น้ำเสียงของจีอู๋ซวงเปรี้ยวด้วยความอิจฉา
ฮวาเหยียนถอนหายใจอย่างโล่งอก “แม่นางผู้นี้ไม่มีอันตรายถึงชีวิตแล้วกระมัง?”
“เฮอะ ไม่เพียงไม่มีอันตรายถึงชีวิต หากไม่เกิดอุบัติเหตุที่มิคาดฝัน ให้นางมีชีวิตอยู่ถึงหนึ่งร้อยปีก็ยังได้”
“เช่นนั้นก็ดี”
เมื่อได้ยินเช่นนี้ ฮวาเหยียนก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอก ดวงตาดอกท้อของจีอู๋ซวงเต็มไปด้วยความอิจฉาที่มิอาจเก็บซ่อนเอาไว้ได้ โอสถต่อชีวิตเชียวนะ เขาเองก็อยากได้มันเช่นกัน ปรารถนาและ้าด้วยใจจริง เพียงครึ่งเม็ดก็ยังดี ไม่ต้องพูดถึงวัตถุดิบยาชั้นยอดหายากที่ใช้ในการกลั่นโอสถเม็ดนี้ สิ่งสำคัญที่สุดคือการที่ตัวเขามิสามารถปรุงยาออกมาเองได้
“เ้าดีกับสาวใช้ของเ้านัก”
จีอู๋ซวงโน้มกายลงไปใกล้ฉิงคง ก่อนจะมองฮวาเหยียนแล้วเอ่ยขึ้น
เขามักคิดว่าตนมองสตรีผู้นี้ออกอย่างทะลุปรุโปร่ง แต่กลับพบว่านางทำให้ความเข้าใจของเขาต่างไปจากเดิมทุกครา กับอาหาน นางให้โอสถต่อชีวิตถึงสามเม็ด จุดนี้เขามิได้มีข้อคิดเห็นอันใด ฐานะองค์รัชทายาทของอาหานแขวนไว้ให้เห็นเด่นชัด
ทว่ากับสาวใช้ผู้หนึ่ง นางก็ยังให้โอสถต่อชีวิตหนึ่งเม็ดเช่นกัน รวมถึงเหล่าองครักษ์เงาของอาหาน ทุกคนล้วนได้รับบุญคุณช่วยชีวิตจากนาง
ผู้ที่ถือกำเนิดในยุคนี้ ทั้งชนชั้นฐานะ หรือระดับความแข็งแกร่งของการฝึกตน ล้วนถูกสลักเอาไว้ในกระดูกของทุกคน
ทว่าในสายตาของมู่อันเหยียน ดูเหมือนว่าจะมองทุกคนมีค่าเท่ากัน
องค์รัชทายาทอันใด? สาวใช้อันใด? หากนาง้าช่วยชีวิต นางก็จะช่วย มิใช่เพราะอีกฝ่ายมีฐานะต่ำต้อยจึงเมินเฉยต่อความตายของพวกเขา นางเคยผ่านความโชคร้ายที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในใต้หล้ามาแล้ว ทว่าในส่วนลึกของจิตใจกลับยังคงหลงเหลือความเมตตา สตรีเช่นนี้ย่อมมีเสน่ห์อย่างมิต้องสงสัย
เพียงแต่ เขามิกล้าคิด เพราะรู้ดีว่าไม่มีทางได้
“ข้าดีกับคนของข้าเสมอ”
ฮวาเหยียนกล่าว
นี่คือการพูดที่หลีกเลี่ยงใจความสำคัญ ทว่าหากฟังให้ดีกลับมีค่ามากกว่าทองคำพันชั่ง
คนของนาง...
