วันนี้เป็ที่จางฮูหยินมีความสุขในรอบสิบกว่าปีที่ผ่านมา เนื่องจากวันนี้นางได้ช่วยบุตรสาวอาบน้ำทำความสะอาดเส้นผม รวมถึงทำผมเช่นคุณหนูที่ปักปิ่นแล้วด้วยเครื่องประดับราคาแพง และเสื้อผ้าชุดใหม่ที่ทำจากผ้าไหมชั้นดีจากร้านผ้าชื่อดังแห่งเมืองหลวง เมื่อหญิงสาวที่ไร้เครื่องประทินโฉมหน้าตามอมแมมจากชนบท ได้ลอกคราบเก่าทิ้งไปกลายเป็คุณหนูแห่งจวนแม่ทัพใหญ่เจียง ที่ใบหน้ายามนี้ยิ่งน่ามองกว่าเดิมอีกหลายเท่าโดยเฉพาะดวงตาคู่นั้นของนาง
เมื่อจางฮูหยินได้พาอวี้จิ่นกลับมาพบบิดาและพี่ชายอีกครั้ง บุรุษทั้งสองยังต้องตะลึงกับการเปลี่ยนแปลงนี้ของนาง แม้แต่เจียงเล่อกับหลี่อี้ก็ยังเห็นด้วยกับเ้านายของตน ที่ลูกเป็ดขี้เหร่ได้กลายร่างเป็นางหงส์ไปแล้ว
“นะ นะ นี่เ้าใช่จิ่นเอ๋อร์น้องสาวของข้าจริงรึ ท่านแม่ลอกคราบน้องสาวของข้าจนจำคนก่อนหน้านี้ไม่ได้แล้วขอรับ ไม่ได้ ๆ ท่านพ่อข้าไม่ยอมให้น้องสาวออกจากจวนตัวคนเดียวแน่ ท่านพ่อต้องช่วยคัดเลือกสาวใช้หรือองครักษ์ที่มีวรยุทธ์เพื่อคอยติดตามดูแลจิ่นเอ๋อร์ ยามที่นางออกไปนอกจวนนะขอรับหาไม่แล้ว พวกบุรุษหน้าเหม็นต้องหมายตานางเป็แถวก็ได้นะขอรับท่านพ่อ” จางหยวนเห็นความงามของอวี้จิ่นก็หาพรรคพวกอย่างบิดาของตนทันที เนื่องจากในเมืองหลวงมีบุตรหลานขุนนางและคหบดีมากมายที่ชอบสตรีงดงาม
“อืม อาหยวนเ้าพูดได้ถูกต้องจิ่นเอ๋อร์ต้องมีสาวใช้ รวมถึงองครักษ์คอยติดตามยามที่้าออกไปนอกจวน เพราะจะให้อุดอู้อยู่เพียงในจวนคงเป็ไปไม่ได้เนื่องจากนางอยู่อย่างอิสระมาตลอด เ้าจะได้ทำตัวอย่างที่เคยเป็ขอเพียงแค่ในแต่ละวัน จิ่นเอ๋อร์ต้องเรียนมารยาทและความรู้พื้นฐานวันละหนึ่งชั่วยามกับมารดาของเ้า สิ่งไหนที่เ้าไม่ชอบจะไม่มีการบังคับใด ๆ ทั้งสิ้น” แม่ทัพใหญ่เห็นด้วยอย่างมากกับเื่องครักษ์ แต่ไม่วายตามใจอวี้จิ่นในสิ่งที่นางไม่ชอบไปอีก
“ขอบคุณท่านพ่อที่เข้าใจเ้าค่ะ เช่นนั้นขอเพิ่มสิ่งที่ต้องเรียนอีกหนึ่งอย่างได้ไหมเ้าคะ” เื่เรียนมารยาทนางย่อมรู้ว่ามีสิ่งใดบ้าง
“หืม จิ่นเอ๋อร์อยากเพิ่มอันใดอีกรึลองบอกพ่อมาสิ”
