หนิงเทียนไม่เคยก้าวเข้าสู่ขอบเขตเปลี่ยนผ่าน และไม่รู้สถานการณ์ของขอบเขตนี้มากนัก
แต่หนิงเทียนก็นึกถึงสถานการณ์ของขอบเขตรวบรวมและจิตหยั่งลึกอย่างรอบคอบ และรู้สึกว่าคำพูดของอสูรสามเศียรไม่เหมาะสำหรับผู้บำเพ็ญในดินแดนหยวนซิง
ยกตัวอย่างเช่นจื๋อซิว ในยามที่อยู่ในขอบเขตจิตหยั่งลึก พวกเขาจะมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดระหว่างรากจิติญญาที่ควบแน่นอยู่ในเส้นลมปราณและรากบ่มเพาะของตน
ผู้บำเพ็ญสายรากพฤกษาส่วนใหญ่เป็ดอกไม้ หญ้า ต้นไม้ และเถาวัลย์ ในขณะที่สายรากอสูรเป็ของนก สัตว์ แมลง และปลา การจะให้มีเส้นลมปราณหลักทั้งเก้าเส้นที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงแบบหนิงเทียนนั้นเป็สิ่งที่หายากอย่างยิ่งและทำได้ยากมาก
เห็นได้ชัดว่าสิ่งนี้ขัดแย้งกับสามัญสำนึกพื้นฐานที่สุดที่พูดโดยอสูรสามเศียร
หนิงเทียนหยิบยกข้อสงสัยนี้ขึ้นมา
อสูรสามเศียรกล่าวว่า “ดินแดนหยวนซิงที่เ้าอยู่นั้นเป็เพียงดินแดนชั้นล่าง มันเป็ของดินแดนแนวชายแดนป่าเถื่อน มีข้อบกพร่องมากมายในวิธีการและหนทางการบ่มเพาะ และการสืบทอดจากรุ่นสู่รุ่นทำให้ผู้คนจำนวนมากเดินไปในทิศทางที่ผิดั้แ่ต้น ซึ่งเป็ผลให้ความแข็งแกร่งโดยรวมมีน้อยลง”
“หนทางการบ่มเพาะในโลกของเ้าแตกต่างจากของเราหรือไม่?” หนิงเทียนถามกลับ
“แตกต่างอย่างมาก เริ่มต้นด้วยการสร้างรากฐาน ข้อกำหนดในทุกขั้นมีความเข้มงวดอย่างยิ่ง การเลื่อนขั้นนั้นยากกว่าของเ้าเป็ร้อยเท่า อาจต้องทำลายสรรพสัตว์ทั้งหลาย อาจกลายเป็ผู้โด่งดังในวงการผู้บำเพ็ญ”
“ดูเหมือนว่าข้าจะต้องเข้มงวดกับตัวเองมากขึ้น เพื่อที่ข้าจะได้เอาชนะเ้าและเหยียบย่ำเ้าไว้ใต้เท้าของข้าได้ในอนาคต”
หนิงเทียนยืนขึ้นและจ้องมองไปที่หอคอยน้อย บนแท่นทรงกลมด้วยความมั่นใจ
“พูดเช่นนี้ ไม่ช้าก็เร็วเ้าจะถูกทุบตีจนตาย”
อสูรสามเศียรไม่พอใจเล็กน้อย หนิงเทียนเป็คนแข็งแกร่งและทรงพลัง แต่ทำไมเขาถึงไม่เข้าใจคุณธรรมของความถ่อมตนบ้าง?
“จะได้รับโอกาสจากหอคอยน้อยได้อย่างไร?”
อสูรสามเศียรพูดว่า “เ้าไม่อาจชนะข้าได้ ในเมื่อเสมอกัน เช่นนั้นข้าจะมอบเพียงโอกาสเดียวให้แก่เ้า”
“ทำไมถึงขี้เหนียวขนาดนี้? ตามที่สัญญาไว้ก่อนหน้านี้ ตราบใดที่เสมอกัน ก็สามารถรับโอกาสได้ที่นี่ได้ ทว่ายามนี้...”
