ท่ามกลางหุบเขาน้อยใหญ่สูงเสียดฟ้าที่ถูกปกคลุมด้วยหมอกหนาและหิมะสีขาวบริสุทธิ์โปรยปรายอันเป็ลักษณะภูมิศาสตร์ที่โดดเด่นของสำนักศึกษาเหมันต์พันตะศักดิ์สิทธิ์ บรรดาอาคารสิ่งก่อสร้างในสำนักศึกษาต่างถูกตกแต่งอย่างวิจิตรบรรจงรวมไปถึงพื้นที่โดยรอบต่างประดับประดาด้วยโคมไฟเวทย์หลากสีสันที่ส่องสว่างไสวให้ความรู้สึกอลังการเพื่อเป็การต้อนรับเหล่าบรรดาผู้ฝึกตนรุ่นเยาว์จากทั่วทุกสารทิศที่หลั่งไหลเข้ามาร่วมการทดสอบพร้อมกับความหวังและความฝันที่จะก้าวเข้าเป็ส่วนหนึ่งของสำนักศึกษาอันทรงเกียรติแห่งนี้
ซุ้มประตูสำนักที่ถูกสร้างขึ้นจากแร่ผลึกอัมพร์เก้าชั้นฟ้าอันเป็วัสดุสินแร่หายากในยุทธภพนี้ได้ถูกแกะสลักอย่างวิจิตรบรรจงได้เปิดออกกว้างเพื่อต้อนรับผู้มาเยือนที่หลังจากนี้ย่อมกลายเป็ส่วนหนึ่งเดียวกันโดยมีผู้าุโและศิษย์รุ่นพี่ที่ยืนคอยต้อนรับด้วยรอยยิ้มอันอบอุ่น เมื่อการทดสอบสิ้นสุดลงบรรดาศิษย์ใหม่ที่พึ่งผ่านการทดสอบต่างก้าวเดินเข้ามาด้วยความตื่นเต้นและเต็มเปี่ยมไปด้วยความประหม่า
หลังจากบรรดาผู้ผ่านการทดสอบทั้งหมดได้เข้ามาโดยพร้อมเพรียงแล้ว บริเวณลานกว้างหน้าสำนักศึกษายามนี้ต่างคลาคล่ำไปด้วยผู้ฝึกตนรุ่นเยาว์ชายหญิงหลาย่อายุที่เดินทางมาจากทั่วทุกสารทิศเพื่อเข้าร่วมการทดสอบรับศิษย์ใหม่ประจำปีการศึกษา ผู้คุ้มกันจำนวนนับไม่ถ้วนที่ยืนประจำการอยู่โดยรอบนั้นล้วนเป็ผู้ฝึกตนที่มีพลังิญญาไม่อ่อนน้อยกว่าราชทินนามเทวะิญญาแทบทั้งสิ้น การที่มีตัวตนแข็งแกร่งเป็ผู้คุ้มกันเช่นนี้ไม่รู้ว่าในสำนักนั้นจะมีเสือซ่อนเล็บอยู่มากน้อยสักเพียงใด อย่างไรแล้วสำนักศึกษาเหมันต์พันตะศักดิ์สิทธิ์นี้เป็หนึ่งในห้าของสำนักศึกษาที่ได้รับการยอมรับในบูรพาทวีป แน่นอนว่าที่แห่งนี้ยังขึ้นชื่อในเื่ความปลอดภัยมากที่สุดอีกสถานที่หนึ่งเช่นกัน
บรรยากาศยามนี้ต่างตลบอบอวลไปด้วยความปลาบปลื้มและความภาคภูมิใจทั้งยังเต็มไปด้วยเสียงพูดคุยและเสียงหัวเราะดังก้องไปทั่วในที่สุดพวกเขาได้กลายเป็ส่วนหนึ่งของสำนักศึกษาเหมันต์พันตะศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้ได้แล้วสมกับความทุ่มเทฝึกฝนตลอดหลายปีมานี้ บรรดาสุดยอดรุ่นเยาว์เหล่านี้ต่างได้พูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและความคาดหวังหลังจากนี้เกี่ยวกับการเข้าศึกษาในสำนักศึกษาอันทรงเกียรติ