“อืม ข้าอยากจะขอเรียนขี่ม้าสัปดาห์ละสามครั้ง และอยากมีม้าเป็ของตนเองสักหนึ่งตัวด้วยเพราะข้าได้ขี่เ้าเสี่ยวเฟิงม้าของพี่ชายฟู่แล้วรู้สึกว่ามันสนุกมากเ้าค่ะท่านพ่อ” ยามที่เห็นฟู่หลงเหยียนนั่งอยู่บนหลังม้าแล้วท่าทางสง่างาม จนนางนั่งมองภาพนั้นไม่มีเบื่อแม้แต่น้อย
“ในเมื่อเป็ความชอบของจิ่นเอ๋อร์พ่อย่อมอนุญาตอยู่แล้ว ส่วนม้าพันธุ์ดีพ่อต้องใช้เวลาคัดเลือกให้เ้าสักหน่อยนะ จะใจร้อนมิได้เพราะหากไม่ฝึกให้มันเชื่องเสียก่อนยามเ้าขี่มันอาจเกิดอาการพยศ พ่อไม่อยากให้เ้าต้องาเ็เพราะเื่นี้” แค่เื่เรียนขี่ม้าคนเป็บิดาอย่างเขาจะไม่ยอมให้บุตรสาวเรียนได้อย่างไร มีคุณหนูหลายตระกูลที่ขี่ม้าเป็เพื่อนับว่ามันเป็ความสามารถอยางหนึ่งเช่นกัน
“ขอบคุณเ้าค่ะท่านพ่อ”
“เอาล่ะ ๆ เื่พวกนี้ไว้มาคุยทีหลังรีบไปเรือนชุ่ยฮวากันเถิด จิ่นเอ๋อร์จะได้ไปคารวะและยกน้ำชาให้ท่านแม่นะเ้าคะท่านพี่” จางฮูหยินเอ่ยเตือนกับสามีเื่ไปพบแม่สามี
“ขอบใจน้องหญิงที่ช่วยเตือนไปกันเถิด”
สี่คนพ่อแม่ลูกเดินไปพร้อม ๆ กันช่างเป็ภาพที่พวกบ่าวไพร่อยากเห็นมานาน จนเข้ามาถึงเรือนชุ่ยฮวาบ่าวไพร่ที่คอยรับใช้อยู่ที่นี่ ต่างมายืนรอดูอวี้จิ่นที่ได้ยินบ่าวคนอื่นบอกว่าคุณชายพาสตรีกลับมาที่จวน ฮูหยินผู้เฒ่านั่งรออย่างใจจดใจจ่อั้แ่มีบ่าวมารายงาน เื่ที่มีสตรีติดตามหลานชายมาด้วยหนึ่งคนแล้ว
“แอ๊ดดดด ปึง”
“ลูกคารวะท่านแม่ขอรับ/ลูกสะใภ้คารวะท่านแม่เ้าค่ะ”
“หลานคารวะท่านย่าขอรับ”
“อะ อะ อากุ่ยนี่คือหลานสาวของแม่ใช่หรือไม่” ฮูหยินผู้เฒ่าถามด้วยเสียงสั่นเครือ
“ใช่แล้วขอรับท่านแม่นางคือหลานสาวเพียงคนเดียวของท่านขอรับ” แม่ทัพใหญ่เห็นมารดามีรอยยิ้มเช่นนี้ค่อยใจชื้นขึ้นอีกหลายเท่า
อวี้จิ่นเดินเข้าไปใกล้ผู้เป็ย่าและคุกเข่าลงทำความเคารพ ก่อนจะรับถ้วยน้ำชามาถือไว้และยื่นให้กับท่านย่าของตน แต่ภาพที่ได้เห็นเมื่อมือของนางัักับมืออันเหี่ยวย่นนั้นทำอวี้จิ่นหยุดชะงักไปชั่วครู่
“หลานคารวะท่านย่าขอให้ท่านย่าสุขภาพแข็งแรง อายุยืนยาวร้อยปีอยู่กับพวกเราไปนาน ๆ นะเ้าคะ”
“หมับ!! หลานสาวของย่ายินดีต้อนรับเ้ากลับสู่ตระกูลเจียง หากที่เรือนขาดเหลือสิ่งใดก็ให้คนมาบอกกับย่าหรือแม่นมฮวนได้นะ”
“กึก....เอ่อ ขอบคุณท่านย่ามากเ้าค่ะ”