สาวใช้ผู้นี้ได้รับการยอมรับจากนาง ดังนั้นจึงอยู่ในขอบเขตการปกป้องของนางด้วย
จีอู๋ซวงรู้สึกว่าหัวใจของเขาเปรี้ยวด้วยความอิจฉาขึ้นมาอีกครั้ง เพราะเขาอยู่นอกขอบเขตการปกป้องของมู่อันเหยียน ดังนั้นกระทั่งคำว่าสหาย นางก็ยังไม่มีให้เขา แม้แต่การเรียกขาน นางก็ยังเรียกเขาว่าหลงจู้จี ลองบอกเถิดว่าเขาน่าสงสารหรือไม่
จุ๊ๆ...
เขารู้สึกว่าฐานะของตนมั่วซั่วจนน่าสังเวชนัก!
เขาลูบใบหน้าของตนเอง ใบหน้านี้ ผู้ใดเห็นย่อมหลงรัก บุปผาเห็นย่อมเบ่งบาน ทว่าเมื่ออยู่ต่อหน้ามู่อันเหยียน กลับสูญเสียเสน่ห์ดึงดูดไปจนหมดสิ้น
“เอาเถิด นับว่าสาวใช้ของเ้าโชคดี ตอนนี้ข้าจะช่วยนางดึงปิ่นไม้ออก เืย่อมต้องไหลทะลักออกมาเป็แน่ เ้าจะหลบไปก่อนหรือไม่?”
จีอู๋ซวงมองฮวาเหยียนพลางเอ่ย เวลานี้สาวใช้ที่มีนามว่าฉิงคงกำลังเอนกายอยู่ในอ้อมกอดของฮวาเหยียน ยามดึงปิ่นออกต้องรวดเร็วและแม่นยำ ย่อมทำให้เืของนางสาดกระเซ็นไปทั่วอย่างหลีกเลี่ยงมิได้
“ไม่เป็ไร ท่านดึงเถิด”
ฮวาเหยียนโบกมือ ไม่ใส่ใจเลยสักนิด
จีอู๋ซวงเลิกคิ้วพลางนั่งยองๆ ข้างฉิงคง เขายื่นมือไปกดรอบบริเวณาแ ฉิงคงพลันกระอักไอออกมาอีกครั้ง
สติของนางพร่าเบลอเล็กน้อย ทว่าั้แ่ต้นจนจบกลับมิได้จมลึกเข้าสู่ความมืดมิด นางได้ยินเสียงบุรุษผู้หนึ่งกำลังสนทนากับคุณหนูใหญ่ พูดเื่โอสถต่อชีวิตอันใดสักอย่าง ซึ่งดูเหมือนจะมีค่ายิ่ง และคุณหนูใหญ่ได้มอบมันให้นาง
นางอยากร้องไห้ออกมาอีกครา ทว่าดวงตาของนางเจ็บเป็อย่างยิ่ง
นางลืมตาขึ้นอย่างยากลำบาก มองเห็นบุรุษที่อยู่ข้างคุณหนูใหญ่ผู้นั้น ดวงตาของเขาดั่งดอกท้อ ดูงดงามน่าหลงใหลั้แ่แรกเห็น
“ยามข้าดึงปิ่นไม้ออก เ้าจงจับนางเอาไว้ให้แน่น อย่าปล่อยให้นางขยับมั่วซั่ว”
จีอู๋ซวงกำชับ
ฮวาเหยียนพยักหน้า
เห็นเพียงสีหน้าเคร่งขรึมของจีอู๋ซวง จากนั้นเขาก็หยิบกรรไกรออกมาหนึ่งเล่ม เสียงตัดฉับๆ ดังขึ้น เขากรีดเสื้อของฉิงคงจนเป็รู เผยให้เห็นเสื้อซับในตัวน้อยของนางทันที
เดิมทีสติของฉิงคงยังคงพร่าเบลอ ทว่าเมื่อได้ยินเสียงเสื้อผ้าฉีกขาด มิรู้ว่านางเอาพละกำลังมาจากที่ใด จู่ๆ ก็เบิกตากว้าง ผลักจีอู๋ซวงออกไปโดยพลัน
“อย่านะ...เ้าคนบ้ากาม ออกไป...”
