หลังจากตกลงการท้าพนันกับถางจุนจ่านได้ลงตัวแล้ว เฉินเฟิงก็ใช้เวลาร่วมกับหลิ่วอีอีอย่างอบอุ่น ในชั่วขณะนั้น อาศัยแรงบันดาลใจที่เกิดขึ้นอย่างฉับพลัน เขาลองเสนอแนะโครงเื่ใหม่ให้จ้าวฉินเสวียเกี่ยวกับนิยายที่เธอเขียน โดยมีเนื้อหาประมาณว่า
เด็กสาวตัวน้อยคนหนึ่งสวมหน้ากากออกซิเจน เธอกำลังนอนหลับใหล สภาพร่างกายอ่อนแอหายใจรวยริน
"เมื่อค่ำคืนที่ผ่านมา หลานชายคนโตตระกูลเฉินผู้ถูกขับไล่ไสส่งอย่างเฉินเฟิง เขาเพิ่งอายุครบสามสิบปีบริบูรณ์ไม่ทันไร กลับถูกตระกูลหลี่วางแผนลอบสังหารเพื่อแย่งชิงอายุขัย ชีวิตเขยขยะช่างไร้ค่าไร้ราคา
บัดนี้ ิญญาเขาได้ย้อนเวลากลับไปเมื่อหนึ่งร้อยยี่สิบปีก่อน ซุกซ่อนตัวอยู่ในประวัติศาสตร์ ฟื้นคืนชีพเพียงลำพัง ใช้ชีวิตอย่างโดดเดี่ยวตลอดร้อยยี่สิบปีเพื่อกลับมาเป็เด็กหนุ่มอีกครั้ง แม้จะยากลำบากแต่ก็ได้ชีวิตกลับคืนมา
ลูกสาว ในที่สุดพ่อก็กลับมาแล้ว หนึ่งร้อยยี่สิบปีเต็มๆ พ่อร่ำเรียนศาสตร์การแพทย์ระดับไร้ผู้เทียบเทียม พ่อสามารถรักษามะเร็งเม็ดเืขาวระยะสุดท้ายของลูกได้ทันที"
หลังจากถอนหายใจยาว เฉินเฟิงในวัยร้อยยี่สิบปีในร่างกายอ่อนเยาว์และกำยำ เขาลุกขึ้นยืนพร้อมอุ้มศพตนเองที่อายุสามสิบปี ร่างที่ถูกทำพิธีสาปแช่งแย่งชิงอายุขัยกับลูกสาวตัวน้อยเฉินเชียน ลอยขึ้นสู่ท้องฟ้า
มองลงมาจากฟากฟ้า จ้องมองสุสานบรรพบุรุษของตระกูลหลี่อันเป็สุสานสืบทอดสายเืัจากกษัตริย์สมัยราชวงศ์ถัง
"ตระกูลหลี่แห่งเมืองลู่เฉิงเอ๋ย พวกเ้าสาปแช่งข้า ลูกเขยไร้ค่า ขโมยอายุขัยนับร้อยปีของข้าเพียงเพื่อต่ออายุให้บรรพบุรุษตระกูลหลี่สามสิบปี
ข้ากลับมามีชีวิตอีกครั้ง ิญญาของข้าถูกสลับไปที่ร่างผู้อื่น ผ่าน่ชีวิตอันแสนยาวนาน ครั้งนี้ข้าจะทำลายสุสานบรรพบุรุษตระกูลหลี่ของพวกเ้าให้สิ้นซาก อยากรู้เหลือเกินว่าพวกเ้าจะต่ออายุขัยได้อีกนานเท่าใด!"
สิ้นเสียง เฉินเฟิงโอบอุ้มร่างไร้ิญญาของตัวเองและลูกสาวของเขา ทะยานขึ้นสูงกว่าเดิม พลางฟาดฝ่ามือลงบนสุสานบรรพบุรุษตระกูลหลี่
ฝ่ามือสีทองขนาดั์พุ่งลงมาจากท้องฟ้าสูงนับร้อยเมตร ทำลายสุสานตระกูลหลี่ราบเป็หน้ากลองในพริบตา...