“ลุกขึ้นเถิดคุกเข่านาน ๆ ประเดี๋ยวหัวเข่าจะช้ำเอาได้”
“เ้าค่ะท่านย่า”
เมื่ออวี้จิ่นลุกขึ้นยืนและเดินไปนั่งเก้าอี้ของตน นางได้มองไปยังพี่ชายก่อนจะส่ายหน้าเล็กน้อย เพื่อบอกกับเขาว่ายังไม่ควรพูดอันใดในตอนนี้ เจียงหยวนจึงพยักหน้าตอบกลับไปให้นางเช่นกัน แต่การกระทำของสองพี่น้องไม่อาจเล็ดลอดสายตาของผู้เป็บิดาได้
แม้จะสงสัยว่าเกิดอันใดขึ้นแต่แม่ทัพใหญ่ไม่คิดถามในตอนนี้ เขาจะรอให้ถึงเวลากลับจากเรือนชุ่ยฮวาเสียก่อนค่อยสอบถามกับบุตรทั้งสองอีกครั้ง บรรยากาศในเรือนชุ่ยฮวากำลังเต็มไปด้วยความสุข แต่คนที่พานักโทษไปส่งยังกรมอาญาแล้วเสร็จ เมื่อกลับไปถึงจวนก็ต้องได้รับรู้เื่ราวอันน่ารังเกียจ ของสตรีที่ในอดีตเคยเป็คนรักจนเขาอยากฆ่านางให้ตายนัก
ฟู่หลงเหยียนกลับมาถึงจวนก็เห็นว่ามีรถม้าคันใหญ่ดูหรูหรา จอดอยู่ด้านหน้าประตูและยังไม่ทันได้ลงจากหลังม้า ก็มีสตรีที่เขาไม่คิดว่านางจะกล้ามาเหยียบที่จวนแห่งนี้เดินออกมาพร้อมมารดาของตน
เซี่ยฮูหยินที่เดินตามออกมาเมื่อเห็นบุตรชายอยู่บนหลังม้า จึงเอ่ยเรียกเขาทันทีเพราะว่านางจะได้ไม่ต้องทนอึดอัดใจ กับการมาเยือนของพระชายารองขององค์ชายหกอย่างเซียงเฟินหลิน ด้วยสายตาของพระชายารองยังคงบ่งบอกว่าแม้จะแต่งเข้าตำหนักขององค์ชายหกหลายปีแล้ว แต่ความรู้สึกของนางที่มีต่อฟู่หลงเหยียนยังคงเหมือนเดิม ซึ่งแตกต่างกับบุรุษร่างสูงใหญ่ที่สีหน้าเ็าไร้อารมณ์ใด ๆ
“เหยียนเอ๋อร์กลับมาแล้วหรือลูกแม่เป็อย่างไรบ้าง เพิ่งจะเดินทางกลับมาถึงเมืองหลวงสินะ” เซี่ยฮูหยินลืมแขกที่ยังยืนอยู่อีกด้านไปเสียสนิท
“คารวะท่านแม่ก่อนอื่นพวกเราควรส่งแขกขึ้นรถม้ากลับตำหนักนะขอรับ ไม่เช่นนั้นจะถูกผู้คนเอาไปพูดได้ว่าจวนตระกูลฟู่ไร้มารยาทเอาได้” ฟู่หลงเหยียนพูดกับมารดาแม้แต่หางตาก็ไม่คิดแลไปมองแขกของจวน
“อา..ใต้เท้าฟู่สบายดีหรือไม่” พระชายาเซียงเฟินหลินถามด้วยน้ำเสียงที่อ่อนหวานอย่างที่นางเคยทำ
“ทูลพระชายาเซียงกระหม่อมคิดว่ายามนี้พระชายาควรเสด็จกลับวังได้แล้วกระมังพ่ะย่ะค่ะ ตัวของกระหม่อมและคนในตระกูลยังอยากมีชีวิตที่สงบสุข ได้โปรดอย่านำปัญหาเข้ามาในตระกูลของกระหม่อมจะดีกว่าเชิญเสด็จพ่ะย่ะค่ะ” ฟู่หลงเหยียนตอบกลับน้ำสายตาแข็งกร้าว น้ำเสียงดุดันไม่เกรงกลัวว่ายามนี้นางอยู่ในตำแหน่งใด