“ที่นี่มีโอกาสที่ดีสองอย่าง ถ้าเ้าชนะ ข้าย่อมมอบมันให้เ้า แต่ในเมื่อเสมอกัน เ้าก็สามารถเลือกได้เพียงอย่างใดอย่างหนึ่งเท่านั้น”
“เ้าคนขี้เหนียว มอบทุกอย่างให้ข้าไม่ได้หรือ?”
“ไม่ได้ นี่คือกฎ”
อสูรสามเศียรนั้นหัวโบราณมากและมันพูดคำไหนคำนั้น
หนิงเทียนอยากจะทุบตีอีกฝ่าย แต่หลังจากคิดเื่นี้แล้ว เขาก็ตัดสินใจว่าปล่อยเื่นี้ไป นั่นเพราะเขาไม่อาจทำให้อีกฝ่ายขุ่นเคืองได้
“โอกาสสำคัญสองประการคืออะไร? เ้าบอกข้ามาก่อนสิ ข้าจะได้เลือกถูก”
อสูรสามเศียรกล่าวว่า “ประการแรกคือหอคอยน้อยนี้ และประการที่สองคือสิ่งที่อยู่ภายในหอคอยน้อย”
“อะไรอยู่ข้างใน?”
อสูรสามเศียรเพิกเฉยและพูดอย่างเฉยเมย “เ้าต้องเลือกแล้ว หากเงียบหมายความว่าเ้าล้มเลิก”
“ทำไมถึงเร่งข้าเช่นนี้? เ้าควรให้เวลาข้าคิดเื่นี้ก่อนสิ”
“ข้าจะนับสาม หนึ่ง...สอง...”
หนิงเทียนอยากจะสาปแช่ง เขามองอสูรสามเศียรอย่างแค้นเคือง ก่อนจะมองย้อนกลับไปที่หอคอยน้อย และเห็นว่ามันดูเรียบง่ายและเก่าแก่ ทว่ามีแสงศักดิ์สิทธิ์ไหลเวียนอยู่ภายใน
“ข้าเลือกสิ่งที่อยู่ภายในหอคอยน้อย”
อสูรสามเศียรฮึมฮัม “ฉลาดเลือก แต่ลืมไปว่าเื่เล็กน้อยทำให้เสียเื่ใหญ่”
“อย่ามาหลอกข้านะ ข้าจะเลือกสิ่งที่อยู่ในหอคอยน้อย”
อสูรสามเศียรเปลี่ยนหน้า ศีรษะหญิงสาวหันมาเผชิญหน้ากับหนิงเทียนแล้วพูดด้วยรอยยิ้ม “หอคอยน้อยเป็ตัวแทนของมรดก ขณะที่สิ่งที่อยู่ข้างในแสดงถึงความรับผิดชอบ เนื่องจากตอนนี้เ้าได้เลือกสิ่งที่อยู่ภายในแล้ว เ้าจงเตรียมจิตใจให้พร้อม”
“รับผิดชอบอะไร?”
“ภารกิจที่ยากลำบาก”
อสูรสามเศียรยืนขึ้น ก่อนจะยื่นมือออกมาวางลงบนแท่นทรงกลม ทันใดนั้นแท่นทรงกลมก็เริ่มเคลื่อนไหว แสงศักดิ์สิทธิ์ต่างๆ เคลื่อนมาผสมผสานกัน ก่อให้เกิดเสียงดังกึกก้อง
ลวดลายนกไท่หยางส่องสว่างขึ้นบนระนาบของแท่นทรงกลม ราวกับนกไท่หยางตัวจริงที่โผบินสู่ท้องฟ้า ก่อนพ่นเปลวเพลิงที่แผดเผาท้องนภาและปกคลุมหอคอยน้อยที่เรียบง่ายเอาไว้
“มานี่สิ”
อสูรสามเศียรบอกให้หนิงเทียนเข้ามาใกล้ และให้เขายื่นมือขวาออกมาวางมันลงบนแท่นทรงกลม
่เวลาต่อมา พลังอันน่าสะพรึงกลัวก็เข้ามาเกาะติดกับแขนของหนิงเทียน ราวกับว่ามัน้าดูดซับเนื้อ เื และจิติญญาทั้งหมดของเขา และดึงิญญาออกจากร่าง
“เปิดปาก”
อสูรสามเศียรบอกเสียงต่ำ หนิงเทียนเปิดปากออกตามสัญชาตญาณ แต่ดวงตาของเขายังคงจับจ้องไปที่หอคอยน้อย โดยให้ความสนใจกับการเปลี่ยนแปลงของมัน
แท่นทรงกลมสั่นะเื หอคอยน้อยลอยขึ้น รังสีของเปลวเพลิงพุ่งออกมาจากหอคอยและพุ่งเข้าปากของหนิงเทียน
“บ้าเอ๊ย นั่นมันอะไรน่ะ?”