ก่อนหน้านี้ผู้ฝึกตนรุ่นเยาว์ทั้งหมดต่างได้แสดงทักษะความรู้ของตนออกมาอย่างโดดเด่น บางคนก็สามารถผ่านการทดสอบไปได้อย่างง่ายดาย ในขณะที่บางคนกับต้องเผชิญกับความท้าทายที่ยากลำบากยิ่ง รุ่นเยาว์ชายหญิงจำนวนมากกว่าห้าสิบคนต่างยืนรวมกันตรงทางเข้าของสำนักอย่างเป็ระเบียบด้วยการจัดการของหัวหน้าผู้คุ้มกันที่ได้รับหน้าที่รับผิดชอบในเื่นี้ ก่อนจะปรากฎเป็ชายชราร่างเล็กท่าทางใจดีคนหนึ่งที่มองสำรวจรุ่นเยาว์เหล่านี้อย่างถี่ถ้วน
"ข้าโจวห่าวหนึ่งในสามผู้คุมกฎของสำนักศึกษาเหมันต์พันตะศักดิ์สิทธิ์ ขอแสดงความยินดีกับพวกเ้ารุ่นเยาว์ชายหญิงทุกคนที่สามารถผ่านการทดสอบแรกนี้ได้อย่างปลอดภัย แต่นี่นับได้ว่าเป็เพียงก้าวแรกพวกเ้าทั้งหลายจงอย่าชะล่าใจและทะนงตัวจนเกินไป เอาล่ะ! พวกเ้าทุกคนจงเข้ามารับป้ายศิษย์ใหม่ชั่วคราวจากข้าได้แล้ว..." เสียงอันทรงพลังดังขึ้นก้องไปทั่วทั้งบริเวณดังกล่าว
ผู้ฝึกตนรุ่นเยาว์ชายหญิงทุกคนในที่นี้ต่างรับรู้ได้ถึงพลังิญญาอันแข็งแกร่งที่แผ่ซ่านออกมาอันเป็เอกลักษณ์ของผู้ฝึกตนระดับสูง สิ่งนี้นับว่าเป็อีกหนึ่งที่สร้างแรงกระตุ้นให้กับรุ่นเยาว์เหล่านี้ได้อีกทางหนึ่งด้วย เพราะว่าในยุทธภพโลกฝึกตนต่างนับถือกันตรงที่ฝีมือและความแข็งแกร่งเสียเป็ส่วนใหญ่
ท่ามกลางสายตาของศิษย์สายนอก ศิษย์สายในรวมไปถึงสิบอันดับสุดยอดของศิษย์ที่แข็งแกร่งที่สุดในสำนักศึกษาต่างยืนอยู่โดยรอบในลานพิธีแห่งนี้ กลุ่มของผู้าุโรวมไปถึงเ้าตำหนักต่าง ๆ ได้นั่งลดหลั่นกันตามลำดับในสถานศึกษา ตรงใจกลางลานพิธีได้มีแท่นศิลาสูงตั้งตระหง่านที่ถูกแกะสลักเป็สัญลักษณ์ของสำนักศึกษาเหมันต์พันตะศักดิ์สิทธิ์ บริเวณโดยรอบต่างรายล้อมไปด้วยศิษย์สายนอกที่ในปีนี้ได้กลายเป็ศิษย์สายในอย่างเต็มภาคภูมิแล้ว ไม่ห่างไปนั้นล้วนมีศิษย์หลักของแต่ละตำหนักที่ยืนประจำการอยู่รวมไปถึงบรรดาศิษย์ผู้สืบทอดทั้งสี่ต่างยืนอยู่ในแถวถัดมาของเหล่าบรรดาผู้าุโที่มีความแกร่งกล้าสมกับเป็กองกำลังหลักของสถานศึกษาตลอด่เวลาที่ผ่านมา