“นี่! ใต้เท้าฟู่มันจะไม่มากเกินไปหน่อยรึท่านกล้าดีอย่างไร ถึงได้ใช้วาจาเช่นนั้นกับพระชายารองขององค์ชายหก จะพูดจาอันใดออกมาควรคิดไตร่ตรองให้ดีนะเ้าคะ” เล่อฉู่นางกำนัลคนสนิทที่ไม่เคยสนับสนุนให้เ้านายคบหากับฟู่หลงเหยียน ปากกล้าสั่งสอนมารยาทให้กับฟู่หลงเหยียนอย่างลืมตัว
“หืม..”
“เล่อฉู่!! เ้าพูดอะไรขอโทษใต้เท้าฟู่เดี๋ยวนี้!” พระชายาเซียงไม่คิดว่าคนของตนจะใจกล้าเช่นนี้
“หึ เป็แค่นางกำนัลรับใช้ฐานะต่ำต้อยกล้าสอนเื่มารยาทกับข้า ที่เป็ถึงขุนนางขั้นสามใครให้ความกล้านี้กับเ้า อ้อ ที่เ้าใจกล้าถึงเพียงนี้คงปีนเตียงองค์ชายหกสำเร็จแล้วกระมัง แต่ยังไม่ได้รับการแต่งตั้งให้เป็อนุในตำหนักเท่านั้น ยินดีกับพระชายาด้วยนะพ่ะย่ะค่ะที่ยกระดับให้นางกำนัลข้างกาย หากไม่มีธุระอันใดแล้วกระหม่อมและท่านแม่ขอตัวก่อนพ่ะย่ะค่ะ พวกเรามีเื่สำคัญต้องหารืออีกมากของส่งพระองค์ตรงนี้ทูลลา กลับเข้าจวนเถิดท่านแม่ข้ามีเื่มากมายมาเล่าให้ท่านฟังขอรับ” ฟู่หลงเหยียนแค่พูดยุแยงไปอย่างนั้นเองแต่เขาไม่รู้เลยว่า เื่นี้กลับเป็ความจริงที่เล่อฉู่ปีนเตียงองค์ชายหกสำเร็จ แต่ยังไม่มีการแต่งตั้งนางเป็อนุอย่างเป็ทางการเท่านั้น
“หม่อมฉันขอตัวก่อนทูลลาเพคะ” เซี่ยฮูหยินรีบเดินตามบุตรชายเข้าจวนอย่างรีบร้อน
ยามนี้พระชายาเซียงเฟินหลินไม่รู้ว่าควรรู้สึกกับเื่ไหนก่อน เมื่อได้ยินสิ่งที่อดีตคนรักพูดนางกำนัลข้างกายก็เผยพิรุธทันที แต่ที่นี่ไม่เหมาะจะไต่สวนเื่ในตำหนักจึงทำได้เพียงเดินขึ้นรถม้าเงียบ ๆ มุ่งหน้ากลับตำหนักเพื่อสะสางเื่นี้โดยเร็วส่วนเื่ที่พระสวามีใช้ให้มาที่จวนตระกูลฟู่ เพราะ้าให้ตนนั้นหลอกใช้ฟู่หลงเหยียนผ่านเื่ในอดีต ที่ทั้งสองคนเคยรักใคร่กันมาก่อนสนับสนุนพระสวามี ่ชิงตำแหน่งรัชทายาทแห่งราชวงศ์จ้าวเพื่อขึ้นนั่งบัลลังก์ัเป็ฮ่องเต้ในอนาคต
ฟู่หลงเหยียนเดินเข้ามาถึงห้องรับแขกถึงกับวางดาบลงบนโต๊ะอย่างแรง จนคนเป็มารดาพร้อมสาวใช้คนสนิทยังสะดุ้งด้วยความใ ส่วนคนสนิททั้งสามรออยู่ด้านนอกอย่างรู้หน้าที่
“ปึ้ง!!! กรอดดด..”
