูดต่อว่า “ข้ายังไม่ได้บอกเลยว่าวันนี้ข้าจะไปไหน เ้ารู้ได้อย่างไร?”
“นี่เ้า… เ้าอย่าพูดไร้สาระอีกเลย ถึงอย่างไรเ้าแค่นำของไปส่งให้อาเชวี่ยก็พอ ข้าไม่ได้ให้เ้าไปเจอหน้าเปี่ยวเม่ยของเ้าเสียหน่อย! หรือแค่นี้ยังไม่ได้?” อาจเป็เพราะเยวี่ยเจาหรานรู้สึกผิด ความอดทนจึงลดลงไปมาก หวังเพียงให้เยี่ยนอวิ๋นหลิ่วจะใช้โอกาสนี้ทำให้เื่มันจบ
เยี่ยนอวิ๋นหลิ่วรับของมาอย่างไม่มีทางเลือก ทำได้เพียงหยิบผ้าแพรขึ้นมาเช็ดปากอย่างไม่เต็มใจ ฝืนใจกินอาหารให้เสร็จแล้วพูดว่า “อย่างนั้นก็ได้ เ้าติดหนี้บุญคุณข้า เข้าใจหรือไม่?”
“ตกลง เ้ารีบไปเถอะ” เยวี่ยเจาหรานดันนางให้รีบไปด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม จากนั้นไม่ได้พูดอะไร และกินอาหารที่เหลือต่ออย่างสบายใจ
เดิมทีเยวี่ยเจาหรานบอกว่าให้เยี่ยนอวิ๋นหลิ่วนำของไปให้อาเชวี่ย ใครจะไปรู้ว่าเยี่ยนอวิ๋นหลิ่วจะโชคร้าย ประตูที่ถูกปิดมานาน แต่ในวันนี้ดันเจอสวี่ชิวเยวี่ยเดินออกมา มองจากไกลๆ เห็นเงาของเยี่ยนอวิ๋นหลิ่ว และเดินตรงมาถึงด้านข้างของเยี่ยนอวิ๋นหลิ่ว…
“พี่อวิ๋นเฟย?”
เมื่อได้ยินเสียงของสวี่ชิวเยวี่ย เยี่ยนอวิ๋นหลิ่วยืนตัวแข็งอยู่ที่เดิมด้วยความรู้สึกเสียใจ นางรู้ว่าไม่ควรใจอ่อนไปตกลงกับคำขอแปลกๆ ของเยวี่ยเจาหราน…
แต่เมื่อมาถึงที่แล้วควรทำให้ดีที่สุด ยังไงก็ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ ทำได้เพียงกัดฟันพูดออกไปว่า “ว่าไง… น้องชิวเยวี่ย ไม่ได้เจอกันนานนะ...”
สีหน้าของสวี่ชิวเยวี่ยไม่ค่อยดีเหมือนเมื่อก่อน แต่ก็ไม่แย่เหมือนตอนที่พึ่งลงมาจากเขาชิงเฉวียน ในใจเยี่ยนอวิ๋นหลิ่วไม่รอให้สวี่ชิวเยวี่ยเดินมา นางเอาเส้นไหมขนนกกระจอกเทศยัดใส่ในมือแล้วพูดว่า “นี้คือเส้นไหมขนนกกระจอกเทศที่เ้า้า...”
อันที่จริงเยี่ยนอวิ๋นหลิ่วอยากบอกออกไปว่าเส้นไหมขนนกกระจอกเทศนี้ เยวี่ยเจาหรานเป็คนให้เขานำมาส่งให้ แต่พอหันไปเห็นอาเชวี่ย สาวใช้ด้านหลังของสวี่ชิวเยวี่ยขยิบตาบอกใบ้ให้เยี่ยนอวิ๋นหลิ่วรู้ว่าไม่ควรเอ่ยชื่อเยวี่ยเจาหรานออกมา เยี่ยนอวิ๋นหลิ่วจึงขมวดคิ้ว “หืม?”
“พี่อวิ๋นเฟยเป็อะไรหรือเ้าคะ...?” สวี่ชิวเยวี่ยกำลังถือเส้นไหมขนนกกระจอกเทศ ในใจนางมีความสุขมาก แต่ใบหน้าของนางยังคงไม่แสดงสีหน้าใดๆ แสร้งทำเป็ไม่สนใจ จนกระทั่งได้ยินเยี่ยนอวิ๋นหลิ่วส่งเสียงออกมา จึงได้ถามออกไป
เยี่ยนอวิ๋นหลิ่วรู้สึกกังวลใจไม่น้อย พยายามไม่เอ่ยชื่อเยวี่ยเจาหรานออกมา “อ้อ ไม่มีอะไร ไม่มีอะไร... ข้าควรไปเตรียมตัวเื่การล่าสัตว์ก่อน ข้าไปนะ!”
เยี่ยนอวิ๋นหลิ่วพูดจบก็รีบหันหลังกลับแล้ววิ่งทันที ไม่ปล่อยโอกาสให้สวี่ชิวเยวี่ยรั้งตัวไว้
แม้ว่าเยี่ยนอวิ๋นหลิ่วจะอยู่ไม่นาน แต่สำหรับสวี่ชิวเยวี่ยกลับเพียงพอที่จะทำให้นางมีความสุข ท้ายที่สุดแล้วเยี่ยนอวิ๋นหลิ่วเป็คนพิเศษสำหรับสวี่ชิวเยวี่ยจริงๆ เมื่อมองจากด้านหลังของเยี่ยนอวิ๋นหลิ่วที่เดินกลับไป สวี่ชิวเยวี่ยยังคงถือเส้นไหมขนนกกระจอกเทศไว้ในมือแน่น และในใจยังหวังว่าจะได้เจอกับเยี่ยนอวิ๋นหลิ่วอีกครั้ง...