เนื่องจากนางใช้แรงมากเกินไป เืจึงไหลทะลักออกมาจากาแอีกครั้ง นางหอบหายใจแรง ทว่าก็มิอาจฟื้นตัวได้เป็นาน
จีอู๋ซวงไม่คาดคิดว่าจะถูกฉิงคงผลัก เขาจึงมิได้ป้องกันตัว เพียงครู่เดียวพลันล้มลงนั่งกับพื้น ก่อนจะเห็นสาวใช้อัปลักษณ์ผู้นั้นจ้องหน้าเขาเขม็ง นางกุมหน้าอกตนเอง หอบหายใจแรง มองเขาด้วยสีหน้าป้องกันตนเอง
จีอู๋ซวง “...!”
ประสาทไปแล้วกระมัง!
“นี่แม่นางน้อย ข้ากำลังช่วยเ้าอยู่นะ ถ้าปิ่นของเ้าขยับเบี่ยงอีกสักนิด หัวใจของเ้าคงถูกแทงเข้าไปแล้ว แม้เ้าจะทานโอสถต่อชีวิตเข้าไป ทว่าอย่าโวยวายนักได้หรือไม่?”
จีอู๋ซวงเลิกคิ้วมองนาง
เขาเป็ถึงหลงจู้ของหออู๋ิ ลดตัวลงมาช่วยแม่นางน้อยผู้หนึ่ง นึกไม่ถึงว่าจะถูกรังเกียจและด่าทอเช่นนี้?
หากเป็คนอื่น เขาคงสะบัดมือหยุดทำไปนานแล้ว แต่ไรมาเขาก็มิได้นิสัยดีอยู่แล้ว วันนี้เพียงเห็นแก่หน้ามู่อันเหยียนเท่านั้น
“จะ เ้าคนลามก ถอดเสื้อผ้าของข้า มิได้...”
ฉิงคงเบิกตากว้าง นางกัดฟันและกลั้นหายใจ เจ็บจนทั้งตัวโยกคลอน ทว่าถึงอย่างไรก็กุมเสื้อตรงหน้าอกมิปล่อย
ท่าทางราวกับหญิงบริสุทธิ์รักษาพรหมจรรย์ ทำเอาจีอู๋ซวงต้องหัวเราะด้วยความโกรธจัด
เขาคือใคร? เขาคือจีอู๋ซวง!
ผู้ที่แค่กวักมือส่งๆ ก็สามารถเรียกสตรีให้มารายล้อมได้เช่นเขา วันนี้กลับถูกสาวใช้ผู้หนึ่งด่าว่าบ้ากาม? จีอู๋ซวงโมโหแทบตายแล้ว
“หากไม่ถอดเสื้อจะดึงปิ่นออกมาได้อย่างไร จะหยุดเืได้อย่างไร จะพันแผลได้อย่างไร เ้าคิดว่าข้าเต็มใจจะช่วยเ้าหรือ? ร่างของเ้าแบนราบ บนล่างไม่มีเนื้อไม่มีหนัง เ้าคิดว่าคุณชายเช่นข้าอยากมองนักหรือ?”