“เหยียนเอ๋อร์ใจเย็น ๆ ก่อนนะเ้าเพิ่งกลับมาเหนื่อย ๆ แม่ว่าไปพักผ่อนแล้วค่อยมะ...”
“นางมาที่นี่้าสิ่งใดจากตระกูลฟู่หรือท่านแม่ หากไม่มีเื่สำคัญข้าคิดว่านางไม่มีความกล้ามากพอ ที่จะบากหน้ามาเหยียบจวนของพวกเราเป็แน่ท่านแม่อย่าได้ปิดบังข้า เล่าจุดประสงค์ของนางที่ได้พูดกับท่านมาให้หมด” ฟู่หลงเหยียนไม่สนใจเื่การพักผ่อน เนื่องจากเขาอยากรู้ว่าอดีตคนรักมาที่จวนเพื่ออะไร
“เหยียนเอ๋อร์เ้าอย่าใส่ใจมันไม่มีอะไรอย่างที่เ้าคิดเลย”
“ท่านแม่ข้ารู้ว่าท่านยังรักและเอ็นดูนางอยู่มาก ในเมื่อท่านไม่้าพูดข้าจะไม่บังคับท่าน แต่ขอให้ท่านแม่คิดทบทวนให้ดีว่าอยากมีชีวิตอยู่อีกหลายสิบปี หรือจะเอาตระกูลฟู่ของท่านพ่อเข้าไปเกลือกกลั้วพร้อมรับโทษปะาชีวิตในฐานะฏแผ่นดิน หากท่านเลือกอย่างหลังแม้ว่าท่านจะเป็มารดาที่คลอดข้าออกมา เป็ฮูหยินที่ท่านพ่อดูแลให้เกียรติท่านอย่างดีมาตลอด แต่เมื่อใดที่ท่านแม่เลือกเข้าข้างฝ่ายศัตรูข้ากับท่านพ่อสามารถตัดท่านออกจากชีวิตได้เช่นกัน ขอตัว” ฟู่หลงเหยียนรู้ดีว่ามารดาของตนรักและเอ็นดูอดีตคนรักของเขาเพียงใด แต่กับเื่ที่เกี่ยวข้องกับคนทั้งตระกูลเขาไม่ยอมอยู่เฉยแน่
“เหยียนเอ๋อร์!! เหยียนเอ๋อร์!!” เซี่ยฮูหยินไม่คิดว่าบุตรชายจะรู้ว่านางคิดอย่างไรกับพระชายาเซียง และวันนี้ที่พระชายาเซียงมาพบนางที่จวนใน่เวลาที่สามีของนางไม่อยู่ ก็บ่งบอกได้เป็อย่างดีว่าสิ่งที่พระชายาเซียง้าคืออะไร
“ฮูหยินเ้าคะเชื่อคำเตือนของคุณชายใหญ่เถิดเ้าค่ะ หากท่านให้ความช่วยเหลือพระชายาเซียงจริง ๆ ไม่ใช่แค่ตระกูลฟู่ที่ได้รับโทษปะา แต่ตระกูลของฮูหยินเองก็จะไม่มีใครเหลือรอดเช่นกันนะเ้าคะ บ่าวเชื่อเหลือเกินว่าเื่ที่คุณชายใหญ่พูดย่อมตัดใจทำกับฮูหยินแน่นอน ฮูหยินก็เคยเห็นว่ายามนั้นคุณชายเ็ปมากเพียงใด เมื่อพระชายาเลือกที่จะแต่งตำหนักขององค์ชายหกทั้งที่คุณชายใหญ่ช่วยหาทางออกให้เพื่อจะได้ใช้ชีวิตด้วยกัน” ชิงอินไม่เห็นด้วยกับเ้านายจริง ๆ ในเื่นี้
