หลังจากเสียงโซ่เหล็กเงียบหายไปพร้อมกับความแค้นที่สุมอกของถิงถิงและเจียวจู เจนนี่หลับตาลงพยายามรวบรวมสมาธิ เธอไม่ใช่ต้าเหนิงผู้อ่อนแอ แต่เธอคือศัลยแพทย์ผู้ผ่านสมรภูมิความเป็ความตายมานับหมื่นชั่วโมง สิ่งแรกที่เธอต้องทำตอนนี้ไม่ใช่การนั่งคร่ำครวญ แต่คือการ 'กู้ร่าง' ของตัวเองกลับคืนมา
เธอนอนราบบนพื้นไม้เพื่อให้เืไหลเวียนไปเลี้ยงสมองได้ดีขึ้น สายตาที่เริ่มชินกับความมืดกวาดมองไปรอบห้องเก็บของที่รกชัฏ กองเศษเหล็ก ตะปูสนิม ถังไม้ใบเก่า และมุมหนึ่งที่มีไหน้ำส้มสายชูที่หมักจนเกือบเน่าค้างทิ้งไว้
'ขั้นแรก ต้องลดการอักเสบ' เจนนี่ประเมินในใจ ใบหน้าซีกซ้ายของเธอร้อนผ่าวและบวมเป่งจากการถูกตบอย่างแรง หากปล่อยไว้ถุงน้ำเหลืองจะคั่งและอาจนำไปสู่การติดเชื้อในช่องปากได้
เธอคลานไปที่ไหเก่าๆ พบว่ายังมีน้ำเหลืออยู่ที่ก้นไห กลิ่นฉุนของมันบอกได้ว่าเป็น้ำส้มสายชูหมักอย่างดีในยุคก่อน เจนนี่ใช้เศษผ้าที่ขาดวิ่นจากแขนเสื้อของตัวเอง ชุบน้ำส้มสายชูที่เจือจางด้วยน้ำฝนที่รั่วซึมจากหลังคามาประคบที่โหนกแก้ม
"กรดอะซิติกเจือจางพอจะช่วยฆ่าเชื้อและเร่งการไหลเวียนเืได้บ้าง..." เธอพึมพำกับตัวเองขณะที่ความแสบร้อนแล่นพล่านจนน้ำตาแทบไหล แต่เจนนี่กลับกัดฟันสู้ เธอรู้ดีว่าความเ็ปคือสัญญาณว่าเธอยังมีชีวิตอยู่
แกรก... แกรก...
เสียงเคาะไม้ดังเบาๆ จากช่องระบายอากาศที่ติดกับสวนหลังบ้าน เจนนี่รีบซ่อนไหน้ำส้มสายชู
"คุณหนูรอง... คุณหนูรองขอรับ" เสียงกระซิบสั่นเครือของลุงจางดังขึ้น "ลุงเองขอรับ ลุงแอบเอาหมั่นโถวกับน้ำสะอาดมาให้"
เจนนี่รีบคลานไปที่รูไม้ที่ลุงจางแง้มไว้ เธอเห็นตาที่เปี่ยมไปด้วยความเมตตาของชายชรา
"ขอบคุณค่ะลุงจาง ลุงช่างเป็คนเดียวในที่นี่ที่มีหัวใจ" เจนนี่รับห่อหมั่นโถวที่ยังอุ่นอยู่นิดๆ มา "ลุงคะ... ฉันขอถามอะไรหน่อย ในบ้านเขากำลังทำอะไรกัน ทำไมถึงมีเสียงจัดเตรียมโต๊ะเก้าอี้ดังมาถึงนี่"
ลุงจางถอนหายใจยาว "คืนนี้คุณท่านจัดงานเลี้ยงใหญ่เ้าค่ะ เป็งานเปิดตัวโครงการร่วมทุนกับพ่อค้าจากเมืองหลวง คุณท่านสั่งให้จัดงานเลี้ยงน้ำชาและดินเนอร์กลางแจ้งที่สวนหน้าบ้าน แเื่น่าจะมากันหลายสิบคนเลยขอรับ"
ดวงตาของเจนนี่เป็ประกายวับในความมืด 'งานเลี้ยง... แขกเยอะ... ความวุ่นวาย' นี่คือสูตรสำเร็จของการหลบหนีที่สมบูรณ์แบบที่สุด
"ลุงจางคะ ลุงพอจะหาเกลือกับผ้าสะอาดที่หนากว่านี้ให้ฉันได้ไหมคะ?" เจนนี่ถามพลางกัดหมั่นโถวคำเล็กๆ เพื่อค่อยๆ เพิ่มระดับน้ำตาลในเือย่างระมัดระวัง
"เกลือเหรอขอรับ? เดี๋ยวลุงจะลองแอบเข้าห้องครัวดู... แต่คุณหนูจะเอาไปทำอะไรขอรับ?"