หกโมงเช้าวันนั้นเอง เฉินเฟิงพาเฉินเชียนบินเป็ระยะทางสามร้อยลี้ หยุดลงที่สุสานของตระกูลเฉิน ตระกูลทรงอำนาจอันดับหนึ่งแห่งเมืองหรงเฉิง
ภายในสุสาน บนตำแหน่งสูงศักดิ์ที่สุดในสุสาน มีหลุมศพที่ว่างเปล่าของเฉินเฟิงตั้งอยู่
บนแผ่นจารึกมีข้อความสลักไว้ดั่งว่า 'สุสานเฉินเฟิง ขุนพลผู้เก่งกล้า บรรพบุรุษผู้เกรียงไกร สร้างขึ้นเมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน 1949'
เฉินเฟิงมองดูแผ่นจารึก แล้วหันมองสุสานเฉินฉางชิง บรรพบุรุษผู้เป็ต้นตระกูลเฉินที่อยู่ข้างๆ พลางถอนหายใจพึมพำกับตัวเอง
"น้องชายข้า เ้าเป็ถึงผู้นำรุ่นที่สามแห่งสำนักหมัดธรรมชาติ เหตุใดจึงหมดอายุขัยลงในวัยเพียงแปดสิบเก้าปี
แต่อย่างน้อย พี่ชายคนนี้ก็ยังมีโอกาสได้ไปร่วมส่งเ้าที่งานศพของเ้าเอง"
เฉินเฟิงเคยฝึกวิชากับเฉินฉางชิง ผู้เป็ปรมาจารย์แห่งยุทธภพ กลายเป็พี่น้องร่วมสำนักหมัดธรรมชาติรุ่นที่สามด้วยกัน
เขาเคยร่วมรบเคียงบ่าเคียงไหล่กับปฐมกษัตริย์ ฟันฝ่าอุปสรรคมากมายร่วมกันั้แ่เกิดจนตาย ในวันสถาปนาอาณาจักร เขาได้รับแม้กระทั่งการแต่งยศเป็เทพาโดยไม่มีใครรู้ ครองอำนาจเหนือแม่ทัพคนใด
แต่ไม่คาดคิดว่าหลังจากนั้นไม่นาน เฉินเฟิงก็พลัดหลงในหุบเขาเสิ่นหนงและได้รับการสืบทอดศาสตร์การแพทย์จากเซียนแพทย์เหยียนตี้
ยามเมื่อเขาก้าวสู่วัยชราในอายุหกสิบปี ร่างกายกลับเริ่มอ่อนเยาว์ลงจนกลายหนุ่มอีกครั้ง ก้าวสู่ชีวิตนิรันดร์
หลังจากสลับเสื้อผ้าและชุดใส่ศพจากศพอายุสามสิบของตน เฉินเฟิงจึงวางร่างตนไว้ในหลุมศพอนุสรณ์เทพเ้าา
เขายกสุราขึ้นดื่มครึ่งขวดและรินอีกครึ่งขวดที่เหลือลงบนหลุมศพเฉินฉางชิง พร้อมทั้งรำพึงรำพันกับตนเองด้วยความรู้สึกซับซ้อน
"น้องรองเอ๋ย นี่แหละคือวัฏสงสารแห่งมนุษย์ ข้าเคยเป็เหลนบุญธรรมผู้มีสิทธิ์สืบทอดทรัพย์สมบัติเ้า แต่กลับถูกหลานชายแท้ๆ ของเ้าขับไล่ข้าออกจากตระกูล
หลังจากตกอยู่ในสถานะการเป็ลูกเขยตระกูลหลี่อย่างน่าสังเวชเป็เวลากว่าห้าปี ข้าก็ถูกพวกเขาวางแผนสาปแช่งและพรากชีวิต ิญญาข้าได้ย้อนกลับไปเกิดเป็ทารกใน่เวลาเมื่อหนึ่งร้อยยี่สิบปีก่อน กลับกลายเป็พี่ชายแท้ๆ ที่แก่กว่าเ้าสองปี!"
เพล้ง! เฉินเฟิงโยนขวดเปล่าลงพื้น ทันใดนั้น น้ำเสียงของเขาแปรเปลี่ยนเป็เ็าเช่นเดิม
"พรุ่งนี้เฉินฝู เหลนชายแท้ๆ ของเ้า กำลังจะแต่งงานกับภรรยาข้า เ้าคิดว่าข้าควรจัดการกับลูกหลานไร้ค่าของตระกูลเฉินพวกนี้อย่างไรดี?!"