“ชิงอินข้าลืมไปได้อย่างไรว่าสิ่งที่พระชายาเซียงทำกับเหยียนเอ๋อร์ ทำให้บุตรชายของข้าต้องกลายเป็บุรุษเ็าคำพูดก็แข็งกร้าว จิตใจที่แตกสลายจนไม่คิดจะชายตามองสตรีอีกเลย แค่พระชายาเซียงพูดจาน่าสงสารข้าก็คล้อยตามไปเสียแล้ว ชิงอินเช่นนี้เหยียนเอ๋อร์จะเกลียดข้าไม่ยอมพูดคุยกับข้าอีกใช่หรือไม่ ฮึก” เซี่ยฮูหยินได้ยินคำเตือนของสาวใช้คนสนิทจึงฉุกคิดขึ้นมาได้ ว่ายามนี้บุตรชายของตนนั้นเกลียดอดีตคนรักมากมายเพียงใด
“ถ้าฮูหยินไม่ตกลงอย่างที่พระชายาเซียง้า คุณชายใหญ่ย่อมให้อภัยฮูหยินอยู่แล้วเ้าค่ะบ่าวคิดว่าทางที่ดี ท่านอย่าได้ติดต่อกับพระชายาเซียงหรือคนของพระชายาอีกจะดีกว่าเ้าค่ะ” ชิงอินไม่อยากให้เ้านายยื่นมือเข้าไปยุ่งเื่แย่งชิงอำนาจ แค่นายท่านกับคุณชายใหญ่ก็เหนื่อยกับเื่พวกนี้จะแย่อยู่แล้ว
“อืม ขอบใจเ้ามากนะชิงอินที่ช่วยเตือนสติข้าก่อนจะถลำลึกไปมากกว่านี้ เ้าพาข้าไปที่ห้องครัวหน่อยก็แล้วกันอาหารของเหยียนเอ๋อร์ ข้าจะเป็คนลงมือทำให้เขาด้วยตนเองเพื่อขอโทษกับเื่ที่เกิดขึ้น”
“เ้าค่ะฮูหยิน”
แม้จะยังเอ็นดูพระชายาเซียงอยู่แต่ถ้าให้เซี่ยฮูหยินต้องเลือก อย่างไรเสียนางย่อมเลือกบุตรชายของตนแน่นอน ที่นางโอนอ่อนได้ง่ายคงเป็เพราะพระชายาเซียงมักทำท่าทางอ่อนแอน่าสงสารอยู่เสมอ นางกับบุตรชายไม่เคยเห็นหรือได้ยินเื่ราวด้านไม่ดีเลยสักนิด
ฟู่หลงเหยียนกลับมาถึงเรือนของตนเองก็พยายามระงับความโกรธที่มี เนื่องจากเขาไม่ได้รู้สึกเ็ปอีกต่อไปแล้วเมื่อเจออดีตคนรัก ยามนี้ในใจมีเพียงความเกลียดชังและยิ่งเกลียดมากขึ้นไปอีก เมื่อนางคิดจะดึงมารดาของเขาไปเป็เครื่องมือเพื่อขอร้องเขาทางอ้อม เื่นี้เดาได้ไม่ยากและเขาไม่คิดว่านางจะกล้าทำ
“ปัง!! บัดซบ!!”