"ฉันจะรักษาตัวเองค่ะลุง ลุงเชื่อใจฉันนะ" เจนนี่สบตาชายชราผ่านช่องไม้ ความมั่นคงในแววตาของเธอทำให้ลุงจางพยักหน้าอย่างงงๆ ก่อนจะรีบผละออกไป
หนึ่งชั่วโมงผ่านไป ลุงจางแอบส่งถุงเกลือเล็กๆ และผ้าขี้ริ้วที่ซักสะอาดแล้วมาให้ เจนนี่เริ่มต้นกระบวนการ 'ศัลยกรรมเบื้องต้น' ด้วยตัวเอง เธอผสมเกลือกับน้ำสะอาดที่เหลืออยู่เพียงน้อยนิดเพื่อล้างแผลที่มุมปากและใช้น้ำเกลือเข้มข้นกลั้วคอเพื่อลดอาการบวมภายใน
เธอใช้ผ้าสะอาดพันรอบมือที่บวมช้ำ และเริ่มยืดเหยียดกล้ามเนื้อตามหลักกายภาพบำบัด ร่างกายของต้าเหนิงอาจจะผอมโซ แต่ในความผอมนั้นมีความอึดจากการทำงานหนักซ่อนอยู่ เจนนี่ใช้เวลาที่เหลือในการ 'สแกน' ข้อมูลในหัว เธอพยายามนึกแผนที่บ้านสกุลหวังจากความทรงจำรางๆ ของต้าเหนิง
'ประตูด้านข้างติดกับแนวต้นไผ่... กำแพงส่วนนั้นเตี้ยที่สุด... แขกจะเข้าทางประตูหน้า ส่วนพวกคนรับใช้จะยุ่งอยู่กับครัวทางทิศตะวันออก' เจนนี่วาดแผนที่ลงบนฝุ่นที่พื้นห้อง
เสียงดนตรีสดเริ่มดังแว่วมาจากหน้าบ้าน พร้อมกับเสียงหัวเราะและกลิ่นอาหารที่โชยมาตามลม เจนนี่รู้ว่าเวลานี้ล่ะคือ่เวลาที่หัวใจของบ้านสกุลหวังจะไปรวมกันอยู่ที่งานเลี้ยง ความปลอดภัยหลังบ้านจะลดระดับลงเหลือศูนย์
เธอเริ่มสำรวจบานหน้าต่างที่ถูกตอกปิดไว้อีกครั้ง คราวนี้เธอไม่ใช้วิธีงัดกระชากแบบคนไร้สติ แต่เธอใช้ 'ความรู้ทางวิศวกรรมการแพทย์' สังเกตจุดที่ไม้กระดานค้ำยันกันอยู่
"กฎของคาน... ถ้าฉันกดตรงจุดศูนย์กลางของแรงบิด ตะปูที่สนิมเขรอะพวกนี้จะหลุดออกง่ายกว่าเดิม"
เธอใช้ขาโต๊ะไม้หักๆ เป็คานคัด และใช้แรงส่งจากน้ำหนักตัวทั้งหมดกดลงไปที่จุดที่คํานวณไว้
เอี๊ยด... ปึก!