หนิงเทียนะโด้วยความรู้สึกเหมือนถูกหลอก
“นั่นคือสิ่งที่เ้า้า”
อสูรสามเศียรดึงมือกลับคืน แท่นทรงกลมเริ่มปรับระดับ หอคอยน้อยลอยกลับไปยังตำแหน่งเดิม ทว่าแสงศักดิ์สิทธิ์ที่ไหลภายในหอคอยหายไปแล้ว
หนิงเทียนรู้สึกราวกำลังกลืนก้อนไฟ เืในร่างกายเดือดพล่าน ทุกส่วน ทุกชุ่นของเืเนื้อขยายตัวอย่างรวดเร็ว จนร่างกายของเขาเริ่มเกิดการฉีกขาด
ความเ็ปลุกลามไปทั่วร่างกาย ิัของหนิงเทียนร้อนราวกับไฟ เขารู้สึกว่าเนื้อและเืกำลังลุกไหม้ด้วยอุณหภูมิที่สูงจนต้องกรีดร้องด้วยความหวาดกลัว
“นี่มันบ้าอะไรเนี่ย?”
อสูรสามเศียรกล่าวว่า “ประกายไฟ จำไว้ว่าต้องหลอมรวมมันเข้ากับจิตเต๋า กระบวนการนี้อันตรายมาก แต่มันสามารถเพิ่มฐานบ่มเพาะของเ้าได้เป็อย่างดี แต่จำไว้อย่างหนึ่งว่า ถ้าเ้าทนไม่ไหว เ้าจะตาย”
“จะหลอมรวมอย่างไร? ยามนี้ข้ารู้สึกราวกับกำลังจะถูกไฟคลอกตาย”
“นั่นก็เื่ของเ้า ข้ามีหน้าที่แค่เตือนเ้าเท่านั้น”
อสูรสามเศียรหัวเราะเบาๆ ก่อนจะหันหลังกลับแล้วเดินไปอีกด้านหนึ่ง
หนิงเทียนโกรธมาก แต่ในเวลานี้ไฟในร่างกายกลับลุกไหม้มากขึ้นเรื่อยๆ สิ่งนี้ทำให้เขารู้สึกเหมือนชีวิตกำลังจะเหือดแห้ง
หนิงเทียนนั่งขัดสมาธิ แล้วใช้ยุทธศาสตร์ครอง์อย่างบ้าคลั่ง กล้วยไม้เซียนเก้าชีวิตในตันเถียนััได้ว่าชีวิตของหนิงเทียนถูกคุกคาม มันจึงตื่นขึ้นมาทันที พร้อมกับปลดปล่อยคลื่นพลังผันผวนออกมาไม่หยุด
ประกายไฟที่อสูรสามเศียรกล่าวถึงคือเปลวเพลิงสีฟ้า แต่มันมีพลังอันน่าสะพรึงกลัวอย่างไม่อาจอธิบายได้
แหล่งชีวิตของหนิงเทียนเริ่มเหือดแห้งและหมดแรงอย่างรวดเร็วภายใต้เปลวเพลิงที่ลุกไหม้ ชีวิตของเขาถูกคุกคามอย่างแท้จริง
กล้วยไม้เซียนเก้าชีวิตตื่นตระหนก ใบไม้ทั้งสี่เต็มไปด้วยแสงแห่งความโกลาหล ก่อนจะกลายเป็เส้นสายลึกลับ พุ่งเข้าห่อหุ้มเปลวเพลิงและพยายามควบคุมพลังทำลายล้างของมันเอาไว้
เปลวเพลิงโต้กลับด้วยการปลดปล่อยพลังแสงที่เผาผลาญทุกสิ่ง และพยายามทำลายร่างกายของหนิงเทียนต่อไป
กล้วยไม้เซียนเก้าชีวิตใช้แสงแห่งความโกลาหลในการสลายและต่อต้านพลังของเปลวเพลิง จากนั้นชี้นำและแยกแยะเปลวเพลิงออกเป็สายหลักเก้าสาย นำทางมันเข้าสู่แผนที่จิติญญาหลักทั้งเก้าตามการแบ่งและแยกแยะ