ผู้นั่งอยู่ตรงกลางคือท่านเจียงเฉิงผู้เป็เ้าสำนักสำนักศึกษาเหมันต์พันตะศักดิ์สิทธิ์ หนึ่งในสิบอันดับสุดยอดผู้ฝึกตนที่แข็งแกร่งที่สุดในทำเนียบของมหาทวีปบูรพา ผู้ที่เปรียบได้ดั่งตำนานที่ยังมีลมหายใจที่เป็ต้นแบบของรุ่นเยาว์ผู้ฝึกตนหลายคน กล่าวได้ว่าตัวตนของเ้าสำนักศึกษาเหมันต์พันตะศักดิ์สิทธิ์เป็อีกหนึ่งเหตุผลที่รุ่นเยาว์หลายคน้ามาเป็ศิษย์ในสำนักศึกษาแห่งนี้
"ในฐานะของเ้าสำนักศึกษาเหมันต์พันตะศักดิ์สิทธิ์รู้สึกยินดีเป็อย่างมากที่ได้พวกเ้าเป็ศิษย์ในปีนี้...การทดสอบต่อไปพวกเ้าจะต้องประลองกับศิษย์สายนอกปีสองเพื่อแสดงคุณสมบัติและพลังฝีมือของตนออกมาเพื่อแสดงให้เห็นประจักษ์แก่เ้าตำหนักอย่างเต็มที่ พวกเ้าจะถูกสุ่มจับประลอง ไม่ว่าจะแพ้หรือชนะข้าหวังว่าพวกเ้าจะทำออกมาให้ดีที่สุดเพราะสุดท้ายผู้ที่ได้รับผลประโยชน์ที่สุดก็คือตัวของพวกเ้า..." ท่านเ้าสำนักเจียงเฉิงเอ่ยขึ้นพร้อมกับมองไปโดยรอบก่อนที่สายตาแหลมคมที่ไม่อาจคาดเดาได้
บรรยากาศแห่งความตื่นเต้นและความคาดหวังยังคงแผ่ซ่านไปทั่วขณะที่รุ่นเยาว์ชายหญิงบางคนได้เริ่มเตรียมตัวสำหรับขั้นตอนการคัดเลือกที่เข้มข้นซึ่งจะตัดสินอนาคตของพวกเขาในสำนักศึกษาเหมันต์พันตะศักดิ์สิทธิ์หลังจากนี้แน่นอนว่าพวกเขาจะต้องผ่านการทดสอบความสามารถเบื้องต้นซึ่งรวมถึงการทดสอบพลังปราณที่อยู่และแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นที่จะปฏิบัติตามกฎของสำนัก บรรดารุ่นเยาว์เหล่านี้ได้สดับฟังต่างใจเต้นระรัวด้วยความตื่นเต้นและความกังวลเล็กน้อย จากนั้นบรรดาเ้าตำหนักทั้งสี่และผู้าุโประจำตำหนักแต่ละหลังต่างยืนขึ้นและกล่าวต้อนรับและพูดคุยรายละเอียดสำคัญอีกเล็กน้อยด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่นให้เข้าใจตรงกัน
" พวกเ้าจงแยกย้ายไปพักผ่อนเตรียมตัวเสีย การทดสอบจะเริ่มขึ้นในอีกหนึ่งชั่วยามหลังจากนี้..." โจวห่าวหรือผู้หนึ่งในสามผู้คุมกฎเอ่ยขึ้นหลังจากที่ได้แจกจ่ายป้ายหยกตัวเลขประจำตัวแก่รุ่นเยาว์ชายหญิงทั้งหมดนี้แล้ว จากนั้นบรรดารุ่นเยาว์เหล่านี้จึงได้แยกย้ายไปไม่ห่างไปนัก
"ผู้าุโโจวไม่แน่ใจว่าเกิดข้อผิดพลาดขึ้นหรือไม่ ดูเหมือนว่าป้ายหยกประจำตัวชั่วคราวจะตกหล่นไปขอรับ..." หนึ่งในผู้าุโระดับสูงที่ได้รับหน้าที่ช่วยดูแลการทดสอบครั้งนี้รายงานให้รับรู้