ไม้กระดานหลุดออกแผ่นหนึ่งโดยแทบไม่มีเสียงดังรบกวน เจนนี่ใจเต้นรัว เธอค่อยๆ มุดตัวลอดผ่านช่องแคบๆ นั้นออกไปสู่สวนหลังบ้านที่มืดมิด
ลมเย็นปะทะใบหน้า ความรู้สึกของอิสรภาพทำให้หัวใจของเธอพองโต แต่ความเป็มืออาชีพเตือนให้เธอมีสติ เธอหลบเข้าหลังพุ่มไม้สูง มองเห็นโคมไฟหลากสีที่ประดับอยู่ไกลออกไปในส่วนของงานเลี้ยง เห็นเงาของเฟยหย่าที่กำลังยกแก้วเหล้าหัวเราะร่วน และเห็นถิงถิงที่เดินเชิดหน้าอวดโฉมอยู่ท่ามกลางกลุ่มชายหนุ่ม
"ขอโทษนะต้าเหนิง... ฉันต้องยืมร่างเธอหนีไปก่อน" เจนนี่พึมพำ
เธอไม่ได้วิ่งสุ่มสี่สุ่มห้า แต่ใช้วิธีคลานเลาะไปตามแนวรั้วไม้ไผ่ที่ลุงจางปลูกไว้ ทันใดนั้น เธอได้ยินเสียงคนเดินตรงมาทางนี้!
"แกไปเช็กดูสิว่านังวิปลาศนั่นยังอยู่ในห้องไหม คุณท่านสั่งให้ไปแอบดูเผื่อมันจะฆ่าตัวตายประชดงานเลี้ยง" เสียงคนใช้ชายคนหนึ่งดังขึ้น
เจนนี่กลั้นหายใจ ร่างกายแนบสนิทกับดินโคลน เธอเห็นแสงไฟฉายสาดส่องไปที่ห้องเก็บของที่เธอเพิ่งหนีออกมา ถ้าพวกมันเห็นไม้กระดานที่หลุดออก เธอจบเห่แน่!
"เฮ้ย! ดูนั่นสิ มีคนเดินอยู่ทางโน้น!" เสียงคนใช้คนเดิมะโ แต่มันไม่ได้ชี้มาที่เธอ มันชี้ไปทางป่าไผ่ด้านหลังที่ลุงจางจงใจสั่นไผ่เพื่อเบี่ยงเบนความสนใจให้
"ลุงจาง..." เจนนี่น้ำตาคลอ เธอไม่รอช้า ใช้จังหวะที่คนใช้ทั้งสองคนวิ่งไปทางป่าไผ่ เธอรีบพุ่งตัวออกไปทางกำแพงด้านทิศตะวันตกที่ชำรุด
เธอยกตัวขึ้นข้ามกำแพงด้วยแรงเฮือกสุดท้ายที่เหลืออยู่ แรงปะทะกับพื้นด้านนอกทำให้ขาของเธอเคล็ด แต่เจนนี่ไม่หยุด เธอพยุงตัวลุกขึ้นและวิ่งหายเข้าไปในความมืดของถนนดินลูกรัง
ข้างหลังคือคุกไม้ที่ขังเธอไว้... ข้างหน้าคือโลกยุค 80 ที่เธอไม่รู้จัก แต่เจนนี่รู้เพียงสิ่งเดียว
"จากนี้ไป... จะไม่มีใครมาสั่งให้ฉันตาย หรือเรียกฉันว่าตัวซวยได้อีก!"
เธอวิ่งต่อไปเรื่อยๆ โดยหารู้ไม่ว่า บนถนนที่มืดมิดเส้นนี้เอง รถทหารจี๊ปสีเขียวคันหนึ่งที่กำลังขับมาด้วยความเร็วเนื่องจากมีภารกิจด่วน กำลังจะปะทะกับร่างของเธอ... และนั่นคือจุดเริ่มต้นของ 'วาสนา' ที่แท้จริงระหว่างเธอกับผู้พันจิน