วิธีนี้ได้ผลชัดเจน แต่พลังที่ปล่อยออกมาจากเปลวเพลิงยังคงถูกเก็บไว้ในร่างกายของหนิงเทียน และมีการสะสมอย่างต่อเนื่องซึ่งก่อให้เกิดภัยคุกคามเช่นเดิม
จะแก้ไขพลังนี้และกลืนกินมันอย่างไร?
หนิงเทียนนึกถึงคำเตือนของอสูรสามเศียร ก่อนจะหลอมประกายไฟเข้าไปในจิตเต๋าของตน กระบวนการนี้สามารถเพิ่มความแข็งแกร่งในการฝึกฝนของเขาได้อย่างมาก
ตอนนี้เขาอยู่ในขั้นสามของขอบเขตผนึกดารา เป็ไปได้หรือไม่ที่ในกระบวนการนี้จะช่วยส่งเขาให้ไปถึงขั้นสี่หรือแม้แต่ขั้นห้าของขอบเขตผนึกดาราได้?
เมื่อคิดถึงสิ่งนี้ หนิงเทียนก็กัดฟันและอดทนต่อความเ็ปรุนแรงจากการถูกเผาไหม้ภายในร่างกาย และเริ่มควบแน่นกระแสวังวนพลังในเส้นลมปราณที่สี่ทันที
พลังที่ปล่อยออกมาจากเปลวเพลิงนั้นรุนแรงอย่างยิ่ง ท่ามกลางแสงแห่งความโกลาหลมันพุ่งทะลุทะลวงซึ่งกันและกันภายใต้กระบวนการควบแน่นกระแสวังวนพลัง ทำให้เกิดปฏิกิริยาแปลกแยกที่เร็วขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งแทบจะทำให้เส้นลมปราณของเขาแตกสลาย
“มันทำข้าเจ็บแทบตาย ไม่ได้แล้ว ปริมาณการใช้นี้ช้าเกินไป ขอต่อด้วยการปลูกเส้นลมปราณครั้งที่ห้าเลยแล้วกัน”
ใบหน้าของหนิงเทียนบิดเบี้ยว เขาเลือกที่จะควบแน่นกระแสวังวนพลังในเส้นลมปราณที่สี่และห้าในเวลาเดียวกันเพื่อลดแรงกดดันต่อร่างกาย
วังวนเก้าแห่งก่อตัวขึ้นในพริบตา และต่อด้วยวังวนแปดสิบเอ็ดแห่งซึ่งใช้เวลาเพียงพริบตาเดียวเท่านั้น จากนั้นวังวนเจ็ดร้อยยี่สิบเก้าแห่งก็ตามมาในเวลาเพียงหนึ่งก้านธูป ความเร็วนี้ทำให้หนิงเทียนกลัวแทบตาย
ร่างกายของหนิงเทียนเดือดพล่าน เสื้อผ้าลุกไหม้ กายาสุวรรณะนิรันดร์ของเขาเปล่งประกายด้วยลวดลายสีทอง เื กล้ามเนื้อ กระดูก เยื่อหุ้ม และอวัยวะทั้งหมดในร่างกายล้วนอยู่ในภาวะคับแคบอย่างยิ่ง ราวกับถูกหลอมด้วยเตาศักดิ์สิทธิ์ที่ช่วยขจัดสิ่งสกปรกจำนวนมากออกไป
อสูรสามเศียรให้ความสนใจอย่างใกล้ชิดกับการเคลื่อนไหวของหนิงเทียน แท้ที่จริงแล้วในดวงตาของมันมีทั้งความกังวลและคาดหวัง