"เป็ไปได้อย่างไรกัน?? ในการทดสอบศิษย์ใหม่ในปีนี้มีผู้ผ่านการทดสอบเพียงสี่สิบสามคนเท่านั้นที่ผ่านมาถึงทางเข้าหน้าสำนักได้ทันกำหนดเวลา เช่นนั้นแล้วป้ายหยกประจำตัวชั่วคราวจะตกหล่นไปได้อย่างไรกัน..." โจวห่าวเอ่ยด้วยความสงสัย เนื่องจากยามนี้พวกเขาล้วนมีรายชื่อของศิษย์สายนอกที่ผ่านการทดสอบครั้งแรกแล้วทั้งสิ้น
"แต่ว่าผู้าุโเกาที่คอยประจำการอยู่ตรงทางเข้าได้ส่งสารรายงานว่ามีรุ่นเยาว์ผู้หนึ่งที่ยืนลับ ๆ ล่อ ๆ อยู่หน้าสำนัก บางทีอีกฝ่ายอาจจะรายงานตัวตกหล่นก็เป็ไปได้แลตอนนี้เขากำลังถูกพาตัวมาแล้วขอรับ" ผู้าุโคนเดิมตอบกลับไปด้วยความสงสัยไม่แพ้กัน
"คำนับผู้าุโคุมกฎโจวห่าวและผู้าุโเสิ่นขอรับ เป็รุ่นเยาว์ผู้นี้ที่ข้ารายงานว่าเขาอาจจะตกหล่นรายชื่อผู้ผ่านการทดสอบครั้งแรกไป เ้าชื่อว่าอะไรจงบอกไปเสีย"
"ข้ามีนามว่าหนิงอ้าย แซ่หวังขอรับ..." หนิงอ้ายตอบกลับไป
""หวังหนิงอ้ายอย่างนั้นรึ!!! ข้าคงไม่ได้หูฝาดไปใช่หรือไม่ เป็ไปได้อย่างไรกัน!!!" แน่นอนว่าโจวห่าวที่รับหน้าที่ดูแลการทดสอบศิษย์ใหม่นั้นย่อมคุ้นเคยกับชื่อนี้เป็อย่างดี ในการทดสอบศิษย์ใหม่ในปีนี้หวังหนิงอ้ายถือได้ว่าเป็หนึ่งในสุดยอดรุ่นเยาว์ที่มากไปด้วยพร์โดดเด่น
"แต่เหตุใดใบหน้าเ้าข้าจึงไม่คุ้นเคยเท่าไหร่นัก...มิใช่ว่าเ้าได้ตกตายไปในเหตุการณ์ที่หมู่บ้านไท่หลุนอย่างนั้นรึ?? ข้าจะเชื่อได้อย่างไรว่าเ้าไม่ได้ปลอมแปลงตัวแอบอ้างใช้ชื่อนี้กัน" พินิจมองชายหนุ่มตรงหน้านี้ไม่คล้ายคลึงกับหวังหนิงอ้ายในความทรงจำเท่าไหร่นัก
อีกทั้งหากอีกฝ่ายยังมีชีวิตจริงย่อมมีอายุสามสิบกว่าปีแล้ว หาใช่เป็เพียงชายหนุ่มอายุยี่สิบปีเช่นนี้ ยากที่จะเชื่อได้ว่ารุ่นเยาว์ที่ถูกแม่ทัพมารสังหารในครั้งนั้นจะหวนคืนกลับมามีชีวิตอีกครั้ง หากอีกฝ่ายยังมีชีวิตอยู่และหวนกลับคืนสำนักเช่นนี้ก็นับว่าเป็เื่ราวที่ดียิ่ง แต่อย่างไรพวกเขาจำเป็ต้องเฝ้าระวังเช่นกันเพราะอีกฝ่ายอาจเป็พวกเผ่าพันธ์มารปีศาจที่แอบอ้างปลอมตัวมาก็เป็ไปได้ จึงสมควรพาอีกฝ่ายไปพบเจอกับผู้ที่สามารถพิสูจน์ตัวตนได้เพื่อความไม่ประมาท
"ตอนนี้ท่านเ้าสำหนัก เ้าตำหนักทั้งสี่รวมไปถึงบรรดาผู้าุโต่างเข้าร่วมประชุมปรึกษาหารือกันอยู่ทั้งศิษย์สืบทอดและศิษย์หลักของแต่ละตำหนักก็อยู่ที่นั่นแล้วกัน เ้าจงติดตามข้ามาแล้วกัน" โจวห่าวตัดสินใจในที่สุด