ปากของจีอู๋ซวงก็เต็มไปด้วยพิษเช่นกัน เสียงหัวเราะเยาะดังก้อง เพิ่มพูนความโกรธให้ฉิงคงจนมิอาจปลดปล่อยได้ในลมหายใจเดียว
“พอแล้ว ท่านพูดให้น้อยลงสักสองประโยคเถิด”
ฮวาเหยียนที่อยู่ข้างๆ ซึ่งปิดปากเงียบมาโดยตลอด พอเห็นว่าจีอู๋ซวงยิ่งพูดก็ยิ่งรุนแรง ฉิงคงเองก็มิอาจสงบใจได้เช่นกัน ในเมื่อนางยอมรับสาวใช้ผู้นี้แล้ว อย่างไรก็คงมิอาจปล่อยให้เกิดเื่ใดขึ้นมาได้ ดังนั้นจึงเงยหน้าเอ่ยกับจีอู๋ซวง
“เฮอะ”
จีอู๋ซวงไว้หน้าฮวาเหยียน เขาพ่นลมหายใจเ็า ทว่าก็ยอมปิดปากเงียบสนิท
ฮวาเหยียนจึงตบไหล่ฉิงคงที่อยู่ในอ้อมแขนอีกครา “เขาเป็หมอ มีทักษะทางการแพทย์ชั้นยอด เ้าได้รับาเ็สาหัส ใกล้หัวใจเป็อย่างยิ่ง แม้ข้าจะให้เ้าทานโอสถต่อชีวิต ทว่าเ้าก็เสียเืไปมากทีเดียว ยิ่งรวมเข้ากับร่างกายที่อ่อนแอของเ้า จึงอันตรายต่อชีวิตนัก...เ้ารีบๆ หายเถิด จะได้อยู่เคียงข้างข้า ดูแลข้ากับคุณชายน้อย และเป็สาวใช้ประจำกายอันดับหนึ่งของข้า!”
ฮวาเหยียนมองฉิงคง กล่าวอย่างจริงจัง
ฉิงคงตกตะลึง “คะ คุณหนูพูดจริงหรือเ้าคะ?”
ฉิงคงถามเสียงอ่อนแรง เกือบจะนึกว่าตนหูแว่วคิดไปเอง ทว่าเมื่อคำพูดนั้นสิ้นสุดลง กลับเห็นว่าคุณหนูพยักหน้าให้นาง
ทันใดนั้นนางก็ร้องไห้ทันที นางมิอยากตายแล้ว...
“ในสายตาของคนเป็หมอ ไม่มีบุรุษไม่มีสตรี ไม่เกี่ยวข้องกัน”
ฮวาเหยียนปลอบนางอีกครา บรรเทาอาการกระวนกระวายจนมิอาจสงบใจได้ของฉิงคง สาวใช้ตัวน้อยพยักหน้าอย่างเชื่อฟัง “ข้าน้อยเชื่อคำของคุณหนูใหญ่เ้าค่ะ”
“อืม”
ฮวาเหยียนพยักหน้า ก่อนมองไปที่จีอู๋ซวง “เร็วเข้า”
พริบตาถัดมาพลันเห็นจีอู๋ซวงฉีกผ้าชิ้นหนึ่งออกจากชายเสื้อ และใช้มันผูกปิดตาของตนเอง
ฮวาเหยียน “...”
นางอยากถามนัก ทั้งที่ก็สามารถเอาผ้ามาผูกปิดตาตนเองได้ เช่นนั้นเหตุใดต้องทำให้แม่นางน้อยใกลัวด้วยเล่า?
นี่เป็ครั้งแรกที่ฮวาเหยียนได้เห็นจีอู๋ซวงทำการรักษาผู้ป่วย เขาเคร่งขรึมจริงจังเป็อย่างยิ่ง มิได้เอ้อระเหยลอยชายเช่นปกติ ยามดึงปิ่นออกมารวดเร็วฉับไว แม้ว่าเขาจะถูกปิดตา ทว่ายามที่เืสาดกระเซ็น เขายังใช้ร่างกายด้านข้างของตนบังเืให้นาง ก่อนจะรีบโรยผงยาลงบนาแอย่างรวดเร็ว
ฉิงคงสลบไสล เนื่องจากสูญเสียโลหิตและตื่นตระหนกมากเกินไป
“อย่าให้โดนน้ำเป็เวลาเจ็ดวัน ทานยาทุกเช้าเย็น มีทั้งยาภายในและทาภายนอก คืนนี้นางอาจมีไข้ขึ้นสูง จากนั้นอีกสามวันนางจึงจะหายดี”