ประกายไฟเพียงก้อนเดียวสามารถทำให้เกิดไฟเผาทุ่งได้ เปลวเพลิงนี้ซ่อนอยู่ในหอคอยน้อย ซึ่งแสดงให้เห็นว่าต้นกำเนิดของมันนั้นไม่ธรรมดา แต่อสูรสามเศียรไม่ได้อธิบายเื่นี้
ร่างกายของหนิงเทียนกลายเป็สีแดง แม้แต่เส้นผมยังพลิ้วไหวด้วยแสงสีแดงฉาน ดวงตาสว่างจ้าด้วยเพลิงที่ลุกโชน ดอกไม้ หญ้า ต้นไม้ เถาวัลย์ ดิน ไฟ น้ำ ลม และประตูสู่์ล้วนปรากฏภายนอกร่างกาย
แผนที่จิติญญาทั้งเก้ากำลังเคลื่อนไหว หอคอยพลังทั้งสามเกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างบ้าคลั่ง ชี้นำพลังให้มารวมตัวเป็กระแสวังวนพลัง ในเวลาเพียงครึ่งชั่วยาม หอคอยพลังในเส้นลมปราณที่สี่ก็เสร็จสมบูรณ์
หนิงเทียนส่งเสียงกรีดร้องแหลมคมออกมาในขณะที่เปลวเพลิงเกิดการปะทุ เปลวเพลิงในร่างกายดูเหมือนจะหดตัวลงหนึ่งในสิบ นี่เป็เหตุจากการที่พลังงานจึงถูกใช้ไป
หลังจากนั้นไม่นานหอคอยพลังในเส้นลมปราณที่ห้าก็เริ่มเป็รูปเป็ร่าง กระแสวังวนพลังเจ็ดพันสามร้อยแปดสิบแห่งรวมเข้ากับพลังของแสงและเปลวเพลิงที่สับสนวุ่นวาย ในขณะที่เปิดใช้งานและจุดประกายไฟ หอคอยพลังอีกสี่แห่งก็สั่นะเืและส่งเสียงคำรามราวกับจะตอบสนอง
เปลวเพลิงที่ห่อหุ้มด้วยกล้วยไม้เซียนเก้าชีวิตหดตัวลงหนึ่งในสาม พลังที่ลุกไหม้ท้องฟ้าอย่างรุนแรงถูกดูดซับโดยหอคอยพลังทั้งห้า ก่อนที่พลังทำลายล้างจะถูกระงับลง
ทว่าวิกฤติของหนิงเทียนยังไม่ได้รับการแก้ไข การรวมเปลวเพลิงนี้เข้ากับจิตเต๋าถือเป็ประเด็นที่สำคัญที่สุด
หนิงเทียนไม่ทราบวิธีการเฉพาะ แต่กล้วยไม้เซียนเก้าชีวิตดูเหมือนจะคุ้นเคยกับมัน กล้วยไม้เซียนเก้าชีวิตมีปฏิกิริยารุนแรงต่อเปลวเพลิงและดูเหมือนจะให้ความสำคัญกับมันมาก
เมื่อครั้งที่หนิงเทียนยังอยู่ในขอบเขตจิตหยั่งลึก ดอกไม้ หญ้า ต้นไม้ และเถาวัลย์สอดคล้องกับแขนขา ดิน ไฟ น้ำ และลมสอดคล้องกับตา หู ปาก และจมูก ขณะที่ประตูสู่์สอดคล้องกับทะเลแห่งจิตสำนึก มีเพียงหัวใจในอวัยวะภายในทั้งห้าเท่านั้นที่ขาดหายไป
ในขณะนี้กล้วยไม้เซียนเก้าชีวิตกำลังนำทางเปลวเพลิง และพยายามรวมมันเข้ากับหัวใจของหนิงเทียน