"รบกวนผู้าุโได้โปรดนำทางขอรับ..." หนิงอ้ายเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงยินดี ก่อนจะใช้ท่าร่างวิชาตัวเบาเร่งติดตามไปในทันที
แม้บรรดาผู้ฝึกตนรุ่นเยาว์ชายหญิงที่อยู่โดยรอบจะไม่อาจจะได้ยินบทสนทนา ทว่าการปรากฏตัวของรุ่นเยาว์ผู้หนึ่งที่มีความโดดเด่นดึงดูดสายตาเช่นนี้จึงได้เรียกความสนใจของทุกคนให้จับจ้องการกระทำของอีกฝ่ายด้วยความสงสัยอยู่ในใจ ทั้งยังคิดเห็นตรงกันว่าชายหนุ่มผู้นี้ช่างมีใบหน้าที่งดงามเป็อย่างมากราวกับว่าเขานั้นเป็ดั่งเทพเซียนในตำนานเื่เล่า ผิวกายนวลเนียนราวหิมะแรกโปรยปราย ดวงตาสีดำอำพันเปล่งประกายดุจดวงดาวในยามราตรี ริมฝีปากอวบอิ่มสีชมพูระเรื่อราวกลีบกุหลาบแรกแย้ม เส้นผมยาวสลวยดุจสายน้ำตกไหลลงมาจากสรวง์
ความงามนี้เปรียบได้ดั่งภาพวาดของจิตรกรเอกที่บรรจงรังสรรค์ด้วยหัวใจอันเปี่ยมไปด้วยความรักและความทุ่มเท เขาคือความสมบูรณ์แบบที่ธรรมชาติรังสรรค์ขึ้นมาอย่างประณีตราวกับนางเซียนที่หลงทางมาจากแดน์ที่สามารถสะกดสายตาของผู้คนที่จับจ้องราวกับต้องมนตร์จนหลงใหลและลืมเลือนสิ่งรอบข้างไปชั่วขณะ
‘ชายหนุ่มผู้นั้นเป็ใครกันเหตุใดจึงได้งดงามเช่นนี้...’
‘ข้าไม่คุ้นหน้าเขาเพียงนิด ในบรรดาผู้ผ่านการทดสอบข้าเชื่อว่าไม่เคยพบเจอเขามาก่อน…’
‘พวกเ้าดูนั่น วิชาตัวเบาของเขารวดเร็วยิ่ง ทั้งกลิ่นอายที่ปลดปล่อยออกมานั้นช่างลึกล้ำยิ่งนัก...’
ใช้เวลาเพียงไม่นานก็มาถึงห้องโถงประชุมภายในสำนักศึกษาเหมันต์พันตะศักดิ์สิทธิ์ ที่อบอวลไปด้วยบรรยากาศสงบและศักดิ์สิทธิ์ ห้องโถงกว้างใหญ่ตกแต่งด้วยโทนสีขาวและทองอร่าม ส่องประกายระยิบระยับจากแสงเทียนนับพันดวงที่เรียงรายอยู่ตามผนังและเพดาน ผนังห้องโถงประดับด้วยภาพวาดและงานแกะสลักที่เล่าเื่ราวเกี่ยวกับประวัติศาสตร์และคำสอนของสำนักศึกษา กลิ่นหอมของธูปและดอกไม้ลอยอบอวลไปทั่วห้อง สร้างความรู้สึกสงบและผ่อนคลายประสานไปกับเสียงสวดมนต์อันไพเราะกังวานไปทั่วทุกมุมห้องทำให้จิตใจของผู้มาเยือนสงบและเป็สุขยิ่ง
"ขออภัยทุกท่าน...ผู้าุโโจวห่าวมีเื่เร่งด่วนที่้าแจ้งขอรับ..."
"ไม่เป็ไร เชิญผู้าุโโจวเข้ามาได้!!!"