“นายน้อยใจเย็น ๆ เถิดขอรับบ่าวเชื่อว่าฮูหยินยังไม่รับปากพระชายาเซียง ถ้ายังไม่ได้ถามความเห็นของนายน้อยก่อนหรอกนะขอรับ” เฉินอิ่นพูดให้เ้านายลดอารมณ์โกรธลงเสียก่อน
“หึ ข้าเคยรักนางไปได้อย่างไรกันเฉินอิ่นทั้งที่ความ้าลึก ๆ นาง้ามีอำนาจมากกว่าการเป็ลูกสะใภ้จวนเสนาบดีฟู่ คงคิดว่าข้ายังตัดใจจากนางไม่ได้สินะถึงได้กล้ามาเหยียบที่นี่ นางเทียบไม่ได้กับจิ่นเอ๋อร์ของข้าแม้เพียงปลายเส้นผม เมื่อก่อนข้าคิดเพียงต่างคนต่างอยู่แต่ในเมื่อนางเข้ามาวุ่นวายก่อน เช่นนั้นหากข้าไม่มอบของขวัญให้นางจะเป็การเสียมารยาทได้”
“นายน้อย้าส่งของขวัญเช่นไรสั่งการพวกบ่าวได้เลยขอรับ” ตงลู่พยักหน้าเห็นด้วยยามที่เ้านายพูดถึงอวี้จิ่น
“หึ ติดต่อคนของเราในวังหลวงนางกำนัลตำหนักขององค์ชายหก ต้องเปลี่ยนเป็สตรีที่มีใบหน้างดงามเกลี้ยงเกลาทั้งหมด และกำชับพวกนางหากใครอยากยกฐานะตนเองจงปีนเตียงเ้าของตำหนักให้ได้”
“อ้อ เื่ง่าย ๆ เช่นนี้พวกบ่าวจะรีบจัดการให้เร็วที่สุดขอรับ หากในตำหนักองค์ชายหกมีอนุอยู่มากมายและแย่งชิงความโปรดปราน พระชายาเซียงคงต้องรับมือกับพวกนางไม่เว้นแต่ละวัน เนื่องจากยามนี้มีนางที่เป็พระชายารองเพียงคนเดียว ส่วนตำแหน่งพระชายาเอกจินกุ้ยเฟยกำลังคัดเลือกจากตระกูลขุนนาง ที่มีอำนาจและกำลังทรัพย์สมบัติเพื่อสนับสนุนองค์ชายหกอยู่ขอรับ” อู๋จิ้งดีใจที่เ้านายคิดจะเอาคืนสตรีร้ายกาจผู้นี้เสียที
“อืม เมื่อนางไม่มีเวลามารื้อฟื้นเื่เก่ากับข้าแล้ว พระสวามีอย่างหกองค์ชายหกจะไม่ทรงกริ้วได้รึ ฮ่า ๆ ๆ รีบลงมือให้เสร็จโดยเร็วอีกสองสามวันข้าจะไปเยี่ยมจิ่นเอ๋อร์ที่จวน”
“รับทราบขอรับนายน้อย”
ฟู่หลงเหยียนยังต้องไปช่วยกรมอาญาจัดการไต่สวนนักโทษ และได้กำชับกับเ้ากรมอาญาไว้อย่างดีเกี่ยวกับการฆ่าปิดปาก จำเป็ต้องมีทหารคอยคุ้มกันอย่างแ่าห้ามผู้ใดเข้าเยี่ยม แม้แต่อาหารก็ต้องผ่านการทดสอบพิษเสียก่อนถึงจะให้ทานได้ เนื่องจากคนที่้ากำจัดพยานสำคัญเหล่านี้คงกำลังร้อนตัว จะไม่คิดทำลายทั้งหลักฐานและพยานในคดีใหญ่นี้ได้อย่างไร เมื่อใดที่จัดการเื่งานเสร็จสิ้นฟู่หลงเหยียนย่อมรีบไปที่จวนตระกูลเจียงอย่างแน่นอน