อย่างไรก็ตามหัวใจเป็หนึ่งในห้าอวัยวะภายใน มันแตกต่างจากจิตเต๋า แต่มีความเชื่อมโยงกัน
จิตเต๋าคืออะไร นี่เป็คำถามที่หนิงเทียนต้องคิด แต่ตอนนี้เขาทำได้เพียงเชื่อฟังคำแนะนำของกล้วยไม้เซียนเก้าชีวิตและพยายามรวมเปลวเพลิงเข้าไปในหัวใจของตนก่อน
กระบวนการนี้อันตรายอย่างยิ่ง หนิงเทียนตกอยู่ในอันตรายหลายครั้ง เปลวเพลิงรุนแรงเกินไป อวัยวะภายในทั้งห้าจึงเกิดความล้มเหลวขึ้น
ใจที่ไร้จิตเต๋า ไม่อาจได้รับการยอมรับได้
นี่เป็ปัญหาเร่งด่วนที่สุดที่หนิงเทียนต้องแก้ไขในตอนนี้
จิตเต๋าคืออะไร?
หนิงเทียนสับสนมาก
มันคือความพากเพียร ความอุตสาหะ ความเมตตา ความยุติธรรม ความเหมาะสม และสติปัญญา หรือมันคือความหมายของการมีชีวิต?
หนิงเทียนรู้สึกว่ามีบางอย่างผิดปกติ จากมุมมองของการฝึกฝน เขารวมเข้ากับรากบ่มเพาะและกลายเป็ผู้บำเพ็ญ รากบ่มเพาะคือจิตเต๋าของเขา และเป็ตะเกียงนำทางจิติญญา
ในเมื่อนี่คือจิตเต๋าของจื๋อซิว แล้วทำไมต้องทำเื่ให้ยุ่งยากด้วย เพียงแค่ทำตามหัวใจ ทำตามความตั้งใจดั้งเดิม ปล่อยให้รากบ่มเพาะชี้นำ แล้วทุกอย่างจะเข้าที่ตามธรรมชาติ
เมื่อคิดได้เช่นนี้หนิงเทียนก็ไม่ยึดติดกับความสงสัยว่าจิตเต๋าคืออะไร และต้องหลอมรวมอย่างไรอีกต่อไป เขาแค่ปล่อยให้ธรรมชาติดำเนินไป และให้กล้วยไม้เซียนเก้าชีวิตนำทาง
นี่เป็เคล็ดลับจริงๆ และบังเอิญว่าเขาชนะเดิมพัน
พลังทำลายล้างของเปลวเพลิงค่อยๆ ลดลง นอกเหนือจากหอคอยพลังทั้งห้าแล้ว สิ่งที่ดูดซับพลังได้มากที่สุดก็คือกล้วยไม้เซียนเก้าชีวิต
เมื่อเพลิงไหม้กลายเป็เปลวเพลิงที่ทะลุเข้าไปในหัวใจของหนิงเทียน ทันใดนั้นเสียงภายในใจก็ดังขึ้น
“ชีวิตนิรันดร์ในกองไฟ ความตั้งใจถูกส่งต่อ ขับไล่ความมืดมิด ต่อสู้อีกครั้งในโลกมนุษย์...”
เสียงที่ชัดเจนทำให้หัวใจของหนิงเทียนตึงเครียด ความรู้สึกราวกับมีผู้อื่นอยู่ในหัวใจทำให้ผมของเขาตั้งตรง ความรู้สึกราวถูกยึดครองกระจายออกมา
เสียงนั้นไร้ตัวตนราวกับว่ามันมาจากกาลเวลาและมิติอันห่างไกล ดูเหมือนว่ามันจะมาจากสมัยโบราณ ทว่าความหมกมุ่นที่ส่งมาช่างแข็งแกร่งยิ่งนัก