สิ้นเสียงอนุญาติดังกล่าว เมื่อบานประตูถูกเปิดออกจึงได้เผยผู้มาเยือนทั้งสองซึ่งสร้างความสนใจแก่ทุกคนในที่นี้เป็อย่างยิ่ง โดยเฉพาะชายชุดรูปงามที่เดินติดตามหลังมานั้นกลิ่นอายของพลังปราณอันลึกล้ำไม่อ่อนด้อยได้แผ่ซ่านกำจายออกมาชวนให้รู้สึกสงสัยยิ่งนัก
"ขออภัยที่เข้ามารบกวนทุกท่าน ข้ามีเื่บางประการที่จะเรียนแจ้งเกี่ยวกับชายหนุ่มผู้นี้ เ้าจงเอ่ยแนะนำตัวเสียสิ..." โจวห่าวประสานมือขึ้นเล็กน้อยก่อนจะก้าวถอยหลังผายมือให้ชายหนุ่มก้าวไปยังเบื้องหน้า
"คำนับท่านเ้าสำนัก ท่านอาจารย์และเ้าตำหนักทั้งสามรวมไปถึงศิษย์พี่ทุกท่าน ข้า หวังหนิงอ้ายขอรับ" หนิงอ้ายเอ่ยขึ้นพร้อมกับประสานมือคำนับด้วยท่าทีมารยาท ทั้งยังปลดปล่อยพลังปราณราชทินนามเทพยุทธ์ิญญาขั้นสูงที่ถือครองอยู่ออกมาพร้อมกับแผ่จิตััของนักปรุงโอสถระดับสูงสะกดข่มพื้นที่โดยรอบ จากนั้นจึงได้ผายมือออกไปเบื้องหน้าก่อนที่เปลวเพลิงสีแดงส้มทองประกายรุ้งจะปรากฎเหนือฝ่ามือตรงหน้า
แน่นอนว่าการยืนยันตัวตนเช่นนี้กับลู่ซีที่เป็พี่ชายบุญธรรมนั้นย่อมรับรู้ได้ว่าชายหนุ่มตรงหน้านี้เป็น้องชายของตนจริง ๆ ส่วนเ้าตำหนักเหวินหวู่ ผู้ที่เคยสั่งสอนหนิงอ้ายหลอมสร้างปรุงโอสถย่อมคุ้นเคยกับเปลวเพลิงสายนี้อยู่ไม่น้อย แม้ว่าเปลวเพลิงตรงหน้าจะถูกยกระดับเหนือชั้นไปไม่รู้กี่เท่า ทว่ารากฐานยังคงเป็เปลวเพลิงสีแดงพิสุทธิ์ที่เต็มไปด้วยกลิ่นอายของพลังชีวิตอันเป็ความพิเศษของสายเืตระกูลหวังนั่นเอง
“เป็เขาจริง ๆ ศิษย์ของข้ากลับมาแล้ว...” แม้เสียงนี้จะบางเบาสักเท่าใด ว่าทุกคนในที่นี้ล้วนเป็ผู้ฝึกตนระดับสูงที่ไม่อ่อนด้อย จึงได้ยินถ้อยคำกล่าวของเ้าตำหนักเหวินหวู่ผู้เป็อาจารย์ได้ยืนยันตัวตนว่าชายหนุ่มตรงหน้านี้เป้นตัวจริงหาใช่ถูกแอบอ้างแต่อย่างใด
“ก่อนหน้านี้ข้าได้รับสารเวทย์จากท่านประมุขหวังจิ่งหลงแล้ว ชายหนุ่มตรงหน้านี้คือหวังหนิงอ้ายจริง ๆ เพียงแต่ว่าส่วนรายละเอียดนั้นค่อยพูดคุยหลังจากนี้” เจียงเฉิงกล่าวด้วยความยินดี
ลู่ซีที่ยืนอยู่ไม่ไกลไปนั้นได้มุ่งตรงเข้าสวมกอดพร้อมกับลูบศีรษะของหนิงอ้ายด้วยความเอ็นดู แม้ว่าท่านตาจะแจ้งให้ทราบก่อนแล้วว่าน้องชายของเขาได้หวนคืนอีกครั้งอย่างไรก็ไม่อาจเทียบเท่ากับการได้เห็นและััตัวจริงเช่นนี้ จากนั้นบรรดาสหายคนอื่นที่เหลือของหนิงอ้ายต่างเข้ามาพูดคุยทักทายด้วยความยินดีอย่างถึงที่สุด…
